ราชันย์ลมปราณอนันต์

    ตอนที่ 76: ผลสะท้อนแห่งชัยชนะ

    ตอนที่ 76: ผลสะท้อนแห่งชัยชนะ

    เมื่อประตูมิติปิดตัวลง การผจญภัยในแดนลี้ลับโบราณก็สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ บรรยากาศบนเทือกเขาเสียดฟ้าเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ เหล่าผู้อาวุโสต่างพาอัจฉริยะของตนจากไปอย่างรวดเร็ว แต่สายตาอาฆาตแค้นที่ตระกูลสุริยันและหอร้อยสมบัติส่งมาให้เฟิงหวงนั้น บ่งบอกว่าเรื่องราวทั้งหมดเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

    ก่อนที่จะแยกย้ายกัน จื่อเหยาแห่งนิกายดาบม่วงได้เดินเข้ามาหาเฟิงหวง นางยังคงมีใบหน้าที่เย็นชาเช่นเคย แต่ในแววตากลับมีความรู้สึกที่ซับซ้อนซ่อนอยู่

    นางยื่นป้ายหยกสีม่วงเข้มชิ้นหนึ่งให้เขา "นี่คือ 'ป้ายกระบี่ม่วง' ของข้า" นางกล่าวเสียงเรียบ "หากวันใดท่านเดินทางไปยังทวีปวายุเมฆา...จงแสดงป้ายนี้ แล้วท่านจะเป็นสหายของนิกายดาบม่วงของข้า"

    นี่คือการประกาศสร้างพันธมิตรอย่างเป็นทางการ! เฟิงหวงรับป้ายนั้นมาด้วยรอยยิ้ม "ย่อมต้องมีวันนั้นแน่นอน แม่นางจื่อเหยา"

    การเดินทางกลับสู่เมืองหมอกครามเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความยินดี ท่านผู้เฒ่าเหมี่ยวที่รอรับอยู่ด้านนอกมีความพึงพอใจอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ศิษย์ของนางจะปลอดภัย แต่ยังได้รับคัมภีร์มายาจันทราอันล้ำค่ากลับมาอีกด้วย

    บนนาวาเหินเมฆาที่กำลังมุ่งหน้ากลับ ท่านผู้เฒ่าเหมี่ยวได้เชิญเฟิงหวงมาสนทนาเป็นการส่วนตัว
    "คุณชายเฟิง...ข้าต้องยอมรับว่าข้าประเมินท่านต่ำเกินไปจริงๆ" นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม "หุ้นส่วนทางธุรกิจของเราประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แต่ข้าคิดว่า...เราสามารถร่วมมือกันได้ในระดับที่ลึกซึ้งกว่านี้"

    นางยื่นข้อเสนอที่น่าตกตะลึง "สำนักหมอกครามมีความประสงค์จะจัดตั้ง 'หอวิจัยโอสถและค่ายกล' ขึ้นมาใหม่ และข้าอยากจะขอเชิญท่านให้ดำรงตำแหน่ง 'ผู้อาวุโสเกียรติคุณ' (Guest Elder) ของสำนักเรา!"

    ตำแหน่งนี้ไม่เพียงแต่จะมอบเกียรติยศสูงสุดให้แก่เขา แต่ยังหมายถึงการที่เขาสามารถเข้าถึงทรัพยากรและความรู้ทั้งหมดของสำนักได้อย่างเต็มที่!

    เฟิงหวงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เป็นเกียรติอย่างยิ่งขอรับ...แต่ข้ายังคงเป็นเพียงพ่อค้าอิสระ" เขาตอบอย่างชาญฉลาด "ข้ายินดีที่จะรับตำแหน่งผู้อาวุโสเกียรติคุณและช่วยท่านในเรื่องการวิจัย...แต่ข้าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในหรือความขัดแย้งของสำนัก"

    "ตกลงตามนั้น!" ท่านผู้เฒ่าเหมี่ยวหัวเราะอย่างมีความสุข นางต้องการเพียงสติปัญญาของเขาเท่านั้น ไม่ใช่กำลัง

    เมื่อกลับมาถึงหอเมฆาคล้อยที่คุ้นเคย เฟิงหวงก็กลับสู่ชีวิตที่สงบสุขอีกครั้ง แต่สถานะของเขาในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว เขามีทั้งความมั่งคั่ง, อิทธิพล, และพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดหนุนหลัง
    แต่เขาก็รู้ดี...ว่าพลังในปัจจุบันของเขายังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับ "สำนักงานใหญ่" ของหอร้อยสมบัติ หรือขุมอำนาจที่แท้จริงจากทวีปอื่นได้ ความแข็งแกร่งส่วนตัว...คือรากฐานที่สำคัญที่สุด

    เป้าหมายต่อไปของเขาชัดเจน...ทะลวงสู่ขั้นราชันย์ระดับสูงสุด และเตรียมพร้อมที่จะก้าวสู่ "ขั้นเซียน" ให้ได้!

    เขาเรียกประชุมผู้จัดการและวางแผนธุรกิจสำหรับช่วงต่อไปทั้งหมด ก่อนจะประกาศ "ปิดด่าน" อีกครั้ง

    ภายในห้องลับใต้ดินที่บัดนี้ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นและเต็มไปด้วยหินวิญญาณคุณภาพสูงกองเป็นภูเขาเลากา เฟิงหวงได้นำสมบัติล้ำค่าที่สุดสองชิ้นที่ได้มาจากแดนลี้ลับออกมา

    หนึ่งคือ "ของเหลวจันทราแก่นแท้" ที่เปล่งประกายสีเงินเย็นเยียบ

    และสองคือ "แผ่นยันต์ค่ายกลนครจันทรา" ที่สลักไว้ด้วยอักขระโบราณอันลึกล้ำ

    เขาจะใช้เวลาทั้งหมดหลังจากนี้ไปกับการดูดซับพลังงานบริสุทธิ์จากของเหลวจันทราเพื่อยกระดับพลังของตนเอง...และในขณะเดียวกันก็จะศึกษาความลับของศาสตร์แห่งค่ายกลบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ในแผ่นยันต์นี้

    เฟิงหวงหลับตาลง จิตใจของเขาสงบนิ่ง
    "มรดกแห่งนครจันทรา...ได้เวลาแล้วที่จะแสดงพลังที่แท้จริงของเจ้าออกมา"

    เขาเริ่มโคจรลมปราณ ดูดซับของเหลวจันทราหยดแรกเข้าไป...พร้อมกับส่งจิตเทวะของตนเองเข้าไปสำรวจความลับในแผ่นยันต์...

    การบ่มเพาะพลังเพื่อก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว