หลังจากที่พูดคุยกันถึงเื่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตในวันนั้น เวลาก็ได้ล่วงเลยมา 7 เดือนแล้ว วากลับมาเรียนหนังสือใช้ชีวิตวัยรุ่นครั้งเดียวให้ดีเพื่อที่เวลามองกลับมาจะได้ไม่เสียใจ เพราะวันที่เกิดเื่ขึ้นพวกเราทั้งสองคนคงจะเรียนจบมัธยมปลายพอดี
ใน่ที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมายเกิดขึ้น
คุณป้าซูหนี่ย้ายมาอยู่กับแฝดที่ประเทศ T เพื่อดูแลทั้งคู่ อีกทั้งยังสะดวกต่อการจัดการเก็บสิ่งของที่สั่งจากทั่วทุกมุมโลก
คุณลุงโจวไห่ได้ไปติดต่อซื้อที่ดินในเมือง B เขต 3 ตามที่ทิวากรบอกแล้ว เป็จำนวนกว่า 100 ไร่ เห็นจะได้ และทำการทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลสร้างอาณาจักรตระกูลโจวขึ้นมา ตึกหลายตึกถูกสร้างอย่างแข็งแรงทนทานแม้จะเกิดแผ่นดินไหวก็ต้องมีความเสียหายน้อยที่สุด เห็นคุณลุงบอกว่ามีตึกสำหรับเพาะปลูกพืชผลการเกษตรโดยเฉพาะ ในเมื่อพื้นดินบางครั้งไม่สามารถใช้งานได้ก็ต้องเอาขึ้นมาปลูกข้างบนแทน ทั้งตึกวิจัยสำหรับวิจัยเชื้อไวรัสหรือพืชกลายพันธุ์ และวิจัยอื่นๆ อีกมากมาย อันนี้วาก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร ปล่อยให้มันเป็เื่ของผู้ใหญ่ก็แล้วกัน!
ตึกพักอาศัยของครอบครัวเรา คนของคุณลุง แล้วก็ยังมีตึกสำหรับรับคนเข้าทีมเพิ่มเติมในอนาคตด้วย สารพัดตึกที่ผุดขึ้นเหมือนดอกเห็ดมาพร้อมกับจำนวนเม็ดเงินที่ลงทุนก็มากตามไปด้วย
จริงๆ แล้วผมก็ยังไม่เคยเห็นหรอก อาศัยฟังจากคุณลุงเอาน่ะ ฮ่าฮ่า
อ้อ ตอนนี้หยางเกอกับิเกอก็ได้เข้าร่วมกับบ้านโจวเป็หุ้นส่วนเรียบร้อยแล้ว อะไรที่ตระกูลโจวลงทุนทำก็จะมีส่วนของตระกูลอวี๋ด้วยเช่นกัน
เฮียเฉินใช้เส้นสายในการติดต่อซื้อขายอาวุธหนัก อาวุธเบา อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยา แล้วก็ของในชีวิตประจำวันมากมาย จนตอนนี้พื้นที่ใต้ดินในกำไลมิติไม้จันทราหอมของวาใกล้เต็มแล้ว
เฮียยังจัดหาสัตว์มาให้เลี้ยงไว้ในมิติด้วย มีทั้งวัวนม วัวเนื้อ หมู แกะ แพะ ไก่ไข่ ไก่เนื้อ เป็ดไข่ เป็ดเนื้อ ไก่งวงก็มี วาเอามันไปปล่อยในคอกสัตว์ที่มีอยู่แล้ว ก็ยังเหลือว่างอีกหลายคอกเลย ปล่อยมันให้เติบโตเองตามธรรมชาติเพราะในคอกแต่ละคอกล้วนกว้างขวางมาก วาเลยเอาต้นผลไม้และพืชผักที่พวกมันกินไปปลูกเอาไว้ให้ จะได้ประหยัดเวลาในการให้อาหาร
การมีขาทองคำที่แข็งแกร่งมันดีแบบนี้นี่เอง
อีกอย่าง เพราะวาได้บอกเื่มิติไม้จันทราหอมกับทุกคนไปแล้ว เฮียเฉินเลยหาของมาเติมให้มันเต็ม แฝดเคยลองพาทุกคนเข้าไปในมิติดู ผลปรากฏว่าไม่สามารถพาใครเข้าไปได้เลยสักคน!
พูดไปแล้วก็เศร้าหน่อยๆ กำไลมิติไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้าไปนอกจากทิวากรและนิศากร เพราะอย่างงั้นของทุกอย่างต้องจัดเก็บเอง ข้าวก็ต้องเกี่ยวเอง ดีหน่อยที่ไปเรียนรู้จากใช้รถเกี่ยวข้าวจากชาวบ้านที่ทำนามาแล้วไหนจะตอนปลูกอีก ถ้าไม่มีเครื่องทุ่นแรงวาก็คงจะปล่อยให้มันอยู่ในแปรงแบบนั้นแหละ ส่วนสวนผัก ผลไม้และสวนสมุนไพรมีเครื่องรดน้ำอัตโนมัติ แต่ก็ยังต้องใช้แรงงานคนในการเก็บและปลูกอยู่ดี พื้นที่ตั้งกว้างกับแรงงานมดงานสองตัว! เพราะแบบนั้นวาก็เลยเอาพืชผักผลไม้ไปปลูกในคอกสัตว์แล้วให้มันหากินเอง! แค่แวะไปดูไปเก็บไข่บ้างในบางครั้งก็พอแล้ว
สู้เขาทิวากร! เพื่อชีวิตที่สุขสบายในอนาคต!
นอกเหนือจากนั้น วากับเฮียศาไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบอะไรเลยนอกจากไปเข้าโรงยิมฝึกฝนร่างกายกับฝึกฝนการใช้อาวุธต่างๆ ให้คล่องมือให้มากที่สุด อ้อ แล้วก็ไปเข้าคอร์สเรียนทำอาหารกับคุณป้า
ฝึกเขียนอักขระอาคมเพื่อทำแหวนมิติ อัตราความสำเร็จตอนนี้ก็สูงมากสำหรับแหวนระดับต่ำที่มีพื้นที่ขนาด 1x1 เมตร ส่วนระดับกลางที่มีพื้นที่ขนาด 10x10 เมตรมีอัตราความสำเร็จครึ่งต่อครึ่ง แต่แหวนมิติระดับสูงวาสามารถทำสำเร็จเพียง 3 วงจาก 60 กว่าวง มีขนาด 100x100 เมตร และกว่าจะได้มา 1 วง ต้องแลกด้วยการหมดพลังไปหนึ่งวันเต็มๆ
แหวนมิติระดับสูงที่ได้มาแบ่งให้เฮียเฉินที่จัดการซื้อข้าวของต่างๆ คุณป้าที่จัดการเื่เสบียงอาหาร หยางเกอที่จัดการเื่ทรัพยากรที่จำเป็ต้องใช้ เช่น น้ำมัน แร่ชนิดต่างๆ ที่ตระกูลอวี๋มีไว้ใน ส่วนคุณลุงและิเกอที่คุ้มงานก่อสร้างก็ได้แหวนมิติระดับกลางไปใช้ก่อน
เสียงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเพราะว่าวันนี้เป็วันหยุด ไม่ต้องไปโรงเรียน ไม่ต้องเข้าโรงยิม
วานำหม้อใบใหญ่มาใส่น้ำก่อนเปิดแก๊สใช้ไฟแรง ใส่กระดูกหมูลงไป รอจนเดือด วาช้อนฟองทิ้งออกให้หมดก่อนจะใส่น้ำตาลกรวด เกลือป่นหยาบ พริกไทยเม็ด รากผักชีและกระเทียมไทยบุบให้พอแตก ใส่หัวไชเท้าและแครอทที่หันไว้ลงไปตามด้วยซุปคนอร์เป็การปิดท้าย ก่อนจะปิดฝาหม้อปรับไฟจากแรงเป็ไฟกลางเคี่ยวต่อประมาณ 40 นาที
มือบางหยิบถ้วยที่มีกุ้งสับลงในชามใบใหญ่ตามด้วยหมูสับและถ้วยใส่กระเทียม พริกไทยขาวเม็ด และรากผักชีที่โขลกไว้ ซอสปรุงรส น้ำมันงา น้ำตาลทราย ซอสหอยนางรมและไข่ไก่จากนั้นผสมคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน นวดจนเนื้อเหนียวดีจากนั้นนำไปพักในตู้เย็น
ก่อนจะหยิบผักกวางตุ้งมาหันเป็ชิ้นพอดีคำจนหมด ตั้งหม้อใส่น้ำ วาหยิบถ้วยใส่น้ำมันที่ใช้เจียวกระเทียมลงไปในหม้อก่อนเปิดแก๊ส รอจนน้ำเดือดใส่ผักกวางตุ้งลงไปสักพักก่อนจะตักขึ้นมาน็อคน้ำแข็งที่เตรียมเอาไว้ วาทำเช่นนี้ไปจนผักหมด
วาเดินไปเปิดตู้เย็นนำชามใบใหญ่ที่ใส่ไส้เกี๊ยวไว้ออกมา หยิบแผ่นเกี๊ยววางบนฝ่ามือ ตักไส้ก่อนจะค่อยๆ จับจีบให้สวยน่ากินแล้ววางลงบนถาดใบใหญ่ ทำเช่นนี้วนไปเรื่อยๆ จนไส้ที่เตรียมเอาไว้หมดลง
"เฮ้อ เสร็จสักที" วาสลัดข้อมือพร้อมดัดคอไปด้วยหลังจากยืนทำมาเป็ชั่วโมง
ถาดใบใหญ่ใส่เกี๊ยวที่ห่ออย่างเรียบร้อย 4 ใบ วางเรียงกันอยู่ตรงหน้าทิวากร
ซี่ ซี่ ซี่
เสียงหม้อซุปที่ต้มก่อนหน้านี้ดังขึ้นเบาๆ เป็จังหวะ วาเปิดฝาหม้อเพื่อเช็คและชิมรสชาติอีกครั้ง
“หอมจัง” กลิ่นน้ำซุปหอมละมุนมากลอยขึ้นแตะจมูกทันทีที่เปิดฝา วาตักน้ำซุปใส่ถ้วยแล้วชิม “อร่อยแล้วๆ”
วาเอาหม้อใบใหม่ใส่น้ำแล้วตั้งต้มอีกครั้ง นำเกี๊ยวไปลวกในน้ำร้อนที่ไม่เดือดมากรอจนเกี๊ยวสุก ตักขึ้นมาคลุกเคล้ากับกระเทียมเจียวเพื่อไม่ให้ติดกัน ทำเช่นนี้จนเกี๊ยวหมด
วาเดินไปหยิบกล่องอาหารทรงกลมฝาล็อกที่เตรียมเอาไว้ ตักเกี๊ยวและผักกวางตุ้งลงกล่องจัดให้ดูน่าทาน ก่อนจะตักน้ำซุปให้พอดีกับเกี๊ยวลงไปเป็การปิดท้ายแล้วปิดฝา
ทำเช่นนี้วนอยู่หลายครั้งจนตักเกี๊ยวแพคลงกล่องได้ทั้งหมด 60 กล่องแบบพอดี วาทำการจัดเก็บกล่องเกี๊ยวลงแหวนมิติระดับกลางวงหนึ่งเอาไว้ ก่อนจะลงมือเก็บอุปกรณ์ครัวที่ตนใช้ให้เรียบร้อย
หลังจากทำเกี๊ยวน้ำเสร็จ วาก็ขึ้นห้องไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่เพื่อไปรับเฮียหานหรือโจวอี้หาน ลูกชายคนที่สองของบ้านโจวที่ท่าเรือ เห็นว่ามาพร้อมกับของล็อตใหญ่ที่สั่งไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว
นิศากรเดินลากเท้าเข้ามาในตัวบ้านท่าทางเหนื่อยอ่อนหลังจากไปโรงยิมไปฟัดกับบอดี้การ์ดของเฮียเฉิน ล้มตัวลงบ้านบนโซฟากลางบ้าน เดินขึ้นชั้นสองไม่ไหวจริงๆ ...
เสียงฝีเท้ากำลังเดินลงมาจากชั้นสอง ศาหันไปเห็นร่างเล็กของแฝดน้องใส่เสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงินน้ำทะเลลายไดโนเสาร์สีเขียวพ่นไฟกับกางเกงลายสก็อต เดินะโไปมาจนลงมาถึงชั้นล่าง ท่าทางอารมณ์ดีน่าดู
“ไง...” ศาโบกมือทักทาย
“ทำไมเป็แบบนี้ล่ะ?” มองดูศาที่ท่าทางไม่มีแรง ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาข้างๆ
“ไปตีกับคนของเฮียมา...” มันสนุกดีถึงจะเจ็บไปหน่อยก็เถอะ
“ห้าวจริงๆ” วาส่ายหัวไปมา
“นี่จะไปไหน”
“ไปท่าเรือ ไปรับเฮียหานกับเก็บของล็อตใหญ่ที่เฮียเฉินสั่งมาน่ะ” ของมากมายพวกนั้นจะมาเติมเต็มพื้นที่ว่างอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ให้เต็ม แค่คิดก็อารมณ์ดีแล้ว!
ศาพยักหน้ารับรู้ “แล้วไปกับใคร?”
“ไปกับคุณลุงครับ”
-----
ตอนนี้เรื่อยๆหน่อยนะคะ