ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 136 : คำเชิญจากเทพธิดา

    จารึกที่ 136 : คำเชิญจากเทพธิดา : เมื่อความงกชนะความงาม


    แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลงมายังเขตเรือนไผ่ม่วง ขับไล่ความมืดมิดและเปิดเผย "งานศิลปะ" ที่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีต (?) ที่หน้าทางเข้าเขตที่พัก เหล่านกกาบินวนเวียนส่งเสียงร้องต้อนรับวันใหม่ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของศิษย์สายในที่เดินผ่านไปมา ไม่ใช่นกกา แต่เป็นกองภูเขาเนื้อที่มนุษย์สร้างขึ้น


    ร่างของ ต้วนเถี่ย และลูกน้องอีกสองคน ถูกมัดรวมกันเป็นก้อนด้วยเถาวัลย์เหนียวแน่น ในสภาพเปลือยท่อนบน และมีป้ายไม้แขวนคอเขียนด้วยลายมือไก่เขี่ยว่า:


    "รับจ้างเป็นกระสอบทราย ทดสอบวิชา (ราคาถูก)


    สนใจติดต่อ : ต้วนเถี่ย (หลับอยู่)"


    "นั่นมัน... ต้วนเถี่ย ฝ่ามือเหล็ก?"


    "ระดับสร้างรากฐานเชียวนะ! ทำไมถึงมีสภาพเหมือนหมูรอเชือดแบบนั้น?"


    "ได้ข่าวว่าเมื่อคืนพวกมันบุกเข้าไปในเรือนของเด็กใหม่... แล้วก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย"


    ข่าวลือเริ่มแพร่สะพัดราวกับไฟลามทุ่ง ชื่อของ "อาเจีย" เริ่มเปลี่ยนจาก "เด็กใหม่ดวงดี" กลายเป็น "ตัวอันตรายที่ห้ามแหยม" ในชั่วข้ามคืน


    ...


    ภายในเรือนไผ่ม่วง


    อาเจียนั่งขัดสมาธิอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ กำลังนับเศษเงินและของมีค่าที่รื้อค้นมาจากถุงมิติของพวกนักฆ่าอย่างมีความสุข


    "ยาฟื้นฟูเกรดต่ำ 5 ขวด... มีดสั้นอาบยาพิษ 3 เล่ม... เงินสดอีก 200 แต้ม... เฮ้อ จนจริงๆ"


    [ นายท่าน... ]


    เสียงของ เจ้าสัวทมิฬ ดังขึ้นในหัว พร้อมกับแสงสีฟ้าในดวงตาที่วูบวาบ


    [ ตรวจพบสัญญาณชีพ... ระดับสูง... กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่... ]


    "ระดับสูง?" อาเจียหูผึ่ง "พวกตระกูลหลิวส่งคนมาเพิ่มงั้นรึ? คราวนี้ระดับไหน?"


    [ ระดับสร้างรากฐาน ขั้นปลาย... พลังปราณธาตุเหมันต์... ความอันตราย : สูงมาก ... ระดับความงาม : ทะลุเกจวัด ]


    "หา?" อาเจียขมวดคิ้ว "ความงามทะลุเกจ?"


    ทันใดนั้น อุณหภูมิรอบเรือนไผ่ม่วงก็ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว!


    ไอน้ำในอากาศจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามใบไผ่ เสียงดนตรีจากกอไผ่ (ที่อาเจียแก้อักขระไว้) หยุดชะงัก ราวกับธรรมชาติกำลังน้อมรับการมาเยือนของราชินี


    ร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะ ลอยลงมาจากท้องฟ้าอย่างแผ่วเบา ปลายเท้าแตะยอดไผ่สีม่วงโดยที่ใบไผ่ไม่ไหวติง


    ใบหน้างดงามดุจภาพวาดสวรรค์ แต่เย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี


    เย่ปิงอวิ๋น เทพธิดาแห่งยอดเขาเหมันต์ และศิษย์สายตรงลำดับหนึ่ง!


    อาเจียรีบเก็บเงินลงถุงมิติ แล้วจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย (ตามสัญชาตญาณหนุ่มโสด) ก่อนจะเดินออกไปต้อนรับ


    "ศิษย์พี่หญิงเย่! ...ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่กันดารแห่งนี้ขอรับ?"


    เย่ปิงอวิ๋นร่อนลงสู่พื้นดิน สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ เรือนไผ่ ไม่ได้มองอาเจีย แต่มองไปที่ "ต้นไผ่"


    "อักขระ 'เงียบงัน' และ 'กรองปราณ' ...เจ้าเป็นคนเขียนสินะ?"


    "เอ่อ... ขอรับ" อาเจียเกาหัว "เสียงมันหนวกหู ข้าเลยปรับแต่งนิดหน่อย... ผิดกฎสำนักหรือเปล่า?"


    "เปล่า..." เย่ปิงอวิ๋นหันมาสบตาอาเจีย "มันยอดเยี่ยมมาก... การใช้อักขระพื้นฐานมาปรับเปลี่ยนโครงสร้างธรรมชาติโดยไม่ทำลายสมดุล... ผู้อาวุโสหลี่พูดถูกจริงๆ"


    "ผู้อาวุโสหลี่?" อาเจียคิ้วกระตุก (ตาแก่นั่นเอาข้าไปนินทาอะไรอีก!)


    "อาเจีย..." น้ำเสียงของเย่ปิงอวิ๋นราบเรียบแต่จริงจัง "ข้ามีเรื่องจะวานเจ้า"


    "วานข้า?" อาเจียชี้ตัวเอง "ศิษย์พี่หญิงล้อเล่นแล้ว ท่านเก่งกว่าข้าเป็นร้อยเท่า มีอะไรที่ข้าช่วยท่านได้ด้วยรึ?"


    "เรื่องการต่อสู้ ข้าจัดการเองได้..." นางกล่าว "แต่เรื่องนี้เกี่ยวกับ 'ค่ายกล' ...ค่ายกลพิทักษ์ภูเขาฝั่งทิศตะวันตก มีรอยร้าวเกิดขึ้นที่จุดเชื่อมต่อ... ช่างอักขระของสำนักพยายามซ่อมแล้ว แต่พลังปราณของพวกเขาขัดแย้งกับค่ายกลโบราณ... ผู้อาวุโสหลี่แนะนำว่า 'ปราณธาตุว่างเปล่า' ของเจ้า อาจจะผสานรอยร้าวนั้นได้"


    อาเจียหรี่ตาลงทันที สมองเริ่มคำนวณผลได้ผลเสีย


    งานซ่อมค่ายกลระดับสำนัก... เสี่ยงไหม? เสี่ยงแน่ๆ ถ้าทำพลาดอาจโดนดีดกระเด็น... แต่ถ้าทำสำเร็จ...


    "งานใหญ่ระดับสำนักแบบนี้..." อาเจียถูนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ (สัญลักษณ์สากล) "ข้าที่เป็นแค่ศิษย์ใหม่ตัวเล็กๆ... จะไหวเหรอขอรับ? พลังปราณข้าก็น้อย... ทรัพยากรก็ขาดแคลน..."


    เย่ปิงอวิ๋นมองท่าทางของอาเจีย แล้วมุมปากกระตุกเล็กน้อย (คล้ายจะยิ้มแต่ไม่ใช่)


    "ข้าได้ยินกิตติศัพท์เรื่องความ 'ประหยัด' ของเจ้ามาบ้าง... เอาเป็นว่า ข้าจะไม่ให้เจ้าทำฟรีๆ"


    นางสะบัดมือ แสงสีขาวสายหนึ่งพุ่งมาหาอาเจีย


    อาเจียรับไว้... มันคือ "ขวดหยกเย็น" ที่แผ่ไอหนาวออกมา


    "นี่คือ 'น้ำทิพย์วารีสวรรค์' สามหยด... มันช่วยชำระล้างไขกระดูกและเพิ่มความบริสุทธิ์ของลมปราณ... สำหรับศิษย์ระดับรวบรวมลมปราณอย่างเจ้า มันมีค่าเท่ากับตบะสิบปี"


    อาเจียตาโตเท่าไข่ห่าน มือสั่นระริก


    น้ำทิพย์วารีสวรรค์! ของหายากระดับตำนาน! หยดเดียวก็แย่งกันหัวแตก นี่ให้มาตั้งสามหยด!


    "ตกลง!" อาเจียเก็บขวดเข้าอกเสื้อทันที "เพื่อความมั่นคงของสำนัก... อาเจียผู้นี้พร้อมถวายหัว!" (จริงๆ คือถวายเพื่อน้ำทิพย์)


    [ นายท่าน... ช่างไร้ยางอาย... ] เจ้าสัวส่งกระแสจิตมาแซว


    "เงียบไปเลย! ของดีขนาดนี้ เอ็งไม่เข้าใจหรอกหุ่นกระป๋อง!" อาเจียตอบกลับในใจ


    "ดี..." เย่ปิงอวิ๋นพยักหน้า "ตามข้ามา... สถานการณ์ที่นั่นไม่ค่อยสู้ดีนัก"


    นางเรียก "พู่กันกันยักษ์" ออกมา เหยียบขึ้นไปบนตัวกระบี่อย่างสง่างาม


    "เจ้าขี่กระบี่เป็นไหม?"


    "เอ่อ... ยังไม่คล่องขอรับ" (จริงๆ คือไม่มีกระบี่บินดีๆ ใช้)


    "งั้นก็..." เย่ปิงอวิ๋นลังเลเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อ สร้างม่านพลังน้ำแข็งห่อหุ้มตัวอาเจียและเจ้าสัวไว้ แล้วดึงลอยขึ้นไปบนฟ้าตามนาง


    "เกาะให้แน่น... ข้าจะรีบ"


    ฟิ้ว!


    ร่างของทั้งคู่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง ทิ้งไว้เพียงแสงสีขาวเป็นทางยาว


    เหล่าศิษย์สายในที่อยู่ด้านล่างต่างพากันแหงนหน้ามองด้วยความอิจฉาริษยา


    "นั่นมัน... ศิษย์พี่หญิงเย่!"


    "แล้วผู้ชายที่นางหิ้วไปด้วยนั่นใครวะ!?"


    "ไอ้เด็กอาเจียอีกแล้ว! มันทำบุญด้วยอะไรถึงได้ใกล้ชิดเทพธิดาขนาดนั้น!"


    ท่ามกลางเสียงก่นด่าด้วยความอิจฉา อาเจีย (ที่หน้าซีดเพราะความสูง) กลับกำลังยิ้มกริ่มในใจ


    ไม่ใช่เพราะได้อยู่ใกล้สาวงาม... แต่เพราะเขากำลังคิดว่า จะเอาน้ำทิพย์วารีสวรรค์ไปผสมยาขาย หรือจะกินเองให้คุ้มค่าที่สุดดี


    หารู้ไม่ว่า... รอยร้าวที่ค่ายกลทิศตะวันตกนั้น ไม่ได้เกิดจากการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา


    แต่มันเกิดจาก "บางสิ่ง" ที่กำลังพยายามจะแหกคุกออกมาจากอีกฝั่งของมิติ!

     

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน