ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 160 : ศึกหน้าหอคัมภีร์

    จารึกที่ 160 : ศึกหน้าหอคัมภีร์ : โลหิตย้อมจันทร์


    ตึง! ตึง! ตึง!


    เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากทางทิศเหนือ ราวกับมีสัตว์ยักษ์กำลังเดินย่ำลงบนยอดเขา ทุกจังหวะการลงเท้าทำให้เศษหินกระเด็นและต้นไม้สั่นไหว


    หมอกสีเลือดหนาทึบเคลื่อนตัวปกคลุมลานกว้างหน้าหอคัมภีร์ กลืนกินแสงจันทร์และแสงดาวจนหมดสิ้น


    เหล่าศิษย์สำนักหมึกวารีที่บาดเจ็บต่างพากันถอยกรูดไปรวมตัวกันที่หน้าประตูใหญ่ของหอคัมภีร์ สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

    เฟิงอี้หราน กัดฟันแน่น มือที่ถือพู่กันเพลิงสั่นระริก


    "แรงกดดันระดับนี้... ไม่ใช่แค่ศิษย์ระดับสูง... มันคือระดับ 'สร้างรากฐานขั้นปลาย'!"


    ท่ามกลางหมอกโลหิต ร่างหนึ่งเดินทะลุออกมา


    มันเป็นชายร่างยักษ์สูงกว่าแปดศอก ผิวกายสีแดงก่ำราวกับถูกถลกหนัง สวมเกราะที่ทำจากกระดูกสัตว์อสูร และในมือถือ "ธงโลหิตผืนยักษ์" ที่มีใบหน้าวิญญาณอาฆาตร้องโหยหวนอยู่บนผืนผ้า


    "แม่ทัพโลหิต : ชื่อกุ้ย (ปีศาจแดง)"


    เย่ปิงอวิ๋น เอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ นางกระชับ พู่กันหยกขาว ในมือแน่น


    "ระวังตัวด้วย... เจ้านี่คือมือขวาของประมุขพรรคเงาโลหิต ขึ้นชื่อเรื่องความบ้าคลั่งและพละกำลังมหาศาล"


    ชื่อกุ้ยแสยะยิ้ม เผยให้เห็นฟันแหลมคม


    "หนูตัวเล็กๆ มารวมกันอยู่ที่นี่เองรึ... ดี! ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาตามล่า! ...ท่านประมุขต้องการ 'กุญแจ' ที่ซ่อนอยู่ในหอคัมภีร์... ส่งมันมาซะ แล้วข้าจะมอบความตายที่รวดเร็วให้!"


    "กุญแจ?" อาเจีย ขมวดคิ้ว "กุญแจอะไรฟะ? ในหอคัมภีร์มีแต่หนังสือไม่ใช่รึ?"


    "ฝันไปเถอะ!" ฉินมู่หลาง ตะโกนสวน "สำนักหมึกวารีไม่มีวันก้มหัวให้พวกนอกรีต!"


    เขาพุ่งตัวออกไปเป็นคนแรก กระบี่เหล็กเขียวเปล่งแสงสีเขียวเจิดจ้า


    "กระบี่นิรันดร์ : ทะลวงภูผา!"


    "หึ! แมลงหวี่!"


    ชื่อกุ้ยสะบัดธงโลหิตวูบเดียว


    ตูม!


    คลื่นพลังสีเลือดกระแทกร่างฉินมู่หลางปลิวกลับมาราวกับว่าวสายป่านขาด!


    "อั้ก!" ฉินมู่หลางกระแทกพื้น กระอักเลือดออกมาคำโต


    "คุณชายฉิน!" เฟิงอี้หรานรีบเข้าไปประคอง


    "ตาข้าบ้าง!" ชื่อกุ้ยปักธงลงพื้น


    "ค่ายกลธงโลหิต : คลื่นมารกลืนกิน!"


    เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากธงราวกับเขื่อนแตก! มันก่อตัวเป็นคลื่นสึนามิเลือดสูงท่วมหัว พุ่งเข้าถล่มกลุ่มศิษย์หน้าหอคัมภีร์!


    "ตั้งรับ!" เย่ปิงอวิ๋นกระโดดขึ้นขี่พู่กันลอยตัวขึ้นสูง


    นางตวัดปลายพู่กันด้วยความเร็วสูงสุด วาดภาพ "กำแพงเมืองน้ำแข็ง" กลางอากาศ


    "วิชาพู่กันเหมันต์ : ป้อมปราการหิมะ!"


    กำแพงน้ำแข็งหนาเตอะปรากฏขึ้นขวางทางคลื่นเลือด!


    ซู่วววว!


    เสียงน้ำแข็งปะทะของเหลวร้อนระอุ ไอน้ำโขมงบดบังทัศนวิสัย



    เย่ปิงอวิ๋นหน้าซีดเผือด นางต้องใช้พลังปราณเกือบทั้งหมดในการต้านทานแรงดันมหาศาลนี้


    "อาเจีย! ทำอะไรสักอย่างสิ!" นางตะโกน "กำแพงข้าจะต้านไม่ไหวแล้ว!"


    อาเจียยืนอยู่หลังแนวป้องกัน สายตาจ้องมองไปที่ "ม่านพลังสีทอง" ของหอคัมภีร์


    ม่านพลังนั้นกะพริบถี่ๆ เหมือนหลอดไฟใกล้เสีย


    "พลังโจมตีของไอ้ยักษ์นั่นรุนแรงเกินไป... มันกำลังดูดกลืนพลังงานรอบๆ ไปเสริมให้ธง... ถ้าปล่อยไว้ ม่านพลังจะแตกก่อนกำแพงน้ำแข็งซะอีก"


    "ต้องตัดแหล่งพลังงานมัน!" อาเจียตัดสินใจ


    "เจ้าสัว! ปฏิบัติการผ่าตัด!"


    อาเจียกระโดดขึ้นเกาะหลังเจ้าสัว


    "เฟิงอี้หราน! ยิงลูกไฟไปที่ 'ด้ามธง' เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ!"


    "ได้เลย!" เฟิงอี้หรานวาดพู่กันเพลิง ยิง "กระสุนอัคคี" นับสิบลูกเข้าใส่ชื่อกุ้ย


    "ไร้ประโยชน์!" ชื่อกุ้ยปัดลูกไฟทิ้งอย่างรำคาญ


    แต่ในจังหวะนั้นเอง... เงาสีดำก็พุ่งทะลุไอน้ำออกมา!


    เจ้าสัวทมิฬ พุ่งเข้าประชิดตัวชื่อกุ้ยด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจาก "ยันต์วายุคลั่ง" ที่อาเจียแปะเพิ่มให้!


    "เข้ามาตายรึ!" ชื่อกุ้ยง้างหมัดยักษ์ที่หุ้มด้วยปราณโลหิต ต่อยสวนใส่หน้าอกเจ้าสัว!


    "ตอนนี้แหละ! แขนมาร!" อาเจียสั่งการผ่านจิต


    เจ้าสัวไม่หลบ แต่ยก แขนซ้ายสีดำ ขึ้นรับหมัด!


    ตึง!


    เสียงปะทะหนักแน่น แต่แทนที่เจ้าสัวจะกระเด็น... แขนซ้ายกลับ "ยึด" หมัดของชื่อกุ้ยไว้แน่น!


    ลวดลายสีแดงบนแขนซ้ายเรืองแสงวาบ!


    [ ตรวจพบแหล่งพลังงานเข้มข้น... เริ่มกระบวนการถ่ายโอน... ]


    ชื่อกุ้ยเบิกตากว้าง "อะไรกัน! พลังของข้า... ถูกดูด!?"


    มันพยายามจะชักมือกลับ แต่เหมือนถูกทากาวติดไว้


    อาเจียโผล่หัวออกมาจากด้านหลังเจ้าสัว แสยะยิ้มเจ้าเล่ห์


    "คืนให้ล่ะนะ!"


    อาเจียประทับฝ่ามือลงบนหลังเจ้าสัว ถ่ายทอดคำสั่งพิเศษ


    (ในใจ: อักขระหลิง : ย้อนกลับ!)


    เจ้าสัวบิดแขนซ้ายวูบหนึ่ง เปลี่ยนจากการ "ดูด" เป็นการ "ระเบิดออก"


    แรงหมัดของชื่อกุ้ยที่ถูกดูดมาเมื่อครู่ ผสมกับพลังอัดกระแทกของเจ้าสัว ถูกส่งคืนกลับไปในระยะเผาขน!


    "หมัดทลายภูผา!" (ฉบับยืมแรงศัตรู)


    ตูมมมมม!


    ร่างยักษ์ของชื่อกุ้ยปลิวละลิ่ว กระเด็นกลับไปกระแทกกับธงโลหิตของตัวเองจนหักครึ่ง!


    "อ๊ากกกก!"


    คลื่นเลือดที่โถมเข้ามาสลายตัวลงทันทีเมื่อธงหัก


    "สำเร็จ!" ศิษย์สำนักหมึกวารีโห่ร้องด้วยความดีใจ


    แต่อาเจียกลับไม่ยิ้ม... เขาสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้น


    "ยังไม่จบ..." เขาพึมพำ


    ครืนนนนน!


    พื้นดินสั่นสะเทือน


    ชื่อกุ้ยลุกขึ้นจากกองซากปรักหักพัง สภาพเลือดท่วมตัว แต่แววตาเปลี่ยนไป... มันแดงฉานจนไม่มีตาขาว


    "พวกแก... บังคับให้ข้าต้องใช้ร่างจริง..."


    ผิวหนังของมันปริแตก... เผยให้เห็นกล้ามเนื้อสีแดงสดที่ขยายใหญ่ขึ้น และมี "หนามกระดูก" งอกออกมาทั่วตัว!


    นี่คือวิชามารต้องห้าม : กายาอสูรโลหิต!


    แรงกดดันพุ่งสูงขึ้นจนอาเจียหายใจไม่ออก


    "ระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุด... บ้าเอ๊ย! ระดับพลังมันต่างกันเกินไป!"


    ชื่อกุ้ยคำรามเสียงต่ำ


    "ตายซะ!"


    มันพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่สายตามองไม่ทัน!


    เป้าหมายคือ... เย่ปิงอวิ๋น ที่กำลังหมดแรงจากการกางกำแพงน้ำแข็ง!


    "ศิษย์พี่หญิง!" อาเจียตะโกน พยายามจะสั่งเจ้าสัวให้เข้าไปขวาง


    แต่ไม่ทัน! กรงเล็บกระดูกของชื่อกุ้ยอยู่ห่างจากใบหน้าสวยๆ ของเย่ปิงอวิ๋นเพียงคืบ!


    วิ้ง!


    ทันใดนั้น...


    ประตูบานใหญ่ของหอคัมภีร์ ที่ปิดตายมาตลอด ก็เปิดออก!


    พร้อมกับแสงสีทองที่สว่างจ้าจนแสบตา!


    "บังอาจ!"


    เสียงตวาดที่เต็มไปด้วยอำนาจดังกังวาน


    พู่กันขนาดยักษ์ที่สร้างจากแสงสีทอง พุ่งออกมาจากภายในหอคัมภีร์!


    มันพุ่งชนร่างของชื่อกุ้ยอย่างจัง!


    เปรี้ยงงงง!


    ร่างมารของชื่อกุ้ยกระเด็นลอยไปไกลกว่าร้อยวา ก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นและแน่นิ่งไป!


    เพียงการโจมตีเดียว... จัดการแม่ทัพโลหิตระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดได้อยู่หมัด!


    อาเจียและทุกคนหันไปมองที่หน้าประตูหอคัมภีร์เป็นตาเดียว


    ท่ามกลางแสงสีทองที่ค่อยๆ จางลง


    ชายชราผมขาวในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มปักลายมังกรทอง ยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทีสงบนิ่ง


    ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวเหมือนคนป่วย แต่ดวงตากลับฉายแสงแห่งปัญญาและพลังอำนาจที่ลึกล้ำ


    เย่ปิงอวิ๋นน้ำตาคลอเบ้า นางคุกเข่าลงทันที


    "ท่านเจ้าสำนัก!"


    มู่ฉงจวิน เจ้าสำนักหมึกวารี (ผู้ที่ทุกคนนึกว่าป่วยจนหมดสภาพ) ได้ตื่นจากการจำศีลแล้ว!


    ชายชรากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดที่ อาเจีย และ เจ้าสัวทมิฬ


    เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย


    "ทำได้ดีมาก... เหล่าต้นกล้าแห่งหมึกวารี"


    "เข้ามาข้างในเถิด... ข้ามีเรื่องต้องชี้แจง และ..."


    สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอาเจีย


    "...และมีของบางอย่าง ที่เจ้าของเดิมฝากไว้ให้เจ้า มารับคืนไปเสีย"


    อาเจียกลืนน้ำลาย


    "ของฝาก? ...อย่าบอกนะว่าหนี้สิน?"

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน