ตอนที่ 48: ร้านชาที่ไม่ธรรมดา
เฟิงหวงใช้เวลาหลายวันต่อมาในการฟื้นฟูร้านค้าที่ทรุดโทรมด้วยตนเอง เขาไม่ได้จ้างผู้ใดเพื่อรักษาความลับสุดยอด ในยามกลางวันเขาเป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดาที่ซ่อมแซมประตูหน้าต่าง แต่ในยามค่ำคืน เขาใช้ลมปราณขั้นจักรพรรดิเคลื่อนย้ายคานไม้และขัดพื้นจนขึ้นเงาอย่างรวดเร็ว
เขาตกแต่งร้านด้วยสไตล์ที่เรียบง่ายและสง่างาม โต๊ะและเก้าอี้ไม้สีเข้มไม่กี่ชุดถูกจัดวางอย่างมีระยะห่าง ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งและเป็นส่วนตัว มันแตกต่างจากโรงเตี๊ยมและร้านน้ำชาทั่วไปที่มักจะแออัดและเสียงดัง
จากนั้นเขาก็ไปที่ตลาดเพื่อจัดหา "วัตถุดิบ" เขาไม่ได้เลือกซื้อสมุนไพรวิญญาณราคาแพง แต่กลับเลือกซื้อใบชาธรรมดาที่คุณภาพดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ พร้อมกับดอกไม้และสมุนไพรพื้นๆ อีกหลายชนิดที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์มักจะเมินเฉย
ในห้องด้านหลังร้าน...การแปรธาตุที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้น
เฟิงหวงไม่ได้ปรุงโอสถเพิ่มพลัง แต่เขากำลัง "ปรุงชา" เขาใช้การควบคุมลมปราณระดับจักรพรรดิที่ละเอียดอ่อนอย่างที่สุด สกัดเอาเพียง "แก่นแท้" ของรสชาติและความหอมจากใบชาออกมา จากนั้นจึงค่อยๆ ผสานมันเข้ากับ "ไอหอม" บริสุทธิ์ของดอกไม้นานาพันธุ์ด้วยศาสตร์การปรุงยาจากบันทึกหุบเขาหมื่นพิษ
ผลลัพธ์ที่ได้คือใบชาที่ไม่แฝงพลังปราณใดๆ แต่กลับมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์และล้ำลึกอย่างน่าเหลือเชื่อ และที่สำคัญที่สุด...มันมีสรรพคุณในการ "ชำระล้างจิตใจ" และขจัด "ปีศาจในใจ" (Heart-Devil) ที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการบ่มเพาะพลังของผู้ฝึกยุทธ์!
เขายกร้านขึ้นมาหนึ่งบานและเขียนชื่อร้านด้วยลายพู่กันที่งดงาม... "หอเมฆาคล้อย"
และชาสูตรพิเศษเพียงหนึ่งเดียวของเขา... "ชาเมฆาคล้อย"
วันเปิดร้านเป็นไปอย่างเงียบเชียบ ไม่มีพิธีรีตองใดๆ ในช่วงแรกไม่มีลูกค้าคนใดสนใจร้านชาเล็กๆ ที่ดูธรรมดาแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย
จนกระทั่ง...สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของร้านผ้าข้างๆ ได้เดินเข้ามาด้วยความสงสัยในกลิ่นหอมประหลาดที่ลอยออกมาจากร้าน "กลิ่นอะไรกัน หอมชื่นใจอย่างที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนเลย"
นางสั่งชาเมฆาคล้อยหนึ่งกา แม้จะตกใจกับราคาที่สูงกว่าร้านทั่วไปถึงสิบเท่า แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นนางจึงยอมจ่าย
และวินาทีแรกที่นางจิบชาเข้าไป...ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง!
รสชาติที่บริสุทธิ์และนุ่มลึกราวกับน้ำค้างบนยอดเขาในยามเช้า กลิ่นหอมที่อบอวลอยู่ในลำคอช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้าและความกังวลที่นางสะสมมาทั้งวันให้หายไปจนหมดสิ้น!
"สวรรค์! นี่มันชาอะไรกัน!"
นางออกจากร้านไปพร้อมกับความรู้สึกที่สดชื่นและกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และได้นำเรื่องราวของ "ชามหัศจรรย์" ไปบอกเล่าต่อให้เพื่อนบ้านและลูกค้าของตนฟัง
ปากต่อปาก...ชื่อเสียงของหอเมฆาคล้อยและชาเมฆาคล้อยก็เริ่มแพร่กระจายออกไปในวงแคบๆ ดึงดูดผู้คนที่อยากรู้อยากเห็นให้เข้ามาลิ้มลอง และทุกคนก็กลับออกไปด้วยความประทับใจอย่างสุดซึ้ง
และแล้วในที่สุด...ชื่อเสียงนั้นก็ได้ไปเข้าหูของบุคคลสำคัญจนได้
บ่ายวันหนึ่ง ร่างของสตรีงดงามในชุดสีฟ้าอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์ของ "สำนักหมอกคราม" ได้ก้าวเข้ามาในร้าน บรรยากาศรอบตัวนางแฝงไว้ด้วยความหงุดหงิดและร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด นางคือ หลินเยว่ หนึ่งในศิษย์สายในที่มีพรสวรรค์ของสำนัก แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นางต้องติดอยู่กับคอขวดในการฝึกยุทธ์และกำลังถูกปีศาจในใจเข้าครอบงำจนแทบจะคลุ้มคลั่ง
นางได้ยินข่าวลือเรื่องชารสเลิศที่ช่วยให้จิตใจสงบ จึงได้ลองมาดูด้วยความสิ้นหวัง
"ข้าเอาชาเมฆาคล้อยหนึ่งกา" นางกล่าวเสียงห้วน พลางมองไปรอบๆ ร้านที่ดูธรรมดาและเจ้าของร้านหนุ่มรูปงามที่ดูเหมือน "คนธรรมดา" ที่ไม่มีพลังยุทธ์เลยสักนิดด้วยสายตาที่ไม่เชื่อถือนัก
เฟิงหวงเพียงแค่ยิ้มบางๆ และนำชาไปเสิร์ฟให้ด้วยตนเอง
หลินเยว่จิบชาเข้าไปอย่างไม่ใส่ใจนัก...แต่แล้วสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
รสชาติและกลิ่นหอมที่ราวกับมาจากสรวงสวรรค์ได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างของนาง ความร้อนรนและความหงุดหงิดในใจของนางพลันสงบลงราวกับถูกน้ำเย็นราดรด! จิตใจที่เคยมืดมัวพลันสว่างกระจ่างใส!
และในวินาทีแห่งความสงบนั้นเอง...นางก็สัมผัสได้ถึง "ปม" ที่ขวางกั้นพลังของนางอยู่...มันกำลังคลายตัวออก! คอขวดที่นางพยายามทะลวงมาหลายเดือน บัดนี้กลับสั่นคลอนและพร้อมที่จะแตกสลาย!
นางวางถ้วยชาลงช้าๆ มือของนางสั่นเทาเล็กน้อย นางมองไปยังถ้วยชาสลับกับมองไปยังเจ้าของร้านหนุ่มที่ยืนเช็ดถ้วยชาอย่างสงบอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างสุดขีด
"ชานี่...มันคืออะไรกันแน่?"