[พันธสัญญาอัญเชิญ (B): คุณจะมีมิติสัตว์อสูรเฉพาะสำหรับเก็บสัตว์อสูรเมื่อ้าให้สัตว์อสูรออกมาต่อสู้ก็สามารถอัญเชิญออกมาได้ทุกเมื่อ]
นี่คือทักษะพื้นฐานของฝู้ฝึกสัตว์อสูร
หาก้าทักษะใหม่ๆเพิ่มเติมก็ต้องอัปเกรดเพื่อเปลี่ยนสายอาชีพครั้งที่ 2หรือเรียนรู้จากตำราทักษะใหม่ๆ เท่านั้น
ติ๊ง!
[ข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ICBC แห่งหลงกั๋ว:โรงเรียนมัธยมตงหลิงได้ทำการโอนเงินจำนวน 1 ล้านเหรียญทองเข้าบัญชีหมายเลขท้าย3868 ของคุณเมื่อเวลา 12.32 น.ของวันที่ 20 พฤษภาคม ยอดเงินคงเหลือปัจจุบันของคุณคือ: 1ล้านเหรียญทอง]
"อาจารย์หลีเซี่ยทำงานได้รวดเร็วจริงๆ เงินช่วยเหลือมาเร็วจังแฮะ..."
ขณะที่หวังเฉินกำลังตื่นเต้นอย่างมากข้อความแจ้งเตือนก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์
ในวงการผู้เปลี่ยนสายอาชีพตอนนี้เงินกระดาษไม่มีค่าใดๆ อีกต่อไป เหรียญทองคือสกุลเงินที่ใช้กันทั่วโลก
แน่นอน...
ยังมีสกุลเงินที่สูงกว่าเหรียญทองนั่นคือเหรียญศักดิ์สิทธิ์
เหรียญศักดิ์สิทธิ์หนึ่งเหรียญมีค่าเท่ากับ10,000เหรียญทอง
ตอนนี้เมื่อได้รับทุนการศึกษาจำนวนมากนี้ หวังเฉินก็มีเงินทุนในการซื้อสัตว์อสูรแล้ว
หลังจากเก็บของเรียบร้อยหวังเฉินก็ตั้งใจจะออกจากห้องเรียน เรียกแท็กซี่ไปยังตลาดการค้าตงหลิงเพื่อดูว่ามีสัตว์อสูรตนไหนที่เหมาะกับตัวเองบ้าง
แต่ในขณะนั้นเองก็มีนักเรียนหญิงที่สวยมากคนหนึ่ง เอามือไพล่หลังเหมือนกระต่ายเดินเหมือนะโเข้ามา
"หวังเฉิน พร์ของนายเป็ระดับ B+ จริงๆ เหรอ?"
"...อืม" หวังเฉินพยักหน้า แต่สายตากลับมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง ราวกับ้าหาโอกาสหลบหนี
"นี่! หวังเฉิน! ฉันไม่ใช่เสือร้ายอะไรขนาดนั้นทำไมนายต้องรีบหนีขนาดนี้ด้วย?"
เมื่อเห็นหวังเฉินทำท่าเหมือนตกอยู่ในปากเสือและ้าหนีริมฝีปากสีแดงระเรื่อของนักเรียนหญิงก็ยื่นออกมาเล็กน้อย
หวังเฉินได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างจนปัญญา
นักเรียนหญิงตรงหน้าคือ'รองอันดับหนึ่งตลอดกาล' ที่เพิ่งประกาศชื่อไปเมื่อกี้ซือถูอวี้ ตอนนี้เธอได้เปลี่ยนอาชีพเป็ 'พลธนูสายลมคลั่ง'แล้ว
อาชีพนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายได้รุนแรงเท่านั้นแต่ยังมีความว่องไวสูงมากอีกด้วย
เป็หนึ่งในอาชีพยอดนิยมสำหรับการลุยดันเจี้ยนเดี่ยว
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอาจารย์ประจำชั้นของเธอถึงได้ตื่นเต้นขนาดนี้หลังจากที่เธอเปลี่ยนอาชีพ
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดซือถูอวี้จะสามารถก้าวเข้าสู่สามอันดับแรกของเมืองตงหลิงในการสอบครั้งใหญ่ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าได้อย่างแน่นอน
ในฐานะดาวโรงเรียนซือถูอวี้มีรูปร่างและหน้าตาที่โดดเด่นมาก
เด็กสาวสูงประมาณ175เิเ ขาเรียวยาว ใบหน้าเรียวสวยคมจมูกโด่งรับกับดวงตาที่เปล่งประกาย เมื่อรวมกับผมหางม้าที่ดูทะมัดทะแมงทำให้เธอดูสวยและเท่ในเวลาเดียวกัน
ไม่เพียงแต่เด็กผู้ชายเท่านั้นแม้แต่ในกลุ่มเด็กผู้หญิงก็มีหลายคนที่แอบชอบเธอ
เหตุผลที่หวังเฉิน้าหลีกเลี่ยงเธอก็คือั้แ่ที่เขาเบียดซือถูอวี้ลงไปอยู่ในอันดับสองตลอดกาลยัยนี่ก็มักจะหาเื่และข้ออ้างต่างๆ นานา มาท้าประลองกับเขาเสมอ
บางครั้งแม้แต่ตอนกินข้าวเที่ยงที่โรงอาหารเธอก็ยังถืออาหารสุดหรูของเธอ มานั่งกินด้วยกันกับหวังเฉิน
และสิ่งนี้ก็ทำให้หวังเฉินกลายเป็ศัตรูของเด็กผู้ชายทั้งโรงเรียนอย่างไม่ต้องสงสัย
ถึงขนาดมีเด็กผู้ชายที่ไม่เจียมตัวสองสามคนมาหาเื่ถึงที่ เตือนหวังเฉินว่าอย่าเข้าใกล้ซือถูอวี้อีกโดยอ้างว่าคุณหนูตระกูลมหาเศรษฐีอย่างซือถูอวี้ไม่ใช่คนที่หวังเฉินจะสามารถไขว่คว้ามาได้
หวังเฉินซัดเด็กผู้ชายพวกนั้นไปอย่างหนักหน่วงก่อนจะกระชากคอเสื้อของพวกมันขึ้นมา ะโใส่หน้าว่า"เบิกตาดูให้ดีๆ ไม่ใช่ฉันตามตื้อเธอ แต่เป็เธอตามตื้อฉัน!"
เด็กผู้ชายทั้งหลาย"..."
ผลปรากฏว่าฉากนี้ถูกซือถูอวี้เห็นเข้า
เด็กสาวคนนี้เบิกตากว้างมองด้วยดวงตาคู่สวยราวกับอัญมณี จากนั้นก็หรี่ตาลง ยิ้มออกมาสองขาของเธอก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆ แล้วก็...
ซัดเด็กผู้ชายพวกนั้นอีกคนละหมัด
เด็กผู้ชายที่โดนไปสองหมัดร้องไห้ออกมาแล้วจากไป
หวังเฉินคิดว่าหลังจากเื่นี้ซือถูอวี้คงจะตีตัวออกห่างจากเขา แต่เธอก็ยังคงเหมือนเดิม
นักเรียนคนอื่นๆอิจฉาและริษยาหวังเฉินมาก แอบด่าทอว่าหวังเฉินนั้นอยู่กับความสุขแท้ๆแต่กลับไม่รู้จักคุณค่า ถ้าเป็พวกเขาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณหนูซือถูอวี้แม้จะต้องเป็วัวเป็ม้า พวกเขาก็ยอม
"ว่ามา มีอะไร?" หวังเฉินมองไปยังสาวสวยที่ยิ้มแย้มตรงหน้าแล้วถามอย่างเฉยเมย
"ก็ต้องมีสิ อีกเดือนเดียวก็จะสอบครั้งใหญ่แล้วต้องรีบไปเก็บเลเวลที่นอกเมืองแล้ว"
หวังเฉิน:"แล้ว?"
"ฉันเลยอยากจะจับคู่กับนายไปเก็บเลเวลที่นอกเมืองใช้เวลาหนึ่งเดือนนี้ให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อพัฒนาตัวเองให้มากที่สุด" ซือถูอวี้ยิ้มแล้วพูด
"คงไม่ดีกว่ามั้ง? เธอเองก็รู้แล้วนี่ว่าอาชีพของฉันคืออะไร?ไม่มีอสูรั์อาชีพของฉันก็ไม่ได้ดีไปกว่าฝู้ฝึกสัตว์อสูรธรรมดาหรอกไปเก็บเลเวลที่นอกเมืองก็คงมีแต่จะถ่วงทีมเปล่าๆ"
หวังเฉินส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่ ฉันตัดสินใจแล้ว เจอกันที่ห้องโถงสมาคมรุ่งอรุณ อีกสามวันข้างหน้าตอนแปดโมงเช้า!” ซือถูอวี้พูดอย่างจริงจังจากนั้นก็หันหลังกลับ ฮัมเพลงแล้วเดินะโจากไป
หวังเฉินจนปัญญา
แต่หลังจากที่ได้รู้จักกันมาสามปีเขาก็รู้ถึงนิสัยของซือถูอวี้ดี
ครั้งหนึ่งหวังเฉินเคยเบี้ยวนัดเธอ
เชื่อไหมว่าเธอถึงกับไปหาหวังเฉินที่บ้านต่อหน้าพ่อแม่ของหวังเฉิน บุกเข้าไปในห้องนอนของเขาพร้อมะโสูงอย่างสง่างามผสานกับท่าทุ่มน้ำหนักพันกิโลกดทับหวังเฉินที่กำลังนอนี้เีอยู่จนเขาเกือบขาดใจตาย
เธอไม่สนใจเื่ที่ผู้หญิงกับผู้ชายไม่ควรใกล้ชิดกัน
แต่กลับทำให้พ่อแม่ของหวังเฉินตกตะลึง
โชคดีที่หวังเฉินอธิบายอย่างละเอียดถึงได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ระหว่างเขากับซือถูอวี้ได้
สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่านิสัยของเด็กสาวซือถูอวี้คนนี้ค่อนข้างจะแปลกอยู่บ้าง
เขาส่ายหัวไล่ความคิดในหัวออกไปหวังเฉินเก็บของแล้วออกจากโรงเรียนเสร็จก็เรียกแท็กซี่ไปยังตลาดการค้าตงหลิง
ที่นั่นมีอุปกรณ์ เครื่องมือ ยา สัตว์อสูร ตำราทักษะ และสิ่งของอื่นๆ อีกมากมาย
นอกจากนี้ตลาดประเภทนี้ยังเอื้อประโยชน์ต่อคนทั่วไปแต่ก็หมายความว่าของที่ขายนั้นมีระดับไม่สูงนัก
หากคุณ้าซื้อตำราทักษะวัสดุ อุปกรณ์ ฯลฯ ระดับ B ขึ้นไปแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะหาซื้อได้จากที่นี่
ส่วนใหญ่เป็เพราะสิ่งของเหล่านี้หายาก
แต่ถึงอย่างนั้น
ตลาดซื้อขายเสรีแห่งนี้ก็ยังคึกคักและมีชีวิตชีวา
ท้ายที่สุดในเมืองตงหลิงผู้เปลี่ยนสายอาชีพธรรมดานั้นมีจำนวนมากความ้าของพวกเขาคือทรัพยากรระดับต่ำเหล่านี้
หลังจากที่หวังเฉินเดินดูแผงลอยหลายแผงเขาก็พบว่าสัตว์อสูรที่นี่ดูอ่อนแอและซึมเซาที่สำคัญคือไม่มีสัตว์อสูรลึกลับเลยสักตน!
ระดับของสัตว์อสูรเรียงจากต่ำไปสูงคือสัตว์อสูรสามัญ สัตว์อสูรปีศาจ สัตว์อสูรลึกลับ สัตว์อสูริญญา สัตว์ต้นกำเนิดสัตว์อสูรเทวะ สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ และสัตว์อสูรเทพา
ั้แ่สัตว์อสูรสามัญไปจนถึงสัตว์ต้นกำเนิดแต่ละระดับจะแบ่งออกเป็เก้าขั้นจากต่ำไปสูง
แต่เมื่อถึงสัตว์อสูรเทวะจะไม่มีการแบ่งขั้น แต่จะมีการจัดเรียงลำดับอื่นๆ แทน
การจัดเรียงลำดับของสัตว์ที่อยู่เหนือระดับสัตว์อสูรเทวะจากต่ำไปสูงคือระดับเหนือธรรมชาติ ระดับตำนาน ระดับมหากาพย์ ระดับเ้า ระดับจักรพรรดิและระดับจักรวาล
โดยไม่ลังเลหวังเฉินเดินตรงไปยังด้านในสุดของตลาด ซึ่งเป็พื้นที่ที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด
ที่นี่มีสัตว์อสูรหลากหลายชนิดเหมาะสำหรับฝู้ฝึกสัตว์อสูรมือใหม่เช่นหวังเฉิน
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือราคาแพง
"ยินดีต้อนรับค่ะ!"
"ไม่ทราบว่าคุณลูกค้า้าสัตว์เลี้ยงสายสนับสนุนหรือสัตว์อสูรสายต่อสู้คะ?"
พนักงานขายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม