ตอนที่ 23 – ผู้ฟังตัวจริง
รุ่งเช้าวันนั้น เมฆาออกจากห้องพักโดยไม่พูดอะไร — แน่นอนว่าเขายังพูดไม่ได้
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “แววตา” ของเขา ดูนิ่งขึ้น...และเหมือนกำลังฟังบางอย่างอยู่ตลอดเวลา
วรุฒเดินตามพลางบ่น
“พี่ครับ ผมว่าเราควรกลับไปตรวจเครื่องไวโอลินนะ ไม่ใช่มาเดินตากแดดหาแมว...”
จิตราพูดขัด “อย่าบ่นเลยวรุฒ พี่เมฆาคงมีเหตุผลของเขา”
“เหตุผลเหรอครับ? พี่เขาไม่พูดมา 3 วันแล้วนะครับ ผมคุยกับเงาตัวเองยังได้คำตอบมากกว่าอีก!”
เมฆาหยุดกลางทาง เขาหันไปมองวรุฒ แล้วชี้ไปยังป้ายร้านเก่า ๆ ที่เขียนว่า
“สตูดิโอเสียงโบราณ – ปิดกิจการ”
ทั้งสามเดินเข้าไปในร้านที่เงียบสนิท มีเพียงกลิ่นฝุ่นและกล่องเครื่องเสียงเก่า ๆ
บนผนังมีภาพถ่ายขาวดำ — ภาพชายคนหนึ่งถือหูฟังยิ้มอยู่
ด้านล่างเขียนชื่อ “รศ.นพพร วงศ์ทวี – นักฟิสิกส์คลื่นเสียงผู้บันทึกคลื่นชีวิต”
“พี่ครับ...” วรุฒกระซิบ “ชื่อคุ้น ๆ นะ...นี่มัน...”
“ใช่” จิตราตอบ “นักวิทยาศาสตร์ที่หายตัวไปเมื่อสิบปีก่อน”
เมฆาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะบันทึกเสียง — มีเครื่องเล่นเทปโบราณวางอยู่
เขาเปิดเทปเบา ๆ
เสียงแรกที่ดังขึ้นคือ “เสียงไวโอลิน”
แต่แทรกอยู่ในนั้น...คือเสียงเด็กผู้หญิงร้องไห้
“หนูไม่ได้อยากอยู่ในเงา...”
“แต่เขาไม่ยอมฟัง...”
เทปหยุดกะทันหัน เสียงข่วนโลหะดัง กึก!
วรุฒสะดุ้ง “พี่ครับ อย่าบอกนะว่าเทปนี้มันอัดผีไว้!”
จิตราพูดเบา ๆ “ไม่แน่...อาจเป็นเสียงของ ‘ผู้ฟังตัวจริง’ ที่เธอพูดถึง”
บนโต๊ะมีบันทึกเล่มหนึ่ง
เมฆาเปิดดู หน้าในสุดเขียนว่า
“เสียงคือสะพานระหว่างชีวิตกับจิตสำนึก
ถ้าใครได้ยินเสียงที่ไม่ควรได้ยิน แปลว่า ‘เขา’ ฟังเราอยู่”
วรุฒหน้าเริ่มซีด “พี่...ผมว่าผมไม่อยากเป็นสะพานนะ ผมกลัวน้ำท่วม”
จิตราหัวเราะแผ่ว ๆ “อย่าขำสิวรุฒ มันอาจหมายถึงอะไรบางอย่างจริง ๆ”
เมฆาเปิดหน้าถัดไป
ในนั้นมีภาพถ่ายไวโอลินสีดำ และลายมือเขียนว่า
“โปรเจกต์สุดท้าย: เครื่องดนตรีที่บันทึกเสียงคนตายได้”
“ผู้ฟังตัวจริงคือคนที่เสียงยังไม่ดับ...”
ทันใดนั้น เสียง ติ๊ก...ติ๊ก...ติ๊ก... ดังมาจากมุมห้อง
เครื่องเทปเริ่มหมุนเอง ทั้งที่ไม่ได้เสียบปลั๊ก
เสียงใหม่ดังขึ้น — เสียงของผู้ชายแก่ ๆ
“ถ้าใครได้ยินเสียงนี้ แปลว่าฉันตายไปแล้ว...”
“แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ฉันต้องฟังให้จบ...”
เสียงหยุด ก่อนจะตามด้วยเสียงข่วนโลหะเบา ๆ แล้วเสียงแมวร้องลากยาว
วรุฒถึงกับตะโกน “ผมว่าพี่นพพรแกยังไม่ตายหรอกครับพี่เมฆา แกแค่ชอบหลอกคนเล่นเท่านั้น!”
จิตราเงียบ มองไปรอบ ๆ ห้องที่อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว
“พี่...ดูนั่นสิ...”
บนกระจกหลังโต๊ะทำงาน มีไอน้ำลอยขึ้นเป็นตัวหนังสือ
“ฉันยังฟังอยู่”
เมฆาเขียนตอบบนกระจกด้วยนิ้ว
“คุณต้องการอะไร?”
ไอหมอกบนกระจกค่อย ๆ ขยับ เปลี่ยนเป็นคำใหม่
“อย่าให้เขาเงียบ...”
เสียงไวโอลินดังขึ้นอีกครั้งจากเครื่องเทป
คราวนี้ท่วงทำนองต่างออกไป — ฟังดูเศร้าแต่เรียบเนิบ เหมือนเป็นการสื่อสาร
เมฆามองจังหวะเสียงนั้นอย่างตั้งใจ
เขาเริ่มเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเดียวกัน
วรุฒหันไปกระซิบ “พี่ครับ...อย่าบอกนะว่าพี่กำลัง ‘คุย’ กับเทปผีอยู่...”
จิตรากลั้นหายใจ
“ไม่ใช่เทปหรอกวรุฒ...” เธอกล่าวเสียงเบา
“พี่เขากำลังคุยกับ...คนที่ยังฟังอยู่ในอีกฝั่ง”
จังหวะไวโอลินหยุดกะทันหัน
เสียงจากเครื่องเทปดังแผ่ว ๆ อีกครั้ง
“เธอกำลังจะถูกเงากลืน...”
“และเมื่อเธอเงียบ โลกทั้งใบจะไม่มีเสียงเหลือ”
เสียงสุดท้ายจบลงด้วยเสียงแมวร้องแหลมยาว
ไฟในร้านดับพรึ่บ — ทุกอย่างเงียบสนิท
วรุฒตะโกนลั่น “ผมไม่โอเคแล้วพี่! ผมไม่อยากเป็นผู้ฟังครับ ผมขอเป็นคนปิดเสียงได้ไหม!”
เมฆาหยิบปากกา เขียนข้อความสุดท้ายลงในบันทึกเล่มนั้น
“เรายังไม่ใช่ผู้ฟังตัวจริง...”
“แต่เรากำลังจะเจอเขาแน่”
จบตอนที่ 23 – ผู้ฟังตัวจริง
ตอนต่อไป
ตอนที่ 24 – ห้องบันทึกเสียงที่สอง
เมฆาเริ่มสืบว่า “สตูดิโออีกแห่ง” ของรศ.นพพรยังคงอยู่ในห้องใต้ดินของมหาวิทยาลัยเก่า
และนั่นอาจเป็นที่มาของคลื่นเสียงทั้งหมด — รวมถึงเงาแมวดำที่เริ่ม “เดินตาม” วรุฒทุกคืน...