หลุมดำในทะเลแห่งจิตยิ่งขยายขนาดพลังดูดกลืนยิ่งรุนแรงจวบจน มองเห็นพลังวิญญาณเป็นเส้นสายสีดำวิ่งเข้าสู่ร่างกายของกังหลง พลังวิญญาณในหอสุรางค์สวรรค์และรอบนอกต่างถูกดูดกลืนเข้าสู่ร่างกายกังหลงและกลั่นกรองเป็นพลังวิญญาณบริสุทธิ์ไปเติมเต็มทะเลแห่งจิตจนหนาแน่นยิ่งขึ้น ยิ่งพลังวิญญาณถูกเติมเต็ม ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณกังหลงยิ่งสูงขึ้นความคมชัดของจิตยิ่งมากมายแผ่ขยายออกไปจวบจนพลังจิตวิญญาณในหอสุรางค์สวรรค์เริ่มเบาบางลงในที่สุด และสลายหายไปสิ้น พลังดูดกลืนยังคงทำงานจนเริ่มดูดกลืนพลังจิตวิญญาณที่นงคราญสุรางค์สวรรค์ส่งออกมา จวบจนเริ่มกระชากดึงพลังจิตวิญญาณในทะเลจิตของนงคราญสุรางค์สวรรค์อย่างรุนแรง นางตกใจยิ่งแต่มิอาจหยุดยั้งการดูดกลืนของกังหลงได้จวบจนสติเริ่มเลื่อนลอยและทรุดกายหมดสติไป เสียงห้ามปรามพลันดังออกมาจากหลังม่าน
"โอ๊ะ..นายท่าน....ท่านผู้กล้าโปรดหยุดมือ..!!"
สาวใช้ทั้งสองตกใจยิ่งรีบพุ่งกายออกมารับผู้เป็นนายแล้วรีบทำการนวดเฟ้นเป็นการใหญ่ ชั่วครู่จนนงคราญสุรางค์สวรรค์จึงได้สติฟื้นคืนกลับมา เมื่อได้สติและพบว่าตนได้กลับมานอนอยู่บนเตียงหลังผ้าม่าน ตั้งสติหวนคิดถึงเรื่องราวก่อนหน้านั้น นางพลันอุทานออกมา
"โอ้ ..ช่างน่ากลัวยิ่งนัก ข้าถึงกับหมดสติไป มิทราบเป็นวิชาร้ายกาจอันใดถึงกับสามารถดูดกลืนพลังจิตวิญญาณของผู้อื่นได้ เทพบุตรอัสนีเป็นบุคคลที่น่ากลัวจริง ๆ"
"ข้านงคราญสุรางค์สวรรค์ รุ่นปัจจุบันเหมี่ยวเซี๊ยะนับว่าพ่ายแพ้แก่ท่าน คุณชายกังหลงสามารถผ่านการทดสอบทุกอย่าง หากท่านมิรังเกียจเชิญท่านเข้าไปสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้พร้อมดื่มสุราภายในหอชมดารา ข้ามีเรื่องที่ต้องการสนทนากับท่าน มิทราบคุณชายคิดเห็นเป็นเช่นไร"
ได้ยินเสียงกล่าวอันไพเราะ และทราบว่านางมีเรื่องต้องการสนทนาด้วย มิทราบเป็นเรื่องสำคัญใด บัดนี้กังหลงก็มิมีอันใดต้องทดสอบอีกและมิอาจปฏิเสธสตรีที่งามล้ำเยี่ยงนี้ ..ที่สำคัญกังหลงต่องการทราบสอบถามถึงที่มาของวิชาที่สามารถใช้พลังน้ำแข็งโจมตีศรัตรู มิทราบจะเกี่ยวข้องกับธาตุวารีหรือไม่เพราะตนเองต้องการสืบเสาะหาเม็ดพลังธาตุวารี กังหลงจึงตอบตกลงและเดินตามนายบ่าวทั้งสามไปยังหอดารา
หอดาราเป็นชั้นบนสุดของหอสุรางค์สวรรค์ ภายในถูกจัดไว้สวยงามปราณีต สวนหย่อมเล็ก ๆ ประดับด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ สระบัวสวยงามถูก เสกสรรค์ดุจวิมานแมน บนศาลาริมน้ำ นงคราญสุรางค์สวรรค์บัดนี้ไร้สิ่งปกปิดโฉมหน้าใด ๆ วงพักษ์อันสวยพริ้งดุจเทพธิดานางสวรรค์ ผิวผุดผ่องเป็นยองใยไร้ไฝฝ้าราคี ไร้ตำหนิ ดุจสวรรค์บรรจงสร้างมาโดยแท้ บุคลิคสูงสง่าจนผู้คนยากจะกล้ำกราย
กังหลงแต่งชุดนักศึกษาสีขาวหล่อเหลาปานเทพบุตร เดินตามหลังสาวใช้ที่ชะม้ายเมียงมองมาบ่อยครั้งไปยังศาลาริมน้ำ เมื่อได้พบเห็นสตรีที่นั่งอยู่บนศาลาถึงกับตะลึงงันไป มินึกว่าฝ่ายตรงข้ามหลังจากถอดผ้าที่ปกปิดโฉมหน้าออก ถึงกับเป็นโฉมสคราญเหนือโลกหล้าได้ถึงเพียงนี้ นงคราญสุรางค์สวรรค์ลุกขึ้นโค้งคารวะอย่างแช่มช้อยพร้อมรอยยิ้มกระชากใจ กล่าวสำเนียงใสดุจระฆังทองนุ่มนวลเพราะพริ้งขึ้น
"นงคราญสุรางค์สวรรค์รุ่นปัจจุบัน เหมี่ยวเซี๊ยะ..ขอต้อนรับคุณชายกังหลง เชิญท่านนั่ง ..ยินดีที่ท่านสามารถพิชิตจุรนามสู่ราชันย์และยังทำลายสถิติที่ผู้กล้าเมื่อหลายร้อยปีก่อนทำไว้จนหมดสิ้น ..."
"ทุกอย่างที่เกิดขึ้นต่อจากนี้จะเป็นไปตามเงื่อนไข ที่ผู้สามารถพิชิตได้จะได้รับ..เงื่อนไขที่ได้ตั้งไว้นั้น ..อันที่จริงแล้วเป็นเงื่อนไขที่โบราณได้กำหนดไว้เพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีคุณสมบัติจะมารับภารกิจอันยิ่งใหญ่เท่านั้น !!"
"ก่อนที่ข้าจะชี้แจงถึงเรื่องราวที่สำคัญเหล่านี้ เชิญคุณชายดื่มกินอย่างมีความสุขไม่ต้องกังวลใด ๆ ข้าจะใช้ฝีมืออันต่ำต้อยบรรเลงเพลงให้ฟังสักครา "
กังหลงมิเกรงใจอันใดอีกนั่งลงตามคำเชิญ จับจอกหยกที่มีสุราหอมกรุ่นนับเป็นสุราเลิศรสที่ยากจะพบพาน ดื่มกินพร้อมฟังเสียงพิณอันไพเราะนับเป็นบทเพลงจากสรวงสวรรค์โดยแท้ สตรีผู้บรรเลงเพลงพิณก็ช่างงดงามจนยากจะหาใดเปรียบ ดุจนางฟ้าบนสวรงสวรรค์เท่านั้น พลันให้หวลนึกถึงหลานสวี่สตรีผู้งดงามที่เคยได้พบเจอในเทือกเขาเนตรอสูร คำนึงขึ้น
"รอข้านะหลานสวี่ ข้าจะไปพบเจอเจ้าในการประลองระดับอาณาจักรทั้งเจ็ด ข้าต้องเป็นตัวแทนของอาณาจักรเนตรอสูรไปร่วมประลองให้จงได้"
นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะ พบเห็นท่าทางเคลิบเคลี้มเลื่อนลอยของชายหนุ่ม คิดว่าบุรุษหนุ่มจิตวิญญาณมิอาจเข้มแข็งพอเพียงแค่โดนเสียงเพลงระดับเริ่มต้นถึงกับจิตใจเลื่อนลอย จึงเพิ่มพลังจิตวิญญาณสู่เส้นเสียงพิณอัดกระแทกหวังสยบให้บุรุษหนุ่มต้องพลาดท่า
เมื่อเสียงดนตรีเริ่มเปลี่ยนไป พลังวิญญาณระดับสูงเริ่มเข้ามาครอบงำกายาและจิตวิญญาณถูกรุกราน ลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติก็เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติขึ้นอีกครั้งเช่นกัน ทำให้กระชากความรู้สึกของกังหลงกลับมา และสัมผัสถึงพลังวิญญาณที่เข้ามาโจมตีตน จึงทราบว่าตนโดนแม่นางผู้เลอโฉมเบื้องหน้าทดสอบเข้าให้อีกแล้ว ด้วยทิฐิและความทรนงกังหลงโคจรลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติ จนเกิดหลุมดำดูดกลืนพลังวิญญาณรอบข้างเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง นงคราญสุรางค์สวรรค์เห็นเช่นนั้นก็เพิ่มพลังจิตวิญญาณเร่งบรรเลงเสียงเพลงจนเร็วขึ้นจังหวะหนักหน่วงกระแทกจิตวิญญาณกว่าเดิม แต่ทุกอย่างล้วนถูกกังหลงดูดกลืนไปจนหมดสิ้นและแรงดูดนี้ก็ได้เริ่มดูดกลืนพลังจิตวิญญาณจากตัวนางเข้าไปเช่นกัน จึงเร่งดีดพิณอย่างเร็วรี่จนถึงที่สุด
"ติ้ง"
"ติ้ง"
"ติ้ง"
"แท๊ง"
"พรึ่ด"
ฉับพลันสายพิณขาดสะบั้นลงทั้งหมด นงคราญสุรางค์สวรรค์หน้าซีดเซียว มินึกว่ากังหลงจะกลับมามีสติได้อย่างรวดเร็วและโจมตีกลับโดยการดูดกลืนพลังวิญญาณเหมือนก่อนหน้านี้ไปจนแทบหมดสิ้น นางทรุดนั่งเหงื่อกาลจน์ไหลจนเปียกชุ่ม เหม่อมองกังหลงอย่างหวาดหวั่นทั้งยังชื่นชมในความแข็งแกร่ง นับว่านางโดนบุรุษผู้นี้พิชิตไปสองคราแล้ว กังหลงเห็นนางมีสีหน้าซีดเซียวก็รู้สึกสงสารยิ่ง นับว่าปฏิกริยาของกายาและปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติของตนช่างรวดเร็วและแข็งแกร่งขึ้น ถึงกับเกิดขึ้นเองยามตนโดนคุกคามหรือมีภัย หากแม้นมีโอกาสยกระดับให้สูงขึ้นกว่านี้มิทราบจะเกิดประโยชน์และน่ากลัวอีกปานใด จึงกล่าวอย่างเสียใจกับนงคราญสุรางค์สวรรค์
"ข้าต้องขออภัยแม่นางเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบังเกิดปฏิกริริยาต่อต้านจากร่างกายข้าโดยอัตโนมัติทำให้เกิดการต่อต้านและดูดกลืนพลังวิญญาณจนแม่นางต้องได้รับความลำบาก"
"มิเป็นไร ผิดที่ข้าเองที่จงใจรบกวนอารมณ์อันสุนทรีย์ของท่าน และต้องขอขอบคุณที่ท่านยั้งมือให้ ขอข้าพักผ่อนชั่วครู่แล้วแล้วจะคุยถึงเรื่องราวที่สำคัญกับท่าน"
กังหลงเพียงยิ้มเล็กน้อยแล้วดื่มกินต่อ สายตาจ้องมองสำรวจดูนงคราญสุรางค์สวรรค์ที่กำลังนั่งหลับตาฟื้นฟูลมปราณ นับเป็นสตรีที่งามล้ำอันดับหนึ่งแห่งโลกหล้าได้อย่างแท้จริง งามอย่างไร้ที่ติเป็นสตรีที่บุรุษต่างใฝ่ฝันถวิลหาเพื่อต้องการครอบครอง มิทราบบุรุษใดกันที่จะมีวาสนาได้ครอบครองสตรีงามเช่นนี้ นางทั้งงดงามทั้งยังมีฝีมือที่สูงล้ำนัยน์ตาที่มองผู้อื่นคงสูงล้ำจนยากจะกล่าว หากสตรีเช่นนี้ออกสู่โลกกว้างมิทราบจะก่อให้เกิดมรสุมช่วงชิงปานใด
สลดความครุ่นคิดหันมาสังเกตุท้องฟ้า ดวงดารามากมายสุดคณานับ ทำให้หวนคิดทบทวนเรื่องราวจากหนหลังอีกครา ตนยังมิทราบบิดามารดาที่แท้จริงเป็นใครและอยู่แห่งหนไหน มิทราบด้วยความสามารถของตนขณะนี้เพียงพอที่จะรับทราบเรื่องราวหรือภาระเหล่านั้นหรือยัง พลันเสียงเรียกอันไพเราะได้ดึงกังหลงออกจากห้วงคำนึง
"นามแท้จริงของคุณชายท่าน คือกังหลงใช่หรือไม่ การที่ท่านสามารถพิชิตหอนิรทุกข์ได้นั้นคงมิใช่เหตุบังเอิญ ก่อนที่หอจะหายไปท่านคงทราบเรื่องราวต่าง ๆ พอสมควรแล้วกระมัง"
ได้ฟังเช่นนั้นกังหลงถึงกับตกใจ ดูจากการกล่าว หญิงสาวเบื้องหน้าคงทราบเรื่องราวบนหอชั้นที่สิบอย่างแน่แท้ แต่มิทราบว่ารับรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้อย่างไร จึงสอบถามขึ้นด้วยความฉงน
"ข้ามีนามว่ากังหลงอย่างจริงแท้ เพิ่งออกจากบ้านมาเพิ่มพูนประสบการณ์ มิทราบแม่นางกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ข้ามิอาจเข้าใจได้"