หลังการเจรจายุติ อาโนอิทอสกลับเข้าไปในเมือง ตอนนั้นเอง
"ฝ่าบาท! แย่แล้วพะย่ะค่ะ!" เกลนวิ่งพรวดมาหาเขาด้วยสีหน้าที่ร้อนรน
อาโนอิทอสเลิกคิ้ว "ท่านหัวหน้ากองทัพอากาศ? มีอะไรอย่างนั้นหรือ?"
เกลนมีใบหน้าที่มืดมนบอก "พวก...พวกชาวเมือง...พวกชาวเมืองรู้เรื่องที่เราคุยกันเมื่อครู่แล้ว! มีใครบางคนแอบเผยแพร่ข้อมูลเรื่องการมาบุกของพวกใต้พิภพครั้งนี้ออกไป ตอนนี้ชาวเมืองมากมายต่างวิตกกังวลและอยากจะคุยกับฝ่าบาทพะย่ะค่ะ!"
อาโนอิทอสตกใจ "ผู้ใดเผยแพร่ข้อมูลนั้นออกไป!?"
เกลนส่ายหน้า "ไม่ทราบพะย่ะค่ะ! ตอนนี้เรากำลังตามหาตัวคนร้าย แต่ระหว่างนี้ชาวเมืองไปรวมตัวกันรอท่านหน้าคฤหาสน์ พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะกลับไปที่เมืองหลวงรึเปล่า"
อาโนอิทอสไม่มีทางเลือกนอกจากกลับไปที่คฤหาสน์ เขาสั่งเกลนให้ตามหาคนเผยข้อมูลจากนั้นก็มุ่งตรงกลับไปคุยกับชาวเมืองที่รออยู่ทันที
เมื่อกลับมาถึง มีชาวเมืองราวๆ 4 หมื่นคนกำลังรอคอยพบเขา ทุกคนต่างมีสีหน้าที่ร้อนรน
เมื่อเห็นอาโนอิทอสกลับมาพวกเขาก็ชี้ไปที่อาโนอิทอสแล้วตะโกนขึ้นทันที "ฝ่าบาท! นั่นฝ่าบาท! ฝ่าบาทกลับมาแล้ว!"
เมื่อเห็นอาโนอิทอสกลับมาทุกคนก็โล่งใจ ใครบางคนตะโกนถามขึ้นอย่างรีบร้อน "ฝ่าบาท! กระหม่อมได้ยินข่าวลือว่าการมาเยือนของพวกใต้พิภพในครั้งนี้จะหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เรื่องนั้นจริงรึเปล่าขอรับ!"
ใครบางคนพูดเสริมด้วยความกังวล "ปกติแล้วพวก 'สเกได' จะออกมาทีละ 100-200 ตัว แต่ในคราวนี้มันจะออกมาอย่างต่ำ 1 แสนตัว จำนวนมากเพียงพอที่จะกำจัดเราได้อย่างง่ายดาย แม้แต่กองบินและกองทัพบกของฝ่าบาทก็อาจจะไม่สามารถต้านทานกำลังขนาดนั้นได้ นั่นเป็นความจริงหรือไม่ฝ่าบาท!?"
หลังจากที่ชายชาวบ้านคนนั้นถามคำถามนี้ออกมา ทุกคนก็วิตกมากยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาต่างมองอาโนอิทอสเพื่อเฝ้ารอคำตอบ
อาโนอิทอสบอก "ถ้าหากข้อมูลเรื่องสุริยุปราคาเกี่ยวโยงกับจำนวนของ 'สเกได' ที่ออกมาแต่ละครั้งจริงๆ เช่นนั้นข้าพเจ้าก็ต้องบอกว่าข่าวลือพวกนั้นเป็นความจริง" อาโนอิทอสพูดด้วยเสียงสงบ
แต่ต่างจากอาโนอิทอส ยิ่งยืนยันความจริงข้อนั้นแล้ว ชาวเมืองก็ยิ่งวิตกกังวลมากยิ่งขึ้นไปอีก
"พะ พวกเราจะทำอย่างไรกันดี?"
"จำนวนมากขนาดนั้นพวกเรารับมือไม่ไหวแน่"
ชายชาวบ้านคนหนึ่งมองอาโนอิทอสแล้วเสนอ "ฝ่าบาท! พวกเราควรจะกลับไปที่เมืองหลวงหรือไม่!? ที่นั่นปลอดภัยที่สุด บะ..บางทีหากฝ่าบาทยอมขอโทษ กษัตริย์อาจจะยอมให้ฝ่าบาทกลับเข้าเมืองหลวงก็ได้!" ประโยคท่อนหลังนั้นชายคนนี้รู้ดีว่าเสียมารยาทและมีโทษถึงตาย แต่เขาก็คิดว่านั่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ชาวเมืองบางคนไม่พอใจชายคนนั้นที่เสียมารยาทต่ออาโนอิทอสที่จะให้อาโนอิทอสไปก้มหัวขอโทษบิดาตนเอง แต่พวกเขาก็ไม่รู้จะเถียงกลับไปยังไง
ตอนนี้ชาวเมืองแบ่งฟักแบ่งฝ่ายเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งอยากจะให้อาโนอิทอสกลับไปคุกเข่าต่อหน้าคลีซอสเพื่อขออภัยโทษ ส่วนอีกฝั่งเชื่อมั่นในอาโนอิทอสและอยากให้เจ้าชายพูดให้กำลังใจสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกคนเพื่อชามิวลอสจะได้ผนึกกำลังกันเป็นหนึ่งต่อต้านศัตรู ชาวเมืองที่อยู่ฝั่งอาโนอิทอสพวกนั้นคือชาวเมืองอาฟีโนที่ได้อาโนอิทอสช่วยไว้
ชาวเมืองทั้งสองฝ่ายต่างเฝ้ารอคำตอบของอาโนอิทอส
อาโนอิทอสนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ต่อมาเขาบอก "พวกเราจะไม่กลับไปที่เมืองหลวง"
ทันทีที่คำตอบนั้นลั่นออกมา ชาวเมืองครึ่งหนึ่งก็หน้าซีด
"ทะ ทำไมกันล่ะฝ่าบาท! ฝะ ฝ่าบาทก็รู้ดีว่าพวกเราสู้พวกใต้พิภพในคราวนี้ไม่ไหวแน่ ทำไมจึงได้เลือกยืนหยัดสู้กับมันเช่นนี้?"
อาโนอิทอสบอก "ข้าพเจ้ารู้ว่าจำนวนขนาดนั้นกองทัพของเราไม่อาจต้านทานไหว และถ้าหากพวกมันมาจริงฝ่ายเราคงจะตายไม่น้อย"
"ถะ ถ้าอย่างนั้น--!"
"แต่ว่า! พวกท่านคิดจริงๆอย่างนั้นหรือ ด้วยจำนวน 'สเกได' 1 แสน พวกมันจะยกทัพมาที่ชามิวลอสเพื่อแค่สังหารพวกเราจนหมดแล้วกลับไป? ด้วยจำนวนขนาดนั้นต่อให้เราจะหนีกลับไปเมืองหลวงหรือจะหนีข้ามไปอาณาจักรอื่น ก็ไม่มีที่ไหนที่จะปกป้องเราจากกองทัพอมตะจำนวนขนาดนั้นได้หรอก"
เมื่ออาโนอิทอสพูดออกมาแบบนั้นก็ทำให้ชาวเมืองต่างเงียบกริบ
อาโนอิทอสบอก "ไม่มีทางไหนที่ปลอดภัยสำหรับเราในตอนนี้หรอก ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนมันก็มีค่าเท่าเดิมเพราะพวกใต้พิภพคิดจะใส่เราสุดกำลังในคราวนี้ทีเดียว สิ่งที่เราควรทำในตอนนี้มากที่สุดไม่ใช่หนีแต่เป็นการสู้พวกมันกลับไปสุดกำลังเช่นกัน! ถึงแม้เราอาจจะมีการสูญเสียบ้าง แต่พวกมันก็จะต้องสูญเสียไม่น้อยจากกองบินรบและกองทัพบกของเราแน่นอน พวกเราควรจะผนึกกำลังกัน สามัคคีกันเพื่อสู้กับมัน!"
ชาวเมืองครึ่งหนึ่งที่ตอนแรกตั้งใจจะย้ายกลับเมืองหลวง เมื่อฟังคำปราศรัยของอาโนอิทอสก็กัดฟันอย่างขมขื่น พวกเขากำหมัดแล้วค่อยๆตะโกนออกมา "ฝ่าบาทจงเจริญ!"
สมาชิกอีกคนของกลุ่มกลับเมืองหลวงก็กำหมัดแล้วตะโกน "พวกเราจะทุ่มสุดกำลังเพื่อสังหารพวกใต้พิภพ! เป็นไงก็เป็นกัน!"
หลายคนอยากจะร้องไห้ แต่เมื่อฟังคำของอาโนอิทอสก็ทำให้ทุกคนเข้าใจว่ามันไม่มีทางเลือกสำหรับพวกเขาอยู่แล้วไม่มีทางหนี สิ่งที่พวกเขาทำได้หากอยากรอดมีเพียงแค่สามัคคีและสู้กลับสุดกำลัง
กลุ่มชาวเมืองอาฟีโนที่ศรัทธาในตัวอาโนอิทอส เมื่อเห็นอาโนอิทอสเปลี่ยนใจชาวเมืองที่ยอมแพ้ครึ่งหนึ่งให้ลุกขึ้นสู้ได้ ในใจพวกเขาที่ศรัทธาอาโนอิทอสก็ยิ่งศรัทธามากขึ้นไปอีก อาโนอิทอสราวกับพระเจ้าที่ชี้นำแสงสว่างให้ผู้คนพวกเขาต่างคิดว่าตนเองได้เลือกตามผู้นำที่ถูกต้องแล้ว หัวใจของพวกเขาอยู่กับอาโนอิทอส จากนี้ไม่ว่าอาโนอิทอสจะไปที่ใดพวกเขาก็ไปด้วย
หลังการปราศัยกับชาวเมืองจบอาโนอิทอสกลับไปหาเกลนเพื่อตามเรื่องคนปล่อยข่าว
"ตามรอยข้อมูลคนร้ายไปได้ถึงไหนแล้ว?" อาโนอิทอสถามออกไป
เกลนมีสีหน้าที่มืดมนบอก "ยังไม่เจออะไรเลยขอรับ พวกเราไปเค้นข้อมูลจากผู้โหรทุกคนที่รู้ข้อมูลนี้ แต่คนเหล่านั้นก็ไม่ได้แสดงท่าทางว่าโกหกสิ่งใด นอกจากพวกเขาก็ไม่มีใครที่น่าจะรู้เรื่องนี้แล้ว"
อาโนอิทอสเผยสีหน้าที่จริงจัง "ถ้าเช่นนั้นทหารส่งสารที่เข้ามาในห้องตอนนั้นเล่า? ท่านหัวหน้าเกลนได้ลองถามดูหรือยัง?"
เกลนพยักหน้า "กระหม่อมซักทหารนายนั้นไปแล้ว แต่ก็เหมือนกับนักดาราศาสตร์ผู้อื่น เขาไม่ใช่คนร้ายขอรับ"
อาโนอิทอสที่ได้ยินเช่นนั้นสีหน้าก็ยิ่งเครียดเข้าไปอีก "เช่นนั้นคนร้ายเป็นใครกัน"
เกลนมองอาโนอิทอสแล้วรู้สึกสงสัยจึงลองถาม "ฝ่าบาทขอรับ เหตุใดฝ่าบาทจึงได้อยากจับตัวคนปล่อยข่าวขนาดนั้นจริงอยู่ว่าการปล่อยข่าวลือพวกนี้ให้ผู้คนแตกตื่นอาจจะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม แต่ว่าตอนนี้พวกเราก็มีปัญหาใหญ่กว่านั้นรอคอยอยู่ จะไม่ดีกว่าหรือหากเราไปเตรียมตัวรับมือกับพวกใต้พิภพที่กำลังมา?"
ภายใต้คำถามของเกลน อาโนอิทอสเผยสีหน้าที่เลวร้ายและจริงจังเป็นครั้งแรก เขาหันมองเกลนทำให้เกลนสั่นสะท้านครู่หนึ่ง อาโนอิทอสบอก "ข้าพเจ้ากังวลว่าคนร้ายที่ปล่อยข่าวนั่นอาจจะไม่ใช่คนร้ายทั่วไป"
เกลนแสดงความสับสน "ไม่ใช่คนร้ายทั่วไป?"
อาโนอิทอสพยักหน้า "อย่างที่ท่านหัวหน้าเกลนบอก การปล่อยข่าวลือพวกนั้นเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเพราะทำให้ผู้คนแตกตื่น มันอาจจะดูไม่ใหญ่โตเมื่อเทียบกับปัญหาที่เรากำลังจะเจอ แต่ว่าคนร้ายผู้นั้นก็เกือบจะทำให้ความสามัคคีของกองทัพเราแตกกระจายแล้ว การกระทำเล็กๆนั่นส่งผลให้มีทหารทุกคนของเรารู้และต้องสร้างความหวาดกลัวให้พวกเขา ในยามที่ 'สเกได' 1 แสนกำลังจะบุกมา จะเป็นยังไงถ้ากองทัพเกิดความไม่เชื่อมั่นในตัวเอง?"
ดวงตาของเกลนเบิกขึ้น จากนั้นร่างกายพลันสั่นสะท้านเหมือนกับราวจะจับความคิดของอาโนอิทอสได้ "ฝะ ฝ่าบาทหมายความว่า.."
"ไม่ว่าจะตื่นตูมแค่ไหนก็น่าจะรู้ว่ามันจะส่งผลกระทบยังไงหากคนจำนวนมากรู้เขา คนร้ายหากรู้แล้วก็อาจจะบอกสหายหรือคนสนิทและแอบพากันหนีไปเฉพาะกลุ่มตนเองได้ แต่การที่เผยแพร่มันออกไปสู่สารธารณะเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าคนร้ายต้องการจะสร้างความสั่นสะเทือนให้กับกำลังพลของเรา คนร้ายต้องการจะตัดกำลังทหารเรา ด้วยข้อมูลนั้นอาจจะทำให้มีทหารเราหลายนายหวาดกลัวและแอบหนีไปที่อื่น กว่าพวก 'สเกได' จะบุกมาถึงใครจะไปรู้ว่าในกองทัพเราจะเหลือทหารถึง 20 นายหรือเปล่า"
เกลนเผยใบหน้าที่ดำมืด พลันรู้แล้วว่าในเมืองของพวกเขามีสปาย
"ฝ่าบาท! แย่แล้วขอรับ!" ตอนนั้นเอง ทหารส่งข่าวผู้หนึ่งวิ่งมาหาอาโนอิทอสด้วยสีหน้ารีบร้อน
"ท่าน...! มีอะไร! เกิดอะไรขึ้น!"
ทหารส่งข่าวมีใบหน้าที่ซีดขาวและอยากจะร้องไห้ เขาบอก "ที่ฐานคลังแสงของฝ่าบาท...ที่นั่น...ที่นั่น!"
อาโนอิทอสรู้สึกไม่ดีจึงรีบเดินทางไปที่ทุ่งซาวาโรส ส่วนเกลนก็ตามไป ทันทีที่เขาและเกลนไปถึง ใบหน้าของเขาและเกลนเปลี่ยนเป็นซีดขาว "นี่มัน...นี่มัน...เกิดขึ้นได้ยังไง"
ตรงหน้าอาโนอทิอสและเกลน เครื่องบินรบ 890 ลำลุกไหม้ด้วยไฟระเบิด รถถัง 2500 คัน ทุกคันถูกทำลาย อาวุธทหารราบเช่นปืนกลและระเบิดมือในคลังแสงเกือบทั้งหมดถูกพังทำลาย
ผู้ที่พังทำลายมันนั้นเป็นทหารหนุ่มสิบนายที่อยู่ตรงหน้าอาโนอิทอส ชายหนุ่มสิบคนนั้นเผยรอยยิ้มแสยะที่น่ากลัวแล้วค่อยๆหันหน้ามา ในเสี้ยววินาทีต่อมาที่เวทย์มนต์คลาย ก็เผยให้เห็นว่าหลังใบหน้ามนุษย์นั้นเป็น 'สเกได' เผ่าใต้พิภพชั้นสูงที่มีความสามารถใช้มนต์ดำ
'สเกได' ทั้งสิบตนนั้นมองอาโนอิทอส พวกมันหัวเราะ "นี่ถือเป็นของขวัญทักทายชิ้นแรกจากเราก่อนเริ่มสงคราม ผู้มาเยือน"
'สเกได' ทั้งสิบนายว่าแบบนั้น จากนั้นเกลนและทหารทุกคนก็รีบระดมยิงปืนไฟใส่พวกมันจนร่างมอดไหม้ไปหมด เสี้ยววินาทีต่อมา 'สเกได' พวกนั้นก็ตายไป แต่เสียงหัวเราะของพวกมันยังก้องกังวานในใจของอาโนอิทอสและทหารทุกคน
พวกเขาโดนโจมตีแล้ว...
พวกเขาโดนพวกมันลอบโจมตียังจุดที่สำคัญที่สุด...
อาโนอิทอสไม่รู้ว่าพวก 'สเกได' มีความสามารถนี้
"ฝ่าบาท! ที่เขตกำแพงชั้นนอก เกิดเรื่องแล้วขอรับ! ชาวเมืองอาฟีโน ชาวเมืองอาฟีโนของท่าน พวกเขา!" ข่าวร้ายระลอกแล้วระลอกเล่าได้โถมเข้ามา จิตใจของอาโนอิทอสดำดิ่งลงสู่ความมืดมน
อาโนอิทอสถูกพาไปยังกำแพงชั้นนอกที่เกิดเหตุที่พวก 'สเกได' ฝากของขวัญทักทายชิ้นสุดท้ายไว้ ตรงหน้าอาโนอิทอส ชาวเมืองอาฟีโนที่ภักดิ์ดีต่อเขาและอยู่ข้างเขามาตลอด ตอนนี้ครึ่งหนึ่งของพวกเขาถูกฆ่าตายหมดแล้ว ข้างๆศพของชาวเมืองเหล่านั้นมีลูก สามี ภรรยา ญาติพี่น้องที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญ เสียงกรีดร้องเสียใจและน้ำตาของพวกเขาทำให้หัวใจของอาโนอิทอสโศกเศร้า