เนื้อ-นม-ไข่: ฮาเร็มแวมไพร์สายกาว NC 25+

    ร็อกแอนด์โรล

    ตอนที่ 35

            ทันทีที่ประตูเหล็กบานยักษ์เหวี่ยงตัวเปิดออก สิ่งแรกที่พุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสของเซเวียร์ ไม่ใช่กลิ่นอายความขลังของราชวงศ์แวมไพร์อย่างที่เขาคุ้นเคย

            ทว่ากลับเป็นกลิ่นฉุนกึกของสารเคมีที่รุนแรงจนแสบจมูก ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นที่ถูกสกัดจนส่งกลิ่นคาวคลุ้งประหนึ่งอยู่ในโรงชำแหละ

            เซเวียร์ขมวดคิ้วแน่น นัยน์ตาสีแดงฉานกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ห่างไกลจากคำว่า ‘ถึงบ้านแล้วนะ’ อย่างสิ้นเชิง

            โถงปราสาทน็อกเทิร์นที่เขาเคยภาคภูมิใจ…บัดนี้กลับกลายสภาพเป็น ห้องบ่มเพาะสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ที่วิปริตผิดมนุษย์

            เสาหินกอทิกที่เคยสลักเสลาด้วยลวดลายวิจิตร ถูกดัดแปลงเพื่อติดตั้งท่อแก้วใสที่บรรจุของเหลวสีเขียวขุ่นข้น พาดระโยงระยางเชื่อมต่อกัน ประหนึ่งเส้นเลือดดำยักษ์ที่กำลังสูบฉีดสารอาหารไปเลี้ยงทั่วทั้งปราสาท

            แสงสว่างจากคบเพลิงเวทมนตร์ถูกแทนที่ด้วยแสงเรืองรองจากอ่างสารเคมีที่ส่องสว่างอย่างน่าเวทนา

            “นี่มันปราสาท…หรือห้องชำแหละสัตว์กันแน่?”

            เซเวียร์เปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม ก่อนจะก้าวย่างไปเบื้องหน้าอย่างทระนง เขาเดินข้ามเหล่าท่อพยุงชีพที่พาดระเกะระกะอยู่บนพื้น ราวกับพวกมันเป็นเพียงกิ่งไม้แห้งที่ไร้ค่า

            ที่ใจกลางความวิปริตนั้น ร่างจ้อยของโนมสาวในชุดกาวน์สีขาวตัวโคร่ง ยืนนิ่งสงบอยู่บนแท่นยกระดับ โดยไม่แม้แต่จะหันมาสนใจผู้มาเยือนเลยแม้แต่น้อย

            เรือนผมสั้นสีน้ำตาลแดงหม่นที่ตัดซอยระต้นคอ พร้อมปอยผมหน้าม้าปัดข้างอันเป็นเอกลักษณ์ พลิ้วไหวเพียงเล็กน้อยยามที่นิ้วเรียวเล็กขยับวาดลวดลายอักขระเวทกลางอากาศ เพื่อสั่งการแผ่นศิลาจารึกข้อมูลเรืองแสงนับสิบชิ้นที่ลอยวนอยู่รอบกาย

            ขอบตาที่ดำคล้ำลึกประหนึ่งผู้ที่ละทิ้งการนิทรามานานนับศตวรรษ ขับเน้นนัยน์ตาสีฟ้าอมเทาที่แสนเย็นชาให้ดูโดดเด่น ยามจับจ้องการเปลี่ยนแปลงของเส้นชีพจรเวทที่เต้นตุบอยู่บนแผ่นศิลาเหล่านั้นอย่างไม่วางตา

            มันคือสายตาที่สุขุมลุ่มลึก หากแต่แฝงความด้านชาต่อความเป็นไปของโลก ประหนึ่งดวงเนตรของผู้ที่แบกรับความลับต้องห้ามและเผชิญหน้ากับความตายมาจนชินชา

            “ไอรีส…ดูเหมือนจะมีตัวอย่างทดลอง เดินมาหาเจ้าถึงที่แล้ว”

            อัลเฟรดเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย สายตาที่มองไปยังแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเซเวียร์นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความเคารพ

            หญิงสาวตัวน้อยหยุดปลายนิ้วลงในทันที เธอค่อยๆ หันใบหน้าตายด้านมามองกลุ่มคนเบื้องหลัง แววตาที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของเซเวียร์ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปหาแผ่นศิลาดังเดิม

            “ไออุ่นแห่งกายหยุดนิ่ง จังหวะแห่งดวงใจเป็นศูนย์ ยินดีด้วยนะอัลเฟรด…ในที่สุดเจ้าก็เก็บซากผีดูดเลือดโบราณ กลับมาประดับปราสาทได้สำเร็จ”

            น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่ากลับเชือดเฉือนจนบรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิม

            เซเวียร์ไม่ได้โต้ตอบในทันที สายตาของเขาหยุดนิ่งอยู่ที่โหลแก้วมนตราขนาดมหึมาสามใบที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้านักวิจัยสาว ของเหลวสีมรกตภายในนั้นกำลังหมุนวนพัดพาร่างที่หลับใหลอยู่ภายในให้สั่นไหวไปตามกระแส

            โหลแก้วใบกึ่งกลางบรรจุร่างของเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าคมคายทว่าเรียบเฉย นามรหัสของเขาคือ ‘ร็อก’ ถัดไปคือโหลแก้วของเด็กสาวผมทองสว่างที่มีความงดงามประหนึ่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ไร้ชีวิต นามรหัสของเธอคือ ‘โรล’

            และที่น่าเกรงขามที่สุดคือโหลแก้วซ้ายสุด ร่างมหึมาที่อัดแน่นด้วยมัดกล้ามขึงขังและรอยเย็บประณีตทั่วทั้งกาย ประหนึ่งอสูรกายที่ถูกเย็บสร้างขึ้นใหม่จากซากศพอันแข็งแกร่ง บนศิลาจารึกอักขระสีแดงฉานใต้โหลแก้วใบนั้นสลักไว้เพียงสั้นๆ ว่า ‘พังค์’

            “ไอ้พวกขยะในโหลแก้วนี่คืออะไร?” เซเวียร์เอ่ยถาม พลางเดินก้าวย่างอย่างทระนงผ่านโหลแก้วของพังค์และร็อกไปอย่างไม่ใยดี

            เป้าหมายของเขาคือโหลแก้วทางขวาสุด ที่บรรจุร่างของเด็กสาวผมทองสว่าง ผู้มีใบหน้าหมดจดงดงามประหนึ่งนางฟ้าที่ถูกจองจำ

            จอมราชันหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าโหลแก้วของโรล นัยน์ตาสีเลือดกวาดมองร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาวที่อยู่ในของเหลวสีมรกตอย่างจาบจ้วง ตั้งแต่ลำคอระหงไปจนถึงปลายนิ้วเท้าที่ขาวเนียน

            แววตาที่เคยแข็งกร้าวพลันเปลี่ยนเป็นประกายกรุ้มกริ่มด้วยรสนิยมอันเหลือร้าย

            “หึ…ถึงข้าจะเกลียดไอ้ห้องชำแหละนี่ แต่ดูเหมือนนิกซ์ จะมีรสนิยมที่เข้านะ”

            เซเวียร์ยกยิ้มที่มุมปากพลางขยับเข้าไปชิดผิวกระจกที่เย็นเยียบ เขาโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อพิจารณาทรวดทรงที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำอย่างไม่รู้จักยางอาย

            “แม่นางน้อยผู้นี้ช่างงดงามเหลือเกิน…เสียดายที่ต้องมานอนแช่น้ำสีน่าสะอิดสะเอียนนี่ แทนที่จะไปนอนทอดกายอยู่บนเตียงนุ่มๆ ในห้องนอนของข้า”

            ไอรีสปรายตามองท่าทางหื่นกามของแวมไพร์หนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ รังสีสังหารแผ่ออกมาวูบหนึ่งจากดวงตาคู่เล็กที่แสนเย็นชา

            “หยุดใช้สายตาโสโครกของเจ้าแทะโลมผลงานของข้าเสียที…เพราะถ้าข้าร่ายมนตราสั่งสังหารเมื่อไหร่ ร่างที่เจ้ากำลังหลงใหลอยู่นี้ จะเป็นสิ่งแรกที่พุ่งออกมาฉีกกระชากไอ้ส่วนที่เจ้าภูมิใจนักหนาให้กลายเป็นเศษเนื้อในพริบตา”

            จอมราชันไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวต่อคำขู่นั้นเลยแม้แต่น้อย เขากลับแสยะยิ้มกว้างกว่าเดิม นัยน์ตาสีเลือดวาวโรจน์ด้วยความสนุกสนานขณะยื่นมือไปลูบไล้ผิวกระจกตรงตำแหน่งใบหน้าของเด็กสาวที่หลับใหล

            “เจ้าคิดว่าความงดงามที่แสนเปราะบางเช่นนาง จะกล้าสะบัดคมเขี้ยวเข้าใส่ราชาอย่างข้าลงจริงๆ รึ? ยิ่งนางสวยเท่าไหร่ นางก็ยิ่งควรจะมาออดอ้อนอยู่ใต้ร่างข้ามากกว่าการทำเรื่องอันตรายนะ”

            ในวินาทีที่ปลายนิ้วของจอมราชันสัมผัสลงบนผิวกระจก ของเหลวสีมรกตภายในโหลแก้วพลันสั่นไหวเป็นระลอกคลื่นเล็กๆ ดวงตาที่ปิดสนิทของโรลขยับไหววูบ ประหนึ่งรับรู้ถึงสัมผัสที่จาบจ้วงนั้นได้

            ไอรีสขบกรามแน่นจนเกิดเสียงกรอด เธอเกลียดสายตาของบุรุษตรงหน้าที่มองผลงานชิ้นเอกของเธอ เป็นเพียงเครื่องบำเรอความใคร่

            “หากเจ้ายังมิยอมถอนมือนั้นออกไป…ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ซึ้งว่าการดับสูญเป็นคำรบสอง มันทรมานเพียงใด”

            เซเวียร์แค่นหัวเราะร่าอย่างไม่ใส่ใจในคำเตือนของไอรีส พลางใช้หลังนิ้วเคาะผิวกระจกที่เย็นเยียบเบาๆ อย่างจงใจยั่วโทสะ

            “ข้าว่าแม่นางน้อยผมทองนางนี้ ดูจะเหมาะแก่การรินรสเมรัยและหมอบราบปรนนิบัติข้าอยู่ข้างเตียง เสียมากกว่าจะมานอนแช่น้ำสีน่าสะอิดสะเอียนเช่นนี้”

            คำจาบจ้วงนั้นเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดสะบั้นลง

            ไอรีสหาได้ตอบโต้ด้วยวาจาอีกต่อไป หากแต่นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาของนางกลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ นิ้วเรียวเล็กตวัดวาดอักขระโบราณกลางอากาศด้วยความรวดเร็วปานพายุคลั่ง

            ครืนนน!!

            ทันทีที่อักขระสุดท้ายถูกจารึกจนสมบูรณ์ เสียงกลไกเวทมนตร์ที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนศิลาก็พลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ประหนึ่งเสียงคำรามของอสูรใต้พิภพ

            มวลน้ำสีมรกตที่เคยหล่อเลี้ยงร่างของร็อกและโรล ถูกม้วนพัดเป็นเกลียวคลื่นก่อนจะถูกสูบหายลงไปในท่อลำเลียงอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดเสียงหวีดหวิวของมวลอากาศที่พุ่งเข้าแทนที่ช่องว่างภายในโหลแก้วมนตราทั้งสองใบอย่างบ้าคลั่ง

            ไอระเหยสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกมาจากรอยต่อของโหลแก้วที่เลื่อนเปิดออก ร่างของเด็กหนุ่มและเด็กสาวก้าวออกมาจากม่านหมอกนั้นด้วยท่วงท่าที่มั่นคงเกินกว่าจะเป็นเพียงมนุษย์สร้าง

            “ร็อก…โรล…กำจัดขยะนี่ทิ้งซะ อย่าให้เลือดโสโครกของมันเปรอะเปื้อนห้องทำงานของข้า” ไอรีสสั่งน้ำเสียงเฉียบขาด

            ร็อกบิดคอไปมาจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเบาๆ เขาปรายตามองเซเวียร์ด้วยสายตาดูแคลน

            “ปลุกขึ้นมาเพื่อฆ่าไอ้โรคจิตแก้ผ้าเนี่ยนะ? ช่างเป็นงานที่น่าเบื่อหน่ายเสียจริง”

            “แหม ร็อก…อย่าพูดแบบนั้นสิ” โรลเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มบางที่ดูสวยงามทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่น

            เธอขยับกายบิดขี้เกียจเล็กน้อย ทรวดทรงที่งดงามภายใต้หยดน้ำที่เกาะพราวทำเอาเซเวียร์แทบไม่วางตา

            “อย่างน้อยเขาก็มีหุ่นที่เร้าอารมณ์ไม่เบานะ…เสียดายที่ต้องกลายเป็นเศษเนื้อเร็วไปหน่อย”

            “หึ…ปากดีไม่เบานี่สาวน้อย เข้ามา!! ข้าจะช่วยสอนให้พวกเจ้ารู้เองว่า การปรนนิบัติราชาที่แท้จริงน่ะ ต้องอย่างไร!!” เซเวียร์แสยะยิ้ม นัยน์ตาสีเลือดวาวโรจน์

            สิ้นคำของจอมราชัน ร่างของโรลก็พลันเลือนหายไปจากสายตา!!

            ปึก!!

            ฝ่าเท้าเล็กๆ ของเด็กสาวพุ่งเข้าใส่ยอดอกของเซเวียร์อย่างรุนแรงประหนึ่งกระสุนปืนใหญ่

            จอมราชันตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ เขายกท่อนแขนขึ้นขวางกั้นได้ทันท่วงที แรงปะทะมหาศาลส่งระลอกคลื่นกระแทกกระจายออกจนท่อพยุงชีพรอบข้างสั่นไหว

            เซเวียร์ถึงกับขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่เกินคาด เขาเหวี่ยงหมัดสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว ทว่าโรลกลับหมุนตัวหลบกลางอากาศอย่างพลิ้วไหวราวกับขนนก ก่อนจะระดมหมัดและลูกเตะเข้าใส่เซเวียร์ไม่ยั้งประหนึ่งพายุห่าฝน

            ปัง!! ปัง!! ปัง!!

            เสียงหมัดปะทะกับร่างกายของเซเวียร์ดังสนั่น ทว่าทุกครั้งที่การโจมตีของเธอสัมผัสถูกกาย ม่านพลังสีดำทมิฬที่หมุนวนเป็นเกราะมนตราธาตุมืดจะสว่างวูบขึ้น เพื่อดูดซับแรงทำลายล้างทั้งหมดไว้

            เซเวียร์ยืนหยัดรับการโจมตีอย่างมั่นคง เขาฉวยจังหวะที่โรลชกเข้ามา คว้าข้อมือของเธอไว้ได้ก่อนจะกระชากร่างเล็กนั้นเข้ามาหาตัวหมายจะเผด็จศึก

            “ช้าไป!!” โรลแค่นเสียง

            มวลกล้ามเนื้อทั่วร่างของเธอพลันขยายตัว และดีดเร่งพละกำลังขึ้นถึงขีดสุดในชั่วพริบตา หญิงสาวผมทองอาศัยแรงกระชากของเซเวียร์ ทะยานโหมศีรษะเข้ากระแทกใส่หน้าผากของจอมราชันอย่างจัง!!

            กึก!!

            แรงกระแทกนั้นทำเอาเซเวียร์ถึงกับหน้าสะบัดไปด้านหลัง ความประหลาดใจฉายชัดในดวงตาปีศาจ เขาสลัดร่างของเด็กสาวออกเพื่อตั้งหลักพิจารณาคู่ต่อสู้อีกครั้ง

            “ไม่เลว…ไม่เลวเลยจริงๆ”

            เซเวียร์ลูบหน้าผากตัวเองที่มีรอยแดงจางๆ พลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

            “ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ พละกำลังและความเร็วระดับนี้…เจ้าไม่ใช่แค่มนุษย์ทั่วไปแล้ว”

            โรลยืนหอบหายใจเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำทะเลที่เคยงดงาม บัดนี้วาวโรจน์ด้วยความขุ่นเคือง ยามจ้องเขม็งฝ่าม่านหมอกสีดำของเกราะมนตราที่คอยขวางกั้นคมเขี้ยวของเธอไว้

            “เกราะนั่น…น่ารำคาญชะมัด”

            “หึ…ในเมื่อเจ้าชมว่าเกราะของข้าน่ารำคาญ ข้าก็จะเปลี่ยนวิธีทักทายให้เจ้าประทับใจยิ่งกว่าเดิม”

            เซเวียร์ยืดตัวขึ้น นัยน์ตาสีเลือดกวาดมองร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาวตรงหน้า ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แทนที่ความบ้าคลั่ง ทันใดนั้น ร่างของจอมราชันพลันเลือนหายกลายเป็นเงาสีดำพุ่งทะยานเข้าใส่โรลด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่า

            วูบ!!

            แทนที่จะเป็นการปล่อยหมัดหนักหน่วงใส่จุดตาย เซเวียร์กลับกางนิ้วออกทั้งห้าหมายจะตะปบเข้าที่ทรวงอกอิ่มของเด็กสาวอย่างจงใจ

            โรลเบิกตากว้าง ใบหน้าขาวซีดพลันขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายผสมโกรธแค้น เธอเบี่ยงตัวหลบด้วยการตีลังกากลับหลังอย่างหวุดหวิด จนปลายนิ้วของแวมไพร์หนุ่มเฉียดผ่านยอดอกไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด

            “ไอ้คนถ่อย!! เจ้าคิดจะทำอะไรของเจ้า!!” โรลแผดเสียงด่าพลางวาดลูกเตะวงพระจันทร์สวนกลับ

            ทว่าเซเวียร์กลับพุ่งเข้าหาอีกครั้งโดยไม่ลดละ มือไม้ของเขาพยายามจะขยำและสัมผัสจุดสงวนของเธออย่างหน้าด้านๆ

            “ก็ทำให้เจ้าเลิกทำหน้าบึ้งตึงยังไงเล่า มาให้ข้าพิสูจน์หน่อยซิว่า ร่างกายสังเคราะห์เนี่ย มันจะนุ่มนิ่มสู้ผู้หญิงจริงๆ ได้หรือเปล่า!!”

            “ไปตายซะ ไอ้โรคจิต!!” โรลตะโกนก้อง

            เธอพยายามรักษาระยะห่าง ทว่ากลับถูกเซเวียร์รุกไล่จนแทบจะถอยรั้งไม่ทัน ทุกครั้งที่เธอหลบพ้น…ใบหน้าของเธอจะยิ่งแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความโมโหที่ถูกคุกคามเยี่ยงนี้

            ผัวะ!!

            จังหวะที่เซเวียร์กำลังจะคว้าเอวบางของโรลไว้ได้ หมัดหนักๆ ของใครบางคนก็พุ่งเข้ากระแทกเกราะเวทธาตุมืดตรงหัวไหล่ของเขาจนเกิดเสียงดังสนั่น เซเวียร์ถูกแรงปะทะนั้นเหวี่ยงจนต้องกระโดดถอยหลังกลับไปตั้งหลัก

            ร็อกก้าวเข้ามาขวางหน้าโรลไว้ ร่างเปลือยที่อัดแน่นด้วยมัดกล้ามของเขาสั่นระริกด้วยความโกรธ

            “เลิกเอารัดเอาเปรียบแฝดน้องของข้าด้วยวิธีการโสโครกนั่นเสียที!!” ร็อกตวาดก้อง พลางตั้งท่าเตรียมจู่โจม

            เซเวียร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะร่า

            “ฮา…ฮ่าๆๆๆๆๆๆ แฝดน้องรึ? อ๋อ…ที่แท้พวกเจ้าก็เป็นฝาแฝดกันหรอกรึเนี่ย!! ข้าก็นึกว่าเป็นคู่ผัวตัวเมียที่หน้าตาเหมือนกันจนน่าขนลุกเสียอีก!!”

            “อย่ามาพูดจาสกปรกกับพวกเรา!!”

            ร็อกและโรลคำรามขึ้นพร้อมกัน ทั้งสองพุ่งทะยานเข้าใส่เซเวียร์จากสองทิศทาง ประหนึ่งลูกศรที่ถูกปล่อยจากคันศรเดียวกัน

            การโจมตีของทั้งคู่ประสานงานกันได้อย่างไร้ที่ติ ร็อกเน้นลูกหนักเข้าปะทะตรงๆ เพื่อเปิดทางให้โรลอาศัยความพลิ้วไหวลอบโจมตีจุดบอด

            ตึก!! ปัง!! ผัวะ!!

            การแลกหมัดและเท้าดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นทุกขณะ เซเวียร์ต้องรับมือกับการประสานงานที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

            แม้เกราะเวทธาตุมืดจะป้องกันกายเขาไว้ได้ แต่แรงกระแทกจากหมัดของร็อกก็เริ่มทำให้เขาต้องกัดฟันรับมือ จอมราชันปัดป้องและสวนกลับด้วยมนตรามืดสั้นๆ เกิดเป็นประกายไฟสีดำกระจายไปทั่วห้องแล็บ

            ไอรีสยืนกอดอกดูภาพตรงหน้าจากบนแท่นยกระดับ มุมปากยกยิ้มอย่างสะใจที่เห็นแวมไพร์จอมโอหังถูกผลงานชิ้นเอกของเธอรุมสกรัม จนต้องถอยรั้งไปติดผนังห้อง

            ขณะที่บริเวณประตูทางเข้าปราสาทฝั่งด้านใน อัลเฟรดและมิคาเอลยังคงยืนเฝ้าดูการต่อสู้อยู่ห่างๆ ด้วยความสงบนิ่ง ประหนึ่งผู้สังเกตการณ์ที่กำลังรอประเมินขีดจำกัดของราชาผู้ฟื้นคืนชีพอย่างใจเย็น

            “ร็อกแอนด์โรล!!” สองพี่น้องฝาแฝดประสานมือกันแน่น

            ทันใดนั้นกระแสพลังเวทสีเหลืองอำพันสว่างจ้า พลันระเบิดพุ่งออกมาจากร่างของทั้งสอง มวลพลังนั้นควบแน่นจนกลายเป็นก้อนทรงกลมขนาดมหึมาที่แผ่รังสีความร้อนแรง และมีประกายแลบปลาบเปรี๊ยะปร้าง ประหนึ่งดวงอาทิตย์ดวงย่อม

            มันขยายตัวขึ้นจนส่องสว่างอาบไปทั่วห้องปฏิบัติการที่เคยมืดสลัว ก่อนจะถูกยิงอัดเข้าใส่เซเวียร์ในระยะประชิดด้วยความรุนแรงปานอสนีบาตฟาด!!

            ตูมมม…!!

            “เป็นอย่างไรล่ะ? คราวนี้ยังจะเหลือปากไว้พล่ามเรื่องไร้สาระอยู่อีกไหม?”

            ร็อกยืนเท้าเอวอย่างทระนง พลางจ้องเขม็งผ่านกลุ่มหมอกควันที่คละคลุ้งหนาทึบ เพื่อรอดูสภาพของเหยื่อเคราะห์ร้าย

            “หากไม่สิ้นชีพไปในทันที ก็คงเหลือเพียงร่างที่แหลกเหลวเกินกว่าจะกลับมาลืมตาได้อีกเป็นคำรบสอง”

            โรลเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ในอานุภาพของพลังงานสีเหลืองอำพันเมื่อครู่เป็นอย่างยิ่ง

            “โดนเข้าไปเต็มแรงในระยะประชิดเช่นนั้น…ต่อให้เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่มาจากยุคสมัยใด ก็ไม่มีทางรอดพ้นจากความพินาศไปได้หรอก”

            ครั้นเมื่อม่านควันที่คลุ้งกระจายค่อยๆ เบาบางลง…ปรากฏคราบโลหิตสีแดงฉานจำนวนมหาศาล สาดกระเซ็นไปทั่วผนังห้องและพื้นหิน

            ทว่าภายในวงล้อมของรอยเลือดที่ยังส่งกลิ่นคาวคลุ้งนั้น กลับไร้ซึ่งเงาร่างของจอมราชัน…ไม่มีเศษซากสังขารหรือร่องรอยของแวมไพร์จอมโอหังหลงเหลืออยู่แม้เพียงนิด

            มีเพียงความว่างเปล่าที่น่าใจหาย ท่ามกลางเศษซากของห้องปฏิบัติการที่พังพินาศ หรือว่าร่างกายที่เคยทระนงของเซเวียร์ จะถูกบดขยี้จนแหลกสลายกลายเป็นธุลีไปเสียแล้ว?

    คล้ายกับเรื่องเนื้อ-นม-ไข่: ฮาเร็มแวมไพร์สายกาว NC 25+ ที่คุณอ่าน