ฝักที่16
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะพาคนป่วยทั้งสองกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านของพวกตนแล้วจึงได้แบ่งหน้าที่กันโดยให้เสือที่ตัวโตเกินวัยไปมากนั้นเป็ผู้ที่อุ้มมารดากลับส่วนสิงห์นั้นก็จะอุ้มภรรยาของตน
เมื่อมาถึงที่บ้านแล้วเสือก็รีบพามารดาเข้าไปพักผ่อนที่ห้องนอนของท่านทันทีแล้วก็คอยนั่งเฝ้าดูอาการไว้ตลอดเวลา
ส่วนสิงห์เองก็พาภรรยาตัวน้อยมานอนพักที่ห้องนอนของน้องชายตนเพราะห้องนอนของพวกเขานั้นยังไม่ได้ซื้อเตียงนอนหลังใหม่มาเปลี่ยนแทนหลังเก่าที่ขามันหักไปั้แ่เมื่อคืนที่ผ่านมา
เวลาเลยผ่านมาจนถึง่เย็นแล้วและอาการของดินก็เพิ่งจะสงบลงและหลับไปในเมื่อครู่นี้นี่เองส่วนนางศจีนั้นก็เพิ่งจะฟื้นขึ้นมาเช่นกันแต่ยังมีอาการมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เพราะครั้งสุดท้ายที่จำได้ก็คือนางนั้นรู้สึกแน่นหน้าอกแล้วหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยแต่เมื่อฟื้นขึ้นมาในครั้งนี้กลับไม่รู้สึกถึงอาการเจ็บป่วยที่เคยมีมาตลอดแม้แต่น้อย
เสือเมื่อเห็นว่ามารดานั้นได้รู้สึกตัวขึ้นมาแล้วก็ร้องะโเรียกพี่ชายตนด้วยความตื่นเต้นดีใจแล้วจากนั้นก็เกิดความชุลมุนวุ่นวายขึ้นมาจากการที่บุตรชายทั้งสองคนนั้นต่างพากันแย่งกันไต่ถามอาการของมารดาจนฟังไม่ได้ศัพท์นางศจีจึงต้องลงไม้ลงมือตีบุตรชายไปคนละเพี๊ยะสองเพี๊ยะเหตุการณ์ถึงได้สงบลง
เมื่อสิงห์และเสือเห็นว่ามารดาตนนั้นปลอดภัยดีแล้วจึงได้เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านนั้นหมดสติไปแล้วให้ฟังพอนางศจีได้รู้เื่ราวทั้งหมดจากบุตรทั้งสองก็รู้สึกว่าเื่ที่เกิดขึ้นนั้นมันช่างน่าอัศจรรย์นักแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องขอบใจลูกสะใภ้คนนี้จริงๆที่ทำให้ตนยังมีโอกาสได้อยู่กับบุตรที่รักทั้งสองอีกครั้งแต่เมื่อได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสะใภ้หลังจากที่ได้ช่วยเหลือตนแล้วก็ทำให้นางต้องรีบมาดูอาการของดินด้วยความเป็ห่วงในทันที
นางศจีเมื่อมาถึงก็เห็นเด็กหนุ่มตัวเล็กกำลังนอนหลับอยู่จึงได้นั่งเฝ้าดูอาการอยู่ข้างๆเตียงโดยได้แต่หวังและภาวนาว่าหลังจากนี้อาการภรรยาของบุตรชายนั้นจะหายเป็ปกติโดยเร็ว
“ขอบใจมากนะลูกสะใภ้แม่เ้าพักผ่อนเถอะนะแล้วพรุ่งนี้เช้าแม่จะทำอาหารอร่อยๆไว้รอเ้านะ รีบตื่นขึ้นมานะลูก”นางศจีพูดกับลูกสะใภ้หนุ่มพร้อมกับลูบศีรษะเล็กๆนั้นอย่างรักใคร่เอ็นดูเสมือนบุตรของตนเอง
“ท่านแม่มาทานอาหารเย็นเถอะข้าจัดสำรับขึ้นโต๊ะเรียบร้อยแล้วขอรับเดี๋ยวอาการป่วยของท่านจะกลับมาอีกนะท่านแม่”
นางศจีได้แต่ส่ายหน้าให้กับความเป็ห่วงของบุตรชายคนเล็กั้แ่ที่นางฟื้นขึ้นมาก็ตามติดตัวนางจนแทบจะไม่ให้คลาดสายตาเลยทีเดียวทั้งๆที่บอกไปตั้งหลายครั้งแล้วว่านางนั้นไม่มีอาการจากโรคที่เคยเป็อีกแล้วก็ยังไม่ยอมเชื่อสักที
อาหารมื้อเย็นในวันนี้นั้นได้ถูกย้ายมากินกันที่ห้องนอนของเสือเพราะบุตรชายคนโตของบ้านนั้นไม่ยอมออกห่างจากภรรยาที่ยังนอนไม่รู้สึกตัว
“เรามากินข้าวกันที่นี่กันก็ดีนะขอรับเผื่อพี่สะใภ้จะได้กลิ่นอาหารแล้วอาจจะตื่นขึ้นมาก็ได้นะพี่สิงห์”เสือพยายามสร้างบรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่มีพี่ชายนั่งจ้องพี่สะใภ้อยู่ตลอดเวลาจนอาหารในจานนั้นเย็นชืดไปหมดแล้ว
“เฮ้อ~ถ้าเป็อย่างนั้นจริงก็ดีน่ะสิเ้าเสือ”
“ภรรยาเ้าต้องไม่เป็อะไรหรอกเชื่อแม่เถอะลูก เ้าทานข้าวสักหน่อยเถอะถ้าหนูดินรู้ว่าเ้าไม่ยอมกินข้าวกินปลาคงจะไม่สบายใจเป็แน่กินสักหน่อยนะลูก”
“ขอรับท่านแม่ท่านแม่เองก็ทานเยอะๆ นะขอรับ”
ในคืนนั้นเสือก็ไปนอนเฝ้ามารดาตนที่พื้นหน้าเตียงส่วนสิงห์ก็มานอนกับคนที่หลับไปั้แ่ตอนเย็นที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ยอมตื่นขึ้นมาสิงห์ดึงภรรยาขึ้นมานอนตัวของตนแล้วจึงห่มคลุมด้วยผ้าห่มผืนหนาก่อนจะหลับตามคนตัวเล็กไป
ค่ำคืนเปลี่ยนเป็เวลาเช้าแต่ดินก็ยังไม่มีท่าทีที่จะฟื้นขึ้นมาเร็วๆนี้ จนทำให้สิงห์นั้นวุ่นวายใจเป็อย่างมากไม่ว่าจะพยายามปลุกอย่างไรคนที่หลับอยู่ก็ยังไม่ยอมตื่นขึ้นมาสักที
“เมื่อไหร่เ้าจะตื่นขึ้นมาเสียทีนะเมียข้าเ้าจะทำให้ข้าเป็ห่วงจนตายหรือไรได้!ในเมื่อเ้าไม่ยอมตื่นงั้นสามีเช่นข้าก็จะลงโทษเ้าล่ะนะ”
สิงห์ถอดเสื้อผ้าของภรรยาตนออกจนเหลือแต่ร่างกายเปล่าเปลือยแล้วจึงซุกไซ้ร่างคนข้างล่างไปทั่วทุกตารางนิ้วส่งผลร่างเล็กนั้นเริ่มมีอาการหายใจหอบแรงขึ้นและกระตุกเป็พักๆแต่เ้าภรรยาหัวดื้อของตนก็ยังไม่ยอมตื่นอยู่ดีสงสัยเขาต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเสียแล้วสิงห์ใช้น้ำลายของตนนั้นมาทารอบๆฝักข้าวโพดของตนจนชุ่มแล้วจึงออกแรงส่งมันเข้าไปในตัวของภรรยาจนหมดภายในครั้งเดียว
“โอ๊ย!!!เจ็บบบ~~~”ดูเหมือนวิธีนี้จะได้ผลดีนักที่ทำให้คนซึ่งหลับไม่ยอมตื่นนั้นในบัดนี้ได้ฟื้นคืนสติขึ้นมาแล้ว
ตับ!ตับ!ตับ!ตับ!เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้อง
อร๊ายยยย…ยซี๊ดดดดดด สามีข้า...แรงอีกนิดเถอะข้าใกล้แล้ว อ๊าาา~~
เมียข้า…เ้าก็อย่าบีบรัดข้านักสิข้ายังไม่อยากเสร็จเร็วนะซี้ดดด..อู๊วววววว~~
!! เอี๊ยด~อ๊าด~เอี๊ยด~อ๊าด~เอี๊ยด~อ๊าด~!!!
โครมมมมมมมมม….ม~~~~
ด้านนอกที่โต๊ะอาหารภายในห้องครัวนางศจีได้ยินเสียงที่ดังเข้ามาก็รู้ทันทีว่าไม่ต้องรอบุตรตนกับลูกสะใภ้มากินมื้อเช้านี้แล้วเป็อันว่าอาหารที่นางทำไว้รอลูกสะใภ้นั้นคงจะไม่อร่อยเท่าอาหารมื้อเช้ารสชาติจัดจ้านที่บุตรชายตนกำลังป้อนให้เ้าตัวเป็แน่
“ท่านแม่เตียงข้า~”เสือพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาคลอเป้าด้วยรู้ชะตากรรมเตียงนอนของตนหลังจากได้ยินเสียงดังโครมใหญ่
“ทำใจเสียเถอะเดี๋ยวแม่จะซื้อเตียงให้เ้าใหม่เองอย่าร้องไห้ไป ฮึ๊บซะลูก”นางศจีสงสารบุตรคนเล็กนักที่ต้องสูญเสียเตียงนอนไปอย่างไม่มีวันกลับและเมื่อได้เจอเหตุการณ์เช่นนี้ติดต่อกันสองครั้งแล้วนางก็คิดไว้ว่า‘จะไม่ยอมให้บุตรชายกับเ้าลูกสะใภ้เข้าใกล้เตียงนอนของตนเป็อันขาด’
กว่าที่คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันจะได้ฤกษ์งามยามดีออกมาจากห้องนอนกันนั้นเวลาก็ได้เดินมาจนเกือบจะถึงเที่ยงวันแล้วโดยที่มีสามีหนุ่มพยุงร่างภรรยาตัวเล็กอยู่ไม่ห่าง
เมื่อทั้งสองเดินกันมาถึงห้องรับแขกก็ได้เจอกับนางศจีและเสือที่กำลังนั่งรอพวกตนกันอยู่ก่อนแล้วดินจึงถือโอกาสนี้เล่าเื่ที่ตนเองนั้นมีพลังเวทย์จากเถาวัลย์ิญญาแห่งชีวิตโดยไม่ปิดบัง
“แม่ขอบใจเ้ามากนะลูกทั้งๆที่เ้าก็รู้ว่าจะต้องพบเจอกับอะไรหลังจากที่ช่วยชีวิตแม่ครอบครัวของเราเป็หนี้บุญคุณเ้าแล้วล่ะ”
“ข้ากับเ้าเสือเองก็ต้องขอบใจเ้าเช่นกันภรรยาที่รักของข้าข้านั้นช่างเป็บุรุษที่โชคดียิ่งนักที่ได้เ้าเป็ภรรยา”
ฟอดดดดดดดด~~
“ท่านพี่ล่ะก็~ท่านแม่กับเสือก็ยังนั่งอยู่นะขอรับแล้วทุกคนอย่าได้คิดว่าเื่นี้เป็บุญคุณอะไรเลยเพราะท่านแม่ศจีเองก็เป็มารดาของข้าเช่นกันการช่วยมารดานั้นเป็เื่ที่บุตรต้องทำอยู่แล้วล่ะขอรับ”
“ในตอนนั้นพี่สะใภ้ดูสง่างามมากเลยนะขอรับราวกับท่านนั้นเป็เทพจาก์ก็ว่าได้หากข้าอยากมีพลังเวทย์เหมือนพี่สะใภ้บ้างข้าต้องทำอย่างไหร่หรือขอรับ”
“ถ้าหากเ้าอยากมีพลังเวทย์เดี๋ยวพี่สะใภ้จะส่งเ้าไปศึกษาที่โรงเรียนสอนการใช้เวทย์ดีหรือไม่แต่ต้องให้เวลาในการเตรียมหาเหรียญทองที่จะใช้เป็ค่าเล่าเรียนหน่อยนะเ้าก็อย่าใจร้อนนักแล้วกัน”
ดินคิดว่าดีเหมือนกันหากมีใครอีกสักคนสองคนสามารถใช้เวทย์ได้บ้าง
“จะดีหรือลูกมันต้องใช้เงินเป็จำนวนมากเลยนะลำพังแค่เงินที่พวกเ้ามีอยู่ในตอนนี้นั้นคงพอที่จะส่งเสียเ้าเสือให้เรียนได้แค่เทอมเดียวเท่านั้นล่ะมั้ง”นางศจีก็อยากให้เสือได้เรียนแต่เพราะค่าเล่าเรียนนั้นแพงมากแม้แต่พวกเศรษฐียังไม่ค่อยจะมีใครส่งบุตรหลานไปเรียนเลย
“ข้าว่ามันก็คุ้มกับการลงทุนอยู่นะท่านแม่จริงๆ แล้วข้าอยากให้สามีข้าได้ไปศึกษาเวทย์เช่นกันนะขอรับ”
“อย่าเลยข้ามันเป็คนหัวทื่อนักดีแต่ใช้แรงงานเพียงอย่างเดียวมันจะเสียเงินทองโดยเปล่าประโยชน์เสียมากกว่านะภรรยาข้า”
“ท่านพี่อย่าได้ดูถูกตัวเองเช่นนั้นสิขอรับทุกคนนั้นล้วนแล้วแต่เป็คนเก่งกันทั้งสิ้นเพียงแต่จะเก่งกันไปคนละอย่างเท่านั้นเองสำหรับข้าแล้วท่านคือคนเก่งที่สุดเลยล่ะขอรับ”ดินและสิงห์มองประสานสายตากันอย่างหวานเชื่อมและวาบหวาม
นางศจีที่นั่งมองบุตรชายกับลูกสะใภ้อยู่นั้นก็พลันนึกถึงเื่ที่ต้องรีบไปทำขึ้นมาได้
“พวกเ้าช่วยหยุดหวานใส่กันสักประเดี๋ยวเถอะแม่กับเ้าเสือว่าจะออกไปซื้อเตียงใหม่กันเสียหน่อยพวกเ้าจะไปเลือกเองหรือจะให้แม่เลือกมาให้เลยดีล่ะ”
“ท่านแม่ข้าอยากจะปรึกษาเื่นี้พอดีเลยขอรับคือข้าเห็นว่าบ้านหลังนี้นั้นมันทรุดโทรมมากแล้วข้าว่าพวกเราย้ายไปอยู่ที่บ้านของข้ากันดีกว่ามั้ยขอรับเพราะหากจะซ่อมแซมบ้านหลังนี้ก็คงจะต้องใช้เงินเยอะพอๆกับการสร้างใหม่เลยทีเดียวอีกทั้งเครื่องเรือนในบ้านก็ผุพังไปจะหมดแล้วด้วยดูอย่างเตียงนอนที่พังไปทั้งสองหลังนี้สิขอรับ”
นางศจีมองหน้าลูกสะใภ้นิ่งแต่ในใจนั้นอยากจะพูดออกไปเหลือเกินว่า‘ที่เตียงมันพังขามันหักนั้นไม่ใช่ว่าเพราะพวกเ้าโหมแรงใส่กันอย่างไม่บันยะบันยังกันหรอกเหรอ’
“เ้าหมายถึงที่ร้านค้าในเมืองเหรอแม่เคยอยู่แต่ที่โล่งกว้างและเงียบสงบเกรงว่าไปอยู่ที่นั่นแล้วจะรู้สึกอึดอัดน่ะสิลูก”
“ไม่ใช่ที่นั่นหรอกท่านแม่”
“หรือเ้าหมายถึงบ้านที่อยู่นอกเมืองหลังนั้นล่ะข้าว่ามันก็เก่าทรุดโทรมไม่ต่างกับบ้านหลังนี้เลยนะ”สิงห์นึกไปถึงบ้านหลังที่เคยไปส่งดินในตอนนั้น
“เป็บ้านอีกที่นึงขอรับเดี๋ยวเย็นนี้ข้าจะพาพวกท่านไปดูก่อนนะขอรับจะได้ตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้นแต่ข้าเชื่อว่าทุกคนจะต้องชอบแน่ๆ”
“มันไม่แค่เื่ชอบหรือไม่ชอบเท่านั้นน่ะสิลูกแต่มันเป็เื่ที่ไม่เหมาะไม่ควรที่พวกเราจะไปรบกวนครอบครัวของเ้าอย่างนั้นเราค่อยๆ ซ่อมแซมกันไปเรื่อยๆดีกว่ามั้ย แม่ไม่อยากจะไปรบกวนครอบครัวของเ้านัก”
“ท่านแม่อย่าได้คิดอย่างนั้นเลยขอรับก่อนแต่งงานข้าได้คุยกับบิดามารดาในเื่นี้แล้วท่านทั้งสองนั้นยินดีกันมากถ้าพวกเราทั้งสองครอบครัวนั้นจะสามารถย้ายมาอยู่ร่วมกันได้จริงๆ แล้วเราทั้งหมดก็เหมือนครอบครัวเดียวกันนะท่านแม่”
ดินคิดว่าจะเป็เื่ที่ดีมากๆถ้าสามารถโน้มน้าวให้ครอบครัวสามีนั้นยอมย้ายไปอยู่บ้านตนได้สำเร็จเพราะเขาจะสามารถดูแลทั้งครอบครัวของตัวเองและสามีไปพร้อมๆกันได้แล้วยังจะสามารถใช้เวทย์หรือทำสิ่งใดก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครพบเห็นอีกด้วย
“งั้นไว้เราไปดูกันก่อนก็ได้แล้วค่อยตัดสินใจกันอีกทีนะลูกเอาล่ะ!นี่ก็จะเที่ยงอีกแล้วพวกเราไปทำอาหารให้หนุ่มๆกินกันดีกว่าลูกสะใภ้”
“แล้วท่านพี่กับเสืออยากทานอะไรเป็พิเศษหรือไม่ขอรับ”
“อะไรก็ได้ฝีมือเมียข้าทำอะไรก็อร่อยหมดนั่นแหละจริงมั้ยเ้าเสือ”
“จริงขอรับพี่สะใภ้ทำอะไรก็อร่อยขอรับ”สองพี่น้องเนี่ยช่างปากหวานกันเสียจริงแต่ระวังท่านแม่จะน้อยใจเอานะ
“อ้าว!พวกเ้าพูดอย่างนี้หมายความแม่ทำอาหารไม่อร่อยสินะงั้นก็ดีต่อไปแม่จะได้ไม่ทำอาหารให้พวกเ้ากินอีกแล้วล่ะ”
“โธ่~ท่านแม่น่ะทำอาหารอร่อยที่สุดกว่าใครอยู่แล้วล่ะขอรับท่านก็อย่าน้อยใจสิขอรับ”
“ก็แล้วไปแต่… ลูกสะใภ้เ้าก็ทำอาหารอร่อยจริงๆนั้นแหละนะเอาเป็ว่าแม่จะช่วยเตรียมของให้ก็แล้วกันส่วนเ้านั้นก็เป็คนปรุงนะลูกหึหึหึ”
“อ้าว~ที่แท้ท่านแม่ก็ติดใจฝีมือทำอาหารของพี่สะใภ้เหมือนกันนี่น๊าฮ่าฮ่าฮ่า”
ในที่สุดครอบครัวนี้ก็สามารถกลับมาหัวเราะกันได้อีกครั้งนึง