เมื่อวานหลังจากที่ฉันได้ฟังวีรกรรมของตัวเองที่ได้ก่อขึ้นหลังจากเมาเหล้าสติหลุด จนถูกลากมาพักที่บ้านของลู่ฉีพี่ชายคนโตของบ้านสกุลจาง เท่าที่ฉันเข้าใจตอนนี้คือลู่จิ่วคนนี้ ซึ่งก็คือคนที่ฉันอยู่ในร่าง เธอมีพี่น้องสามคน คนแรกคือ คุณชายใหญ่ลู่ฉี คุณหนูใหญ่ลู่จิ่ว คนที่สองแต่เป็ผู้หญิงคนแรกในบ้านเขาจึงเรียกเธอว่าคุณหนูใหญ่ ซึ่งก็คือฉันในตอนนี้ และน้องเล็กลู่เสียน ว่าแล้วก็พลันให้คิดถึงเ้าเด็กแก้มยุ้ยที่อยู่บ้านจางขึ้นมา หวังว่าคงจะไม่มีโผล่มาอีกนะ
พอฉันทานอาหารที่เสี่ยวฮวานำมาให้เสร็จ ฉันก็นอนพักต่อ ตื่นอีกทีตอนหัวค่ำ ฉันจึงชวนเสี่ยวฮวาออกจากห้องไปเดินเล่นรอบ ๆ บ้านของคุณชายใหญ่ลู่ฉี
ระหว่างที่เดินดูฉันก็บังเอิญเจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง แต่งตัวดูดีมองแล้วเห็นจะเป็คุณหนูจากบ้านไหนสักหลังในเมืองนี้ เหมือเธอเห็นฉันกำลังยืนมองดูเธออยู่ เธอจึงส่งยิ้มพิมพ์ใจมาให้ฉัน คนอะไรช่างยิ้มได้หวานและน่าหลงใหลเช่นนี้ เห็นแบบนี้ก็อดอิจฉาคนที่ได้เธอไปไม่ได้จริง ๆ
"นางเป็ใครถึงเข้ามาในนี้ได้" ฉันกระซิบถามเสี่ยวฮวาที่ยื่นอยู่ข้างกัน
"นางคือพี่สะใภ้ของท่านไงเ้าคะ นางชื่อเหมยลี่เ้าค่ะ...คุณหนูจำนางไม่ได้หรือเ้าคะ" เสี่ยวฮวากระซิบตอบฉัน ไม่ใช่จำไม่ได้แต่ฉันไม่รู้จักนางด้วยซ้ำเถอะ ที่แท้คนที่ได้รอยยิ้มหวานนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนคนใกล้ตัวนี่เอง ฉันมีพี่สะใภ้หน้ารักแบบนี้ต้องรีบตีสนิท เผื่อวันใดฉันโดนลู่ฉีรังแกจะได้มีคนช่วยได้ ฮ่าาาา ช่างเป็ความคิดที่สุดยอดจริง ใครคิดเนี่ย!
"สวัสดีเ้าค่ะท่านพี่สะใภ้" ฉันเดินเข้าไปทักทายเธออย่างเป็มิตร แต่ทำไมเธอต้องทำหน้าใด้วย ฉันทำอะไรผิด เดินหน้ามั่นใจมาเต็มร้อยโดนมองแล้วทำหน้างงความมั่นใจตอนนี้แทบไม่เหลือ
"ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า" ฉันรีบก้าวถอยหลังกลับมากระซิบถามเสี่ยวฮวาอีกครั้ง
"คุณหนูไม่เคยเรียกนางว่าพี่สะใภ้เ้าค่ะ" ชิบหายวายวอดแล้วฉัน อยากผูกมิตรแต่ดันทำพลาด ถ้าลู่จิ่วไม่เรียกเธอคนนั้นว่าพี่สะใภ้แล้วเรียกอะไรกันล่ะเนี่ย? ทำอะไรไม่ได้ตีหน้ามึนก่อนแล้วกัน
"พี่หญิงน่าจะเดินทางมาเหนื่อย ๆ เชิญมานั่งพักที่ศาลาใต้ต้นไม้นี้ดีกว่านะเ้า"
"ได้จ๊ะ ขอบคุณเ้ามากที่ชวน" พี่สะใภ้เหมยลี่ตอบ ก่อนจะเดินตามฉันไปนั่งที่ศาลา ทำไมฉันรู้สึกว่าหน้าที่มันดูสลับกับแปลก ๆ
"เ้ามาั้แ่ตอนไหนหรือ ไม่เห็นบอกกันร่วงหน้าเลยนะ ถ้าเ้าแจ้งมาก่อนข้าคงจะอยู่รอไม่กลับไปที่จวนแน่นอน"
"เออ...พอดีข้ามาแบบกะทันหันน่ะเ้าค่ะ" หลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันอย่างถูกคอ พอคุยเื่อาหารฉันก็บอกว่าสามารถทำอาหารได้เก่งมากนะเออ
นางและทุกคนในที่นี่ทำหน้าไม่เชื่อ ฉันจึงชวนทุกคนมาที่ครัว เพื่อจะแสดงให้กระจ่างว่าฉัน...เอมคนนี้สุดยอดเชฟหญิงในตำนาน ฮ่าาาาา ภูมิใจในตัวเองเสียจริง (โม้จนเป็เื่)
"คุณหนูท่านแน่ใจนะเ้าคะ" เสี่ยวฮวากระซิบถามระหว่างพวกเราเดินไปที่โรงครัว
"ไว้ใจได้...ไม่ต้องห่วง"
เมื่อเดินมาถึงก็มีพ่อครัวกำลังทำอาหารสำหรับเย็นนี้อยู่ ฉันจึงขอให้พวกเขาช่วยเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบที่้าให้ เมนูแรกที่จะทำคือทอดไข่เจียวหมูสับง่าย และเป็เมนูที่ฉันมันใจที่สุดแล้ว
"พี่หญิงรอทานได้เลยนะเ้าคะ" ฉันพูดยิ้ม ๆ ให้กับเธอ
"ให้ข้าช่วยดีไหม" เธอถามฉันขึ้นอย่างเป็ห่วง อีกอย่างเธอทำราวกับว่าฉันจะเผาโรงครัวเธออย่างนั้นล่ะ ไว้ใจฉันหน่อยเถอะจะพยายามไม่ให้เกิดอะไรขึ้นแน่นอน
ฉันทำไข่เจียวหมูสับ ไข่ดาว และไข่ตุ๋นให้พวกเขาดู ทุกคนทำหน้าดูตื่นเต้นมาก แต่ในใจคงพูดว่าอาหารแบบนี้ตูก็ทำเป็ พูดซะอย่างจะทำอะไรที่พิเศษกว่านี้ให้ดู
หลังจากที่ทุกคนตื่นเต้น (แบบจำใจทำ) ก็กลับไปทำหน้าที่ตัวเองต่อ ฉันจึงขออยู่ที่นี่ครู่หนึ่งเพื่อเก็บของให้
ด้วยความหวังดีกลัวไฟไหม้ครัวตอนทุกคนไม่อยู่ จึงเอาน้ำในโถดินที่วางอยู่บนโต๊ะสาดเข้าไปในเตา เท่านั้นล่ะไฟจากเตากลับติดแรงกว่าเดิม ซวยแล้วไอเอมเอ้ย…น้ำในไหนั้นหาใช่น้ำเปล่าไม่หากแต่เป็น้ำมันสำหรับทำอาหาร อะไรที่อยู่ใกล้มือ ฉันก็จับมันโยนลงใส่เตาเพื่อกลบไฟไม่ให้มันลามไปที่อื่น ที่ไหนได้ยิ่งโยนลงไปมันยิ่งลุกแรงกว่าเดิม
สุดท้ายฉันจึงตัดสินใจวิ่งออกไปตามทุกคนมาช่วยดับไฟ ก็ว่าทำไมไม่มีใครเดินกลับมาที่ครัวเลย พี่ใหญ่ลู่ฉีกลับมาและกำลังเรียกรวมพลคุยอะไรกันสักอย่าง ฉันแอบบดูไม่กล้าเข้าไป ตัวก็มอมแมมไปด้วยเขม่าควันไฟ พอมองกลับไปที่โรงครัวไฟก็กำลังลามหนัก เอาวะโดนด่าดีกว่าโรงครัวเหลือแต่ตอตะโกแล้วกัน
เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันจึงวิ่งเข้าไปหาทุกคนที่รวมตัวกันอยู่ลานหน้าบ้าน ถึงจะไม่ไกลจากที่ฉันยืนอยู่เท่าไหร่แต่ก็ทำเอาหอบไม่น้อย
"ทุกคน..." ฉันพูดต่อไม่ไหวแค่หายใจยังไม่ทันเลยตอนนี้ ความรู้สึกมันทั้งกลัวทั้งเหนื่อยตัวสั่นไปหมด ยืนยังแทบไม่ไหวด้วยซ้ำ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อทุกคนในนี้ก็วิ่งกู่กันออกไปทางห้องครัวอย่างพร้อมเพรียง นั้นคือภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นก่อนจะวูบไปและไม่รับรู้อะไรอีกเลย
"ลู่จิ่วเป็อย่างไรบ้าง" พี่สะใภ้เหมยลี่ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันฟื้น
"ข้าดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ" ฉันตอบเธอ "เชี่ย! ไฟไหม้....ไฟไหม้ที่โรงครัวเ้าค่ะ" ฉันโวยวายขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าจะตามทุกคนไปช่วยดับ เกิดมาจนอายุยี่สิบห้าปี นี้เป็ครั้งแรกกับประสบการณ์แบบนี้ นักวางเพลิงสาวไม่ใช่นักดับเพลิง เฮ้ย....
"ไฟดับไปได้แล้วไม่ต้องห่วงนะ...คุณชายและคนอื่น ๆ ช่วยกันดับเสร็จแล้ว" พี่สะใภ้เหมยลี่พูดปลอบพลางดึงฉันเข้าไปสวมกอด น้ำตาเ้ากรรมของฉันก็ไหลอาบสองแก้วนวล ไม่อยากให้ไหลเลย ไม่อยากโดนมองเป็คนอ่อนแอแบบนี้ ขอร้องหยุดไหลได้ไหม
ยิ่งพยายามห้ามความรู้สึกมาเท่าไหร่ แต่ภาพจำในเหตุการณ์ต่าง ๆ ั้แ่ฉันมาอยู่ที่นี่ก็ดันเด้งเข้ามาฉายซ้ำไปซ้ำมา ฉันอยากกลับไปที่เดิมแล้วไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ส่งฉันกลับไปได้ไหม ลู่จิ่วเธอไปอยู่ที่ไหนทำไมถึงยอมให้ฉันที่เป็ใครก็ไม่รู้มาใช้ร่างของเธอและยังทำตามใจชอบแบบนี้ รีบมาเอากลับคืนไปเลย
สรุปทุกคนเห็นตรงกันว่าฉันไม่ควรเข้าครัวอีก วันนี้ฉันจึงได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่ศาลาใต้ต้นไม้หน้าบ้าน จะออกไปข้างนอกก็ไม่ได้ อย่าให้ฉันทนไม่ไหวขึ้นมานะจะหนีออกไปแน่ ทำไมต้องใจร้ายกับเอมด้วยยยยย.....