ถึงแม้ว่าจะมีสายตาหลายคู่คอยจับจ้องและมองดูนางอยู่ แต่เฉียนเพ่ยเพ่ยกลับไม่ได้มีความรู้สึกสะทกสะท้านใดๆทั้งสิ้น ด้วยในกาลก่อนนางถูกฝึกให้ไม่แสดงอารมณ์ออกมาภายใต้สายตาที่จ้องมองมาของคนภายนอก
“เ้าอย่าได้มาทำเป็พูดดี โกวจื่อ โกวต้าน พวกเ้าลองบอกมาสิว่าเ้าเด็กบ้านเซี่ยสั่งให้พวกเ้าทำอันใดบ้าง” ถงซื่อหันไปถามเด็กชายสองคนที่อยู่บ้านเดียวกับนาง ในยามนี้พวกเขาต่างกำลังยืนอยู่ด้วยท่าทีที่แตกต่างกันออกไป โกวจื่อถูกชุยซื่อผู้เป็แม่ของเขาทั้งหยิกทั้งตี ยามนี้ใบหน้าของเขาทั้งมอมแมมและเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำมูกและน้ำตา ส่วนโกวต้านซึ่งยืนอยู่ด้านข้างของถงซื่อกลับยืนดูเื่ราวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความชอบอกชอบใจในความทุกข์ของผู้อื่น เมื่อเห็นถงซื่อผู้เป็แม่ของตนเอ่ยถามเช่นนี้เขาก็รีบเสนอหน้าเอ่ยตอบนางในทันที
“ท่านแม่ เสี่ยวหลงกับเสี่ยวหู่อาศัยว่ามีพละกำลังมากกว่า บังคับให้โกวจื่อกลับไปขโมยอาหารที่บ้านของเรามาให้พวกเขาขอรับ” โกวต้านเอ่ยด้วยท่าทีกระตือรือร้น พลางหันไปมองทางเซี่ยเฟิงหลงและเซี่ยเฟิงหู่ด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
‘ให้ตายสิ! เ้าแฝดคู่นี้ช่างไม่สมกับที่เป็ตัวร้ายเอาเสียเลย ต่อให้ยังเด็กอยู่ก็ตามทีเถอะ แต่ก็ควรที่จะมีลูกล่อลูกชนมากกว่านี้สักนิด ทั้งที่ในนิยายที่ข้าเคยอ่านเมื่อเติบโตขึ้นเ้าเด็กพวกนี้จะร้ายกาจมากแท้ๆ’ เฉียนเพ่ยเพ่ยได้แต่คิดนินทาเ้าเด็กชายตัวน้อยสองคนที่ในยามนี้กลายมาเป็ลูกของนางไปแล้วอยู่ในใจ พลางจ้องมองไปที่เ้าเด็กตัวแสบทั้งสองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความข่มขวัญ
“เสี่ยวหลง เสี่ยวหู่ เ้าบังคับให้ผู้อื่นไปขโมยอาหารมาให้พวกเ้าจริงหรือ” เฉียนเพ่ยเพ่ยตั้งใจเน้นย้ำคำว่าขโมยมากเป็พิเศษ นางไม่เชื่อว่าเ้าเด็กตัวแสบสองคนนี้จะไม่เข้าใจวาจาชี้นำนี้ของนาง
“ไม่ขอรับท่านแม่ พวกข้าไม่เคยสั่งให้เขาขโมยอาหาร” เซี่ยเฟิงหลงรีบเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าน่าสงสาร ส่วนเซี่ยเฟิงหู่รีบหันไปเอ่ยถามกับโกวจื่อที่กำลังยืนร้องไห้อยู่ด้วยน้ำเสียงคาดคั้น
“ โกวจื่อ ข้าสั่งให้เ้าขโมยอาหารมาให้ข้าหรือ?”
“พวกเ้าไม่ได้บอกให้ข้าขโมยอาหารมาให้ แต่..” 'พวกเ้าบังคับข้า' ซึ่งประโยคนี้โกวจื่อยังไม่ทันได้เอ่ยออกมาก็ถูกเซี่ยเฟิงหู่ตัดบทไปเสียก่อน
“แล้วทำไมพี่ชายบ้านเ้าจึงได้บอกว่าเ้าขโมยอาหารมากันเล่า” คำพูดนี้ของเซี่ยเฟิงหู่ทำให้เฉียนเพ่ยเพ่ยลอบโห่ร้องยินดีอยู่ในใจ เ้าเด็กสองคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่นางแอบคาดหวังเอาไว้จริงๆ
“ในเมื่อเสี่ยวหลงกับเสี่ยวหู่บ้านข้าไม่ได้สั่งให้เขาขโมยก็แปลว่าคนที่ขโมยอาหารก็คือตัวเขาเอง แทนที่จะมาตั้งคำถามว่าข้าสั่งสอนดูแลลูกอย่างไร มิสู้เ้ากลับไปสั่งสอนดูแลลูกของเ้าใหม่ไม่ดีกว่าหรือ” เฉียนเพ่ยเพ่ยเอ่ยเช่นนี้ชุยซื่อก็พลันมีสีหน้าไม่ดีในทันที นางหันไปหยิกแขนของบุตรชายต่อหน้าทุกคนด้วยความแค้นใจในตัวของบุตรชายของตนเอง
“ท่านป้าบ้านสวี ท่านอย่าได้ลงโทษโกวจื่อเลย ที่จริงแล้วคงเพราะเขาสงสารพวกข้าที่ตกทุกข์ได้ยาก ท่านพ่อก็ตายท่านแม่ก็ป่วย ทรัพย์สินเงินทองก็ล้วนมลายหายไปจนหมด โกวจื่อเป็คนซื่อตรงและจิตใจดีจึงได้ทำเช่นนี้” เซี่ยเฟิงหลงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเศร้าสลด ทำให้ชาวบ้านหลายคนที่มายืนดูล้วนพากันสงสารและเห็นใจเขา
“ใช่แล้ว โก่วจื่อก็แค่มีน้ำใจมากเกินไปอย่าได้ทุบตีเขาอีกต่อไปเลย ส่วนเป็พวกข้าไม่ดีเอง คงพูดจาเอาแต่ได้มากจนเกินไปทำให้พี่โกวต้านเข้าใจผิดคิดว่าพวกข้าบังคับแย่งชิงอาหารจากโกวจื่อ” เซี่ยเฟิงหู่รีบรับไม้ต่อเสแสร้งตีหน้าเศร้าต่อจากพี่ชายในทันที ส่วนโกวจื่อนั้นแค่ได้ยินว่าอย่าทุบตีเขาอีกเขาก็รีบพยักหน้ายืนยันคำพูดของสองพี่น้องสกุลเซี่ยในทันที ไหนเลยจะยังมาจดจำได้ว่าแท้ที่จริงแล้วตัวเขาเคยถูกสองพี่น้องคู่นี้บังคับขู่เข็ญเขาหรือไม่
“ใช่ๆ เป็อย่างที่เสี่ยวหลงกับเสี่ยวหู่พูดมา ท่านแม่ท่านอย่าได้ตีข้าอีกเลย”
“เ้าเด็กคนนี้ บ้านของพวกเราใช่ว่าจะร่ำรวยอันใด เ้าทำเช่นนี้ไม่คิดถึงหัวอกของแม่บ้างเลยหรือ” ชุยซื่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง นางหันไปมองยังถงซื่อซึ่งเป็สะใภ้ใหญ่ของบ้านสวี และมีอำนาจมากที่สุดในการดูแลเื่การจับจ่ายใช้สอยและการจัดการเื่อาหารภายในบ้าน
“ไม่รู้ล่ะ ถึงอย่างไรวันนี้ข้าก็จะต้องเอาเื่พวกเ้าสามแม่ลูกให้ถึงที่สุด” ถงซื่อหันไปเอ่ยกับเฉียนเพ่ยเพ่ยด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด
“อาหารถูกนำมาแล้วก็จริง แต่พวกข้ายังไม่ได้รับ อีกทั้งนี่ก็เป็แค่การกระทำของเด็กน้อยต่อไปข้าจะดูแลพวกเขาให้ดีไม่ให้ไปรบกวนผู้อื่นอีก แค่นี้ก็น่าจะจบเื่กันได้แล้วกระมัง” เฉียนเพ่ยเพ่ยเอ่ยพลางทอดถอนใจออกมา
ถึงอย่างไรความจริงแล้วคนที่ผิดก็คือเด็กๆ ที่ได้ชื่อว่าเป็ลูกของนาง จากเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้นางตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็คือลูกของนาง นางย่อมจะต้องอบรมและเลี้ยงดูพวกเขาให้ดี ไม่ให้มีจุดจบที่น่าเห็นใจอย่างเช่นในนิยาย
และสิ่งแรกที่นางต้องทำก็คือปรับปรุงนิสัยและความประพฤติของตนเองให้เป็คนดีเสียก่อนเพื่อเป็แบบอย่างที่ดีให้กับพวกเขา เพียงแต่ถงซื่อที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของนางกลับไม่ยินยอมให้ความร่วมมือนี่สิ
“จบเื่หรือ ดูสภาพของเ้าตอนนี้สิ เ้าแน่ใจหรือว่าต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก” ได้ฟังคำพูดหาเื่ของถงซื่อ ความตั้งใจที่จะเป็แบบอย่างที่ดีให้กับเด็กแฝดทั้งสองของเฉียนเพ่ยเพ่ยก็พลันเปลี่ยนไปในทันที
“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร หืม พวกท่านคิดว่าข้าควรจะทำอย่างไรให้นางเชื่อดี” เฉียนเพ่ยเพ่ยเอ่ยพลางหันไปมองผู้คนโดยรอบที่พากันมามุงดูสองสะใภ้บ้านสวีหาเื่นางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและยินดีในคราวเคราะห์ของผู้อื่นแล้วก็อดยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยันไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็ในโลกแห่งนิยายแห่งนี้หรือในโลกแห่งความเป็จริงของนาง พื้นฐานจิตใจของผู้คนก็ล้วนไม่แตกต่างไปจากความเป็จริงที่นางได้พบเจอเท่าใดนัก
“ข้าไม่คิดจะว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพียงแต่วันนี้อาหารของบ้านข้าได้รับความเสียหาย เ้าจึงควรจะชดเชยค่าอาหารเหล่านี้ให้กับข้า” ถงซื่อเผยความละโมบออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง ในกาลก่อนบ้านเซี่ยร่ำรวยมากเพียงใดทุกคนต่างรู้ดี ในยามนี้ถึงแม้ว่าจะต้องมาใช้ชีวิตอย่างอัตคัดเช่นนี้ แต่ก็น่าจะยังพอมีเหลือให้นางได้แทะเล็มบ้างกระมัง
“แต่อาหารของบ้านเ้าก็ยังอยู่ดีมิใช่หรือ ห่อผ้านั่นพวกข้ายังไม่ได้แตะต้องเสียด้วยซ้ำ” เฉียนเพ่ยเพ่ยเอ่ยพลางชี้ไปที่ห่อผ้าในมือของโกวจื่อด้วยสีหน้าจริงจัง ที่จริงแล้วนางก็อยากจะชดเชยให้บ้านสวีอยู่หรอก เพียงแต่ในความทรงจำของร่างนี้เงินทองในมือของนางล้วนมลายหายไปเพราะเ้าหนี้ของสามีที่ตายไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“จะไม่เสียหายได้อย่างไร หมั่นโถวในบ้านข้ายังอุ่นร้อนอยู่ในหม้อนึ่งรอคนในบ้านของข้ากลับไปกิน แต่ยามนี้กลับเย็นชืดอยู่ในห่อผ้าแล้ว เป็เช่นนี้เ้ายังคิดบ่ายเบี่ยงไม่ยอมชดเชยให้ข้าอีกหรือ”
“เพราะหมั่นโถวเย็นแล้วข้าจึงต้องชดเชย? หึหึ นี่เ้าเห็นว่าข้ารังแกได้ง่ายใช่หรือไม่ ทางที่ดีเ้ามาทางไหนก็ควรรีบกลับไปทางนั้นเสียดีกว่า” เฉียนเพ่ยเพ่ยเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง ยามนี้นางรับรู้ได้ถึงสายพลังขุมหนึ่งซึ่งนางคุ้นเคยเป็อย่างดี นางจึงย่อมไม่เกรงกลัวที่จะเผชิญหน้ากับสตรีตรงหน้าอีกต่อไป
“นี่เ้าคิดขู่ข้าหรือ ดีเลย เช่นนั้นเ้าก็ควรจะได้ลองลิ้มรสพลังฝ่ามือของข้าดูบ้าง จะได้รู้กันไปว่าใบหน้าของเ้าหรือว่าถุงเงินของเ้าสิ่งใดกันแน่ที่จะยอมพ่ายแพ้ให้กับข้าก่อน” ถงซื่อเอ่ยพลางถลกชายแขนเสื้อของตนเองขึ้นแล้วก้าวเท้าเข้าไปตรงหน้าของเฉียนเพ่ยเพ่ย ดวงหน้างดงามดวงนี้นางรู้สึกว่าขัดตาตนเองมานานแล้ว หากวันนี้ได้ประทับฝ่ามือของนางลงไปสักฉาดคงจะสามารถปลอบประโลมจิตใจของนางได้อยู่ไม่น้อย
“อย่าทำท่านแม่ของข้านะ” เสียงร้องห้ามของเซี่ยเฟิงหลงและเซี่ยเฟิงหู่ดังประสานกัน พวกเขาตั้งใจที่จะไปยืนสกัดกั้นถงซื่อเอาไว้ คิดไม่ถึงว่าท่านแม่ผู้อ่อนแอและงดงามของพวกเขาจะเดินหลบเลี่ยงพวกเขาแล้วก็ตรงเข้าไปจัดการตบตีถงซื่ออย่างไม่คิดจะปรานี
“โอ๊ย โอ๊ย ว้าย ช่วยข้าด้วย” ถงซื่อที่โดนไปหลายฝ่ามือและอีกหลายหมัด ถึงกับหันไปขอความช่วยเหลือจากชุยซื่อผู้เป็น้องสะใภ้และบรรดาชาวบ้านที่มุงดู
แต่มีหรือที่ชุยซื่อจะกล้าเข้าไปช่วยเหลือเผลอๆ นางเองก็อาจจะเป็รายต่อไปด้วยซ้ำ นางจึงรีบจูงมือของบุตรชายหลบหนีไปยืนมองดูอย่างห่างๆ และทำสีหน้าเป็ห่วงเป็ใยส่งไปให้ถงซื่อแทน
ส่วนบรรดาชาวบ้านที่มายืนดูเื่สนุก นานมากแล้วที่พวกเขาไม่ได้ดูฝ่ายที่เป็รองพลิกกลับมาลงมือตอบโต้อย่างดุเดือดเช่นนี้ ย่อมไม่มีทางคิดที่จะเข้าไปยุติการลงมือในครั้งนี้เป็แน่
“หยุดนะ! หากยังไม่หยุดมือข้าจะไปฟ้องทางการแน่” โกวต้านเอ่ยะโด้วยน้ำเสียงอันดัง เมื่อเห็นว่าเฉียนเพ่ยเพ่ยหยุดมือแล้วเขาก็รีบเข้าไปประคองมารดาของตนในทันที
“เชิญพวกเ้าไปฟ้องร้องกับทางการได้เลย ข้าจะได้บอกกับพวกเขาว่าพวกเ้ามาหาเื่ข้าถึงบ้าน แถมยังมาขู่กรรโชกทรัพย์จากข้าอีกด้วย พวกเ้าคิดว่าทางการจะเชื่อผู้ใดระหว่างข้ากับพวกเ้า”
เฉียนเพ่ยเพ่ยปัดฝุ่นจากชายแขนเสื้อแล้วเอ่ยท้าทายด้วยน้ำเสียงเป็ต่อ เมื่อเห็นสายตาไหววูบของสองแม่ลูกสกุลสวีนางก็มั่นใจว่าพวกเขาไม่มีทางไปแจ้งทางการอย่างแน่นอน จากความทรงจำของร่างนี้ทำให้เฉียนเพ่ยเพ่ยรู้ดีว่าคนที่ชาวบ้านหวาดกลัวมากที่สุดก็คือคนของทางการ เมื่อครู่นี้เ้าเด็กโกวต้านก็แค่เพียงข่มขู่นางเท่านั้น
“ทางที่ดีพวกเ้ารีบออกไปจากบริเวณบ้านของข้าจะดีกว่า อย่าได้เห็นว่าข้าเป็หม้ายไร้สามีมาปกป้องแล้วจะดูแลตนเองไม่ได้” เฉียนเพ่ยเพ่ยออกมาด้วยสีหน้าดุดัน แววตาบ้าดีเดือดของนางทำให้ชาวบ้านที่มามุงดูหลบตาแล้วพากันจากไปทีละคนสองคนในทันที ส่วนคนบ้านสวีนั้นเมื่อประคองถงซื่อให้ลุกขึ้นมาได้ก็รีบพากันจากไปอย่างไม่คิดจะหันหลังกลับมามองอีก