MELINDA : เกิดใหม่เป็นเจ้าหญิงแล้วใครมีปัญหา

    2 : คัพเค้กผลไม้

    2

    คัพเค้กผลไม้


            หลังจากเหตุการณ์ตอนเช้า เมื่อฉันรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว ฉันก็ขอตัวไปที่สวนดอกไม้ ระหว่างทางไปสวนดอกไม้ ฉันย่องเข้าไปเอาคัพเค้กผลไม้ที่อยู่ในห้องครัวติดมือมาด้วย 2 ชิ้น ถึงสุดท้ายจะโดนแม่ครัวจับได้ก็ตามเถอะนะ ว่าจะแค่เอาไว้กินระหว่างที่นั่งชมนกชมไม้เฉยๆ เอง


            ฉันเดินเข้าไปในสวนนั่งในศาลาเรือนกระจกที่ส่องประกายสวยงาม พร้อมกับดื่มชาที่อีเวอลีนชงไว้ให้ ก่อนที่เธอจะขอตัวออกไปให้ฉันได้ใช้เวลาส่วนตัว ฉันค่อยๆ ตักคัพเค้กกินทีละนิด เพราะกลัวจะหมดก่อนนั่นเอง เนื้อผลไม้ในคัพเค้กนี่หวานอร่อยดีจังเลย ไม่อยากให้หมดเลยละ วันนี้อากาศก็ดีมากๆ เลยด้วย เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นที่สุด ให้อารมณ์สมกับเป็นเจ้าหญิงจริงๆ เลย ครั้งหน้าอยากลองคัพเค้กสับปะรดจังเลยนะ


    “ว่าแล้วเชียวว่าเธอจะต้องอยู่ที่นี่” ฉันหันหน้ามองไปตามเสียงที่มีสาวน้อยอายุเท่ากันกับฉัน แถมมียศศักดิ์เป็นเจ้าหญิงเหมือนกับฉันด้วย ชิ! คนที่ฉันไม่อยากให้เจอมากที่สุดในเวลานี้ดันโผล่ออกมาซะได้


    “สวัสดีค่ะ ท่านโมนิก้า” ฉันกล่าวทักทายเธออย่างสุภาพตามขนบธรรมเนียมเจ้าหญิงสูงศักดิ์ ใช่แล้วละ โมนิก้าคือญาติของฉันเอง เธอมีอายุเท่ากับฉันในตอนนี้พอดิบพอดีคือหกขวบ และฉันคาดว่าที่เธอมาหาฉันถึงสวนเพราะคงได้ข่าวการทดสอบพลังเวทเมื่อวันก่อนอย่างแน่นอน คนอย่างโมนิก้า เอร์โดมัน น่ะเหรอจะเข้ามาจิบชากับทานคัพเค้กผลไม้กับฉันผู้นี้


    “ฉันรู้แล้วนะ เรื่องการทดสอบพลังเวทน่ะ พอดีเมื่อวานที่ฉันทดสอบเสร็จก่อนเธอ จึงขอตัวกลับก่อน เสียใจด้วยกับเรื่องพลังเวทของเธอ” นั่นไงล่ะ ฉันนี่ทายแม่นจริงเชียว แต่โมนิก้าเธอพูดได้ตรงไปตรงมาดีนะ แต่ถ้าให้ฉันเดาที่เธอกลับก่อนน่าจะเพราะกลัวฉันซึ่งเป็นสายเลือดโดยตรงของท่านแม่ ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงด้านพลังเวทแกร่งกล้า มีพลังเกินหน้าเกินตาเธอ เธอจึงไม่อยากจะอยู่ล่ะสินะ แต่พอเรื่องมันกลับตาลปัตรจากที่เธอคาดไว้ เธอจึงมาเยาะเย้ยฉันล่ะสิ เอ๊ะ! ฉันนี่มองยัยนี่ได้แง่ลบขนาดนี้เลยเหรอ คงต้องพยายามปรับปรุงให้ตัวเองให้คิดบวกบ้างล่ะ


    “ขอบคุณค่ะ ท่านโมนิก้า แต่ตอนนี้ฉันนั้นรู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ ยังไงก็เชิญนั่งก่อนสิคะ” ฉันบอกโมนิก้า พร้อมกับรินชาให้เธอ แต่เค้กอีกชิ้นข้างฉันนะ ฉันไม่ให้เธอหรอกนะ


    “นี่เมลินดา เธอจะมานั่งจิบชาเรื่อยเปื่อยแบบนี้ไม่ได้นะ” โมนิก้าพูดเสียงดังพร้อมกับจิบชาไปด้วย ทำเอาฉันตกใจเค้กเกือบติดคอเลยนะ


    “ถ้าเธอไม่มีพลังเวทแล้ว เธออาจจะไม่ได้สืบบังลังก์ต่อจากนี้ก็ได้ เธอควรจะทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะสายเกินไปนะ” รอบนี้โมนิก้ามาแปลกแฮะ พูดอย่างกับเป็นห่วง กลัวฉันผู้นี้จะไม่ได้สืบบังลังก์ต่อจากนี้ ทั้งๆ ที่ ถ้าฉันไม่ได้ขึ้นครองราชย์ ลำดับราชวงศ์คนต่อไปที่จะได้ขึ้นครองราชย์แทนฉันก็เป็นตัวเธอเองแท้ๆ ที่จะได้สืบบังลังก์


    “ที่ท่านโมนิก้าพูดนี่ หมายความว่ายังไงหรือคะ” ฉันถามโมนิก้าแบบเคลือบแคลงใจในเจตนาของเธอ


    “ก็ตามที่ฉันบอก ถ้าเธอยากจะสืบบังลังก์นี้ต่อ เธอก็ต้องคู่ควรกับมัน การที่เธอจะคู่ควรได้ ก็ต้องมีบางสิ่งที่มีแค่เธอเท่านั้นที่ทำได้” โมนิก้าพูดแบบรวดเร็วไม่หายใจ ส่วนฉันเองก็อึ้งกับสิ่งที่เธอพูดเหมือนกัน


    “ฉันขอตัวก่อนนะ ยังไงก็ลองเอาสิ่งที่ฉันพูดไปคิดดูละกัน” โมนิก้าพูดกับฉันทิ้งท้ายและทิ้งปริศนาให้ฉันไขอย่างงงงวย ก่อนที่เธอจะเดินกลับไปพร้อมกับสาวรับใช้มากมายที่เดินตามรับใช้เธอ หรือแท้จริงแล้ว เธอเป็นห่วงฉันเหรอเนี่ย แล้วตลอดเวลามานี้ที่เธอคอยพูดจาเหน็บแหนม ทำท่าดูเหมือนอิจฉาฉันผู้นี้ก็เพราะซึนเดเระ*หรอกเหรอ รู้อย่างงี้ แบ่งคัพเค้กให้ก็ดีหรอก ว่าแต่เธอจิบชาไปได้แค่จิบเดียวเองนะ เสียของหมดเลย


            สิ่งที่มีแค่ฉันเท่านั้นเหรอที่ทำได้ เจอเด็กหกขวบพูดแบบนั้นใส่ ตัวฉันเองก็แอบเหวอไปบ้างเหมือนกันนะ เป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่ฉันคิดอีกนะเนี่ย แต่พอมาคิดอีกทีเธอก็ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าฉันที่มีประสบการณ์จากโลกเดิมด้วย แต่จริงๆ แล้วในโลกเดิมก็มีคนเคยบอกเหมือนกันนะ ว่าฉันมีนิสัยเด็กๆ สงสัยคงจะจริงแหละ นี่มันเหมือนฉันมาเริ่มต้นใหม่เลยไม่ใช่เหรอ พลังเวทก็ไม่มี พลังกายก็ไม่... เดี๋ยวก่อนนะ ใช้แล้ว ถ้ามีแต่สิ่งที่ฉันทำได้ล่ะก็ ขอแค่เป็นเรื่องพลังกายฉันผู้ซึ่งบิดประตูเบาๆ ก็พังแล้ว อาจจะเหมาะต่อการต่อสู้ก็ได้นะ ถึงลูกบิดประตูจะไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ก็เถอะ ไม่ได้ดีด้วยเวทมนตร์ แต่ถ้าหากว่าฉันได้ดีด้วยพลังกายก็ไม่เลวเลยนะ ฉันอาจจะใช้วิชาการต่อสู้จนเก่งการปราบศัตรูที่เก่งกาจจนอาจได้สมญานามว่า เจ้าหญิงแห่งดาบเลยก็ได้ล่ะนะหรือจะเป็นอัศวินแสนสวย ว่าไปนั่น โฮะ โฮะ

           

            พอฉันตัดสินใจได้อย่างนั้น ฉันก็เก็บคัพเค้กเข้ากระเป๋าใต้กระโปรงที่ตัดเย็บอย่างประณีตของฉัน ก่อนที่จะเดินออกมาจากศาลาเรือนกระจก ฉันตัดสินใจได้แล้ว ฉันจะต้องเอาดีด้านการต่อสู้ทางกายภาพให้ได้เลยละ เพราะอีกแค่เดือนเดียว ก็จะถึงเวลาสอบวัดผลแบ่งเกรดชั้นเรียน ของโรงเรียนศักดิ์สิทธิ์อันดาเคเดียแล้ว ใช้แล้วอันดาเคเดียคือโรงเรียนสอนทั้งศาสตร์และศิลป์ด้านเวทมนตร์และการต่อสู้ เป็นโรงเรียนที่เตรียมพร้อมก่อนที่เด็กจะอายสิบสองปีและเลือกสิ่งที่ตนเองสนใจต่อไป แน่นอนว่าเป็นโรงเรียนชื่อดังของอาณาจักรเอร์โดเมเจอร์ อาณาจักรที่ราชวงศ์ฉันปกครองมาอย่างยาวนาน การทดสอบนี้ต้องเกิดการแข่งขันสูงอย่างแน่นอน การทดสอบพลังเวทกับลูกแก้วก็เป็นการทดสอบอย่างหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าฉันได้ศูนย์คะแนนจากการทดสอบพลังเวทนี้ ถ้าฉันถูกแบ่งเกรดให้อยู่ห้องเรียนล่างสุด ต้องโดนคนอื่นๆ ทั้งในวังแห่งนี้ หรือแม้แต่ประชาชนก็ตามหมดศรัทธาในตัวฉันป็นแน่แท้ ฉันต้องทำให้ได้! ก่อนที่การทดสอบจะเริ่มในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้านี้

    ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินฉันได้บอกให้อีเวอลีนนำคัพเค้กผลไม้ของฉันไปให้โมนิก้าโดยผ่านสาวใช้ของเธอละ ถือว่าเป็นคำขอบคุณ ที่ช่วยให้ฉันเจอทางของตัวเอง ฉันหวังว่าคัพเค้กผลไม้สุดอร่อยคงจะถึงมือผู้รับนะ


    *ซึนเดเระ มาจากคำว่า สึนสึน (ร้ายกาจ) + เดเระเดเระ (อ่อนหวาน , ชดช้อย) ความหมายโดยรวมใช้กับบุคคล “รักนะแต่ไม่แสดงออก “


    คล้ายกับเรื่องMELINDA : เกิดใหม่เป็นเจ้าหญิงแล้วใครมีปัญหา ที่คุณอ่าน