“จินตันม้วยมรณางั้นเหรอ?” ในเวลาเดียวกัน ณมณฑลกุ้ยฟาง บนยอดเขาเก่าแก่ที่ผ่านกาลเวลามาไม่รู้กี่ทศวรรษสถานที่ที่เต็มไปด้วยโลงไม้แขวน[1]หลายร้อยโลงขณะที่ปรากฏดอกไม้อณูปราณขึ้นที่บึงบงกชจตุทิศ ได้มีเสียง “ครืดคราด” ดังออกมาจากโลงศพไม้แขวนธรรมดาโลงหนึ่งจากนั้นมือขาวซีดคล้ายศพก็ยื่นออกมาเปิดฝาโลงออก
ผู้เฒ่าหนังหุ้มกระดูกในชุดราชสำนักสมัยราชวงศ์ชิงคนหนึ่งลุกขึ้นนั่งพร้อมกับจ้องไปทางบึงบงกชจตุทิศอย่างอึ้งงัน
“เบิกเนตรสวรรค์!” ในเวลาเดียวกัน ใต้ก้นแม่น้ำในเมืองโมวตูบังเกิดน้ำวนขนาดใหญ่หลายเมตรขึ้นกลางแม้น้ำ จากนั้นก็ปรากฏดวงตาขนาดหนึ่งเมตรขึ้นซึ่งกำลังมองไปทางบึงบงกชจตุทิศเช่นกัน
มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งนี้ได้แน่นอนมีแต่ผู้ฝึกตนขั้นจู้จีระดับปลายขึ้นไปเท่านั้นที่รับรู้ถึงมัน!
คลื่นอณูปราณอันท่วมท้นที่ทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่งเหมือนดั่งเกลียวคลื่นพิโรธโถมซัดเข้าฝั่งประหนึ่งจะกวาดล้างผืนแผ่นดินหวาซย่าให้รู้แล้วรู้รอด!
และพวกเขา...ก็มองเห็นอณูปราณขาวนวลที่รวมตัวเป็นดอกไม้ยืนต้นตระหง่านอยู่กลางบึงบงกชจตุทิศสื่อสารไปยังทุกคนที่ได้เห็น... มีจินตันเจินเหรินล้มหายตายจากไปอีกคนแล้ว!
“นี่... เป็นของท่านอาวุโสปี้ปัวงั้นเหรอ?” ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ริมระเบียงเธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เขาบรรลุขั้นจินตันแล้วจริงๆ ด้วย... แต่เขาเป็นอะไรตาย?” ณ งานเลี้ยงในมณฑลซีชวนหญิงสาวเลอโฉมในชุดราตรียืนถือแก้วไวน์ทรงสูงด้วยมือสั่นระริก
“เขาเป็นจินตันเจินเหรินที่กระเป๋าหนักที่สุดเลยนะ! เขาเป็นอะไรตาย?”“จินตันม้วยมรณา ถึงคราดอกพลับพลึงเบ่งบาน...ในรอบสองร้อยปีมานี้... ประเทศหวาซย่าไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลย!”
ในเวลาเดียวกัน ณ คฤหาสน์แห่งหนึ่ง หลังจากมีเสียงคำรามดังกึกก้องคฤหาสน์ทั้งหลังก็พังทลายลงมาทันทีบังเกิดลำแสงสุกสว่างพุ่งตรงขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว!
ผู้คน ณ ที่แห่งนี้หลายสิบคนนั่งคุกเข่าก้มหน้า พูดขึ้นอย่างพร้อมเพรียง“ขอท่านอาวุโสฝู่หยุนปลอดภัยครับ!”
ณ ตำหนักกระดิ่งทองภายในเขตพระราชวังต้องห้ามมีเสียงแผดร้องของพญาหงส์ดังกังวานไปทั่วแสงสีแดงฉานส่องสว่างทั่วเมืองจิงตูวูบหนึ่งก่อนหายไปยังเส้นขอบฟ้า
“ขอท่านอาวุโสอั้นเซียงโชคดีค่ะ!”สาวรับใช้ในชุดชาววังโบราณสองคนคุกเข่าหน้าผากก้มแตะพื้นพูดขึ้นพร้อมกัน
เหล่าจินตันเจินเหรินเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว!
จินตันเจินเหรินอายุพันปีตายจากแบบนี้ ใครๆก็อยากได้สมบัติที่เขามีอยู่...แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นจินตันด้วยกันก็ยังข่มความอยากของตัวเองไม่ได้!
พวกเขา... ไม่มีทางปล่อยให้คนอื่นได้ไปเด็ดขาด... ผลึกพลังปีศาจพันปี!
“ไปตายซะ!” ณ ริมทะเลสาบ นาทีที่ดอกพลับพลึงเบ่งบาน แสงสว่างส่องเสียดตาแต่สวีหยางอวี้กับหมิงเสินกับไม่หลับตาแม้แต่คนเดียว ในทางตรงข้ามพวกเขาต่างตะเบ็งเสียงตะโกน และพุ่งเข้าหากันอย่างสุดแรง
ในตอนนี้... อย่างมากสุดพวกเขาคงต่อสู้ได้เพียงครึ่งชั่วโมง!
“จงเปิดออก โลงศพเลขสิบ!” หมิงเสินแผดเสียงตะโกนอย่างสุดพลัง นาทีนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าสมบัติล้ำค่า ท่วงท่าอันดูสุขุม สง่างามและการวางตัวเยี่ยงผู้ดีมีชาติตระกูลของเขาหายไปอย่างสิ้นเชิง!
ครั้งนี้ ไม่มีผู้เฒ่าทั้งสามคนคอยห้ามอีกต่อไป
หลังจากเสียงเขาสิ้นสุดลง ทันใดนั้นดวงตาของผู้เฒ่าคนก็สะท้อนแสงเหลือบเขียวขึ้นมาทันทีเสียงดังคล้ายเครื่องจักรกลดังขึ้นทั่วทั้งร่าง จากนั้น...ร่างกายของเขาก็แยกออกจากกัน เผยให้เห็นเครื่องจักรกลด้านในมากมาย พร้อมกับ...โลงศพทองเหลืองฉลุลายอย่างวิจิตร
เส้นผมนับไม่ถ้วนแทงทะลุเข้าไปในรูฉลุเล็กๆ ที่เรียงตัวแน่นขนัดบนโลงศพไม้บังเกิดเสียงระเบิดดังขึ้น โลงศพไม้แตกกระจายเผยให้เห็นเด็กผู้ชายอายุประมาณสิบขวบในชุดคลุมยาวสีแดงตัวใหญ่เกินขนาดตัวปล่อยผมยาวสยาย บนใบหน้าที่ซีดเซียวมียันต์สีฟ้าแปะอยู่โดยมีโซ่สีเงินคล้องอยู่ราวกับเป็นใยชักหุ่น ส่งเสียงหงิงๆ ในลำคอตอบรับหมิงเสินก่อนพุ่งตัวเข้าใส่สวีหยางอวี้
ผิวของมันขาวซีด แม้แต่หิมะก็ยังดูมีชีวิตชีวากว่า ทั่วทั้งดวงตาดำสนิทปากอ้ากว้างจนน่ากลัวราวกับไม่มีขากรรไกร! ข้างในเต็มไปด้วยฟันเขี้ยวแหลมคม!
“พายุสะบั้นมังกร!” สวีหยางอวี้ตะเบ็งเสียงปลดปล่อยกระบวนท่าในช่วงเวลาเร่งรีบ แพ้ชนะตัดสินภายในเสี้ยวนาที!เป็นเสี้ยวนาทีที่ไม่เหลือช่องว่างให้พวกเขาคิดเรื่องใดอื่น!
เงาร่างของสวีหยางอวี้เคลื่อนที่รวดเร็วจนมองตามไม่ทันราวกับแสงดาวตกไล่ตามแสงจันทร์!
มือทั้งสองข้างของเขาเกร็งจิกเป็นกรงเล็บ เส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่หลังมือลามขึ้นมาเกือบถึงข้อศอก
เขาพุ่งเข้าโจมตีอีกฝ่ายด้วยความเร็วสูงสุดจนทิ้งรอยเงาเป็นทางยาวร่วมสิบกว่าเมตรหักเลี้ยวโฉบเฉี่ยวดั่งเหยี่ยวร่อนราวกับฝ่าอากาศแหวกมิติก็ไม่ปาน!
เพียงการโจมตีเดียว! ขอเพียงการโจมตีเดียวเท่านั้น!
ทั้งสองคนต่างรู้ดีวินาทีที่เข้าปะทะกันคือการปะทะของท่าสังหารอย่างแน่นอนแพ้ชนะรู้ผลในการโจมตีเดียว!
ทันใดนั้น ลำคอของหุ่นเชิดเด็กผู้ชายเกิดพองขึ้นมา เส้นเลือดขดตัวปูดโปนวินาทีต่อมา ลิ้นยาวคล้ายงูสามตัวก็ทะลักออกมาจากเบ้าตาทั้งสองข้างและช่องปากยืดยาวหลายสิบเมตร ตวัดแลบเลียอย่างรวดเร็วพลิ้วไหวถักทอไปมากลางอากาศกลายเป็นตาข่ายปิดกั้นช่องทางของสวีหยางอวี้!
บนตาข่ายลิ้นมีปากเล็กๆ น่าขยะแขยงกระจายอยู่เต็มไปหมดพวกมันอ้าขึ้นพร้อมกัน! เผยให้เห็นดงเขี้ยวแหลมคมและแผดร้องเสียงแหลมขึ้นมาพร้อมกัน! แลดูน่าหวาดหวั่นนัก!
คิดว่าลงมือก่อนได้เปรียบงั้นเหรอ! ไปตายซะ!
สายตาสวีหยางอวี้วิเคราะห์สถานการณ์อย่างฉับไว ทุกๆการตัดสินใจล้วนมีความหมาย
ตอนนี้ ความบ้าบิ่นสำคัญที่สุด!
ใครเข้ามาขว้าง ฆ่าทิ้งอย่างเดียว!
การเคลื่อนไหวของเขายังคงเหมือนเดิน ไม่มีวี่แววจะหยุดฝีเท้าลงแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ทำให้เขาสั่นสะท้านได้เลยไม่หนำซ้ำความเร็วกลับพุ่งขึ้นเร็วกว่าเดิมอีกดาวตกแหวกฟากฟ้าพุ่งทะยานเข้าใส่ตาข่ายลิ้นนั่นอย่างแม่นยำ!
“เงาพริบตา!” นาทีนี้สวีหยางอวี้กำหมัดแน่นขึ้นทั้งสองข้างแสงพลังปราณสีขาวนวลสว่างขึ้นที่หมัดทั้งสองข้างเขาและยืดออกมาเป็นดาบพลังปราณสองดาบทันที ครั้นดาบถูกตวัดขึ้นตาข่ายลิ้นนั่นก็สกัดกั้นเขาไม่ได้อีกต่อไป มันถูกสะบั้นหั่นเป็นเศษเนื้อกระจุยกระจาย!
แต่หมิงเสินก็ไม่ใส่ใจราวกับคิดเอาแล้ว!
หมิงเสินพยายามพุ่งไปที่ศพของปี้ปัวเจินเหรินด้วยความเร็วเต็มอัตรา โดยมียันต์เร่งความเร็วแปะอยู่ที่ขาของเขาเรียบร้อยแล้ว!
สวีหยางอวี้ไม่สนใจเช่นกัน
ผู้ใดได้ผลึกพลังปีศาจก่อน ผู้นั้นถึงยืนหยัดได้เป็นคนสุดท้าย!
ราวกับความเร็วเหนือมนุษย์ของพวกเขาทั้งสองทำให้มิติเวลาบิดเบือนกลิ่นคาวเลือดตลบอบอวลยิ่งกว่าเดิมเพราะตอนที่สวีหยางอวี้พุ่งทะลวงฝ่าตาข่ายลิ้นนั่น ปากเล็กๆจำนวนมากของมันได้กัดกินเขาเหมือนพวกปลาปิรันย่าจนเกิดเป็นแผลเต็มตัว!
ทำให้ไล่ตามหลังอีกฝ่ายไประยะหนึ่ง สวีหยางอวี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆวินาทีต่อมาก็จุดไฟลูกใหญ่หลายเมตรขึ้นที่มือทั้งสองข้างอย่างไม่ลังเล!
“บงกชเพลิงทศทิศ!”
พลังปราณเอ่อทะลักออกมาจากร่างกายอย่างท่วมท้นก่อนปล่อยหมัดเพลิงนั้นออกไปเต็มแรงทันที!
หาได้ปล่อยโจมตีอีกฝ่ายไม่... แต่กลับปล่อยออกไปด้านหลังตัวเอง!
“ระบำวายุ!” เขาตะเบ็งเสียงขึ้นอีกครั้ง ความเร็วเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าเพียงชั่วพริบตา!ตอนนี้เขาเหมือนขีปนาวุธคราบมนุษย์ไม่มผดใช้บงกชเพลิงทศทิศเป็นแรงส่งคล้ายรถติดเทอร์โบจากนั้นใช้วิชาระบำวายุเร่งเปลวไฟเพิ่มความเร็ว! ตอนนี้เขาแซงหน้าหมิงเสินขึ้นไปและทิ้งห่างอีกฝ่ายเกือบเท่าตัว!
“สกัดมันให้ได้!!!”เมื่อหมิงเสินเห็นเงาร่างแซงหน้าตัวเองไปด้วยความเร็วอันน่าเหลื่อเชื่อก็แหกปากตะโกนอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์ขึ้นมาทัน
“ปึงๆๆ!” เสียงคล้ายลวดขาดดังขึ้นหลายระลอกเขาทุ่มร่างเด็กผู้ชายตาดำไปด้านหน้า!
“พั่บๆๆ...” เสียงกระดาษร่อนดังขึ้น บัดนี้ มียันต์แปะอยู่บนหน้าผากเด็กผู้ชาย
“แว๊ก!!!” หุ่นเชิดเด็กผู้ชายแผดร้องเสียงแหลมประหลาดดังลั่น!จากนั้นร่างของมันก็พองขายขึ้นราวกับลูกโป่งสูบลม! เสื้อผ้าฉีกขาดกระจายร่างกายบิดเบี้ยวผิดรูป ในที่สุดก็กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่มีหัวเป็นเสือหมี และหมูป่า ขนสีดำปกคลุมทั่วร่างและมีหางเป็นงู!
“แว๊ก!!!” คลื่นเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดแผ่ซ่านออกมาจนมองเห็น!ดวงตาสวีหยางอวี้หดเกร็งทันที!
“ตึ้ง!” ตอนนี้ เหมือนสวีหยางอวี้พุ่งชนกำแพงคลื่นเสียง เขากัดฟันอย่างเจ็บใจ“คมเขี้ยวมังกร! เงาพริบตา! พยัคฆ์สยบกระเรียน!”
“แหลกไปซะ!!!”
นาทีนี้ เลือดลมสวีหยางอี้พลุ่งพล่านขึ้นทั่วร่างกาย!
ช่วงวินาทีเป็นตายเมื่อยามเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ สารอะดรีนาลีนพุ่งปี๊ดหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติเป็นเท่าตัว!
“ตุบ...” เสียงหมัดซัดเข้ากำแพงคลื่นเสียงดังอุดอู้หมัดทั้งสองข้างอันรุนแรงและรวดเร็วทำให้กำแพงคลื่นเสียงด้านหน้าเกิดวงกระเพื่อมเป็นวงกว้าง!
“เพล้ง!” เพียงหนึ่งวินาทีเท่านั้น เสียงแตกคล้ายกระจกก็ดังขึ้นทันที เสียงแหกปากคำรามของเจ้าสัตว์ประหลาดสามหัวนั่นก็เงียบลงไปด้วย!
ประสาทสัมผัสและปฏิกิริยาโต้ตอบของสวีหยางอวี้ในตอนนี้ตอบสนองฉับไวอย่างไม่เคยมีมาก่อนเขาคำนวณทุกอย่างอย่างแม่นยำ
แม้จะทุกขัดขว้างด้วยกำแพงคลื่นเสียงเมื่อครู่แต่เขาก็ยังทิ้งห่างอีกฝ่ายอยู่ประมาณ 0.5 วินาที!
เขา... จะสามารถพุ่งเข้าไปในร่างปีศาจของปี้ปัวเจินเหรินก่อนหน้าหมิงเสิน0.5 วินาที!
ตอนนี้ เวลาคือตัวตัดสิน เขามองเห็นแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่ใกล้ขึ้นเรื่อยๆยิ่งเข้าใกล้รอยบาดแผลที่คลุมเครือ ก็เริ่มเห็นความเละเหวอะของแผลชัดเจนขึ้น!กลิ่นคาวเลือดก็ยิ่งฉุดขึ้น!
นั่นไง... มองเห็นกระดูกแล้ว!
ในที่สุด... ก็มองเห็นอวัยวะนุ่มหยุ่นข้างในแล้ว!
“ไม่!!!” สภาพหมิงเสินราวกับคนบ้า หลังจากแผดร้องอย่างสิ้นใจมวลเส้นผมของเขากระเพื่อมตัวของเกรี้ยวกราดดั่งคลื่นสมุทรก็ถาโถมเข้าใส่สวีหยางอวี้ในบัดดล!
คลื่นสมุทรสีเงิน!
คลื่นสมุทรสีเงินแห่งความตาย!
สวีหยางอวี้พุ่งตัวเข้าในข้างในแผลฉกรรจ์ที่ราวกับวังพิศวงอย่างไม่ลังเล!
“ไม่!!!! ออกมาเดี๋ยวนี้!!!”เสียงตะโกนอย่างสิ้นใจของหมิงเสินดังกังวานไปทั่วภูเขาไฟเหล่าเฮยซาน “แกต้องตาย!!!”
--------------------------------------------------------------------------------
[1] โลงไม้แขวนเป็นพิธีฝังศพลอยฟ้าโบราณรูปแบบหนึ่งของประเทศจีนเป็นการวางศพของผู้เสียชีวิตบนหน้าผา พบมากในทางตอนใต้ของประเทศจีนโดยการนำโลงศพที่ทำจากไม้ไปแขวนอยู่บนคานที่ยื่นออกไปด้านนอกของหน้าผาแนวตั้งหรือตั้งบนหินที่ยื่นออกมาจากหน้าผา