พวกเด็กๆพากันเดินเข้าเขตป่าด้านนอกไปทีละนิด ทีละนิดอย่างเพลิดเพลิน ไม่ว่าจะเดินผ่านต้นไม้อะไร พุ่มไม้แบบไหนก็ตามที จะหยุดมองดูและถามไถ่กันตลอดเส้นทางการเดินทางเลย
ยิ่งสำหรับพวกเด็กๆกลุ่มจากในเมืองแล้วยิ่งมีคำถามกันตลอดเส้นทางอย่างสนอกสนใจกันเลยทีเดียว
“แล้วเจ้าต้นนี้ล่ะเรียกว่าต้นอะไรงั้นเหรอ??? ต้นนี้ด้วยล่ะ???...บลา….บลา….”กลุ่มเด็กจากในตัวเมืองหลวงใหญ่
ตลอดเส้นทางนับตั้งแต่เริ่มเข้าสู่การเรียนรู้สัมผัสการเข้าป่า ก็ไม่มีเสียงเงียบอีกต่อไปพวกเด็กๆพากันพูดคุยสอบถามกันตลอด ถึงแม้ว่าพวกเด็กๆกลุ่มจากหมู่บ้านเป่าเฉิงจะรู้แล้วก็ตามทีแต่พวกเด็กๆเองก็ยังดูตื่นเต้นและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานให้ความรู้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันไป
ส่วนเสี่ยวจื่อน้อยที่เดินนำหน้าออกมาเรื่อยๆก็หยุดฝีเท้าเล็กของเธอลง และเงยมองต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่มันดูคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างไรก็ไม่รู้อย่างสนใจ เอียงคอมองซ้ายที เอียงคอมองขวาทีอย่างคิดหนักว่ามันคือต้นอะไรกันแน่นะ??? จึงค่อยๆพูดวิจารณ์ลักษณะของต้นไม้ปริศนาต้นนี้ออกมาอยู่คนเดียว แต่คนรอบข้างที่อยู่ใกล้ๆอย่างพวกพี่สาวก็ได้ยินด้วยเช่นกัน
“เจ้าต้นนี้มันคุ้นๆนะ ส่วนบริเวณใบของมันมีลักษณะเป็นเหมือนรูปพัดเสียด้วยสิ ใบที่แตกเป็นแฉกๆด้วยอย่างงั้นเหรอ??? เอ๊ะมีผลด้วยรูปร่างของผลของมันนี่ก็กลมๆเป็นวงรีๆ นี่มันต้นอะไรน๊าคุ้นๆแหะ????”เสี่ยวจื่อน้อย เท้าคางขึ้นมาอย่างครุ่นคิด
“ติ๊ก…ต๊อก…..ติ๊ก….ต๊อก……”เสี่ยวจื่อน้อย มองต้นไม้ทางด้านหน้าอย่างพิจารณาว่าเหมือนรู้จักและจำลักษณะของมันได้ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเห็นต้นจริงๆของมันก็ตามทีแต่ก็น่าจะเคยเห็นผ่านตาเวลาเปิดอินเตอร์เน็ตจากโลกเก่าของเธอดูนั่นเอง ครุ่นคิดอยู่ได้พักใหญ่จนในที่สุดก็นึกขึ้นมาได้ว่ามันคือต้น……
“อ้า…ใช่แล้วมันคือเจ้าต้นนั้นนั่นเอง…!!”เสี่ยวจื่อน้อย ตะโกนออกมาอย่างดีอกดีใจเป็นอย่างมากที่ในที่สุดก็นึกชื่อเจ้าต้นไม้ปริศนาต้นใหญ่ด้านหน้าของเธอได้แล้ว
“เอ๋….???”คนอื่นๆที่มองมาทางเสี่ยวจื่อน้อยที่ดันพูดตะโกนออกมาเสียเสียงดังลั่น เรียกความสนใจจากคนอื่นๆทันทีทันใดเลย
“มีอะไรเหรอน้องเล็ก??? แล้วมันคือต้นอะไรงั้นเหรอ??มันมีอะไรสำคัญไหมน้องเล็ก???”พี่สาวทั้งสองคนมีคำถามกันอย่างต่อเนื่องอย่างสนอกสนใจด้วยเช่นกัน เพราะท่าทางของเสี่ยวจื่อน้อยนี่แหละที่ทำให้พวกพี่สาวรู้สึกเลยว่าเจ้าต้นไม้ปริศนาข้างหน้าต้นใหญ่ต้นนี้มันจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนเลยล่ะ
“เจ้าต้นนี้อย่างไรล่ะพี่สาว มันเรียกว่าต้นแปะก๊วยล่ะ”เสี่ยวจื่อน้อยตาเป็นประกายแวววับขึ้นมาทันทีเมื่อนึกออกแล้วว่าเจ้าต้นไม้ปริศนาข้างหน้าของเธอมันคือต้นอะไรก็อดที่จะตื่นเต้นมากไม่ได้จริงๆ
“ต้นแปะก๊วย…????”พวกพี่ๆเพื่อนๆ ต่างมองไปที่เจ้าต้นที่เรียกว่าต้นแปะก๊วยที่เสี่ยวจื่อน้อยได้บอกมาเมื่อตะกี้นี้อย่างสงสัยและอยากรู้อยากเห็นกัน
“ใช่แล้วมันเรียกว่าต้นแปะก๊วย ช่วงที่มันจะผลัดใบมันจะมีใบสีเหลืองทั้งต้นเลย และนี่เห็นไหมผลของแปะก๊วยที่เป็นเม็ดๆแบบนี้มันกินได้นะทุกๆคนมีประโยชน์มากๆด้วยล่ะ”เสี่ยวจื่อน้อย หยิบเม็ดแปะก๊วยที่ตกอยู่ด้านล่างใต้ต้นของมันให้พวกพี่ๆเพื่อนๆได้ดูกัน
และแน่นอนว่าเด็กๆจากหมู่บ้านเป่าเฉิงต้องตาโตกันอย่างแน่นอนที่ได้ยินว่ามันกินได้น่ะเลยพากันหยิบขึ้นมาดูกันยกใหญ่เลย
“เม็ดของแปะก๊วยนี่กินได้ด้วย…”พวกเด็กๆ
“เรียกได้ว่าเจ้าเม็ดแปะก๊วยนี้มันเป็นอาหารยานะทุกๆคน”เสี่ยวจื่อน้อย
“อาหารยา..!!??”พวกพี่ๆเพื่อนๆ พากันพูดตามอย่างตื่นเต้นที่ได้รับรู้ความรู้ใหม่เพิ่มเติมขึ้นมาอีก
“พวกเราไม่เคยรู้เลยนะว่าป่าใกล้ๆหมู่บ้านเป่าเฉิงของพวกเรามีต้นแปะก๊วยที่มีประโยชน์ทางอาหารยาด้วยนะน้องเล็ก”พี่สาวอู๋หมิงจื่อ
“ใช่ๆน้องเล็ก พี่ชายก็เคยเห็นเจ้าต้นนี้นะแต่ไม่เคยรู้เลยว่าเม็ดแปะก๊วยพวกนี้มันกินได้และเป็นอาหารยาอีกด้วยนะ”พี่หวงเซ่อ
“ถ้ารู้อย่างนี้แล้วเก็บไปกินเสียตั้งนานแล้วเนอะพวกเรา”พี่หงเซ่อ
“ใช่ๆ น่าเสียดายเลยปล่อยทิ้งไว้ตั้งหลายปีโดยไม่รู้เรื่องกันเลย”พี่สุ่ยหู
“รู้แบบนี้พาน้องเล็กมาเดินเล่นแถวนี้ตั้งนานแล้วล่ะเนอะพวกเราเนอะ”พี่ไคว่จื่อ
“ใช่ๆ..”พวกพี่ชาย
“เสี่ยวจื่อน้อยเก่งมากเลยรู้จักเม็ดแปะก๊วยด้วยนะ”จ้านลี่จูพี่ชายของจ้านลี่หลิน
“น้องเล็กของพวกเราฉลาดมาก จดจำตัวหนังสือได้อย่างรวดเร็วและชอบอ่านหนังสือแปลกๆเยอะแยะไปหมดเลยด้วยนะ น้องเล็กความจำดีมากจริงๆ”พี่ใหญ่หมูจื่อ
“อย่างงั้นเหรอ???ฉลาดสุดๆไปเลย เพราะพวกเรารู้จักเม็ดแปะก๊วยพวกนี้ก็เพราะว่าแม่ครัวที่ตระกูลจ้านของพวกเรานำมาเป็นวัตถุดิบใส่อาหารให้พวกเรากินด้วยล่ะนะ”จ้านลี่จู
“โอ้….ดีจังเลย”พี่รองสือจื่อ
พวกพี่ชายจากในเมืองก็เล่าให้ฟังถึงเม็ดแปะก๊วยว่าพวกเขากินอย่างไรกันบ้าง และรสชาติของพวกเม็ดแปะก๊วยนี่เป็นอย่างไร นี่แหละสำคัญที่ทำให้ทุกๆคนกางหูกันฟังเลยว่ามันอร่อยมากนี่แหละ!!!
“พวกเราช่วยกันเก็บกลับไปทำอาหารมื้อต่อไปกันดีกว่านะเร็วเข้าพวกเรา”พี่สามจงจือ
“ใช่ๆ…ช่วยกันเก็บเม็ดแปะก๊วยพวกนี้เร็วเข้า”พี่หวงเซ่อ
“แอวะ…..”
“อึ๋ย….รสชาติแปลกๆจังไม่เห็นจะอร่อยเลยง่ะ”
พวกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆจากหมู่บ้านเป่าเฉิงพากันกินเม็ดแปะก๊วยกันด้วยความที่อยากลองว่าอร่อยกันจริงไหม
“หยุดก่อนนะทุกๆคน มันกินตอนนี้ไม่ได้นะ”เสี่ยวจื่อน้อยที่ได้ยินเสียงอ้วก แอวะ อย่างต่อเนื่องจึงหันไปมองพวกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่อยู่ในหมู่บ้านด้วยกัน ก็เห็นว่าพวกเขาเอาเม็ดแปะก๊วยเข้าปากกินกันอย่างเต็มที่กันเลย เธอเลยรีบตะโกนร้องห้ามอย่างรวดเร็วทันทีและพูดอธิบายต่อเลยว่า……
“ทุกๆคนเม็ดแปะก๊วยพวกนี้มันยังกินไม่ได้นะ เห็นไหมถึงเม็ดแปะก๊วยที่อยู่ด้านล่างพวกนี้จะแห้งบ้างแล้วแต่ว่าสิ่งที่มันกินได้มันอยู่ด้านในต่างหาก ดูเสี่ยวจื่อนะทุกๆคน”เสี่ยวจื่อน้อย หยิบเม็ดแปะก๊วยขึ้นมาอีกครั้ง
และบี้เนื้อที่แห้งด้านนอกออก และเผยให้เห็นเปลือกเม็ดด้านในอีกที
“ทุกๆคนเห็นไหมเนื้อด้านนอกนี้กินไม่ได้ พอลอกออกก็จะเจอเม็ดแปะก๊วยที่มีเปลือกห่อหุ้มอยู่อีกที เม็ดแปะก๊วยด้านในนี่แหละที่พวกเราสามารถกินได้ โดยเอาไปต้มไปผัด ไปคั่วกิน เราจะกินเนื้อผิวด้านนอกและเปลือกขาวๆนี่ไม่ได้ นี่ๆด้านในนี้ต่างหากที่กินได้”เสี่ยวจื่อน้อย พยายามลอกเปลือกของมันออกให้หมดเพื่อให้เห็นเม็ดที่แท้จริงด้านในของเม็ดแปะก๊วยที่นำไปประกอบอาหาร หรือทำขนมกินกันได้นั่นเอง
“อ้อ……”ทุกๆคนในหมู่บ้านเป่าเฉิงพากันพยักหน้ามอง และลองแกะกันตามเสี่ยวจื่อน้อยด้วยความอยากรู้อยากเห็นกันทันทีเลย
“เข้าใจแล้วนะทุกๆคน ทีนี้ก็จะเป็นงานอย่างต่อเนื่องเลยที่พอเก็บเจ้าเม็ดแปะก๊วยพวกนี้แล้ว ก็ต้องมานั่งแกะเม็ดด้านในของมันออกมาอีกทีหนึ่ง ไม่ได้กินกันง่ายๆนะ”เสี่ยวจื่อน้อย
“จริงด้วย…”ทุกๆคน
“ถึงจะกินยากหน่อย แต่ก็คุ้มค่าที่ได้กินนะพวกเราพยายามเข้า สู้ สู้ เพื่อความอร่อย”เสี่ยวจื่อน้อย
“ใช่ๆ สู้ สู้ สู้…พวกเรา…”พวกเด็กๆเล็กๆยิ่งส่งเสียงดังกว่าเพื่อนเลย เพื่อความอร่อยนั่นเอง!!!
“ขั้นตอนยุ่งยากไปเสียหน่อย แต่อย่างไรเสียวันนี้พวกเราจะต้องได้ลองกินมันอย่างแน่นอน”เสี่ยวจื่อน้อย ปลุกระดมพลังให้พวกพี่ๆเพื่อนๆน้อยๆไม่ย่อท้อต่อการช่วยกันแกะเม็ดแปะก๊วยด้านในออกมากัน
“ใช่ๆ…”ทุกๆคน
ต่างพากันก้มลงเก็บเม็ดแปะก๊วยใต้ต้นของมันอย่างแข็งขัน พวกพี่ๆบางส่วนก็พากันป่ายปีนเขย่าเก็บเม็ดแปะก๊วยบนต้นของมันเพิ่มเติมอีกด้วย
แน่นนอนว่าเจ้าต้นแปะก๊วยต้นนี้มันน่าจะเติบโตอยู่ตรงนี้มานานมากแล้ว แต่ด้วยความที่พวกชาวบ้านย่อมจะไม่รู้จักเจ้าต้นแปะก๊วยว่าพวกมันมีหน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่ จึงทำให้ไม่มีใครสนใจเจ้าต้นไม้ปริศนาต้นนี้ เพียงแค่ฤดูไบไม้ผลิใบของมันมีสีเหลืองอร่ามสวยงามทั้งต้นเพียงเท่านั้นเอง
ความสวยงามของมันถ้ากินไม่ได้ ทำประโยชน์อะไรไม่ได้แน่นอนว่าเหล่าชาวบ้านชานเมืองที่อาศัยผืนป่าเป็นแหล่งอาหาร แหล่งรายได้เสริมย่อมมองข้ามมันไปอย่างถาวร
ต้นแปะก๊วยที่ผลของมันสามารถทำกินเป็นอาหารทางยาได้ย่อมมีแต่คนในเมืองอย่างร้านขายยานั้นรู้สรรพคุณของมันเป็นอย่างดี ความรู้เฉพาะทางยังไม่ได้พากันเผยแพร่บางสิ่งบางอย่างจากความรู้เป็นเรื่องเฉพาะในตระกูลของแต่ละตระกูลเรียนรู้และสืบทอดกันต่อๆมาจึงไม่แปลกเลยที่ชาวบ้านบางส่วนจะไม่รู้เรื่องของสมุนไพรยาบางอย่าง หรือผล ใบ ที่มีคุณค่าทางอาหารยาเป็นต้น
ในระหว่างทีพวกเด็กๆพากันช่วยเก็บเม็ดแปะก๊วยอยู่นั่นเสี่ยวจื่อน้อยเองก็พูดพึมพำออกมาคนเดียวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเจ้าต้นแปะก๊วยที่อยู่ตรงหน้านี้ด้วยว่า….
“เจ้าต้นแปะก๊วยพวกนี้ถ้าจำไม่ผิดเขาว่ากันว่ามันมีอายุยืนยาวเป็นพันๆปีเลยนะกว่าจะตายได้ เหมือนเคยดูมีข่าวว่าต้นแปะก๊วยในตำนานมีอายุเป็น 3,000 - 4,000 ปีอีกด้วย อายุยืนยาวมากๆเลยหรือว่าเจ้าต้นนี้อาจจะเป็นต้นแปะก๊วยในตำนานต้นนั้นก็ได้นะใครจะรู้ล่ะเนอะ”เสี่ยวจื่อน้อย อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงความรู้เก่าๆที่เคยเปิดดูทางอินเตอร์เน็ตที่ผ่านหูผ่านมาของเธอมาบ้าง
****************
รอบนี้พาเพื่อนๆจากในตัวเมืองมาหาความรู้ไม่ได้สูญเปล่าเสียด้วยสิ เพราะเจอต้นแปะก๊วยต้นใหญ่มากๆหนึ่งต้น ที่มีประโยชน์มากมายต่อการทำเป็นอาหารยาอีกด้วย ถือว่าพากันมาเล่นซนไม่เสียเที่ยวจริงๆ!!
########
เอกสารอ้างอิง
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก :
https://www.bilibili.com/video/BV1SB4y1d7WX/?t=37.533707&spm_id_=333.1350.jump_directly
https://zh.wikipedia.org/wiki/%E9%93%B6%E6%9D%8F
https://www.bilibili.com/video/BV1y4411W7Bu/?uid=425631793434313157374275
https://baijiahao.baidu.com/s?id=1682147881680138027
ใน เขต จู มณฑลซานตงมีต้นแปะก๊วยอายุมากกว่า 3,000 ปี ตำนานเล่าว่าต้นแปะก๊วยนี้ปลูกโดย Duke Zhou ระหว่างการเดินทางไปทางทิศตะวันออกในช่วงต้นราชวงศ์ Zhou ตะวันตก ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์ โจวกงได้ไปเยือน "กุ้ยเหมิง" ระหว่างการเดินทางไปทางทิศตะวันออก ดังนั้นจึงค่อนข้างน่าเชื่อถือที่จะเหยียบภูเขาฟูไหล ต้นแปะก๊วยนี้มีพลังชีวิตที่แข็งแกร่ง กิ่งก้านและใบของมันยังคงอุดมสมบูรณ์ นาย Cao Yukuan นักอักษรวิจิตรร่วมสมัยได้เขียนคำจารึกว่า "ต้นแปะก๊วยอันดับ 1 ของโลก" สำหรับต้นแปะก๊วยนี้
ต้นแปะก๊วย: แปะก๊วยอยู่ในตระกูลแปะก๊วยและเป็นไม้ผลัดใบสูง เป็นต้นไม้หายากที่สืบทอดมาจากยุคมีโซโซอิกและเป็นพันธุ์พิเศษของจีน โดยจะเติบโตในป่าธรรมชาติในพื้นที่ดีๆ และมีกิ่งและใบแข็งแรง กระพี้ของต้นแปะก๊วยมีสีเหลืองอ่อน และแก่นไม้มีสีน้ำตาลอมเหลืองอ่อน มีโครงสร้างที่ละเอียด มีน้ำหนักเบาและอ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น ไม่แตกง่าย และไม่โก่งตัว การก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งภายใน แกะสลัก กระดานวาดภาพ ฯลฯ เมล็ดใช้สำหรับเป็นอาหารและยา ใบสามารถนำมาใช้เป็นยาและยาฆ่าแมลงได้ และยังสามารถใช้เป็นปุ๋ยได้อีกด้วย ต้นแปะก๊วยมีรูปร่างสวยงาม ใบจะมีสีเขียวสดใสในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองในฤดูใบไม้ร่วง มีความสวยงามมากและสามารถใช้เป็นต้นไม้ในสวนและต้นไม้ริมถนนได้ “น้ำค้างแข็งตกในชั่วข้ามคืน และเมืองก็เต็มไปด้วยแปะก๊วยสีเหลือง” ทุกฤดูใบไม้ร่วงสีทอง ต้นแปะก๊วยตามถนนบางสายในเมืองตานตงจะปู "ถนนสีทอง" ให้กับประชาชนทั่วไปอย่างเป็นธรรมชาติ แปะก๊วยไม่เพียงแต่มีความคงทนเท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักในชื่อ "ฟอสซิลที่มีชีวิต" และเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดที่มีอยู่ในโลก