“คุณดูทางตอนนี้ มืดขนาดนี้คุณกล้ากลับไปคนเดียวงั้นเหรอ? ถ้าตอนกลับคุณเจอลูกสมุนของเ้าแก๊งคนเมื่อกี้ขึ้นมา คุณจะทำยังไง?” กงลู่เหวินพูดออกมาอย่างสบายๆ แบบมีเหตุผล
นี่..ถ้าคุณไม่พูดฉันก็คงไม่คิดหรอก!! จะพูดเพื่ออะไร แต่พอจิงจิงมองไปรอบๆ ที่มืดรอบด้านซะขนาดนี้ ก็เริ่มกลัวขึ้นมาในใจซะแล้ว
ระ หรือว่าจะให้กงลู่เหวินคนนี้ไปส่งเธอดีกว่า? อย่างน้อยมีเพื่อนก็ไม่น่ากลัวจนเกินไป? อีกอย่างเขาเป็พระรองที่มีฝีมือยอดเยี่ยมซะขนาดนั้นที่เขียนบรรยายไว้ในนิยาย ถ้าหากเจอเข้ากับพวกคนชั่วจริงๆ เธอก็คงยังจะปลอดภัยอยู่บ้างละมั้ง?
“อะ อื้ม ก็ได้ค่ะ งั้นก็ขอบคุณและรบกวนคุณแล้วค่ะ” จิงจิงตอบเสียงอ่อย
“งั้นพวกนายไปส่งคุณเยี่ยและคุณหลิวเถอะฉันจะรอที่อำเภอนี้นะ” พอลั่วหนิงฟง ที่อยู่ในรถได้ยินก็หันมายักคิ้วหลิ่วตากับกงลู่เหวินทันที แต่กงลู่เหวินจะสนใจเ้าคนนี้ที่ไหนกัน
“ไปเถอะ คุณบอกทางผมด้วยนะครับ” กงลู่เหวินที่ขี่จักรยานแล้วหันมาบอกกับจิงจิงให้ซ้อนท้ายเขา
จิงจิงค่อนข้างเขินนิดหน่อยแต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น นี่เธอต้องซ้อนท้ายจักรยานกงลู่เหวินไปสินะ อย่างกะบทในละครเลยเชียว ช่างเถอะ มีพระรองไปเป็เพื่อนก็ไม่เห็นจะเป็อะไร ดีกว่าต้องหลับหูหลับตาปั่นไปเองมืดๆ อย่างนี้เป็ไหนๆ
ปั่นมาได้สักพัก จิงจิงที่เงียบมาตลอดทางก็อึดอัดขึ้นมาแล้วจริงๆ!! นี่นายมีแรงหรือเปล่าทำไมปั่นได้เฉยชากินลมชมวิวขนาดนี้ละ มีวิวที่ไหนให้นายได้ชมบ้างตอนนี้!! “นี่คุณ คุณปั่นให้เร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอคะ? แล้วเมื่อไรมันจะถึงละ?”
“ผมชื่อ กงลู่เหวิน ผมน่าจะอายุเยอะกว่าคุณ คุณเรียกผมว่า พี่เถอะ” เพ้ย!! พี่งั้นเหรอ พี่กงลู่เหวินอะไรกัน ฉันต่างหากที่อายุเยอะกว่านายอีก เ้าหนุ่มน้อยเอ้ย!!
“คุณกงลู่เหวิน คุณปั่นเร็วกว่านี้สักหน่อยได้ไหมคะ?” ทำไมฉันที่เมื่อก่อนเกิดมาตั้ง 27 ปีแล้ว ต้องเรียกเด็กอย่างคุณว่าพี่ด้วย เหอะ ฝันไปซะเถอะ!!
กงลู่เหวินที่ได้ยินก็ยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ตอบตกลงเสียงนุ่ม “ได้ครับ”
พูดยังไม่ทันจบ จักรยานก็กระชากไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เท่านั้นยังไม่พอ หนทางตอนนี้ไม่รู้ว่ามีทั้งหลุมเล็กหลุมใหญ่ตรงหน้ากลับเห็นไม่ชัดหรือว่ายังไง จักรยานที่ตกหลุมไปทำเอาจิงจิงร้องกริ๊ดออกมาเสียงดัง
“เฮ้ยยย” แต่ แต่ พอจักรยานที่หยุดจอดตอนนี้จิงจิงก็หน้าแดงไปหมดแล้ว นี่เธอกอดเอวกงลู่เหวินอยู่นี่หนา เมื่อกี้เธอในี่!! จึงรีบปล่อยมืออย่างรวดเร็ว
ส่วนตัวกงลู่เหวิน ตอนนี้ก็ตัวแข็งทื่อไปหมดแล้วเช่นกัน แต่สักพักก็ได้สติกหันมาถามจิงจิงอย่างเป็ห่วงเสียงนุ่ม “คุณเป็อะไรหรือเปล่าครับ?”
“ไม่เป็ไร คุณไปต่อเถอะ” จิงจิงแค่หน้าแดงนิดหน่อย แต่ก็คิดว่า คงไม่ใช่เพราะคุณจะแกล้งฉันเล่นใช่ไหม คุณคงไม่ว่างขนาดนั้นหรอกใช่ไหม..?
แต่..พอปั่นไปสักพัก ถ้าเธอโง่เธอคงเชื่อแล้วจริงๆ ว่าหลุมที่เยอะขนาดนี้ กงลู่เหวินจะไม่เห็นสักหลุม นี่มันแกล้งกันชัดๆ เธอที่นั่งซ้อนท้ายปวดก้นไปหมด ทั้งแรงกระแทก ทั้งหัวเธอที่สั่นคลอนไปหมดแล้ว ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ!!
“นี่คุณ!! คุณกำลังแกล้งฉันอยู่ชัดๆ คุณไม่พอใจอะไรฉันอยู่งั้นเหรอ?”
“ผมจะไปแกล้งคุณได้ยังไง ผมไม่เห็นหลุมพวกนี้เลยจริงๆ มันมืดมาก ทั้งคุณยังบอกให้ผมรีบปั่นไปอีก คุณยังโอเคไหม หรือเราจะพักกันสักครู่?” กงลู่เหวินหันมาตอบจิงจิงอีกครั้งอย่างเป็ห่วง ดูแล้วเป็สุภาพบุรุษแสนอ่อนโยนสุดๆ
เพ้ย!! ทำท่าหลอกลวงนี่ให้ใครดูกัน!! ถ้าฉันเป็คนอื่นที่ไม่เคยอ่านนิยายเื่นี้มาก่อน ฉันต้องหลงกลท่าทีสุภาพบุรุษตรงหน้านี้อย่างแน่นอน จิงจิงไม่เชื่อว่าหัวหน้าทหารอย่างกงลู่เหวินที่จะต้องฝึกหนักทำภารกิจต่างๆ ไม่ว่าจะกลางวันกลางคืน สายตาเฉียบคมขนาดนี้จะไม่เห็นหลุมข้างหน้าเพราะแค่มันมืดสลัวแน่นอน
จิงจิงตอนนี้ที่ทั้งเจ็บก้น เจ็บคอตรงที่เป็แผลมาอีกแปลบๆ แถมยังเจ็บจมูกที่ใบหน้าไปชนหลังของกงลู่เหวินที่รถตกหลุมอีก หัวก็สั่นคลอนไม่หยุด ตอนนี้ก็เริ่มมีน้ำโมโหขึ้นมาอีกแล้ว
จึงะโขึ้นมาเสียงดัง “กงลู่เหวิน คุณแกล้งฉันชัดๆ!! ฉันรู้นะว่านายนะไม่ใช่คนสุภาพโอนโยนอย่างที่แสดงออกมาหรอกนะ แสดงให้ใครดูกัน คุณน่ะมันคนเ้าเล่ห์!!!”
กงลู่เหวิน ที่ได้ยินจิงจิงะโขึ้นมาอย่างนั้นก็หยุดรถและเงียบไปทันที แต่สักพักก็หันมาทางจิงจิงยกยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์ ว่า “ผมเป็คนอย่างนั้นเหรอครับ?”
พอจิงจิงได้รู้แล้วว่าตัวเองที่หลุดปากพูดออกไปก็เลิ่กลั่ก ไม่น่ากระตุกหนวดเสือเ้าเล่ห์ตัวนี้เข้าเลย พอกลอกตาไปมาเสร็จก็พูดว่า “เออ.. คือเมื่อกี้ฉันแค่ใหน่ะค่ะ แถมยังเหนื่อยอีกด้วย ฉันแค่พูดไปอย่างนั้นเองแหละ ฉันขอโทษคุณด้วยนะคะ”
ลู่เหวินหัวเราะหึออกมา “คุณไม่ได้พูดผิดหรอกครับ ผมก็เป็อย่างที่คุณว่าจริงๆ นี่หน่า” กงลู่เหวินมองจิงจิงอย่างพิจารณาสักพักก็ยิ้มออกมา “งั้นคุณจะให้ผมขับไปเร็วๆ อีกไหม?”
“เออ ไม่ต้องๆ คุณค่อยๆขับไปเถอะค่ะ แล้วแต่คุณเลย” ฝากไว้ก่อนเถอะ แต่เธอไม่มาเอาคืนหรอก อดทนอดทน ต่อไปก็จะไม่เจอคนพวกนี้แล้ว!!
“หึ หึ” กงลู่เหวินที่เห็นจิงจิงพูดออกมาเสียงอ่อย แต่ทางทางดูเหมือนโกรธอยู่ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ นานเท่าไหร่แล้วนะ ที่ไม่เคยมีใครว่าเขาเป็คนเ้าเล่ห์มาก่อน ทุกคนไม่ว่าเป็ผู้หญิงหรือชาย หากไม่สนิทหรือไม่รู้จักตัวตนของเขาจริงๆ ภายนอกก็จะมองว่าเขาเป็สุภาพบุรุษอบอุ่นอ่อนโยน ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เป็อย่างนั้นเลยสักนิด เขาก็แค่ทำตามน้ำ แต่นิสัยจริงของเขากลับตรงกันข้ามเลยด้วยซ้ำ
แต่อวี้จิงคนนี้กลับรู้นิสัยที่หลบซ่อนอยู่ภายในของเขาหลังจากรู้จักกันเพียงแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้น น่าสนใจจริงๆ?
ที่เขาแกล้งขี่จักรยานตกหลุมเมื่อกี้บ่อยๆ ก็แค่เบื่อๆ และอยากจะเห็นท่าทีของอวี้จิงคนนี้ว่าจะเป็คนแบบไหนกันแน่แค่นั้นเอง ไม่นึกว่าจะไปยั่วโมโหเ้าเสือน้อยตัวนี้เข้าให้แล้ว แต่ทำไม เขาถึงถูกอกถูกใจเ้าเสือน้อยตัวนี้ขึ้นมาซะแล้วล่ะ?