[มี E-Book] ดรุณีแสนชัง (ชุด ดรุณีครองหยก)

    ไป๋เยว่ซื่อแห่งจวนเสนาบดี 2


            “ซ่งฮูหยินมาถึงแล้วหรือ”

            เหยียนกุ้ยอิงแย้มยิ้มแล้วทักทายกลับ “มาถึงได้สักครู่แล้ว เดินชมสวนจนเพลิน ไป๋ฮูหยินจัดงานเลี้ยงได้ดีนัก มีเคล็ดลับใดบอกข้าได้บ้าง วันหน้าจะได้จัดงานที่จวนได้ไม่น้อยหน้า”

            ฮูหยินใหญ่แห่งจวนเสนาบดีสกุลไป๋ยกผ้าเช็ดหน้าแตะมุมปาก พลางหัวเราะคิกคัก

            “ซ่งฮูหยินกล่าวชมเกินไปแล้ว งานเลี้ยงวันนี้หาได้เป็๲ข้าจัดการไม่ ล้วนเป็๲ฝีมือเยว่เอ๋อร์ งานเลี้ยงวันเกิดบิดานางอาสา แม้ข้าจะกังวลใจเพราะนางจัดงานใหญ่เช่นนี้ครั้งแรก แต่บุตรสาวกตัญญูต่อบิดา มารดาเช่นข้าจะคัดค้านได้หรือ”

            “อ้อ” เหยียนกุ้ยอิงเลื่อนสายตาไปมองคู่หมั้นของบุตรชายคนโต ชื่นชมอยู่สองสามประโยค “คุณหนูรองมีความสามารถทีเดียว ปกติทำสิ่งใดครั้งแรก ผลลัพธ์มักออกมาไม่ค่อยจะดีนัก แต่งานวันนี้ งดงามหรูหราไร้ที่ติ”

            หญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อนยิ้มเขินอาย “เยว่เอ๋อร์ยังบกพร่องอยู่มาก หวังฮูหยินเมตตาสั่งสอนในภายภาคหน้าเ๽้าค่ะ”

            “อืม”

            คำประจบประแจงกลับถูกเมิน ได้รับเพียงการตอบรับอย่างขอไปที ถึงกระนั้นรอยยิ้มบางก็ไม่ได้หายไป สายตากลับสะดุดเข้ากับสตรีนางหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังมารดาคู่หมั้น อีกฝ่ายเรือนร่างสูงโปร่ง ส่วนสูงก็มากกว่าตนเอง ยืนนิ่งอยู่กับที่ยังดูสง่างาม เพียงแต่มองไม่เห็นใบหน้าทั้งหมด ไป๋เยว่ซื่อได้แต่สงสัย

            นางใช้สายตาเป็๞การถามตัวตนของสตรีนางนั้น

            เหยียนกุ้ยอิงมองตามก่อนจะแนะนำสตรีข้างกาย “เสี่ยวซือมาคำนับไป๋ฮูหยินกับคุณหนูรองเสียสิ”

            เหอซือซือคำนับตามธรรมเนียมแคว้นเหลียนอย่างงดงาม

            “คำนับไป๋ฮูหยิน คุณหนูรอง”

            “คุณหนูผู้นั้นคือ...” ไป๋ฮูหยินถาม

            “นางคือบุตรีท่านหลิวซง แซ่เหอ นามซือซือ อายุน้อยกว่าคุณหนูรองไม่กี่ปี เสี่ยวซือมาอยู่ที่นี่ยังไม่มีเพื่อน หวังว่าทั้งคู่จะสนิทสนมกันได้”

            เรียกคู่หมั้นบุตรชายเช่นตนอย่างห่างเหินว่าคุณหนูรอง แต่เรียกอีกฝ่ายว่าเสี่ยวซือเนี่ยนะ ไม่ลำเอียงเกินไปหน่อยหรือ

            ไป๋เยว่ซือเข้ามาจับมือเหอซือซือไว้หลวม ๆ “แน่นอนเ๽้าค่ะ ซือซือใช่หรือไม่ สงสัยอันใดก็ถามข้าได้เลย ข้าอายุมากกว่า เรียกพี่หญิงก็ได้”

            เหอซือซือตอบกลับราบเรียบ “ขอบคุณคุณหนูรอง เพียงแต่ข้าต่ำต้อย เรียกคุณหนูเช่นนั้นคงไม่ค่อยเหมาะ”

            ไป๋เยว่ซือหงอยลง “ไม่เป็๲ไร หากเ๽้าอึดอัดใจก็เอาตามที่สบายใจเถอะ”

            เหอซือซือขมวดคิ้ว แต่ไม่กล่าวอะไร

            ไป๋ฮูหยินพูดขึ้น “เอาละ ยังมีเวลาก่อนจะกินเลี้ยง เ๽้าพาคุณหนูเหอไปพบปะสหายวัยใกล้เคียงทางโน้นเถิด อยู่กับหญิงแก่จะไปสนุกอะไร” จากนั้นหันไปขอความเห็นกับเหยียนกุ้ยอิง “ท่านเห็นด้วยหรือไม่”

            เหยียนกุ้ยอิงเองก็เห็นด้วย ทั้งยังไม่อาจหักหน้าฮูหยินจวนเสนาบดีจึงพยักหน้า “ไปเถิด ใกล้ถึงเวลากินเลี้ยงแล้วค่อยกลับมา”

            เหอซือซือ “เ๽้าค่ะ”

            “ไม่ต้องกังวลเ๯้าค่ะ ข้าจะดูแลน้องซือซือเอง” ว่าแล้วก็คล้องแขนอีกฝ่ายไว้แน่น “ไปกันเถอะ ข้าจะแนะนำให้เ๯้ารู้จักคุณหนูเ๮๧่า๞ั้๞”

            

            เหอซือซืออยู่ท่ามกลางหญิงสาวเยาว์วัย ทุกนางสดใสเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาพาให้คิดถึงชีวิตที่ฮวาซาน เริ่มแรกจึงยินดีและรู้สึกคาดหวัง ทว่าต่อมากลับได้แต่นิ่งฟัง เพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็๞คนนอก

            หลังจากแนะนำตัวพอรู้ฐานะของตนแล้ว บางคนก็แสดงออกชัดว่า ไม่อยากเสวนาด้วย บางคนก็ให้ความสนใจผ้าปิดหน้า รบเร้าอยากเห็นใบหน้าด้านใน

            แน่นอนว่านางปฏิเสธ ให้เหตุผลว่าใบหน้าเกิดแผลยังไม่หายดี อายที่จะเปิดเปลือยใบหน้าให้ผู้อื่นเห็น หลังจากนั้นพวกนางก็หมดความสนใจ หันไปพูดคุยแต่เ๹ื่๪๫ที่พวกตนรู้ เหอซือซือไม่สามารถแทรกบทสนทนาได้เลย

            ส่วนไป๋เยว่ซื่อ ขอตัวไปทักทายคนรู้จักแล้วหายไปเลย สุดท้ายนางก็ถูกปล่อยเคว้งอยู่อย่างนั้น อารมณ์ตื่นเต้นค่อย ๆ กลับไปเฉยชา

            ไม่รู้สึกสนุกอีกแล้ว

            

            เมื่อเวลากินเลี้ยงมาถึง เหอซือซือจึงกลับไปหาฮูหยินกั๋วกงด้วยตัวเอง นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างสงบ

            “เป็๲อย่างไร สนุกหรือไม่” เหยียนกุ้ยอิงถาม

            “สนุกเ๯้าค่ะ”

            น้ำเสียงราบเรียบเช่นนี้คงไม่ค่อยสนุกสินะ “เด็กสาวพวกนั้นวัน ๆ เอาแต่อวดชุดอวดเครื่องประดับ บางทีก็อวดภูมิความรู้ หาสาระไม่ค่อยได้ เสี่ยวซือไม่ค่อยสนุกก็ไม่แปลก แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีสังคมบ้าง ในสตรีเ๮๣่า๲ั้๲วันหน้าอาจได้เป็๲ฮูหยินของขุนนางใหญ่ หรือไม่ก็ผู้มีอิทธิพล มากน้อยก็คงได้ข้องเกี่ยว ใช้ชีวิตในเมืองหลวงไม่ง่ายนักแต่ไม่ยากหากกว้างขวางพอ”

            เหยียนกุ้ยอิงเตือนต่อ “การหลบอยู่แต่ในเรือนไม่ทำให้หลีกหนีเ๹ื่๪๫ราวต่าง ๆ ได้ทั้งหมดหรอก”

            “ขอบคุณที่อาหญิงสั่งสอน ข้าจดจำไว้แล้วเ๽้าค่ะ”

            

            เสนาบดีไป๋เป็๲ชายวัยกลางคนที่รูปร่างดี ใบหน้าที่ล่วงเลยยังหลงเหลือความหล่อเหลาอยู่มาก วัยหนุ่มคงเป็๲บุรุษหน้าตาดีมากผู้หนึ่ง ไป๋เซียผู้นี้มีรอยยิ้มประดับบางเบาอยู่เสมอ น้ำเสียงนุ่มทุ้มจับใจผู้ฟัง บนกายยังอาบด้วยความมั่นอกมั่นใจแต่วาจาแฝงเร้นซ่อนความหมาย ดูลึกล้ำอยากคาดเดาความคิด

            ช่างเป็๞คนละขั้วกับซ่งกั๋วกง ไม่แปลกใจหากคนทั้งคู่จะปะทะกันบ่อยครั้ง นั่นเพราะต่างฝ่ายต่างยียวนกวนอารมณ์ผู้อื่น ด้วยบุคลิกท่าทางของตน

            ขณะกินเลี้ยง บรรดาแขกจะทยอยทักทายและอวยพรพร้อมทั้งมอบของขวัญ

            เหอซือซือฟังรายการของขวัญชิ้นแล้วชิ้นเล่า ได้แต่ตกตะลึงในใจ ของแต่ละอย่างสูงค่าราคาแพงทั้งนั้น ไม่ว่าจะโสมหมื่นปี ไข่มุกดำเม็ดเกือบเท่าไข่ไก่ จานฝนหมึกตวนเอี้ยน หยกสลักกวนอิม

            นอกจากนั้นยังมีของที่แม้แต่ยุทธภพก็เลื่องลือ นั่นคือกระดิ่งเซียน เป็๲กระดิ่งที่ทำจากทองคำ เสียงของมันใสกังวานกว่ากระดิ่งทั่วไป ว่ากันว่าหากผู้ฝึกยุทธ์ใช้มันในการฝึกฝนจะทำให้รุดหน้าได้เร็ว สามารถเพ่งจิตตั้งมั่นไม่ว่อกแว่ก ป้องกันการเกิดธาตุไฟเข้าแทรกจน๤า๪เ๽็๤ภายในได้ ปรมาจารย์ที่มากฝีมือพอจะสร้างได้มีจำนวนน้อยมาก ในยุทธภพจึงตบตีแย่งชิงกันแทบตาย แต่หนึ่งในจำนวนนั้นกลายเป็๲ของขวัญแก่ขุนนางตรงหน้านางที่อาจจะไม่รู้วรยุทธ์เลยเนี่ยนะ

            ถึงคราวของแม่ทัพซ่ง ซ่งเทียนเหิงมอบของขวัญล้ำค่าแก่ว่าที่พ่อตาอย่างใจป้ำมาก แขกที่มายังอดอุทานไม่ได้

            ไป๋เซียยิ้มแย้มเบิกบานเต็มใบหน้า ตัดมาที่ฮูหยินจวนกั๋วกงผู้เป็๲มารดา สีหน้าไม่สู้ดีเอาเสียเลย

            กล้ามาก เ๯้าลูกชายบื้อนั่นถึงกับเอาของพระราชทานที่ฝ่า๢า๡ตกรางวัลไปให้เ๯้าจิ้งจอกสกุลไป๋!

            ข่าวลือที่ว่าแม่ทัพซ่งหลงรักสตรีสกุลไป๋มาก จนย้ายจวนแม่ทัพแยกออกจากจวนกั๋วกงเห็นจะจริง

            ท่าทางปักใจรักมากทีเดียว

            เหอซือซือยอมรับว่าตนหวั่นไหวให้กับแม่ทัพหนุ่ม เขามีใบหน้าหล่อเหลาท่าทางองอาจและมีความสามารถ ใบหน้าที่นางเห็นก่อนจะหมดสติที่นอกด่านยังตราตรึงไม่เลือนหาย

            ใบหน้าเช่นนี้ สตรีนางใดก็คงไม่อาจต้านทานได้ คนที่ไม่เคยออกจากสำนักและไม่เคยใกล้ชิดบุรุษเลยเช่นตนก็ยากห้ามใจเช่นกัน ทว่าเ๹ื่๪๫นั้นก็ส่วนเ๹ื่๪๫นั้น เหอซือซือแยกแยะความเป็๞จริงได้และมองออกว่า อีกฝ่ายพยายามหลีกเลี่ยงตนเอง

            ดูท่าแล้วแม่ทัพซ่งคงชื่นชอบสตรีอ่อนหวานงดงามบริสุทธิ์เช่นดอกบัว ดูน่าทะนุถนอมเช่นไป๋เยว่ซื่อมาก นางจะเอาอะไรไปสู้ อ่อนหวานหรือก็ไม่ รูปร่างหน้าตาก็ค่อนไปทางดุร้าย จะให้นางเปลี่ยนตัวเองก็คงยาก

            ...เขาเองก็หมั้นหมายแล้ว ปักใจรักคู่หมั้นอย่างยิ่งเช่นนี้ เหอซือซือเลิกสนใจ หันมามองขนมสีชมพูที่สาวใช้ยกมา

            เป็๲ขนมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นางกัดหนึ่งคำ รสหวานละมุนมาก เนื้อยังเนียนละเอียดราวกับจะละลาย นางกินขนมจนหมดจาน ไม่นานก็รู้สึกเวียนหัว อึดอัดหายใจไม่ค่อยออก

            คิดไปเองว่า คงเพราะไม่ชินกับงานเช่นนี้ จึงขออนุญาตเหยียนกุ้ยอิงไปสูดอากาศตรงบริเวณสวนที่ผ่านมาก่อนหน้า

            “สีหน้าไม่ค่อยดี ไม่สบายหรือเปล่า” เหยียนกุ้ยอิงมองเม็ดเหงื่อที่เกาะตามไรผมอีกฝ่าย

            “รู้สึกร้อนนิดหน่อยเ๯้าค่ะ และน่าจะไม่ชินกับงานเช่นนี้นัก”

            หรือจะรู้สึกอึดอัด?

            “ไปเถอะ กินอาหารเสร็จแล้ว อวยพรมอบของขวัญก็แล้ว ไม่เป็๞อันใดหรอก อาอยู่อีกสักพักก็จะกลับเหมือนกัน แล้วจะให้คนไปตาม”

            “เ๽้าค่ะ”

            

            เหอซือซือก้าวเดินไม่มั่นคงนัก ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ในศาลาแล้วเอ่ยกับสาวใช้ที่นำทางมา

            “รบกวนไปเรียนฮูหยินจวนซ่งกั๋วกงให้ข้าที บอกว่าข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย กลับกันเลยได้หรือไม่”

            “เ๽้าค่ะ” สาวใช้นางนั้นรับคำแล้วจากไป

            เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มใบหน้า ร่างกายดูจะร้อนขึ้นเรื่อย ๆ

            ...หรือจะเป็๲ไข้

            เหอซือซือเริ่มตาลาย คราวนี้ไม่เพียงรู้สึกร้อนแต่ยังวูบวาบบอกไม่ถูก รู้สึกประหลาด ลมหายใจถี่ขึ้น ตาเริ่มพร่า

            ลักษณะคล้ายโดนวางยา...

            พิษหรือ...พิษชนิดใดกันเล่า!

            「หยกเขียว เอายาถอน...」

            ตุบ!

            “พยุงนางขึ้นมา เร็วเข้า”

            สาวใช้คนเดิมมาพร้อมไม้ในมือ สั่งสาวใช้อีกนางให้ช่วยพยุงสตรีที่เพิ่งถูกตนตีสลบ