เส้นทางแห่งจอมราชัน

    ไป๋เหรินซีกังวล

    มู่อวิ๋นมองดูหยวนหมิงเย่ก่อนที่จะหัวเราะออกมา

    “ ยอดเยี่ยมจริงๆคุณชายหยวน เช่นนั้นข้าก็หวังว่าเจ้าจะทำให้ได้อย่างที่กล่าวออกมาแล้วกัน ” มู่อวิ๋นกล่าวออกมาก่อนที่จะเดินจากไปทันที เพราะเขารู้ดีว่าขืนอยู่ต่อเขาก็เป็นแค่คนนอกเท่านั้น เพราะศิษย์น้องไป๋ก็จะอยู่แต่กับหยวนหมิงเย่เท่านั้น 

    ลูกน้องของมู่อวิ๋นก็เดินตามมู่อวิ๋นไป แต่ก่อนที่จะเดินไปพวกเขาก็มองไปที่หยวนหมิงเย่ด้วยแววตาเย็นชาและไม่พอใจอย่างมาก

    ส่วนทางด้านสหายของไป๋เหรินซีก็มองหน้ากัน พวกนางไม่ได้ไปไหนเพราะพวกนางมาเที่ยวพร้อมกับไป๋เหรินซี เพราะถ้าหากพวกนางเดินจากไปก็จะเป็นการหักหน้าไป๋เหรินซีอย่างมาก เพราะฉะนั้นพวกนางจึงตัดสินใจที่จะอยู่ต่อ

    “ พี่เหม่ยเจียง ” ไป๋เหรินซีทักทายเหม่ยเจียงทันที 

    หลังจากที่ทั้งสองทักทายกันเล็กน้อย

    “ หมิงเย่จากนี้ไปเจ้าไปกับข้าเถอะ ” ไป๋เหรินซีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    “ เจ้ากลัวว่าตระกูลมู่จะลงมือกับข้างั้นหรือ? เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ถ้าหากข้ากลัวเขา ข้าจะกล้าท้าทายเขาได้อย่างไร ” หยวนหมิงเย่ส่ายหน้า

    “ แต่ว่ามันจะไม่เป็นอะไรแน่หรือ? ” ไป๋เหรินซียังคงเป็นห่วง

    “ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ว่าแต่สองคนนั้นสหายของเจ้างั้นหรือ? ” หยวนหมิงเย่มองดูสตรีสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล พวกนางอายุประมาณยี่สิบปี แม้ว่าพวกนางจะไม่ได้งดงามเหมือนกับไป๋เหรินซีแต่ว่าพวกนางก็นับว่าเป็นหญิงงามเหมือนกัน

    “ ใช่ๆ นี้คือสหายของข้า นางมีนามว่าเฉินสวีและเป่ยซูลู่ พวกนางเป็นสหายที่ข้าไว้ใจที่สุดในตำหนักหมื่นวิถี นอกจากนี้พวกนางก็เป็นบุตรหลานของตระกูลใหญ่จากแคว้นอู่และแคว้นชิง ” ไป๋เหรินซีกล่าว

    “ ในเมื่อพวกนางเป็นสหายของเจ้า พวกนางก็จะเป็นสหายของข้า ” หยวนหมิงเย่หัวเราะ

    “ มาสิเดี๋ยวข้าจะแนะนำสหายของข้าให้เจ้ารู้จัก ” ไป๋เหรินซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม จากนั้นนางก็ลากแขนของหยวนหมิงเย่ไปหาสหายของนาง

    “ เหรินซีบุรุษผู้นี้คือกันเนี้ย? ” เฉินสวีกล่าวด้วยความตกใจเพราะนางเห็นไป๋เหรินซีจับแขนบุรุษมาก่อน 

    “ นั้นสิๆ เหรินซีข้าก็คิดว่าเจ้าไม่จะไม่สนใจบุรุษเสียอีก ที่ไหนได้เจ้ามีบุรุษในดวงใจอยู่แล้วงั้นหรือ? ” เป่ยซูลู่เสริม

    แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองคนก็รู้สึกว่าหยวนหมิงเย่นั้นไม่เหมาะกับไป๋เหรินซี คุณชายมู่อวิ๋นยังเหมาะกับไป๋เหรินซีมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นทั้งฐานะหรือเบื้องหลังของคุณชายมู่อวิ๋นนั้นเหนือกว่าหยวนหมิงเย่อย่างแน่นอน

    “ คนๆนี้ชื่อว่าหยวนหมิงเย่ นี้คือพี่เหม่ยเจียงนางเป็นสาวใช้ของหมิงเย่ ทั้งสองเป็นสหายของข้าตั้งนานแล้วล่ะ ส่วนสองคนนี้ชื่อว่าเฉินสวีและเป่ยซูลู่ ” ไป๋เหรินซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม

    ทั้งสี่ทักทายกันเล็กน้อย 

    “ จริงสิเจ้าบอกว่าจะซื้อเครื่องประดับที่ข้าต้องการในร้านนี้ให้กับข้า? ” ไป๋เหรินซีถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    “ แน่นอนสิ เจ้าอยากได้อันไหนก็ไปเลือกเลย ” หยวนหมิงเย่กล่าวขึ้น

    “ เยี่ยม ” ไป๋เหรินซีก็ตื่นเต้นและเลือกเครื่องประดับที่นางชอบทันที

    เมื่อเห็นว่าไป๋เหรินซีกำลังเลือกเครื่องประดับอยู่ เฉินสวีและเป่ยซูลู่ก็เดินมาหาหยวนหมิงเย่ทันที

    “ เจ้าเป็นอะไรกับเหรินซีกันแน่ ข้าไม่เคยเห็นเหรินซีมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย ” เฉินสวีถามขึ้น

    “ เรื่องนั้นเจ้าต้องไปถามเหรินซีเองแล้วล่ะ ข้าไม่สามารถตอบเรื่องนี้ได้หรอก ” หยวนหมิงเย่ส่ายหน้า

    “ แล้วเจ้าไม่กลัวตระกูลมู่มาล้างแค้นงั้นหรือ? ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีความแค้นกับมู่อวิ๋นอยู่ไม่ใช่หรอ ” เฉินสวีถามขึ้นอีกครั้ง 

    “ ใช่แล้วล่ะ ข้าเคยมีปัญหากับมู่อวิ๋นมาก่อนจริงๆ แต่นั้นมันก็นานมาแล้วก็ราวๆสองปีก่อนได้ และถ้าหากว่าข้ากลัวการแก้แค้นของตระกูลมู่หรือไม่? คำตอบก็คือไม่  ” หยวนหมิงเย่กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    “ โอ้ ข้าล่ะชื่นชมเจ้าที่ไม่กลัวตายจริงๆ ” เป่ยซูลู่ประหลาดใจ เฉินสวีเองก็ประหลาดใจเช่นเดียวกัน

    “ ฮ่าฮ่า จะว่าไปนี้เป็นการพบกันครั้งแรกของพวกเรา เช่นนั้นข้าให้พวกเจ้าไปเลือกเครื่องประดับสักชิ้นแล้วกัน ไม่ว่ามันจะแพงแค่ไหนก็ตาม ” หยวนหมิงเย่กล่าว

    “ ยอดเยี่ยม!! ” เป่ยซูลู่ชูนิ้วโป้งให้กับหยวนหมิงเย่ เฉินสวีเองก็ทำเช่นเดียวกัน

    “ ใครเป็นคนสอนพวกเจ้ากันว่าให้ชูนิ้วโป้งแบบนี้? ” หยวนหมิงเย่สนใจขึ้นมา

    “ ก็เหรินซีเป็นคนสอนพวกเรามา ถ้าหากเจออะไรที่ยอดเยี่ยมๆก็ให้ชูนิ้วโป้งแบบนี้ ” เฉินสวีกล่าวออกมา เป่ยซูก็พยักหน้ารับ

    หยวนหมิงเย่ก็หัวเราะออกมาเบาๆ เพราะนี้เป็นสิ่งที่เขาสอนไป๋เหรินซีเอง

    “ งั้นพวกเราไปเลือกเครื่องประดับก่อนนะ ” เป่ยซูลู่กล่าวพร้อมกับลากตัวเฉินสวีไปด้วย โดยที่พวกนางเดินไปหาไป๋เหรินซีทันที

    “ ถ้าหากเขากล่าวแบบนั้นก็ตามนั้นเลย ” ไป๋เหรินซีกล่าวขึ้น

    หลังจากนั้นทั้งสามสาวก็เลือกเครื่องประดับด้วยกัน

    ผ่านไปราวๆหนึ่งเค่อทั้งสามก็เลือกเครื่องประดับเสร็จ หยวนหมิงเย่ก็เรียกพนักงานมาเก็บเงินค่าเครื่องประดับทั้งสามชิ้น

    “ หมิงเย่ข้าหิวแล้ว พวกเราไปหาอะไรกินกันเถอะ ” ไป๋เหรินซีเริ่มอ้อน

    เป่ยซูลู่และเฉินสวีถึงกับขยี้ตารัวๆเพราะทั้งสองไม่เคยเห็นไป๋เหรินซีแสดงท่าทีแบบนี้มาก่อน

    “ นับว่าเป็นการเปิดโลกให้กับข้าเลยล่ะ เจ้าว่าอย่างนั้นไหม? ” เป่ยซูลู่ถามเฉินสวี

    “ เป็นอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ นี้ดูไม่เหมือนกับธิดาน้ำแข็งที่ร่ำลือกันเลย นางดูเหมือนกับหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังมีความรักเลย ” เฉินสวีเห็นด้วย

    หยวนหมิงเย่ยิ้มและถามขึ้นว่า “ แล้วเจ้าอยากกินอะไรล่ะ? ” 

    “ แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นอาหารที่เจ้าทำนั้นแหละ ” ไป๋เหรินซีตอบทันที 

    “ ได้ๆ ถ้าหากเจ้าอยากกินข้าก็ทำให้ได้ ” หยวนหมิงเย่กล่าว 

    “ งั้นก็ต้องไปที่จวนของข้าสิ แล้วสหายของเจ้าล่ะ? ” หยวนหมิงเย่ถามขึ้น

    “ ก็ให้พวกนางไปด้วยนั้นแหละ ” ไป๋เหรินซีตอบก่อนที่นางจะหยุดชะงักและถามขึ้นว่า “ เจ้ามีจวนที่เมืองหลวงด้วยงั้นหรือ? ” 

    “ มีสิข้าได้ซื้อเตรียมเอาไว้นานแล้วแต่แค่ไม่ได้มาอยู่ที่นี้ก็แค่นั้น ” หยวนหมิงเย่ตอบ

    “ ชิ! เจ้ามีจวนอยู่ที่นี้แต่ไม่คิดที่จะมาหาข้าเลยนะ ” ไป๋เหรินซีกล่าวอย่างไม่พอใจ 

    “ ถ้าหากข้ามาอยู่ที่นี้แล้วเจ้าจะมีเวลาว่างมาหาข้างั้นหรอ อีกอย่างครั้งที่แล้วเจ้าก็บอกว่าเจ้าจะออกไปท่องเที่ยวกับอาจารย์ของเจ้าไม่ใช่หรือไง? ” หยวนหมิงเย่กรอกตา

    “ ไม่รู้ล่ะ ยังไงข้าก็โกรธ ” ไป๋เหรินซีกล่าวออกมา

    หยวนหมิงเย่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่ว่างมาหาอยู่ดี

    จากนั้นไป๋เหรินซีก็หันไปคุยกันเป่ยซูลู่และเฉินสวี

    ไม่นานทั้งห้าคนก็เดินมาถึงจวนของหยวนหมิงเย่

    “ นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะซ่อนอยู่ในเขตที่คนน้อยขนาดนี้ ” ไป๋เหรินซีกล่าวขึ้นเมื่อเห็นจวนของหยวนหมิงเย่

    “ เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ค่อยชอบพื้นที่ที่คนพลุกพล่าน ข้าชอบที่ที่เงียบๆและผ่อนคลาย ” หยวนหมิงเย่ตอบก่อนที่จะเดินเข้าไปในจวน

    ซึ่งที่ทางเข้าจวนมีผู้คุ้มกันสองคนเฝ้าอยู่ ซึ่งทั้งสองคนนี้ก็เป็นพนักงานของโรงเตี๊ยมหว่างโย่ว 

    หลังจากที่ทุกคนเข้าไปในจวนแล้ว 

    หยวนหมิงเย่ก็ให้ทุกๆคนไปนั่งเล่นกันก่อนเดี๋ยวเขาจะไปทำอาหารว่างมาให้กับสาวๆ 

    ส่วนเหม่ยเจียงก็กลายเป็นลูกมือของหยวนหมิงเย่ในการทำอาหารว่าง 

    สามสาวก็นั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่น

    “ เหรินซี สหายของเจ้าเป็นใครกันแน่บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ” เป่ยซูลู่ถามขึ้นด้วยความสนใจ

    “ เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นใคร แต่เขาเข้ามาในชีวิตข้าตั้งหลายปีก่อนแล้ว ” ไป๋เหรินซีตอบ จากนั้นนางก็รีบปิดปากตัวเองเพราะว่านางบอกว่าเข้ามาในชีวิตของนาง คำพูดนี้มันเหมือนกับว่านางชอบเขามานานแล้ว

    “ ห๊ะ เข้ามาในชีวิต นี้เจ้าชอบหมิงเย่มานานแล้วงั้นหรอ ” เฉินสวีอึ้ง นางไม่คิดเลยว่าไป๋เหรินซีที่เป็นคนเงียบๆและไม่ค่อยคุยกับใครกลับชอบบุรุษผู้หนึ่งมานานหลายปีแล้ว 

    “ ที่แท้เจ้าก็ชอบหมิงเย่มานานแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าทำตัวเย็นชากับบุรุษอื่นๆ แล้วนี้เจ้าไม่กลัวตระกูลมู่จะทำร้ายหมิงเย่หรือ? ” เป่ยซูลู่ถามขึ้น

    “ ข้าเองก็กลัวเหมือนกัน กลับไปข้าจะไปบอกให้ท่านอาจารย์ช่วยเหลือหมิงเย่ ” ไป๋เหรินซีกล่าวขึ้น

    “ ท่านลู่อิงเจี๋ยก็น่าจะช่วยไม่ได้หรอก อย่าลืมว่าตระกูลมู่มีตัวตนระดับอาณาจักรสวรรค์อยู่หลายคนคนเชียวนะ ” เฉินสวีส่ายหน้า

    “ ไม่แน่หรอกเพราะเจ้าอย่าลืมสิว่า ท่านลู่อิงเจี๋ยมีความสามารถมากและก็แข็งแกร่งมาก นางสามารถต่อสู้กับระดับอาณาจักรสวรรค์ขั้นต้นได้เลยนะ ” เป่ยซูลู่กล่าวขึ้น

    ทั้งสามต่างก็ถกเถียงกันเรื่องของลู่อิงเจี๋ย

    ไม่นานหยวนหมิงเย่ก็เข้ามาพร้อมกับมันฝรั่งทอด

    “ นี้มันฝรั่งทอดที่เจ้าชอบ ” หยวนหมิงเย่กล่าวพร้อมกับวางจานมันฝรั่งไว้บนโต๊ะ 

    “ น่ากินมากๆเลย ” เป่ยซูลู่กล่าวออกมาอย่างประหลาดใจ

    “ ใช่ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าคุณชายหยวนจะทำอาหารน่ากินแบบนี้ ” เฉินสวีเห็นด้วย

    “ พวกเจ้ายังไม่รู้อะไร หมิงเย่น่ะทำอาหารอร่อยมากๆเลยนะ ” ไป๋เหรินซีกล่าวขึ้น

    “ นี้ที่เรียกว่าการโอ้อวดคนรักใช่ไหมเนี้ย ” เป่ยซูลู่หยอกล้อ 

    จากนั้นเป่ยซูลู่และเฉินสวีก็หัวเราะคิกคัก

    “ พวกเจ้า!! ” ไป๋เหรินซีถลึงตาใส่สหายของนาง แต่ถึงอย่างนั้นสีหน้าของนางก็แดงขึ้นด้วยความอาย

    หยวนหมิงเย่ก็ได้แต่หัวเราะออกมา เพราะเขาไม่คิดเลยว่าสาวๆในนิยายก็ชอบหยอกล้อกันแบบนี้

    “ หมิงเย่ ข้าว่าเจ้าไปหาอาจารย์ของข้าเถอะ ข้าจะให้อาจารย์ของข้าคุ้มกันเจ้าด้วย ” ไป๋เหรินซีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง นางเป็นห่วงหยวนหมิงเย่ว่าจะถูกตระกูลมู่ทำร้าย

    “ เอาแบบนั้นก็ได้ข้าจะได้ไปพบอาจารย์ของเจ้าด้วย ถือซะว่าไปขอบคุณที่ดูแลเจ้าด้วย ” หยวนหมิงเย่กล่าวขึ้น

    “ เดี๋ยวๆ ข้าให้เจ้าไปให้อาจารย์ของข้าเพื่อช่วยเหลือเจ้า ไม่ใช่ว่าให้ไปขอบคุณที่ดูแลข้า! ” ไป๋เหรินซีกล่าว

    หยวนหมิงเย่หัวเราะจากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นว่า “ เข้าใจแล้วๆ แล้วจะให้ข้าไปหาอาจารย์เจ้าวันไหน? ” 

    “ เอาเป็นวันนี้เลยแล้วกัน อีกอย่างท่านอาจารย์ก็อยู่ที่ตำหนักหมื่นวิถีด้วย ” ไป๋เหรินซีกล่าวขึ้น

    “ เข้าใจแล้วเดี๋ยวข้าจะไปเตรียมตัวก่อน พวกเจ้าก็นั่งกินอาหารว่างที่นี้ก่อนแล้วกัน ” หยวนหมิงเย่กล่าวพร้อมกับเดินออกจากห้องไป 

    หลังจากที่หยวนหมิงเย่ออกจากห้องไป เขาก็บอกให้เหม่ยเจียงเรียกโก่วเฟิงมาพบเขาตอนนี้ 

    ไม่นานโก่วเฟิงก็เข้ามาในห้อง

    โก่วเฟิงโค้งคำนับให้กับหยวนหมิงเย่ทันที

    “ บอกข้อมูลของลู่อิงเจี๋ยแห่งตำหนักหมื่นวิถีให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้ ” หยวนหมิงเย่ถามขึ้นทันที

    “ ลู่อิงเจี๋ยแห่งตำหนักหมื่นวิถี? ” โก่วเฟิงชะงักก่อนที่จะจำได้ว่าลู่อิงเจี๋ยแห่งตำหนักหมื่นวิถีคือใคร

    ลู่อิงเจี๋ย ผู้อาวุโสสามแห่งตำหนักหมื่นวิถี แม้ว่านางจะเป็นเทพยุทธ์แต่นางก็แข็งแกร่งและสามารถต่อสู้กับระดับอาณาจักรสวรรค์ขั้นต้นได้อย่างสูสี นอกจากนี้นางยังเป็นสตรีเพียงคนเดียวในบรรดาผู้อาวุโสหลักทั้งเก้าของตำหนักหมื่นวิถี

    " ลู่อิงเจี๋ย นางอายุสามสิบเก้าปี นางมีความแข็งแกร่งในระดับเทพยุทธ์ นางมีความเชี่ยวชาญในด้านกระบี่ที่สูงมาก จนสามารถสร้างปราณกระบี่ได้มาถึงเก้าปราณ จนทำให้นางมีฉายาว่า สิบกระบี่สังหาร เพราะปราณกระบี่ทั้งเก้าและรวมกับกระบี่ในมือของนางอีกหนึ่ง 

    นางมีนิสัยดื้อรั้นและเย็นชา นางเป็นคนที่รัก เอ็นดูและให้ท้ายลูกศิษย์ของนางอย่างไป๋เหรินซีอย่างมาก นอกจากนี้นางเป็นคนที่ชอบอาหารอร่อย นางมากินอาหารที่ภัตตาคารสุ่ยเย่เป็นประจำ ส่วนของที่นางโปรดปราณก็คือไก่สามสีอบน้ำผึ้ง " โก่วเฟิงอธิบาย

    “ แล้วนางมีของที่ชอบอะไรบ้างไหมนอกจากอาหาร? ” หยวนหมิงเย่ถาม

    “ ไม่มีขอรับ เพราะนางชอบกินอย่างเดียว ” โก่วเฟิงส่ายหน้าตอบ

    “ เข้าใจแล้ว เหม่ยเจียงเจ้าไปซื้อไก่สามสีอบน้ำผึ้งให้ข้ามากหน่อย ” หยวนหมิงเย่สั่ง

    “ รับคำสั่งนายน้อย ” เหม่ยเจียงกล่าวจบนางก็รีบไปทำตามคำสั่งของนายน้อยทันที 

    “ โก่วเฟิงข้าต้องการข้อมูลบุคคลระดับสูงของตำหนักหมื่นวิถีทั้งหมดด้วย ” หยวนหมิงเย่กล่าว

    “ ขอรับนายน้อย ” โก่วเฟิงกล่าวจบเขาก็หยิบแผ่นหยกบันทึกออกมาและบันทึกข้อมูลทั้งหมดลงในแผ่นหยกบันทึกทันทีก่อนที่จะมอบให้กับหยวนหมิงเย่

    “ โก่วเฟิงเจ้าไปได้แล้วล่ะ ” หยวนหมิงเย่กล่าว

    “ ขอรับนายน้อย ” โก่วเฟิงพยักหน้าก่อนที่จะจากไปทันที 

    เนื่องจากลู่อิงเจี๋ยในนิยายกล่าวถึงได้น้อยมากแต่นางก็มีนิสัยที่รักและเอ็นดูลูกศิษย์จริงๆและนางก็เป็นคนชอบกิน แต่แน่นอนว่าการรู้จากคนที่ไปสืบมาโดยตรงย่อมดีกว่าการอ่านนิยายอย่างเดียว 

    หยวนหมิงเย่อ่านข้อมูลของตัวตนระดับสูงของตำหนักหมื่นวิถีทันที

    ไม่นานเขาก็ลืมตาขึ้นและรู้ถึงข้อมูลตัวตนระดับสูงทั้งหมดของตำหนักหมื่นวิถี

    หลังจากวันนี้ไปทุกๆวันจะลงนิยายวันละสองตอนนะครับ

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางแห่งจอมราชัน ที่คุณอ่าน