ทุกคนในแคมป์13 ต่างดีอกดีใจ ที่ได้เห็นผู้ซึ่งเปรียบดั่งพระเจ้าของชาวชุมชนได้กลับมาชาวชุมชนแคมป์อื่น ต่างสงบสติลง บรรยากาศเปลี่ยนไปจากการมาถึงของผู้ซึ่งเป็นผู้สร้างกำแพงกันลม ที่ช่วยให้ผู้คนจากแดนนอกให้รอดจากภัยพิบัติ
นาฟก้าวขึ้นมายืนอยู่บนแท่นไม้เรียบง่ายที่ตั้งขึ้นกลางลานผู้คนจำนวนมากล้อมรอบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างมองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังเล็กๆแต่ก็ปะปนด้วยความกังวลใจ นาฟมองไปยังผู้คนเหล่านั้นสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ดิ้นรนในชีวิตประจำวัน
"ทุกท่าน..."เสียงของเขาดังกังวานอย่างมั่นคง
"พวกท่านคงทราบแล้วว่าช่วงนี้มีข่าวลือเกี่ยวกับสงครามและการปะทะกับกลุ่มสมาคมใต้ดินที่แพร่กระจายเข้ามาข้ารู้ดีว่าไม่มีใครอยากเผชิญกับความยากลำบากเช่นนี้แต่ข้าอยากขอให้พวกท่านมีแรงใจในการสู้ชีวิตต่อไป
แม้ว่าสถานการณ์จะไม่แน่นอนและเราต้องเผชิญกับความท้าทายขนาดใหญ่ก็ตาม"
ชาวชุมชนต่างนิ่งฟัง นาฟถอนหายใจเบาๆก่อนจะพูดต่อ "สำหรับเสบียง...ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้พวกท่านได้รับมันอย่างเพียงพอข้ารู้ว่าพวกท่านต้องอดทนอดกลั้นแต่ขอให้ช่วยกันประหยัดและแบ่งปันกันเท่าที่จะทำได้เราอาจจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในช่วงนี้ แต่หากพวกเรายังมีแรงใจและยังยืนหยัดอยู่เราจะสามารถผ่านมันไปด้วยกันได้"
ชาวบ้านที่ได้ฟังคำพูดของนาฟเริ่มเงียบลงแต่ในดวงตาของพวกเขาเริ่มปรากฏแสงแห่งความหวังขึ้นอีกครั้งนาฟมองเห็นการเปลี่ยนแปลงในใบหน้าของพวกเขาเขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น
"เราไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพังพวกท่านไม่ได้อยู่เพียงคนเดียว ทุกคนที่นี่ล้วนมีความสำคัญและตราบใดที่เรายังอยู่ร่วมกัน เราก็จะสามารถผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้ข้าเชื่อว่าทุกคนที่นี่แข็งแกร่งมากกว่าที่ตัวเองคิด"
เสียงลมหายใจที่หนักอึ้งเริ่มเบาลงทีละน้อยชาวบ้านหลายคนพยักหน้าให้กับคำพูดของนาฟ ขณะที่บางคนเริ่มยืนขึ้นยืดตัวตรงแสดงออกถึงความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอนาคตที่ไม่แน่นอน
นาฟก้าวเข้าไปในกลุ่มของแคมป์13 ผู้คนต่างลดศีรษะลงเพื่อให้เกียรติชายหนุ่มหัวหน้ากุ้มหลงสีหน้าเริ่มคลายความกังวลลงรีบออกมาให้การต้อนรับ เสี่ยวซูรีบเข้ามายืนเคียงข้างด้วยความดีใจ
นาฟนำบัตรมิติออกมาพร้อมกับเปิดสิ่งของที่อยู่ด้านในเป็นทรัพยากรยังชีพจำนวนมหาศาลที่ถูกจัดเก็บไว้ภายในบัตรจัดวางเรียงลงบนพื้นดินทีละลัง ทีละถุง เมื่อคนในแคมป์เห็นดังนั้นต่างวิ่งเข้ามาแสดงความขอบคุณและโค้งคำนับอย่างจริงใจ
นาฟมอบหมายให้หัวหน้ากุ้มหลงเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดสรรและแบ่งทรัพยากรเหล่านี้อย่างเป็นธรรม
ยามค่ำคืนในชุมชนแคมป์ 13 ลมเย็นพัดคลุมทั่วบริเวณนาฟนั่งอยู่รอบกองไฟเล็กๆ พร้อมกับกลุ่มผู้อาวุโสและเพื่อนเก่าเสี่ยวซู เสี่ยวหมานพวกเขาสนทนาถึงเรื่องราวในอดีต ความยากลำบากที่เผชิญ และการดิ้นรนของชาวชุมชนแคมป์13 ในเวลาที่ผ่านมาและการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นจากทรัพยากรที่นาฟส่งมา
“อีกไม่นาน ข้าจะพาพวกเราเข้าไปในอาณานิคม”
นาฟพูดขึ้นหลังจากเงียบมานานคำพูดนั้นทำให้ทุกคนหันมามองเขาอย่างตื่นเต้น ดวงตาของผู้อาวุโสเริ่มเป็นประกาย
"วะ....ว่ายังไงนะนาฟนี่พวกเราจะมีโอกาสเข้าไปเป็นพลเมืองอาณานิคมแล้วอย่างนั้นรึ!
เสี่ยวซูเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ
นาฟพยักหน้าแล้วเอ่ยต่อ “อาณานิคมจะเป็นบ้านใหม่ของพวกเรา”
คำพูดของนาฟเสมือนสายลมแห่งความหวังที่พัดผ่านหัวใจของชาวชุมชนแคมป์13 ที่รอคอยโอกาสนี้มาแสนนานเสียงซุบซิบตื่นเต้นค่อยๆ ดังขึ้นจากกลุ่มคนรอบกองไฟบรรยากาศเต็มไปด้วยความหวังและความสุขที่ถูกกักเก็บไว้เนิ่นนาน
ผู้อาวุโสหลายคนถึงกับกั้นน้ำตาไม่อยู่หัวหน้าที่นั่งข้างๆ พูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน
“ท่านนาฟคือแสงสว่างของพวกเราทุกคนที่นี่นับถือน้ำใจของท่าน... พวกเราเชื่อในตัวท่าน พวกเราพร้อมทำตามและขอติดตามท่านนาฟตลอดไป”
นาฟพยักหน้าและเข้าใจถึงความรู้สึกของชาวชุมชนได้เป็นอย่างดี
ในช่วงสามวันที่ผ่านมานาฟได้ใช้เวลาอยู่กับชาวชุมชนดูแลพูดคุยและฟังความคิดเห็นจากผู้อาวุโสและชาวบ้านของแคมป์ต่างๆกลุ่มคนที่ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดอยู่ที่แดนนอกร่วมกัน ทั้งหมดนั้นต่างก็ดีใจที่ได้รับเสบียงยังชีพจากนาฟและมองนาฟราวกับพระเจ้าผู้ให้ความหวัง
เช้าตรู่วันหนึ่งบนยอดกำแพงกันลมที่สูงตระหง่าน เผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่ นาฟยืนอยู่ท่ามกลางกระแสลมที่พัดผ่านอย่างเงียบงันกำแพงนี้เป็นสุดยอดปราการที่เขาและชาวชุมชนร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความรุนแรงของพายุและแรงลมจากภัยพิบัติของแดนนอก
แต่ในเวลานี้เขายืนอยู่เพียงลำพัง เหม่อมองไปในทิศทางที่เขาเคยตื่นขึ้นมาในวันที่ไร้ซึ่งความทรงจำ
ดวงตาของนาฟจับจ้องไปยังขอบฟ้าสีจางความเงียบสงบของธรรมชาติกลับปลุกเรื่องราวเก่าๆ ให้หวนกลับมาในความคิด
วันเวลาที่เขาลืมตาตื่นขึ้นในแดนรกร้างแห่งนั้นโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายและความสับสน เขาไม่รู้ว่าเป็นใครหรือมาจากที่ไหน มีเพียงแรงผลักดันบางอย่างที่ทำให้เขาต้องก้าวต่อไปความทรงจำที่คล้ายกับภาพเงาจางๆ ยังคงตามหลอกหลอน
นาฟหวนนึกถึงทุกช่วงเวลา ทุกการต่อสู้ทุกภารกิจ และทุกมิตรภาพที่เขาสร้างขึ้นระหว่างทาง มันพาเขามาถึงจุดนี้ จุดที่เขาเริ่มจะแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องและสร้างบางสิ่งขึ้นมาด้วยตัวเองแต่ในใจลึกๆ ของเขายังคงมีคำถามที่ไม่เคยได้รับคำตอบ....เขาคือใครและเหตุใดโชคชะตาจึงนำพาเขามายังเส้นทางนี้?