คุณหญิงเฟื่องทองเมื่อเห็นทุกคนกำลังจับกลุ่มยืนคุยจึงส่งเสียงเรียก
"ทำอะไรกันอยู่น่ะ หนูดาไปกับป้าเร็วงานเลี้ยงน้ำชากำลังจะเริ่ม อย่ามามัวแต่ยืนพูดคุยเลย ไปทำความรู้กับจะแเื่ดีกว่า"
คุณหญิงตวัดสายตาด้วยความไม่พอใจเพราะรู้สึกว่าทั้งคุณสร้อยสิรินทร์ คุณเอมิกา และพนิตพร กำลังทำให้ดาริกาเสียเวลา
"แล้วคุณเอม กับคุณสิรินทร์จะตามมาเข้างานด้วยกันมั้ยคะ"
คุณเอมิกาเป็ผู้ตอบ "ไปค่ะคุณเฟื่อง รอสักครู่นะคะ คุณเฟื่องพาคุณคนนั้นเธอเข้าไปก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวฉัน คุณสิรินทร์ หนูเพนนีจะตามเข้าไป"
เอาล่ะ เพนนีรู้สึกได้ว่านี่กำลังแบ่งออกเป็สองขั้วอำนาจอย่างชัดเจน ขั้วหนึ่งที่สนับสนุนดาริกา ขั้วนั้นก็ดูยิ่งใหญ่อยู่หรอก แต่คนสนับสนุนน่ะน้อยเหลือเกิน ต่างจากขั้วที่สนับสนุนเธอ ขั้วอำนาจนี้ถึงจะอำนาจทรงกว่าแต่ก็ดูแฝงและทรงพลังได้มากกว่า เพนนีได้แค่คิดในใจว่า
"ขอบคุณคุณป้าเอมคุณป้าสิรินทร์ที่สนับสนุนเพนนี เพนนีจะไม่ทำให้ป้าทั้งสองผิดหวังค่ะ และจะทำให้คุณแม่ขาได้รู้ว่า คุณแม่ขาเลือกผิดฝั่ง"
เพนนีที่หันไปแสดงแววตาขอบคุณต่อคุณป้าทั้งสอง เมื่อคุณหญิงเฟื่องทองเห็นแบบนี้จึงสะบัดหน้าเชิด เดินพาดาริกาเข้างานไป
"หนูดา จูงมือป้าเข้าไปนะลูก อยู่ในงานเกิดอไรขึ้น ถ้าใครรังแกหนู หนูไม่ต้องกลัว ป้าจะช่วยหนูเอง"
ดาริกามองหน้าคุณหญิงเฟื่องทองด้วยความซึ้งใจ
"ขอบคุณคุณป้ามากๆ นะคะ"
ทั้งคู่จึงเดินพากันเข้าไปในงาน ท่ามกลางแเื่ที่มา
ทางด้านคุณสร้อยสิรินทร์จึงหันมาพูดคุยกับเพนนี
"หนูเพนนี อย่าโกรธคุณเฟื่องเธอเลยนะลูก ที่เธอทำแบบนั้นน่ะเพราะเธอหลงผิดเป็ชอบยังไม่เห็นความจริง"
"เพนนีไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณป้า แต่คุณป้าคะ เพนนีมีเื่สนุกจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับคุณดาริกาคนนั้น"
"ไหนลูก ลองเล่ามาสิ"
คุณเอมิกาตอบกลับด้วยความสนใจ ซึ่งคุณสร้อยสิรินทร์ก็ทำหน้าสนใจฟังไม่แพ้กัน แน่ล่ะ ผู้หญิงกับเื่นินทานี้เป็ของคู่กันมาอย่างยาวนาน
"นายภาสพงษ์ เลขาประจำตัวตัวเพนนีน่ะค่ะ เขาไปสืบได้ความมาว่า คุณดาริกาน่ะเธอเข้ามาแบบไม่จริงใจเหมือนที่คุณป้าสิรินทร์พูดถูกต้องแล้วค่ะ"
"ป้าขอเดาว่าเธอมีจุดประสงค์แอบแฝง เื่เงินๆ ทองๆ สมบัติ ไม่ผิดใช่มั้ยลูก" คุณเอมิกาเป็ผู้ตอบ
"โป๊ะเช๊ะ ถูกต้องเลยค่ะ" เพนนีว่าพลางยกนิ้วชี้กับนิ้วโป้งขึ้นมาทำเป็เครื่องหมายถูก
คุณเอมิกาผู้สายตาว่องไวจึงเห็นว่าวันนี้นอกจากชุดขาวที่หญิงสาวสวมใส่มาให้ความรู้สึกงดงามเหมือนพวกเ้าหญิงในนิทานแล้ว แหวนทองหัวสิงห์ที่เพนนีสวม กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกที่ไม่เข้ากันแต่อย่างใด ทุกอย่างที่ใส่ดูลงตัวมาก แต่แหวนวงนี้กลับดูสะดุดตาเธอจึงถามเพนนีว่า
"หนูเพนนี ป้าว่าแหวนสวยดีนะลูก เข้ากับหนูแบบแปลกๆพิกล หนูไปได้มาจากไหนเนี่ย"
"แหม่! คุณเอม อย่าเพิ่งไปเื่อื่นสิคะ เื่แม่ดาริกาอะไรคนนั้นยังไม่จบเลย"
"โถ! คุณสิรินทร์ ฉันก็ถามด้วยความอยากรู้น่ะ แหวนวงนี้งามจริงๆ"
ทั้งสองคุณป้าไม่ได้ทะเลาะกันแบบเอาจริงเอาจังแต่อย่างใดแต่นั้นก็สร้างอารมณ์รื่นเริงไม่ใช่น้อย
"คุณป้าทั้งสองเนี่ย อารมณ์ขันกันมากเลยนะคะ เดี๋ยวเพนนีบอกให้คุณป้าทราบเลยค่ะว่าแหวนวงนี้มาจากใคร ก็มาจากคุณบวรน่ะค่ะ คนนี้เขาเป็ลูกหนี้เพนนี หาเงินมาคืนได้ก็ยืมใหม่ไปเรื่อยๆ รอบนี้ก็เพิ่งเคลียร์หนี้กันจบไป เห็นว่าวันนั้นไปเก็บบ้านทำความสะอาด ภรรยาของเขา คุณมาลีค่ะ เธอบังเอิญไปรื้อเจอแหวนวงนี้เข้า เห็นว่าเป็เก่าแก่สืบทอดมา เพนนีก็จำไม่ได้แล้วค่ะว่าตระกูลใคร ของคุณมาลีหรือคุณบวรกันแน่ แต่เห็นแหวนถูกใจก็เลยซื้อมาทันที ราคาก็เอาเื่อยู่ค่ะ แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงที่ คุณดาริกาเธอเป็หลานของคุณมาลี คุณมาลีเป็น้าของเธอค่ะ"
"เอ๋ ละมันจะเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ยังไงละเนี่ย"
"แหม่! คุณสิรินทร์ หนูเพนนีก็บอกอยู่แหมบๆ ว่านายบวร น้าผู้ชายของคุณดาริกาเขาติดหนี้ออกจะบ่อย น้าเลี้ยงดูตัวเองมาจะติดหนี้เดือดร้อนยังไงคนเป็หลานก็ต้องรู้ ยังไงเธอก็ต้องเอาตัวรอด"
"ใช่เลยค่ะคุณป้าเอม คุณบวรน่ะเธอหนีหนี้เ้าหนี้คนอื่นไปซะแล้ว สงสัยจะข้ามไปอยู่ชายแดนที่อื่น พาคุณมาลีเธอไปด้วย ทิ้งไว้ให้คุณดาริกาเธอเอาตัวรอด คุณป้ารู้รึเปล่าว่าคุณดาริกาเธอเป็หมอ"
"แปลกจัง ท่าทางก็ดูเหมือนจะเรียบร้อย อายุก็ดูไม่น้อยแล้วนะ เธอทำงานที่โรงพยาบาลไหนล่ะ" คุณสร้อยสิรินทร์เป็ผู้ถาม
"เธอยังเรียนไม่จบเลยค่ะคุณป้าสิรินทร์ เห็นว่าพอคุณบวรหนีหนี้ก็ไม่มีเงินส่งต่อ เลยรีบกลับมาเมืองไทยทันที”
คุณเอมิกาเห็นข้อสงสัยจึงซักถาม
"นี่ ถ้าเป็แบบนั้น เธอเป็ลูกหลานนายบวรอะไรนั่น ไม่ใช่พวกลูกหลานผู้ถือหุ้นของโรงแรมหนิ ไม่อย่างงั้นคงไม่ก่อหนี้ไปทั่ว แล้วทำไมเธอถึงมาเข้างานเลี้ยงประชุมได้ล่ะ"
"นั่นสิคุณเอม ไม่ใช่ลูกหลานพวกผู้ถือหุ้น กล้ามางานเลี้ยงประชุมแบบนั้น เห็นได้ชัดๆ เลยว่าเจนตนาไม่ได้ดี ขนาดฉันเองก็สงสัยนะ แล้วทำไมคุณเฟื่องเธอไม่สืบหาข้อมูล คนจะมางานได้ต้องมีบัตรเชิญ"
คุณสร้อยสิรินทร์จึงหันไปพูดกับเพนนี "หนูเพนนี ป้าว่าเธอต้องรู้จักกับใครเบื้องลึกเื้ัแน่ๆ ป้าไม่ชอบเลย เข้ามาด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ใจ ว่าไว้แล้วไม่มีผิดว่าข้างนอกดูเรียบร้อย สุกใส แต่ข้างในเป็โพรง โพรงกิ้งกือ โพรงไส้เดือน น่ารังเกียจจริงๆ จะเข้าหาใครก็มีแต่แผนการ คนแบบนี้น่าขยะแขยง อย่าเอาตัวเข้าไปใกล้นะลูก"
"นั่นสิระวังตัวไว้นะลูก เธอทำตัวอย่างกับพวกมิจฉาชีพ ป้าเป็ห่วงหนู" คุณเอมิกาก็เป็ห่วงเช่นกัน
"ขอบคุณมากค่ะคุณป้า เพนนีรู้ว่าคุณป้าทั้งสองเป็ห่วง แต่คุณป้าทั้งสองไม่ต้องกลัวนะคะ เพนนีจะไม่ยอมใครมาทำอะไรกับคนในบ้านหลังนี้เด็ดขาด เพราะเพนนีมีทั้งแบ็กอัพทั้งคุณป้า คุณธนา และน้องธัน แบ็กอัพที่แข็งแกร่งและดี แบบนี้เพนนีไม่กลัวค่ะ คุณน้ำกรด เอ๊ย! คุณดาริกา เธอมีแค่คุณแม่คนเดียว ก็เหลือแค่พวกเรานี่แหล่ะค่ะต้องช่วยกันให้คุณแม่รับรู้"
"ถึงคุณเฟื่องเธอจะไม่ชอบทั้งคุณเอม และป้า ป้าก็จะช่วยหนูอย่างเต็มที่ลูก" คุณสร้อยสิรินทร์ตอบกลับ
"พักเื่นี้ไว้ก่อนเถอะค่ะ ไปกันเถอะค่ะคุณสิรินทร์ หนูเพนนี เดี๋ยวพาหนูเพนนีเขาเข้างานเลี้ยงน้ำชาช้าเกินไป คุณเฟื่องเธอจะยิ่งไม่ชอบหน้าใหญ่ หาว่าหนูเพนนีอยากเป็ดาวเด่น"
"ไปกันค่ะคุณเอม งั้นหนูเพนนี ในเมื่อแม่สาวดาริกาอะไรนั่นเธอคล้องแขนคุณเฟื่องเข้างานไป หนูก็คล้องแขนป้าทั้งสองคนนี่แหล่ะจ่ะ เข้างาน ถึงป้าจะไม่ได้มีอำนาจ บารมี มากเท่าคุณหญิง แต่ด้วยเกียรติของภรรยานายพล ต่อให้จะเป็ภรรยารอง แต่ทุกคนก็ยังเกรงใจอยู่ดี"
"ใช่ค่ะคุณสิรินทร์ นอกจากฐานะภรรยารองของท่านนายพลของพวกเราทั้งคู่แล้วหนูยังมีฐานะเป็คนรักที่ถูกต้อง ประกาศอย่างชัดเจนเปิดเผยของตาธนา อย่าไปกลัวใครเลยลูก ถึงพวกป้าจะเป็พวกที่มาทีหลัง แต่ป้าก็มาด้วยถูกต้อง พึงพอใจของท่านนายพล ไม่ใช่ถูกจับคู่แบบคนที่ไม่ได้เต็มใจและไม่ได้รับรู้"
ใช่แล้ว ถึงแม้ทั้งคุณสร้อยสิรินทร์และคุณเอมิกาจะเป็ภรรยารอง แต่ก็เป็ภรรยาที่ปรองดองกัน และท่านนายพลรักใคร่ คุณหญิงเฟื่องทองเองก็เช่นกัน เป็คนที่ท่านนายพลเองก็รัก แต่ความอยากและความมีหน้ามีตา สำหรับการมีเมีย อีกทั้งยังเป็การเชื่อมความสัมพันธ์อันดีของผู้ชายกับบรรดาคนใหญ่คนโตสมัยก่อน ก็เป็เื่ที่คุณหญิงเฟื่องทองต้องยอมและไม่อาจจะขัดใจสามีได้ เพราะด้วยฐานะของผู้หญิงสมัยก่อนต้องยินยอมให้สามีที่เป็ผู้นำครอบครัวทำตามใจตนเอง
ส่วนตัวเพนนี่เธอเองก็ได้แต่คิดว่า
"ความรักของฉันคือการมีสองคน ตอนนี้เรารักกันมากพอที่จะไม่มีใครแทรก แต่ถ้าวันหนึ่งคุณธนาเลิกรักฉัน ฉันก็จะยอมไป แต่ในเมื่อตอนนี้เรายังรักกันอยู่ แล้วมันเื่อะไรที่คนนอกจะเข้ามาเป็มือที่สามได้ ถ้าอยากเข้ามาก็ลอง เดี๋ยวเจอฤทธิ์คุณนายเพนนีไปจะรู้สึก"
ฮ่ะๆๆๆๆๆ เพนนีหัวเราะในใจแล้วคิดว่า
"อารมณ์ฉันสวิงไปมั้ยเนี่ย เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา งงตัวเอง เป็นางเอกสิเพนนีนางเอกสู้คน อย่าเป็นางร้าย เพราะถ้าเธอเป็นางร้าย นางเอกก็ไม่มีน่ะสิ ฮ่าๆๆๆๆ"
เพนนีคิดในใจอย่างอารมณ์ดี จากนั้นจึงหันไปบอกกับคุณป้าทั้งสอง
"งั้นคุณป้าสิรินทร์ คุณป้าเอมคะ พวกเราลุยเข้างานกันแบบเชิ่ดๆ เริ่ดๆ เลยดีกว่าค่ะ"
คุณสร้อยสิรินทร์และคุณเอมิกา ได้แต่คิดว่าดีจริง มีแต่ลูกชายมาซะนาน ได้มีลูกสาวที่ไม่ยอมใครกับเขาบ้าง รู้สึกได้ว่างานนี้เอาชนะคนที่ไม่หวังดีต่อบ้านเราได้แน่นอน แววมาแต่ไกลว่า คุณดาริกาอะไรนั่นต้องแพ้แม่หนูเพนนีของป้าแน่นอน ทั้งสามคนจึงจูงแขนพากันเดินเข้าห้องรับรองแขก