จารึกที่ 535 : ปรัชญาสองขั้ว : การเผชิญหน้าข้ามแสนปี
ร่างประทับขนาดยักษ์ที่เปล่งประกายสีทองผสานเงินยวง ลอยตระหง่านอยู่เหนือซากมหานาวารบ กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น กดทับพื้นที่อวกาศจนบิดเบี้ยว แม้แต่แสงตะวันจากสวรรค์ใหม่ที่อาเจียสร้างขึ้น ยังต้องโค้งงอหลบหลีก รูปลักษณ์ที่คุ้นเคยในชุดคลุมโบราณ ทำให้มู่เฉินและม่ออิง ผู้สืบทอดสายตรงของสำนัก ต้องทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความสับสนและหวาดหวั่น
"ศิษย์พี่ใหญ่แห่งบรรพชน..." ม่ออิงพึมพำ น้ำตาคลอหน่วยตาที่บอดสนิท "ท่านยังมีชีวิตอยู่... ทว่าเหตุใด ท่านจึงกลายเป็นผู้กดขี่ดวงดาว... เหตุใดท่านจึงทอดทิ้งอุดมการณ์แห่งหมื่นอักขระ"
ร่างประทับขนาดยักษ์ ก้มหน้าลงมองลงมายังยอดเขาหมึกบรรพกาล นัยน์ตาสีเงินที่ปราศจากความเมตตา ทอประกายหยิ่งยโส
"อุดมการณ์งั้นหรือ... เป็นเพียงคำเพ้อฝันของพวกอ่อนแอ"
เสียงของร่างประทับดังกังวาน ประดุจเสียงสะท้อนจากโลหะหนักกระทบกัน "ในอดีตกาล เมื่อความวิบัติกลืนกินพหุจักรวาล ศิษย์น้องของข้า (บรรพชนสายที่หนึ่ง) เอาแต่หลับตาฝันถึง 'ลานกว้างแห่งอิสรภาพ' เขาพยายามวาดอักขระสูญตาเพื่อโอบอุ้มกิเลส... ทว่าผลลัพธ์คือสิ่งใด? เขาตาบอด! เขาถูกความวิบัติกัดกินจนต้องสละชีวิต!"
ร่างประทับชี้พู่กันแสงดาวในมือมายังอาเจีย "ข้าเห็นความล้มเหลวของเขา ข้าจึงตระหนักได้ว่า สรรพชีวิตล้วนโง่เขลาและเปี่ยมด้วยกิเลส การมอบอิสรภาพให้พวกมัน ก็คือการยื่นดาบให้คนบ้า! วิธีเดียวที่จะสร้างความสงบสุขที่แท้จริง... คือการ 'พันธนาการ' ทุกสรรพสิ่ง! บังคับให้ดวงดาวหมุนตามเข็มทิศของข้า! รีดเค้นพลังของพวกมันมาสร้างอาณาจักรที่ไม่มีวันล่มสลาย!"
"นั่นคือเหตุผลที่เจ้า แกล้งตาย และขโมยวิชาครึ่งหนึ่ง หนีไปสร้างอาณาจักรที่พหุจักรวาลอื่นสินะ" อาเจียลอยตัวขึ้นมาอยู่ในระดับสายตาของร่างประทับ นัยน์ตาสูญตาของราชันหนุ่ม เยือกเย็นยิ่งกว่าความมืดมิดในห้วงอวกาศ
"ข้าไม่ได้หนี! ข้าคือผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียว ที่มองเห็นสัจธรรม!" ร่างประทับตวาดก้อง "และบัดนี้ ข้าสัมผัสได้ว่าสวรรค์ต้นกำเนิดของที่นี่พังทลายลง ข้าจึงกลับมา เพื่อจะกอบกู้บ้านเกิดที่แสนโสมมนี้ ล่ามโซ่ดวงดาวทุกดวง ให้กลายเป็นข้าทาสของอาณาจักรดาราเรืองรอง!"
"คนขลาด มักจะหาข้ออ้างที่สวยหรู ให้กับการหนีทัพของตนเองเสมอ" อาเจียแค่นเสียงหัวเราะ ชายหนุ่มยกมือขวาขึ้น นิ้วชี้ที่สลักด้วยอักขระดั้งเดิมสว่างไสว "ท่านบรรพชนสายที่หนึ่ง อาจจะล้มเหลวในยุคของเขา... ทว่า เขาได้วางรากฐานให้ข้า และข้า... ได้รังสรรค์สวรรค์ใหม่ที่เขาใฝ่ฝัน สำเร็จแล้ว"
"สวรรค์ใหม่ที่ไร้การกดขี่... เป็นเพียงภาพลวงตาที่จะพังทลายในไม่ช้า!"
ร่างประทับของมหาปราชญ์ล่ามฟ้า ไม่สนทนาต่อให้มากความ มันตวัดพู่กันแสงดาวขนาดยักษ์ในมือ ฟาดฟันลงมาประดุจขุนเขาถล่ม!
"วิถีพันธนาการดารา... ตรวนสวรรค์หมื่นชั่ง!"
ซ่าาาา!
พลังแสงดาวสีเงินยวง ควบแน่นกลายเป็น 'พู่กันเงา' นับแสนเล่ม พุ่งตกลงมาจากฟากฟ้า! พู่กันแต่ละเล่ม ลากเส้นสายที่แปรสภาพเป็น 'โซ่ตรวน' พุ่งเข้ามารัดพันทั้งร่างกาย วิถีเต๋า และห้วงมิติรอบตัวอาเจีย! แรงกดดันของวิชานี้ หนักหน่วงเสียจนทำให้กระดูกของยอดฝีมือที่อยู่เบื้องล่างลั่นกรอบแกรบ แม้จะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของศูนย์กลางสวรรค์ใหม่ก็ตาม!
"พันธนาการข้า... ด้วยวิชาที่ถูกลอกเลียนแบบมาจากวิถีอักขระงั้นหรือ"
อาเจียไม่ได้หลบหลีก ชายหนุ่มเพียงยืนนิ่ง ปล่อยให้โซ่ตรวนแสงดาวนับแสนเส้น พุ่งเข้ามารัดพันร่างกายของเขาจนแน่นสนิท! แสงสีเงินเรืองรอง บีบรัดจนชุดคลุมสีครามขาดวิ่น
"ฮ่าฮ่าฮ่า! อวดดีนัก! โซ่ตรวนของข้า หลอมรวมจากน้ำหนักของดวงดาวนับหมื่นดวง! ต่อให้เจ้าเป็นเทพเซียนบรรพกาล ก็ไม่อาจดิ้นหลุด!" ร่างประทับหัวเราะเยาะ
"โซ่ของเจ้า อาจจะหนักเท่าดวงดาวหมื่นดวง..." อาเจียที่ถูกพันธนาการจนมิดชิด เอ่ยเสียงลอดออกมาจากรอยแยกของโซ่ น้ำเสียงของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย "...ทว่า เจ้าเคยชั่งน้ำหนักของ 'ความว่างเปล่า' หรือไม่"
วูบ!
อาเจียขยับนิ้วชี้ขวาเพียงเล็กน้อย...
"จารึกรังสรรค์... วิถีสูญตาขั้นไร้รูป... หลิง (零) สลายพันธนาการ!"
เพียงพริบตาเดียว! โซ่ตรวนแสงดาวที่รัดพันร่างของอาเจีย พลัน 'หยุดนิ่ง' ! มันมิได้ถูกกระชากให้ขาดกระเด็น ทว่ามันกำลังสูญเสียคุณสมบัติของการ 'มีอยู่' ! โลหะแสงดาวที่เคยกักขังสัจธรรม ถูกอักขระ 'หลิง' (ศูนย์) รีเซ็ตให้กลับคืนสู่สภาพพลังงานดั้งเดิมที่ไร้รูปร่าง!
ซ่าาา!
โซ่ตรวนนับแสนเส้น ละลายกลายเป็นหมอกสีเงิน และถูกปราณสูญตาของอาเจีย 'ดูดกลืน' เข้าไปในร่างกายอย่างง่ายดาย!
"นี่มัน... วิชาใดกัน! เจ้าทำลายวิถีพันธนาการดาราของข้าได้อย่างไร!" ร่างประทับของมหาปราชญ์ชะงักงัน นัยน์ตาสีเงินฉายแววไม่เชื่อสายตา
"วิชาของเจ้า เกิดจากการนำวิถีอักขระ ไปบีบบังคับสัจธรรม... มันจึงมีขอบเขตและมีจุดสิ้นสุด" อาเจียก้าวเดินฝ่าหมอกสีเงินขึ้นไปเบื้องบน "ทว่าวิถีของข้า คือความว่างเปล่า... ความว่างเปล่า ไม่มีขอบเขต ไม่มีจุดสิ้นสุด และไม่มีสิ่งใดมาล่ามโซ่มันได้"
"ข้าไม่เชื่อ! ข้าศึกษามานับแสนปี! ข้าคือผู้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด!"
ร่างประทับแผดเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง มันบีบพู่กันแสงดาวจนแน่น ก่อนจะกรีดเลือดจากปลายนิ้วของตนเองลงบนขนพู่กัน!
"ถ้าเช่นนั้น ก็จงรับการพิพากษาด้วยวิชาที่ข้าบัญญัติขึ้นเอง! มหาเวทล่ามจักรวาล... กรงขังดาราดับสูญ!"
พริบตานั้น ร่างประทับตวัดพู่กันวาดเป็น 'กรงเล็บขนาดยักษ์' ห้าแฉก! กรงเล็บนี้ไม่ได้สร้างจากพลังแสงดาวธรรมดา ทว่ามันถูกหลอมรวมด้วย 'เจตจำนงแห่งการกดขี่' ที่มหาปราชญ์ใช้ทรมานดวงดาวนับล้านในอาณาจักรของตน! กรงเล็บนี้พุ่งทะลวงเข้าหาอาเจีย หมายจะบีบอัดห้วงอวกาศทั้งหมดให้กลายเป็นก้อนน้ำแข็งที่ตายด้าน!
"พลังระดับนี้... มันเทียบเท่ากับเจตจำนงสวรรค์ต้นกำเนิดเลยทีเดียว!" มู่เฉินที่มองดูอยู่เบื้องล่าง ตะโกนเตือนด้วยความห่วงใย
"ท่านอาจารย์มู่เฉิน... นี่คือโอกาสดี ที่ข้าจะแสดงให้ท่านเห็น ว่าวิถีที่บรรพชนสายที่หนึ่งมอบให้พวกเรา... ยิ่งใหญ่กว่าการหลบหนีของคนขลาดผู้นี้เพียงใด"
อาเจียหันกลับมาส่งรอยยิ้มให้มิตรสหาย ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับกรงเล็บขนาดยักษ์ ชายหนุ่มมิได้ตั้งรับ และมิได้หลบหลีก ทว่าเขายกนิ้วชี้ขวาขึ้น และ 'ขีดเส้นตรง' พุ่งทะยานเข้าหากรงเล็บนั้น!
"เจ้าศิษย์พี่ทรยศ... จงเบิกตาดูให้ดี! นี่คือสิ่งที่เจ้าไม่เคยทำได้ และจะไม่มีวันทำได้!"
"จารึกรังสรรค์... ทลายเปลือกนอก... อักขระหลิง (零) คืนสูญตาหวนสู่ศูนย์!"
เปรี้ยงงงงงง!
นิ้วชี้ของอาเจีย ที่อาบด้วยปราณสูญตาไร้รูป พุ่งทะลวงเข้าปะทะกับกึ่งกลางของกรงเล็บดาราขนาดยักษ์!
ไม่มีการระเบิดของพลังงาน ไม่มีแสงสว่างที่แสบตา ทว่ามีเพียง 'การสลายตัว' ที่เงียบงันและหมดจดที่สุด!
กรงเล็บดาราดับสูญ ที่อัดแน่นด้วยพลังเทียบเท่าสวรรค์ เมื่อปะทะกับ 'ความไม่มี' อันสมบูรณ์แบบของอาเจีย มันก็ถูก 'ลอกคราบ' กฎเกณฑ์ของการกดขี่ออกไปจนหมดสิ้น! กรงเล็บยักษ์แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีเงิน ไหลบ่าประดุจสายน้ำ เข้าไป 'ล้างบาป' ให้แก่ซากดวงดาวและห้วงมิติที่อยู่รอบๆ!
"อ๊ากกกก!"
เมื่อวิชาถูกรีเซ็ตอย่างสมบูรณ์ พลังสะท้อนกลับก็พุ่งเข้ากระแทกร่างประทับของมหาปราชญ์ล่ามฟ้าอย่างจัง! ร่างเงาสีเงินขนาดยักษ์ปริแตกเป็นรอยร้าวรุนแรง พู่กันแสงดาวในมือหักสะบั้น!
"เป็นไปไม่ได้... ข้า... ข้าฝึกฝนมานับแสนปี... ข้าสร้างจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่... ข้าจะพ่ายแพ้ให้กับ... ความว่างเปล่าของเจ้าได้อย่างไร!" ร่างประทับพยายามดิ้นรน ทว่าร่างกายของมันกำลังแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านแสงดาว
อาเจียลอยตัวเข้าไปประชิดใบหน้าขนาดยักษ์นั้น นัยน์ตาสูญตาทอดมองด้วยความเวทนา
"เจ้าสร้างจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ ทว่าเจ้าไม่เคยสร้าง 'บ้าน' ให้แก่ผู้ใด... ผู้ที่ปกครองด้วยความกลัว ย่อมต้องพ่ายแพ้ให้กับความว่างเปล่าที่ปราศจากความกลัว... ลาก่อน ศิษย์พี่ใหญ่แห่งอดีตกาล"
อาเจียตวัดนิ้วชี้ ขีดอักขระ 'จบสิ้น' (终) ประทับลงบนหน้าผากของร่างประทับ!
เปรี๊ยะ! ซ่าาา!
ร่างประทับของมหาปราชญ์ล่ามฟ้า แตกสลายกลายเป็นละอองแสงดาวนับหมื่นล้านดวง ฟุ้งกระจายไปในอวกาศ ก่อนจะถูกดวงอาทิตย์แห่งหมื่นอักขระ ดูดกลืนเข้าไปเป็นพลังงานหล่อเลี้ยงสวรรค์ใหม่จนหมดสิ้น!
รอยแยกมิติสีเงินยวงที่ขอบจักรวาล เมื่อสูญเสียสมอยึดมิติจากร่างประทับ ก็ค่อยๆ หดตัวและปิดสนิทลง ตัดขาดการเชื่อมต่อจากอาณาจักรดาราเรืองรองอย่างสมบูรณ์!
สงครามข้ามเอกภพครั้งแรก สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะอันงดงามของราชันหมื่นอักขระ!
มิตรสหายและศิษย์สำนักที่ยอดเขาหมึกบรรพกาล โห่ร้องด้วยความยินดีจนน้ำตาไหล พวกเขาผ่านวิกฤตที่หนักหน่วงที่สุดมาได้อย่างต่อเนื่อง และบัดนี้ อาณาจักรของพวกเขาแข็งแกร่งจนไม่มีขั้วอำนาจใดกล้ามองข้าม
อาเจียร่อนลงมายืนบนลานศิลา ชายหนุ่มหอบหายใจเล็กน้อย ทว่ารอยยิ้มแห่งความโล่งใจปรากฏบนใบหน้า
"เราทำสำเร็จแล้ว... สวรรค์ใหม่ปลอดภัย และผู้รุกรานถูกขับไล่" เฟิงอวี้หรานเดินเข้ามาตบไหล่สหายรัก
"อืม..." อาเจียพยักหน้า ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวเดินไปหาผู้อาวุโส...
เคร้ง...
มีสิ่งของชิ้นหนึ่ง ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ตกกระทบพื้นศิลาเบื้องหน้าอาเจีย!
มันคือ 'ม้วนคัมภีร์สีทองคำ' (ที่จอมทัพสิงเฟิงใช้สละชีวิตอัญเชิญร่างประทับ) ทว่าบัดนี้ มันไม่ได้แหลกสลายไปจนหมด มันเหลือเพียง 'เศษกระดาษแผ่นเล็ก' ที่สลักด้วยอักขระโลหิต
อาเจียก้มลงหยิบเศษกระดาษนั้นขึ้นมา นัยน์ตาสูญตาเบิกกว้างเมื่ออ่านข้อความที่ถูกทิ้งไว้!
'ข้าอาจพ่ายแพ้ในร่างประทับ... ทว่าร่างจริงของข้า กำลังรอคอยเจ้าอยู่ที่ 'หอคอยดาราพันธนาการ' ณ ใจกลางอาณาจักรดาราเรืองรอง... หากเจ้าแน่จริง ราชันหมื่นอักขระ... จงนำวิถีแห่งความว่างเปล่าของเจ้า มาพิสูจน์กับข้าในจักรวาลของข้า! พิกัดนี้... คือคำท้าทายสุดท้ายจากผู้สร้างที่แท้จริง!'
มหาปราชญ์ล่ามฟ้า ยังไม่ตาย! และมันได้ทิ้ง 'พิกัดข้ามจักรวาล' ไว้ เพื่อท้าทายให้อาเจียนำทัพไปรบที่ถิ่นของมัน!
อาเจียกำเศษกระดาษนั้นแน่น... เขาเพิ่งปกป้องบ้านเกิดสำเร็จ ทว่าการจะตัดไฟแต่ต้นลม และไขปริศนาบรรพชนให้กระจ่าง เขาอาจจะต้องเป็นฝ่าย 'รุกราน' พหุจักรวาลอื่นเสียเอง! บททดสอบของการเป็น 'ราชันผู้พิชิต' กำลังรอคอยเขาอยู่ในดินแดนที่กฎเกณฑ์แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง!