ตอนที่ 163
ท่ามกลางความโกลาหลของเมืองที่ถูกเจียงซื่อคลั่งอาละวาด จ้าวอู่เฉินที่กำลังตามหาร่องรอยโจรปล้นสุสานตระกูล เมื่อเห็นภาพความวุ่นวายกลางเมือง ดวงตาพลันฉายแววดุดัน เสียงคำรามต่ำดังก้องในลำคอ พลังปราณพลุ่งพล่าน ดาบยาวสีเงินในมือส่องประกายเย็นเยียบ
ร่างของจ้าวอู่เฉินพุ่งทะยานไปข้างหน้าดุจสายลม ฟาดฟันดาบใส่เจียงซื่อที่เงื้อกรงเล็บหมายทำร้ายสองแม่ลูกที่ล้มอยู่ "หลีกไป!" คมดาบผ่าอากาศ เสียงหวีดแหลมดังสนั่น ก่อนที่ศีรษะของเจียงซื่อจะหลุดกระเด็น เลือดดำทะลักจากคอที่ขาดวิ่น ทว่าร่างไร้หัวกลับยังยืนหยัด ตวัดกรงเล็บอย่างไร้ทิศทาง
"รีบไปจากที่นี่เร็วเข้า!" จ้าวอู่เฉินตวาดไล่สองแม่ลูก เขาก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว ดาบยาวสีเงินวาดผ่านอากาศนับสิบครั้งเพียงชั่วพริบตา ร่างของเจียงซื่อถูกสับจนแหลกละเอียดกระจัดกระจายเป็นเศษชิ้นเนื้อเปรอะเปื้อนเลือดดำอย่างน่าสยดสยอง
"ใครกันที่สร้างปีศาจพวกนี้ขึ้นมา..."
ดวงตาคมกริบของเจ้าอู่เฉินจ้องมองฝูงเจียงซื่อที่ยังอาละวาด เขากระชับดาบแน่น พลังปราณทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ทว่าก่อนที่เขาจะไปกำจัดเจียงซื่อเหล่านั้นให้สิ้นซาก สายตาของจ้าวอู่เฉินก็ปะทะเข้ากับร่างที่คุ้นเคย ใบหน้าชายผู้นั้นปรากฏในรูปวาดที่เขาเคยกราบไหว้ นั่นคือใบหน้าของจ้าวเทียนอวี่ บรรพบุรุษของเขา
เจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่กระโจนจากหลังคา เข้าใส่ชายชายคนหนึ่ง ก่อนจะใช้เขี้ยวอันแหลมคมกัดเข้าที่ลำคออย่างโหดเหี้ยม เลือดแดงฉานไหลทะลัก จากนั้นบาดแผลบนร่างจ้าวเทียนอวี่ฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ภาพที่เห็นทำเอาจ้าวอู่เฉินแข็งทื่อราวกับถูกสาป
"ท่านบรรพบุรุษ..." ความโกรธแล่นพล่านจนอกแทบระเบิด การที่โจรขโมยศพมาเปลี่ยนร่างจ้าวเทียนอวี่เป็นเจียงซื่อที่น่ารังเกียจเช่นนี้ มิได้ต่างอันใดจากการเหยียดหยามศักดิ์ศรีบรรพบุรุษของเขาเลย
เจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่กระโจนผ่านบ้านเรือนดุจสัตว์ป่า โดยมีจ้าวอู่เฉินตามติด ในเมื่อเจียงซื่อตนนี้คือบรรพบุรุษ เขาจึงต้องการจัดการมันด้วยมือตนเอง
ภาพการสังหารหมู่ฉายชัดแก่สายตา เมื่อชิงเทียนและพรรคพวกก็ขึ้นสู่พื้นดินได้สำเร็จ ภาพเมืองที่ลุกโชนด้วยเพลิงแค้นทำให้ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าสู่จิตใจ หากเขารอบคอบกว่านี้ เหตุการณ์เช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น
"มัวรออะไรอยู่ รีบตามไปจัดการจ้าวเทียนอวี่เร็วเข้า! พวกเราจะช่วยชาวเมืองเอง"
เยี่ยกวานจงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ปัญหาใหญ่ที่สุดในเวลานี้คือเจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่ หากปล่อยให้ปีศาจร้ายที่แข็งแกร่งเช่นนั้นหลุดรอดไป ความเสียหายที่จะตามมาย่อมเกินกว่าจะคาดการณ์ได้
ชิงเทียนพยักหน้ารับ ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามกลุ่มควันดำที่ลอยนำไปยังท่าเรือสินค้า สองข้างทางเต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณของผู้คน นอนเรียงรายราวกับใบไม้ร่วง ร่างกายของพวกเขาผอมซูบจนเห็นโครงกระดูก บ่งบอกถึงร่องรอยการถูกดูดกลืนพลังชีวิต
ตอนนี้เจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่คงฟื้นฟูสภาพร่างกายจนสมบูรณ์แล้ว การจะจัดการมันจึงยากเย็นยิ่งขึ้น บางที พลังของจ้าวเทียนอวี่ในตอนนี้ อาจแข็งแกร่งกว่าตอนที่ประมือในตอนแรกเสียด้วยซ้ำ
ในขณะเดียวกัน จ้าวอู่เฉินยังคงไล่ตามเจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่อย่างไม่ลดละ มันกระโจนจากหลังคาหนึ่งไปอีกหลังคาหนึ่งอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความเสียหายและความหวาดกลัว
จ้าวอู่เฉินเร่งพลังปราณเต็มที่ เหินร่างตามติดไปอย่างกระชั้นชิด ดาบยาวสีเงินในมือเปล่งประกายเย็นเยียบพร้อมปลิดชีพ แม้ในใจจะเจ็บปวดที่ต้องลงมือกับบรรพบุรุษ แต่เขาก็รู้ดีว่าเจียงซื่อตนนี้ไม่ใช่จ้าวเทียนอวี่คนเดิมอีกต่อไป มันเป็นเพียงซากศพที่ถูกควบคุมโดยพลังมืด
เสียงวัตถุแตกหักดังเป็นระยะ เมื่อเจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่พุ่งชนสิ่งกีดขวางภายในเมือง จ้าวอู่เฉินต้องใช้สมาธิอย่างมากในการหลบหลีกเศษซากเหล่านั้น พร้อมทั้งรักษาระยะห่างเพื่อหาจังหวะโจมตี
"ท่านบรรพบุรุษ! หยุดเดี๋ยวนี้!" จ้าวอู่เฉินตะโกนก้อง หวังว่าสักเสี้ยวความทรงจำของบรรพบุรุษจะยังคงหลงเหลืออยู่ ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมาหาใช่เสียง แต่เป็นร่างที่พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ กรงเล็บดำทะมึนตวัดเข้าหาลำคอของจ้าวอู่เฉินอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
จ้าวอู่เฉินเบี่ยงตัวหลบได้หวุดหวิด แต่กรงเล็บนั้นก็ยังเฉี่ยวเข้าที่ไหล่ซ้ายจนเกิดรอยแผลลึก เลือดสีแดงซึมออกมาอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง จ้าวอู่เฉินกัดฟันกรอด เงื้อดาบหมายจะตอบโต้ แต่เจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่กลับไม่เปิดโอกาส มันกระโจนเข้าใส่อีกครั้งด้วยความบ้าคลั่ง
การต่อสู้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นภาพติดตา จ้าวอู่เฉินต้องถอยร่นเพื่อตั้งหลัก ป้องกันการโจมตีที่หนักหน่วงและต่อเนื่องของเจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่ พลังปราณสีดำที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นน่าสะพรึงกลัว มันรุนแรงและชั่วร้ายจนสัมผัสได้ จ้าวอู่เฉินรู้สึกราวกับกำลังต่อสู้กับสัตว์ร้ายที่ไร้สติสัมปชัญญะ
ในที่สุด เจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่ก็ต้อนจ้าวอู่เฉินจนมุม มันเงื้อกรงเล็บหมายจะปลิดชีพชายหนุ่มด้วยการโจมตีสุดท้าย ทว่าก่อนที่กรงเล็บนั้นจะสัมผัสร่าง ม่านแสงทรงกลมก็พลันปรากฏขึ้น ป้องกันการโจมตีอันตรายนั้นไว้ได้อย่างฉิวเฉียด
"นั่นมัน... รูปแบบป้องกัน!" จ้าวอู่เฉินอุทานด้วยความประหลาดใจ
ร่างของชิงเทียนพลันปรากฏข้างกายเขา ดวงตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่เจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่
"เจ้าเป็นใครกัน…" จ้าวอู่เฉินเอ่ยถามด้วยความสงสัย พินิจจากฝีมือแล้ว ชายผู้นี้มิใช่ผู้บ่มเพาะธรรมดา น่าจะเป็นผู้ใช้รูปแบบระดับเซียนขั้นสูง ซึ่งในทวีปเทียนฉิน บุคคลระดับนี้มีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น
"ข้าเป็นใครไม่สำคัญ" ชิงเทียนตอบเสียงหนักแน่น "ตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องกำจัดเจียงซื่อตนนี้ให้ได้เสียก่อน"
จ้าวอู่เฉินเข้าใจในสิ่งที่ชิงเทียนพยายามจะสื่อ ในช่วงเวลาที่น่าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ มิใช่เวลามาซักถามความเป็นมาของอีกฝ่าย
การต่อสู้สองต่อหนึ่งจึงเริ่มต้นขึ้น จ้าวอู่เฉินและชิงเทียนผนึกกำลังเข้าโจมตีเจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่อย่างต่อเนื่อง จ้าวอู่เฉินอาศัยความคล่องแคล่วและทักษะดาบที่เฉียบคม เข้าโจมตีจุดสำคัญของเจียงซื่ออย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชิงเทียนคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
จ้าวอู่เฉินอดที่จะตะลึงในความสามารถของชิงเทียนไม่ได้ ทั้งที่อีกฝ่ายอยู่ในขอบเขตเซียนขั้นต้นระดับแปด แต่กลับสามารถรับมือกับเจียงซื่อในขอบเขตเซียนขั้นกลางระดับเก้าได้อย่างสูสี การเคลื่อนไหวของชิงเทียนว่องไว พลังปราณที่ใช้ออกมาทรงพลังเทียบเท่าหรืออาจจะมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ
เดิมทีจ้าวอู่เฉินภาคภูมิใจในพรสวรรค์ของตนเองเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อได้ประจักษ์แก่สายตาถึงฝีมือของชิงเทียน ความภูมิใจเหล่านั้นก็ราวกับถูกทำลายลงจนหมดสิ้น เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีผู้ใดในวัยเดียวกันที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้
ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือดที่พลังปราณปะทะกันอย่างรุนแรง กลุ่มเงาร่างก็พลันปรากฏขึ้น พวกเขาคือผู้บ่มเพาะจากตระกูลจ้าว เนื่องจากท่าเรือแห่งนี้อยู่ในความดูแลของตระกูล พวกเขาจึงต้องเร่งรุดมาจัดการกับความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผู้อาวุโสในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ก้าวออกมานำหน้า เขามีพลังอยู่ในขอบเขตเซียนขั้นกลางระดับแปด รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้ผู้ที่อ่อนแอกว่ารู้สึกถึงแรงกดดันที่ทรงพลัง
"อู่เฉิน! เจ้ามาทำอะไรที่นี่" ผู้อาวุโสชุดขาว เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นหลานชาย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นร่างเจียงซื่อที่กำลังคลั่งอาละวาด
"นั่นมัน... ท่านบรรพบุรุษ!" สีหน้าของผู้วุโสชุดขาวแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึงและโกรธเกรี้ยว บัดนี้ เขาพอจะคาดเดาเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว
"จัดการปีศาจตนนั้นซะ ทวงคืนเกียรติและศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษพวกเรากลับคืนมา!"
เพียงคำสั่งเดียว ผู้บ่มเพาะขอบเขตเซียนขั้นกลางนับสิบชีวิตก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พวกเขากระจายตัวล้อมเจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่ไว้ในพริบตา ก่อเกิดเป็นค่ายกลที่ซับซ้อน ปิดล้อมจนเจียงซื่อจ้าวเทียนอวี่ไร้ทางหนี
จ้าวอู่เฉินรวบรวมพลังปราณทั้งหมด ห่อหุ้มใบดาบยาวสีเงินจนเกิดเป็นคลื่นพลังอันน่าเกรงขาม ก่อนจะฟันดาบลงไปยังร่างจ้าวเทียนอวี่ เลือดสีดำสาดกระเซ็นออกมา ทว่าบาดแผลนั้นยังไม่ลึกพอที่จะผ่าร่างจ้าวเทียนอวี่ให้แยกออกจากกัน
"พวกเจ้าทุกคนถอยออกมา!"
"เคล็ดวิชาดาบสังหารเทพ... บัญญัติแห่งความพินาศ!"
ทุกสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างจ้องมองไปยังดาบขนาดยักษ์ที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าด้วยดวงตาที่เบิกโพลง ใบดาบถูกห่อหุ้มด้วยเพลิงขาวบริสุทธิ์ แสงของมันสว่างจ้าจนผู้ที่พบเห็นต้องเบือนหน้าหนี ความรู้สึกถึงพลังทำลายล้างอันมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
ทันทีที่ดาบเล่มนั้นร่วงหล่นสู่พื้นเบื้องล่าง เสียงระเบิดก็ดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหว จ้าวอู่เฉิน ผู้อาวุโสชุดขาว รวมถึงผู้บ่มเพาะจากตระกูลจ้าวที่อยู่ในรัศมีการทำลายล้าง ต่างถูกแรงลมมหาศาลปะทะเข้าใส่จนร่างถอยร่นไปหลายก้าว ประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมานั้น ทรงพลังจนยากที่จะบรรยาย
“อึก!!!”
ชิงเทียนสำรอกโลหิตออกมาอีกครั้ง สีหน้าซีดเผือด เขาฝืนเค้นพลังปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมด เพื่อปลดปล่อยกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา ส่วนเหตุผลที่เขาไม่ได้ใช้ไพ่ตายนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม ก็เพราะเกรงว่าพลังทำลายล้างจะส่งผลกระทบต่อเมืองนาวาพิสุทธิ์ แต่ในสถานการณ์ในตอนนี้ มิใช่เวลาที่จะมากังวลถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว