หลังจากเปิดเทอมได้1 เดือน ั้แ่เปิดเทอมแล้วพวกไอ้ต้านรู้ที่อยู่บ้านฉันพวกมันก็แห่มารับฉันทุกวัน พร้อมกับอาศัยกินข้าวเช้าบ้านฉันตลอด แต่จะว่าไปพวกมันดีนะคอยเทคแคร์ฉันตลอดและวันนี้ก็เป็อีกวันที่ฉันมาเรียนพร้อมพวกมันและสามารถซ้อนท้ายมอไซต์ใครก็ได้ในกลุ่มแต่ส่วนใหญ่จะซ้อนไอ้ต้านแต่วันนี้ฉันซ้อนไอ้ไผ่แทน พอถึงโรงเรียนจอดรถเสร็จไอ้ต้านรีบไปไหนไม่รู้มันสงสัยพ่อตามมั้ง
“ฟาร์.......มึงดูดิคนจะมีความรักวะ5555” ไอ้ไผ่พูดขึ้นหลังจากเห็นไอ้ต้านวิ่งไป สนามบอล ฉันก็แค่นิ่งเงียบ
ถึงเวลาเข้าเรียนไอ้ต้านเข้าห้องพร้อมกับหน้าตาที่ยิ้มแย้มผิดปกติ
เวลา12.00 น.
“พวกมึงวันนี้มีคนไปกินข้าวเพิ่มด้วย2 คนนะเว้ย” ไอ้ต้านพูดขึ้น “ใครวะ? ไอ้ซิงกับเพื่อนหรอ” ฉันถามขึ้น
“ไม่ใช่วะเดี๋ยวพวกมึงก็รู้” ไอ้ต้านมันไม่บอก ก่อนจะยกยิ้มแล้วเดินนำไปพวกเรามองหน้ากันงงๆ แล้วเดินตามมันไป พอถึงโต๊ะประจำกำลังกินข้าวก็มีเสียงใสๆดังขัดขึ้นมา “พี่ต้าน.....นีน่ากับแพทขอนั่งด้วยนะ” พวกเราเงยหน้ามองไอ้ต้านยิ้มให้ แล้วขยับที่ให้ ฉันกินข้าวได้คำเดียวก็เอาจานไปเก็บและบอกไอ้พวกที่เหลือไม่ต้องรีบ ส่วนไอ้ต้านไม่ต้องบอกมันหรอกวันนี้มันไม่รีบอยู่แล้วดูจากทรง ฉันเดินมาที่ห้องชมรมแล้วเอากีต้าร์มาเกาคอร์ดเล่น“อะ...มึง” ไอ้คิมยื่นแซนด์วิชมาให้ตรงหน้า “กูกลัวมึงหิวเลยซื้อมาให้” “ขอบใจ”ฉันรับมาพร้อมมองตามหลังมัน ไอ้สามตัวนั้นยังไม่มา ทุกคนมันรู้ว่าฉันไม่ค่อยชอบคนแปลกหน้าเยอะๆและคงส่งไอ้คิมเอาอะไรมาให้กินรองท้อง “ความจริงมึงไม่ต้องรีบเอามาให้ก็ได้นะ.....เสียเวลาเจอ FCมึงหมด” ฉันบอกไอ้คิมพร้อมแกะแซนด์วิชไปด้วย “หล่อๆแบบกู FCไม่กล้าทิ้งหรอก เค้ารออยู่หน้าประตูหมดแล้ว”พูดเสร็จมันหันมายิ้มให้ก่อนเดินออกไปที่ประตู เออเชื่อแล้ว FCไม่กล้าทิ้งจริงด้วย วันนี้คาบบ่ายอาจารย์ประชุมกันทำให้ตอนบ่ายโรงเรียนเราเลยไม่มีสอนทำนักเรียนว่างกันและฉันก็อาศัยนอนในห้องชมรมยาวๆแต่งีบได้สักพักก็ฉันก็ได้ยินเสียงผู้หญิงพูดคุยกันเลยทำให้ฉันตื่นพอลุกมาดูก็เจอเด็กของไอ้ต้าน และไอ้ต้านนั่งคุยเล่นกันอยู่ โว้ยยยหงุดหงิดเกะกะสายตาจัง และมีแว๊บนึงฉันสบตากับน้องเค้าแต่สายตาน้องเค้าไม่เหมือนผู้หญิงที่เป็FCทั่วไปของไอ้ต้านอะ สายตาแปลกๆ หรือฉันคิดมาก หรือฉันอคติกับน้องนั้นกันแน่ “มึงเย็นนี้ไปดูหนังกันมั้ยวะ”ไอ้ต้านพูดขึ้นกลางวงตอนใกล้เวลาจะเลิกเรียน ทุกคนตอบตกลงแต่ฉันเงียบเพราะมันไม่ได้มีแค่พวกฉันแต่มีน้องนีน่าและเพื่อนไปด้วย“ฟาร์...มึงไปป่าว? มึงไม่ไปก็ต้องไปเพราะกูจะลากมึงไปด้วย 5555” ไอ้สามพูดขึ้นแม่งบังคับกูอีกไอ้ห่าเอ้ย ค่ะฉันตอนมัดมือชกให้ไป พอมาถึงที่จอดรถ “ฟาร์มึงซ้อนกูนะ”ไอ้สามบอก และไอ้ต้านกับเด็กมันก็มาพอดี “น้องนีน่าซ้อนไอ้ต้านเนอะ......ส่วนเพื่อนน้องซ้อนไอ้คิมเพื่อนพี่นะ”ไอ้สามพูดขึ้นไอ้ต้านมองหน้าฉับแว๊บนึงแล้วขึ้นค่อมรถ พอถึงโรงหนังได้ตั๋วแล้วพวกเราก็เดินเล่นรอเวลา จนมาถึงโซนร้านเครื่องสำอางน้องนีน่าก็ขอเวลาเดินเล่นและชวนไอ้ต้านไปเป็เพื่อน ซึ่งพวกเราก็ตามไปเป็ปกติ “พี่ฟาฟาร์...ชอบแต่งหน้ามั้ยค่ะ”นีน่าถามฉัน “ก็แต่งบ้างค่ะ” ฉันตอบไป “งื้อออ ฟาฟาร์ช่วยนีน่ากับแพทเลือกลิปหน่อยสิแต่นีน่าขอยืมปากพี่ฟาฟาร์เทสนะคะ”พูดจบนางก็เอาลิปแมทสีชมพูฮอตพิ้งค์มาแต้มปากฉัน ไอ้ต้านหันมาเห็นก็หัวเราะรัว “มึงคึกไรวะศิรามึงอยากเป็ผู้หญิงแล้วหรอ5555555” ฉันใกับการทำของอีน้องนี่มากกว่าเชี่ยไรเนี้ย “อื้ม...สีนี้สวยนะแต่เราไม่เอาดีกว่า”นีน่ามองที่ปากฉันและหันไปคุยกับเพื่อน ไอ้ต้านแม่งก็หัวเราะไม่หยุดจนไอ้สามเดิมมาพร้อมกับทิชชูเปียก “มึงหันมานี่ กูไปขอพี่เค้ามาอ่ะ...”ไอ้สามสะกิดไหล่ฉันพูดเสร็จมันก็เช็ดให้ ไอ้ต้านมองและหยุดหัวเราะ
-ต้านท่าย-
ผมมองการกระทำและสีหน้าท่าทางของเหล่า 3 หนุ่มหล่อเพื่อนผม แปลกๆวะพวกมันเป็โรคเดียวกับฟาฟาร์หรอไม่ชอบคนแปลกหน้างี้ แต่มันไม่น่าสนใจเท่ากับการกระทำของไอ้สามหรอก หรือไอ้สามมันชอบฟาฟาร์วะคิดได้แบบนี้ผมก็ขมวดคิ้ว แอบหงุดหงิดเหมือนกัน “จะถึงเวลารอบเราแล้วไปกันเหอะ”ไอ้ไผ่พูดหลังดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือมันเราจองที่นั่งติดกันยาวๆเรียงจากฝั่งซ้ายเริ่มที่ ไอ้คิม น้องแพท น้องนีน่า ผมฟาร์ ไอ้สาม ไอ้ไผ่ หนังเริ่มฉายไปได้ 20 นาทีผมหันไปมองซ้าย น้องนีน่ากำลังดูอย่างตั้งใจหันไปทางขวา ฟาฟาร์หลับไปแล้ว เออเชื่อแล้วว่าไม่อยากดูจริงๆ ผมยิ้มให้กับความไม่อยากดูแต่โดนบังคับมาของมันจนต้องมาหลับในโรงพอเปรยตาขึ้นก็เห็นไอ้สามมองมา ผมเลยหันไปดูหนังต่อ พอผ่านไปครึ่งเื่ผมหันไปดูเหล่าเพื่อนๆผมเตรียมหาวกันเป็แถวหนังวันนี้เราให้น้องนีน่าเลือก เป็หนังรักโรแมนซ์ เป็แนวที่ชวนง่วงมากพอจบเื่ ออกจากโรงมาแยกย้ายกันกลับแต่พวกผมต้องไปส่งฟาฟาร์ก่อน ส่วนนีน่ากับแพทพ่อน้องเค้ามารับไปแล้ว“ป่ะ....กลับกันพวกเรา อ่ะ...”ผมพูดพร้อมยื่นหมวกกันน็อกให้ฟาร์ “ฟาร์มันซ้อนกูครับคุณต้านท่ายเก็บหมวกได้เลยครับ” ไอ้สามพูดขึ้นทันทีอะไรวะไอ้สามขับนำจนมาถึงบ้านฟาร์ และพวกเราก็แยกย้ายกันกลับ ตอนนี้ผมนอนคิดอยู่บนเตียงงงกับอาการของเหล่าเพื่อนวันนี้ คิดได้สักพักก็เริ่มหงุดหงิดที่ไอ้สามคอยดูแลฟาฟาร์ เช็ดลิปให้ฟาร์ แอบมองฟาร์ในโรงหนัง ให้ฟาร์ซ้อนท้ายโว้ยยยยเป็ไรวะ แต่มันก็ปกติของพวกเรารึเปล่าวะ ที่ดูแลฟาฟาร์แบบนี้อ่ะเชี่ยไรวะยิ่งนึงถึงไอ้สามดูแลเทคแคร์แล้วหงุดหงิด ไปอาบน้ำดีกว่า ตริ๊งตริ๊ง(เสียงข้อความเข้า) [พรุ่งนี้มารับนีน่าหน่อยนะคะ] ผมเปิดมือถือมาก็เจอข้อความของนีน่าพร้อมกับโลเคชั่นที่น้องเค้าส่งมาให้
เวลา7.00 น.
ผมไปรับน้องนีน่ามาและแวะที่บ้านฟาร์เหมือนเดิมเพื่อมารับฟาร์และแวะกินข้าวที่บ้านฟาร์เป็ปกติ“อ่า...มีเพื่อนมาเพิ่มหรอไม่เห็นบอกก่อนเลย แม่ไปเอาจานเพิ่มก่อนนะ ทานข้าวมารึยังค่ะลูกสาว”แม่ของฟาร์ทักขึ้นหลังจากเห็นน้องนีน่า “ทานมาแล้วค่ะ” น้องนีน่าตอบ “งั้นดื่มน้ำส้มก่อนนะลูก”แม่พูดจบพร้อมกับรินน้ำส้มให้นีน่า “ฟาฟาร์....เพื่อนมาครบแล้วลูก!แม่ไปทำงานก่อนนะแม่ฝากจากหญิงน้ำแข็งของแม่ด้วยนะ555” แม่ะโเรียกฟาฟาร์และหันมาพูดกับพวกผม “คร้าบบบ!” พวกผมรับปากกับท่าน และกินข้าวกัน
ฟาฟาร์ลงมากินข้าวและพวกเรากินอิ่มเรียบร้อยก็เตรียมตัวไปโรงเรียนกัน
วันเสาร์
วันนี้เรานัดกันไปเที่ยวสวนสนุกและผมก็พาน้องนีน่าน้องแพทไปด้วยและตอนนี้เราก็อยู่ที่หน้าเครื่องเล่นโซนสวนน้ำเราหาที่นั่งและสั่งของมากินกันก่อนไปเล่น แต่ของที่สั่งมันเยอะผมเลยให้พวกผู้หญิงนั่งรอที่โต๊ะส่วนพวกเาายฉกรรจ์ก็ไปยกของกินกันระหว่ารอบางเมนูหันไปก็เห็นนีน่าและฟาฟาร์ลงไปเล่นน้ำกัน อะไรวะ ทำไมวันนี้ดูสนิทกันผมจึงหันไปคุยกับไอ้สาม “มึงดูดิ...วันนี้ศิรามันอารมณ์ไหนวะ”ไอ้สามมองตามและมองหน้าผมจริงจัง “ผมชอบแบบน้องนีน่าหรอวะพวกกูว่าน้องแม่งไม่โอเควะ” มันพูดไรวะ “มึงคิดมากสัส...น้องยังเด็กอยู่” “มึงเชื่อกูน้องแม่งเด็กแก่แดดวะ”ไอ้คิมพูดเสริม “อาหารได้แล้วค่ะ” พวเราขนของกินกลับมาที่โต๊ะสักพัก“ฟาร์!!! อาหารได้แล้ว”ไอ้สามเดินไปเรียกและฟาร์ก็เดินขึ้นจากสวนน้ำ ตามด้วยนีน่าที่ตามมาติด แต่เหมือนจะวิ่งมาชนจนฟาร์ลื้นล้มไอ้สามอยู่ใกล้ก็เข้าไปประคองขึ้นส่วนผมลุกแล้ววิ่งตามไปดู “พี่ต้าน.....” ผมไม่สนที่นีน่าเรียกวิ่งไปดูฟาร์ก่อน “มึงเป็ไงมั้งศิรา..”“กูไหว” ฟาร์ตอบพร้อมค่อยๆลุก “อุ้ย!!! พี่ฟาร์ล้มหรอค่ะ เจ็บมั้ยค่ะสงสัยล้มเพราะนีน่าแน่เลย ขอโทษที่ชนนะคะ” นีน่าพูดขึ้น ผมมองไปที่ไอ้สามสายตามันที่มองน้องนีน่าแบบโกรธๆอะไรของมันวะ “ไหวจริงใช่มั้ย....มึงไม่ได้ข้อเท้าพลิกใช่มั้ย”ผมถามฟาร์เพื่อความมั่นใจ เพราะมันมีแข่งวิ่งกีฑากับ โรงเรียนอื่นวันจันทร์นี้ “ไหว....”มันตอบกลับมาแล้วเดินนำไปที่โต๊ะ