ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 94 เปิ่นหวางไม่เคยเสียเปรียบ

            “กุ่ยเม่ย เจ้ารีบบอกท่านอ๋องเร็วเข้า เมื่อครู่เป็นเพราะคนชุดดำล้มโต๊ะ ข้าถึงได้...ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” มู่จื่อหลิงเฉหน้าไปทางกุ่ยเม่ยที่อยู่ไม่ไกลอธิบายพลางชี้มือไปทางคนชุดดำบนพื้น

            มู่จื่อหลิงพลันรู้สึกว่าตนเองน่าสังเวชยิ่งนักความจริงแล้วเมื่อครู่เกิดอันใดขึ้น หลงเซี่ยวอวี่ปรากฏตัวได้อย่างไรนางไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย นางมัวแต่หลับตารอโหม่งพื้นเท่านั้น

            หากให้นางเห็นว่าหลงเซี่ยวอวี่อยู่ตรงหน้านางจะต้องทุ่มแรงสุดชีวิต เปลี่ยนทิศทางเสียก่อนแล้วค่อยล้มลงต่อให้จมูกเขียวหน้าบวมนางก็ยอมทั้งนั้น

            กุ่ยเม่ยได้ยินมู่จื่อหลิงพูดถึงเขาก็ได้สติกลับจากอารามตกใจจนตาโตอ้าปากค้างหุบปากที่อ้าจนเกือบจะยานถึงพื้นเข้าหากันแน่น

            ปิดปากไม่ตอบอย่างแน่วแน่!

            เขาผุดเหงื่อเย็นแทนหวางเฟยของพวกเขาอย่างเงียบๆ!

            แม้เขาจะเคยเห็นนายท่านขี่ม้าตัวเดียวกับหวางเฟยมาแล้วแต่เขาก็ยังไม่เคยเห็นการใกล้ชิดเพียงนี้เช่นการจุมพิตกันนายท่านเกลียดสตรีที่เป็นฝ่ายเข้ามาแตะเนื้อต้องตัวก่อนเป็นที่สุดนายท่านคงไม่ทำอันใดหวางเฟยจริงๆ กระมัง

            แต่นายท่านอุ้มหวางเฟยไว้โดยตลอดเช่นนี้เหมือนกับไม่คิดจะ ‘ปล่อย’หวางเฟยไปแล้ว เรื่องที่นายท่านต้องการทำเขาคงเข้าไปยุ่งด้วยไม่ได้แล้ว

            ในใจกุ่ยเม่ยเตือนตัวเองอย่างเงียบๆสิ่งใดไม่เหมาะสมไม่มอง สิ่งใดไม่เหมาะสมไม่ฟัง ใช่ เมื่อครู่นี้นายท่านปรากฏตัวรวดเร็วเกินไปฉากที่ทำให้ผู้คนตกอกตกใจนั่น เขามองไม่ชัดเลยแม้แต่น้อย

            อืม เขาไม่เห็นแล้วจะยืนยันอะไรได้? ต่อให้เป็นพยานได้ให้เขามีความกล้าหาญเป็นร้อยเท่าเขาก็ไม่กล้า เขาไม่นึกรังเกียจที่ตนตายช้าหน่อย!

            “กุ่ยเม่ย เจ้ารีบพูดสิ!” มู่จื่อหลิงเห็นกุ่ยเม่ยยืนแน่นิ่งไม่ขยับอยู่ตรงนั้นราวกับตอไม้ในใจก็กระวนกระวายนัก

            หากเป็นเพราะแตะถูกริมฝีปากของหลงเซี่ยวอวี่โดยไม่ตั้งใจจนถูกเขาโยนออกไปอย่างไร้ความปรานี เช่นนั้นนางคงน่าสงสารยิ่งกว่าโต้วเอ๋อ [1] เสียอีก

            กุ่ยเม่ยได้ยินมู่จื่อหลิงขอความช่วยเหลืออยู่โดยตลอดเขาก็พลันนึกถึงสามสิบหกแผน เผ่นก่อนนับเป็นแผนแรก [2] ขึ้นมา

            ตอนนี้เขาอยากทาน้ำมันไว้ที่ฝ่าเท้าอยากเผ่นหนี อยากไปจากความถูกผิดของสถานที่แห่งนี้ เมื่อคิดเช่นนี้แล้วเขาก็ทำตามนี้แล้วกัน

            ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่เผ่นยามนี้แล้วจะรอเผ่นยามใดเล่า!

            เห็นกุ่ยเม่ยเดินมาทางพวกเขาใจของมู่จื่อหลิงก็ผ่อนคลายลง กุ่ยเม่ยยังยึดมั่นต่อคุณธรรมมากพอ

            เพียงแต่คำพูดต่อมาของกุ่ยเม่ยก็ทำให้นางแทบอดใจโบกศีรษะเจ้าตอไม้นี่ให้ตายไม่ได้

            “นายท่านข้าน้อยจะไปหาคนมาทำความสะอาด!” กุ่ยเม่ยหลบสายตาที่เปี่ยมความหวังของมู่จื่อหลิงที่ถูกหลงเซี่ยวอวี่กอดเอาไว้อย่างร้อนตัวพูดกับหลงเซี่ยวอวี่อย่างนอบน้อม

            มู่จื่อหลิงเจ็บหน้าอกขึ้นมาโดยพลัน! น่าชิงชังนัก!

            นางลืมไปได้อย่างไรว่ากุ่ยเม่ยเป็นคนของหลงเซี่ยวอวี่แล้วยังเป็นองครักษ์ที่จงรักภักดีที่สุด จะช่วยนางได้อย่างไร แต่แต่นี่มันรังแกกันเกินไปแล้ว จะทำเช่นนี้ไม่ได้

            “สองคนที่รอดชีวิตข้างนอกนั่นจัดการให้เรียบร้อย!” หลงเซี่ยวอวี่ค่อยๆเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบและทุ้มต่ำในที่สุด

            เสียงนี้มู่จื่อหลิงได้ยินในใจก็รู้สึกสั่นสะท้านนางไม่คิดจะไปคาดเดาความหมายในคำพูดของหลงเซี่ยวอวี่ สีหน้าท่าทางเช่นนี้ก็คือให้กุ่ยเม่ยไปได้แล้วแล้วนางจะทำเช่นใด?

            ในฐานะที่เป็นองครักษ์ของหลงเซี่ยวอวี่กุ่ยเม่ยย่อมเข้าใจความหมายของคำว่าจัดการให้เรียบร้อยนี้ เขาจึงมิได้มากความอีกหลังจากกุ่ยเม่ยตอบรับก็ออกไปราวกับเผ่นหนี

            หวางเฟย ท่าน ‘รักษาตัว’ ให้ดีๆด้วย!

            มู่จื่อหลิงเห็นกุ่ยเม่ยหายไปราวกับควันสายหนึ่งก็โมโหจนหายใจไม่ออกน้ำตานองหน้าในใจอยู่นานแล้ว

            เหตุใดกุ่ยเม่ยก็เป็นเหมือนหลงเซี่ยวเจ๋อเล่าต่อหน้าผู้อื่นก็ปกป้องนางอย่างมีคุณธรรมน้ำมิตร แต่เมื่อเห็นหลงเซี่ยวอวี่ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

            หลังจากกุ่ยเม่ยไปแล้วหลงเซี่ยวอวี่ก็ชำเลืองมองสถานที่ที่เละเทะระเนระนาด ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยเปลี่ยนท่าอุ้มเป็นท่าอุ้มเจ้าสาว อุ้มมู่จื่อหลิงเข้าไปยังตำหนักในอย่างมั่นคงโดยในระหว่างนั้นก็ไม่ได้พูดแม้สักประโยค

            มู่จื่อหลิงเห็นหลงเซี่ยวอวี่อุ้มนางไปตำหนักในจิตใจก็วิตกกังวล หมอนี่คิดจะทำอะไรกันแน่ ปล่อยนางลงได้หรือไม่แล้วจัดการนางเลยอย่างไม่ต้องอ้อมค้อม

            บัดนี้พานางไปตำหนักในเพราะมีความคิดเช่นใดคงมิได้ต้องการฆ่าปิดปากคนโดยมิให้ผู้อื่นรับรู้ใช่หรือไม่

            -

            หลังจากที่เข้าไปในตำหนักในหลงเซี่ยวอวี่ก็ยังคงไม่ปล่อยมู่จื่อหลิง ยังคงกอดนางไว้แน่นเช่นเดิม

            มู่จื่อหลิงเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาที่น่ายำเกรงก็ยิ่งไม่มีความมั่นใจมากขึ้นไปอีก เอ่ยอย่างติดๆ ขัดๆ “ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจปล่อย...ปล่อยข้าลง”
    นางพยายามจะดิ้นรนมาโดยตลอด แต่ไม่ว่านางจะพยายามเช่นใดก็ยังคงไม่ขยับเขยื้อนเช่นเดิม ราวกับว่าต่อหน้าหลงเซี่ยวอวี่นางตัวเล็กดั่งฝุ่นละอองที่ถูกลมพัดเบาๆ ก็หายไปอย่างไรอย่างนั้น

            หลงเซี่ยวอวี่หลุบตาลงโน้มลงไปมองใบหน้าแดงก่ำที่เกิดจากการออกแรงดิ้นรนของสตรีตัวเล็กในอ้อมแขนดวงตาลุ่มลึกฉายแววหยอกเย้า แต่สีหน้ากลับยังนิ่งสงบเช่นเดิมน้ำเสียงราบเรียบราวกับสายน้ำ “ไม่ได้ตั้งใจ?”

            คำพูดนี้สำหรับมู่จื่อหลิงฟังแล้วเหมือนเป็นลางแห่งโทสะแต่นางพลันรู้สึกว่าใจนั้นออกจะชาๆ เหลวๆ และขนลุกอยู่เสียหน่อย เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดนัก!

            เพราะนางรู้สึกได้ว่ายามที่หลงเซี่ยวอวี่พูดลมหายใจร้อนก็ค่อยๆ พ่นออกมารินรดไปทั่วใบหน้าของนางกลิ่นของเหมยอันหอมเย็นที่มีเอกลักษณ์และคุ้นเคยปกคลุมไปทั่วอวัยวะภายในของนาง!

            “ใช่ๆ มิได้ตั้งใจ” มู่จื่อหลิงผงกศีรษะติดต่อกันราวกับไก่จิกข้าวสารยามนี้ไม่ว่าหลงเซี่ยวอวี่จะพูดสิ่งใดนางเพียงคล้อยตามไปด้วยดีๆ ก็พอจะอย่างไรก็มิอาจดึงดันถกเถียงได้ รักษาชีวิตไว้ก่อนเรื่องเร่งด่วนกว่า!

            หลงเซี่ยวอวี่วางขาของมู่จื่อหลิงลงแต่แขนเรียวยาวกลับยังโอบรัดนางไว้ในอ้อมแขนแน่นหนาเช่นเดิม

            มู่จื่อหลิงคิดว่าหลงเซี่ยวอวี่จะปล่อยนางไปแล้วใจที่ถูกแขวนไว้สูงมาแต่เดิมจึงลดลงมาโดยพลัน แต่ว่า

            “เปิ่นหวางไม่เชื่อ”มุมปากของหลงเซี่ยวอวี่โค้งขึ้นเล็กน้อยเสียจนถ้าไม่ได้มองอย่างละเอียดก็จะมองไม่เห็นนัยน์ตาเย็นชาจ้องมาที่มู่จื่อหลิงตรงๆ เอ่ยออกไปสี่คำทันที

            ไม่เชื่อ? มู่จื่อหลิงตกตะลึงไปชั่วขณะเงยหน้าขึ้นไปมองหลงเซี่ยวอวี่

            “เหตุใด...” ไม่เชื่อสองคำสุดท้ายยังไม่ทันหลุดออกจากริมฝีปาก มู่จื่อหลิงก็รู้สึกว่าท้ายทอยของนางมีมือขนาดใหญ่แข็งแรงควบคุมอยู่ออกแรงบังคับศีรษะของนางให้เข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อเหลาของหลงเซี่ยวอวี่

            และหลงเซี่ยวอวี่ในเวลาเดียวกันนั้นก็ก้มศีรษะโน้มกายลงมา

            ในชั่วขณะนั้นใบหน้าหล่อเหลาของหลงเซี่ยวอวี่ก็ขยายใหญ่ปกคลุมลงมายังใบหน้าเล็กของมู่จื่อหลิงจากนั้นสัมผัสอันเย็นเยียบก็จู่โจมบุกรุกเข้าที่กลีบริมฝีปากของนางปราศจากเค้าลางล่วงหน้า กลิ่นอายคุกคาม ไร้ซึ่งหนทางถอยหนี

            “อุ๊บ” ริมฝีปากอ่อนนุ่มของมู่จื่อหลิงถูกครอบครองอย่างเอาแต่ใจสัมผัสอ่อนนุ่มอันเย็นเยียบ ลมหายใจสดชื่นที่ร้อนผ่าว

            โดยไม่ทันตั้งตัว จุมพิตก็มาอย่างกะทันหัน

            ม่านตาของมู่จื่อหลิงขยายใหญ่ขึ้นมาทันทีพลันรู้สึกว่าสมองขาวโพลนไปหมด และสมองขัดข้องอย่างถึงที่สุด

            นี่นี่มันเกิดเรื่องใดขึ้น...

            ฉีอ๋องผู้มีข่าวลือว่าเป็นโรครักความสะอาดขั้นรุนแรงที่อยู่ใกล้กันนักกำลังหลับตาทั้งสองจุมพิตนางอย่างใกล้ชิดตามอำเภอใจ

            จูบเย็นเยียบของเขาเจือไปด้วยลมหายใจร้อนผ่าวถ่ายทอดความนุ่มนวล รุนแรงและความเอาแต่ใจ แต่ก็มิได้ขาดความอ่อนโยนไป

            หัวใจของมู่จื่อหลิงพลันไม่ฟังคำสั่งเต้นตึกตักอย่างบ้าคลั่งขึ้นมาในทันทีทันใด นางคิดดิ้นด้วยแรงทั้งหมดตามจิตใต้สำนึกทว่ากลับตาลปัตรไปหมด

            สองมือเล็กอ่อนแรงของนางไม่รู้ว่าถูกมือใหญ่เพียงข้างเดียวของหลงเซี่ยวอวี่รวบไปไว้ด้านหลังอย่างง่ายดายได้อย่างไรส่วนมือใหญ่อีกข้างของหลงเซี่ยวอวี่ก็บีบท้ายทอยมู่จื่อหลิงแน่น

            มู่จื่อหลิงในยามนี้แม้แต่จะขยับก็ขยับไม่ไหวถูกจูบจนแน่นิ่ง ราวกับในชั่วขณะนั้นนางได้หลงลืมตนเองไปอย่างสิ้นเชิงตกอยู่ในห้วงแห่งการจุมพิตที่ทั้งดึงดันแล้วอ่อนโยนนี้อย่างหลงใหล

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงใดร่างกายของมู่จื่อหลิงที่แข็งค้างมาแต่เดิม ก็ตัวอ่อนปวกเปียกลงไปได้แต่ให้หลงเซี่ยวอวี่พยุงเอาไว้ด้วยใบหน้าเล็กแดงก่ำ สองตาพร่าเบลอและใกล้จะขาดอากาศหายใจ

            หลงเซี่ยวอวี่จึงปล่อยนางออกเพียงเล็กน้อยทว่ากลับไม่ได้ปล่อยทั้งหมด กลีบปากเย็นเยียบแตะปัดป่ายกลีบปากของมู่จื่อหลิงริมฝีปากแยกออกเล็กน้อย เสียงทุ้มต่ำและทรงเสน่ห์ก็ดังขึ้น “ฉีหวางเฟย เจ้าจดจำไว้เปิ่นหวางไม่เคยเสียเปรียบ”

            ......

            มู่จื่อหลิงสั่นสะท้านครู่หนึ่งแล้วจึงตื่นตกใจราวกับพึ่งตระหนักได้ดิ้นให้หลุดจากมือของหลงเซี่ยวอวี่ที่จับนางไว้ เบี่ยงหนีออกจากอ้อมแขนของหลงเซี่ยวอวี่ในทันทีส่ายศีรษะที่มึนงง ก้มศีรษะหอบหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่...

            หมอนี้กล่าวเตือนนางแล้ว!

            เพราะไม่เคยเสียเปรียบ? ดังนั้นเมื่อครู่นี้เขาจึงกอดนางแน่นไม่ยอมปล่อย?

            เพราะไม่เคยเสียเปรียบ? ดังนั้นเขาจึงจูบนางกลับโดยไม่มีเค้าลางล่วงหน้า?

            เพราะไม่เคยเสียเปรียบ? ดังนั้นเขาจึงหลับตาจูบนางอย่างเผลอไผลเนิ่นนานเพียงนั้น?

            แล้วโรครักสะอาดขั้นรุนแรงของฉีอ๋องเล่า? เหตุใดพอมาถึงนางก็ไร้ผลเสียแล้ว?

            มู่จื่อหลิงพลันรู้สึกหดหู่ยิ่งนักในใจจะร้องไห้อยู่รอมร่อ นางไม่ทันระวังชนเข้าเบาๆ เอง

            ก็ได้! ไม่ใช่เบาๆเป็นชนอย่างแรงนิดเดียวเอง

            แต่แต่ว่าเจ้าคนสารเลวผู้นี้ก็รังแกผู้อื่นเกินไปแล้ว ยังเพิ่มไปอีกเท่าตัว

            มีแบบนี้ที่ไหนกันเป็นกติกาไม่ยุติธรรม ตั้งแต่ต้นจนจบผู้ที่เสียเปรียบคือนางชัดๆ!

            เมื่อเผชิญหน้ากับการประสบหายนะโดยไม่มีเค้าลางเตือนอย่างกะทันหันมู่จื่อหลิงได้แต่คล้อยไปตามทิศทางลมอย่างเงียบๆ ด้วยใบหน้านองน้ำตาแล้ว

            “รังแกกันเกินไปแล้ว!” มู่จื่อหลิงก้มศีรษะเบะปากครุ่นคิดไปพลางเผลอพึมพำคำพูดที่อยู่ในใจออกมาโดยไม่รู้ตัว

            ไม่มีใครรู้ว่าหลงเซี่ยวอวี่ได้ยินประโยคนั้นหรือไม่ถึงอย่างไรเสียหลงเซี่ยวอวี่ก็ทำลายบรรยากาศด้วยการถามออกมาหนึ่งประโยค“แก้พิษกู่ของหลงเซี่ยวหนานแล้ว?”

            “อะไรนะ?” มู่จื่อหลิงเงยหน้าพรวดพราดขึ้นมาเพราะเปลี่ยนบทอย่างรวดเร็ว นางจึงตอบสนองไม่ทัน พูดขึ้นมาทันที “แก้ แก้แล้ว”

            “หาสิ่งใดออกมาได้แล้ว?” หลงเซี่ยวอวี่ถามต่อ

            มู่จื่อหลิงค่อยๆ กลับมาเป็นปกติยามนี้จึงได้นึกถึงคำถามที่นางเตรียมจะถามกุ่ยเม่ยก่อนที่คนชุดดำจะเข้ามา นางหยิบขนสีขาวสะอาดที่พึ่งยัดลงไปในเอวอย่างลวกๆท่ามกลางความวุ่นวายเมื่อครู่นี้

            “ขนเส้นนี้จะต้องมีกลิ่นของกู่ติดอยู่แน่เลยถูกคางคกม่วงเข้าใจผิดกินเข้าไป” มู่จื่อหลิงกะพริบตา ในใจมีความมั่นใจอยู่หลายส่วน

            หลังจากเสี่ยวไตกูกินกู่ควบคุมใจไปครั้งนั้นก็มีความว่องไวต่อกลิ่นของหนอนกู่มาโดยตลอด ให้ความสนใจต่อหนอนกู่เป็นพิเศษ

            และเสี่ยวไตกูจะต้องได้กลิ่นหนอนกู่บนขนเส้นนี้ถึงได้เข้าใจผิดกินเข้าไป ผลคือย่อยไม่ได้จึงอาเจียนออกมา

            “คางคกม่วง?” หลงเซี่ยวอวี่สงสัย

            “เป็นมันคางคกพิษที่หม่อมฉันเอ่ยถึงเมื่อคราวก่อน” มู่จื่อหลิงล้วงเสี่ยวไตกูที่กำลังสัปหงกออกมาจากแขนเสื้อ

            หลงเซี่ยวอวี่เหลือบมองเจ้าเสี่ยวไตกูอ้วนกลมในมือมู่จื่อหลิงอย่างเรียบๆพูดอย่างมั่นใจ “มันกินรังนกไปหนึ่งชาม!”

            เอ่อ...

            มู่จื่อหลิงตอบคำถามหลงเซี่ยวอวี่ไม่ออกเสี่ยวไตกูกินไปหนึ่งชามจริงๆ หากคิดตามความจริงขึ้นมาก็ไม่ถึงหนึ่งถ้วยแต่เจ้าหมอนี่ต้องเปลี่ยนหัวข้อสนทนารวดเร็วเพียงนี้เลยหรือไง

            มู่จื่อหลิงไม่อ้าปากหลงเซี่ยวอวี่ก็ไม่ได้อ้าปากอีกเขาเดินไปที่เตียงหยกเหมันต์นอนลงไปแล้วชันเข่าขึ้นอย่างสง่างามมือข้างหนึ่งหนุนท้ายทอยต่างหมอน ปิดตางีบหลับ

            มู่จื่อหลิงหมดคำจะพูดขึ้นมาโดยพลันเจ้าหมอนี่ !

            “ท่านอ๋องหม่อมฉันไปได้แล้วหรือยัง?” มู่จื่อหลิงถามอย่างระมัดระวังนางยังต้องไปถามกุ่ยเม่ยให้ชัดเจน ไม่อาจยืนมองเขาหลับอยู่ตรงนี้ได้

            ยามนี้เพียงถามให้ชัดเจนว่าขนสีขาวสะอาดเส้นนี้มาจากที่ใดความจริงของเรื่องราวก็จะเผยออกมาเกินครึ่งแล้วในเมื่อไม่มีคนที่ได้รับบาดเจ็บเข้าใกล้หลงเซี่ยวหนาน เช่นนั้นก็มีเพียง......

            ------------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] น่าสงสารยิ่งกว่าโต้วเอ๋อ คือวลีเปรียบเปรยว่าตนถูกใส่ความจนได้รับความไม่เป็นธรรม

            [2] สามสิบหกแผนเผ่นก่อนนับเป็นแผนแรก มีความหมายว่าเมื่อพบสถานการณ์ที่เสียเปรียบหรือไม่สามารถต่อกรได้ การถอยถือเป็นหนทางที่ดีที่สุด

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473