หลังจากนั้นเขาก็เห็นนางอีกหลายครั้งด้วยความตั้งใจ เพราะรู้เวลาที่นางจะออกมาตรวจท้องที่ เขาก็จะนั่งอยู่บนรถม้า ผ่านไปดูนางทำงาน สตรีที่หน้าตาไม่ถึงกับงดงามอย่างนาง ซ้ำยังไม่สนใจจะแต่งแต้ม แต่กลับมีความน่ารักสดใส
“คุณชายใหญ่ขอรับ ดูเหมือนมือปราบผู้นั้นจะชอบมือปราบอู๋”
ฮัวหยางขมวดคิ้ว ยอมลงจากรถม้าที่ซุ่มดูอู๋จือ ตามไปในตรอก เห็นมือปราบบุรุษผู้หนึ่งกำลังยืนบิดไปมาเอ่ยปากอย่างยากเย็นต่อหน้าอู๋จือ
“อู๋จือ ข้าว่าเ้าเองก็น่ารักดี รับของแทนใจจากข้าได้หรือไม่ ”
คุณชายใหญ่กำลังคิดจะดีดลูกหินใส่มือของคนที่ถือของแทนใจ พลันเหล่าพาน หัวหน้าองครักษ์ก็รีบยุดมือเขาไว้พลางส่ายหน้า
“คุณชายใหญ่ ฟังก่อนเถิดขอรับ”
ฮัวหยางเม้มปาก เขาตามมาดูนางอยู่ตั้งหลายครั้ง จะยอมให้คนอื่นมาชุบมือเปิบไปได้อย่างไร แต่เหล่าพานส่ายหน้าซ้ำ เขาจำต้องรับฟัง
อู๋จือขยับตัวอย่างอึดอัด “มือปราบหลิว ข้าพูดตามตรงก็แล้วกันนะ ข้ายังไม่อยากจะคบหากับผู้ใดทั้งนั้นเพราะข้าต้องเก็บเงินเพื่อซ่อมแซมบ้าน และน้องชายก็ต้องร่ำเรียนอีกหลายปี เราสองคนเป็แค่สหายร่วมงานกันจะดีกว่า”
“ข้า ข้ารอได้นะ”
“แต่ข้าไม่อยากมีภาระ เ้าไปหาคนอื่นเถิด” อู๋จือหมุนกายเดินออกจากตรอกไป
ฮัวหยางมองดูชายหนุ่มที่ยืนคอตกแล้วยกยิ้มมุมปาก เขารู้สึกพอใจที่อู๋จือไม่ใช่สตรีที่ใจง่าย แม้ว่ามือปราบผู้นั้นจะหน้าตาพอใช้ได้ รูปร่างสูงโปร่ง และผิวพรรณดี
“เหล่าพาน มือปราบผู้นี้ ท่าทางดีอยู่นะ”
“ขอรับ ฐานะทางบ้านเขาดีทีเดียว มือปราบอู๋ก็คงรู้”
“นางปฏิเสธบุรุษไปหลายคนแล้วหรือ ”
“ขอรับ ข้าก็เคยเรียนคุณชายแล้วว่านางเป็คนยึดเอาครอบครัวเป็ที่หนึ่งก็เลยไม่อยากจะแต่งงานใน่นี้”
“ดีแล้ว นางไม่ต้องรีบหรอก อยู่เป็มือปราบไปอีกสักพัก”
เหล่าพานขมวดคิ้ว หันไปมองหน้าฮัวหยาง องครักษ์หนุ่มไม่กล้าเอ่ยปากถาม เขาสงสัยว่าฮัวหยางสนใจสิ่งใดในตัวอู๋จือถึงกับต้องมาแอบดูอยู่หลายครั้ง ทั้งๆ ที่นางไม่ได้สวยโดดเด่น ซ้ำบางทียังกระโดกกระเดกผิดวิสัยสตรีด้วยซ้ำ แต่นี่เป็เื่ของเ้านาย ซ้ำยังเป็คุณชายใหญ่ที่มักจะทำหน้าเรียบเฉย
มือปราบหญิงครึ่งหลับครึ่งตื่น นางรู้เพียงว่าตอนนี้อาการหนาวจัดเริ่มคลายลงบ้างแล้ว และสิ่งที่ห่อหุ้มตนเองยามนี้ช่างนุ่มและอุ่นเหลือเกิน
“ข้า...หนาว...หนาวมากเหลือเกิน” อู๋จือที่หลับตาอยู่ ครวญเบาๆ นางได้ยินเสียงแว่วๆ คล้ายเสียงของคุณชายใหญ่ฮัวปลอบโยนมาจากที่แสนไกล
คนาเ็ยังสั่นและดิ้นทุรนทุราย ฮัวหยางกอดอู๋จือไว้แน่น ยามนี้ภายในร่างกายของมือปราบหญิงกำลังทรมานอย่างแสนสาหัส ผิวกายของทั้งสองเสียดสีกันไปมา ฮัวหยางข่มใจกับความรู้สึกวูบวาบที่เกิดขึ้น
เขายังมีสติครบถ้วน ซ้ำยังต้องมาเปลือยกายกอดรัดอยู่กับสตรีที่ตนคิดไม่ซื่ออยู่ทุกค่ำคืน ยากนักจะข่มอารมณ์ได้ไหว
“จือจือ เ้าดิ้นเบาๆ หน่อยก็ได้ ข้าจะไม่ไหวแล้ว” น้ำเสียงของหมอหนุ่มเบาหวิว เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนจะได้ไร้ซึ่งความรู้สึกในยามล่อแหลมเช่นนี้
เสียงครางยังดังเรื่อยๆ ริมฝีปากและลำคอของมือปราบหญิงแห้งผาก ฮัวหยางกดปลายจมูกโด่งและริมฝีปากลงไปบนแก้มของคนในอ้อมกอด เขาหวังให้ใบหน้าของอู๋จือคลายความเย็นลง
“ใบหน้าของเ้า เย็นยังกับน้ำแข็ง” ท่านหมอหนุ่มยกนิ้วขึ้นลูบริมฝีปากของอู๋จือ “เย็นจริง เห็นทีต้องทำให้อุ่นขึ้นอีกหน่อย”
ฮัวหยางชะโงกหน้าขึ้นดูดเม้มริมฝีปากล่างของมือปราบหญิง เสียงครางของนางลดลงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ค่อยขยับไปดูดริมฝีปากบน
“อือ....” เสียงแสดงความพอใจดังออกมา
หมอหนุ่มยิ้มเล็กน้อย คราวนี้เขาจูบอู๋จือที่แหงนหน้ารอรับความอบอุ่นอย่างตั้งอกตั้งใจ
‘ที่แท้เ้าก็อยากให้ข้าจูบนี่เอง...ไม่ต้องห่วงข้าจะจูบจนกว่าเ้าจะหายหนาวเอง’
ริมฝีปากของคนรักษาเคลื่อนออกจากริมฝีปากคน แล้วค่อยๆ วนเวียนไปทั่วหน้า มือสองข้างลูบที่ลำคอและใบหูเพื่อให้ความอบอุ่น ฮัวหยางเหลือบเห็นใบหูของอู๋จือแดงจัดเขาจึงขยับปากไปเม้มเบาๆ คนในอ้อมกอดรู้สึกอบอุ่นจนต้องเบียดร่างเข้าหา
“เ้าอุ่นขึ้นแล้วใช่หรือไม่ ”
อู๋จือไม่อาจตอบสิ่งใด มือปราบหญิงอยู่ในห้วงภวังค์ของการต่อสู้ความทรมานในร่างกายของตน ฮัวหยางลูบคอระหงของนางแล้วเห็นว่ายังมีไอเย็นหลงเหลืออยู่ เขาจึงประคองท้ายทอยของอู๋จือไว้แล้วค่อยๆ แนบริมฝีปากไล่ลงจากใบหูลงต่ำไปถึงลำคอ
เช้าวันใหม่ อู๋เสี่ยวถงออกมาทำงานั้แ่ฟ้ายังไม่สาง นางอ้างกับมารดาว่าเช้านี้หลงจู๊จี้จะเพิ่มเงินให้เป็พิเศษ อู๋ฮูหยินยิ้มกว้างรีบบอกให้ลูกสาวคนกลางรีบไปทำงาน อู๋เหอตี้รีบกระตุกชายเสื้อพี่สาว
“พี่เสี่ยวถง พี่จือจือปลอดภัยแน่นะขอรับ ”
“เมื่อวานเ้า
พอไปถึงร้านยาเฉี่ยนซือ หลงจู๊จี้ก็นั่งต้มยาแก้พิษรออยู่ก่อนแล้ว
“เ้ามาพอดี คุณชายใหญ่สั่งเอาไว้ อีกสักหน่อยพี่สาวเ้าจะรู้สึกตัว ต้องให้นางดื่มยาตรงเวลา”
ไม่ถึงหนึ่งเค่อ ฮัวหยางก็ร้องเรียกให้นำยาต้มเข้าไป อู๋เสี่ยวถงถือถาดยาเดินเข้าไปในในห้อง จ้องมองดูศีรษะของชายหญิงคู่หนึ่งที่โผล่พ้นผ้าห่มนวมออกมาด้วยความกังวลใจ
“พี่จือจือเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ”
“ยังมีชีวิตอยู่ เ้าเอาถ้วยยามาวางไว้ใกล้ๆ ข้า เดี๋ยวข้าจะป้อนเขาเอง”
“ลำบากคุณชายใหญ่แล้วแล้วเ้าค่ะ”
พี่สาวของนางซุกหน้าอยู่กับซอกคอของท่านหมอหนุ่มแทบไม่ไหวติง สายตาของอู๋เสี่ยวถงเริ่มแดงๆ ที่ขอบตา ฮัวหยางจึงเอ่ยรีบดักคอ
“ไม่ต้องห่วง จือจือพ้นขีดอันตรายแล้ว รอแค่นางคลายความหนาวลงอีกหน่อย ข้าจะสวมเสื้อผ้าให้นางเอง”
่คอและไหล่ของฮัวหยางโผล่พ้นผ้าห่มออกมา อู๋เสี่ยวถงตกตะลึงไปกับผิวพรรณและเรือนร่างของคุณชายใหญ่ฮัว พลันนางก็หน้าแดงเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายามนี้เขากำลังเปลือยกายอยู่ใต้ผ้าห่มกอดรัดกับพี่สาวของนาง
‘พี่จือจือ ท่านยอมๆ เป็ของคุณชายใหญ่ฮัวไปเสียเถิด เขารูปงามหล่อเหลาจนยากเกินจะต้านทานไหว’
พอถึงตอนสาย อาการหนาวเย็นของอู๋จือก็ทุเลา ฮัวหยางจึงได้ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าให้กับคนป่วยและตนเอง ท่านหมอหนุ่มสั่งให้อู๋เสี่ยวถงนำเอาโถปัสสาวะเข้ามาให้อู๋จือ
“ประเดี๋ยวเ้าต้องช่วยประคองนางให้ปัสสาวะ ใกล้เวลาที่ยาจะขับพิษออกจากร่างแล้ว แต่เ้าจะประคองนางไหวหรือไม่ ”
“ข้าไม่แน่ใจเ้าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นไปเรียกจี้ฮูหยินมาช่วยอีกคนก็แล้วกัน”
อู๋เสี่ยวถงเดินเข้ามาดูอาการพี่สาวอีกคราในตอนเที่ยง ระหว่างการรักษาหนึ่งคืนหนึ่งวันนี้ อู๋จือดื่มได้เพียงน้ำเปล่าและยาเท่านั้น
อู๋เสี่ยวถงมองไปที่เตียงนอน คุณชายใหญ่ฮัวที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยนอนกอดอู๋จือที่นอนม้วนตัวอยู่ในผ้าห่มก็นึกถึงเื่เมื่อเช้า นางเหลือบเห็นที่คอของอู๋จือมีรอยแดงเป็ด่างดวงอยู่สองสามแห่ง
‘นั่นมัน! มันคือรอยจูบใช่หรือไม่ ’
หญิงสาวเคยได้ยินคำพูดซุบซิบของลูกจ้างในร้านยาพูดกันว่านั่นก็คือรอยแสดงความเป็เ้าของที่คู่รักมักจะทำเอาไว้ หญิงสาวไร้เดียงสาอย่างอู๋เสี่ยวถงจึงปักใจมั่นว่า
พี่สาวของนาง...ได้ตกเป็ของคุณชายใหญ่ฮัวไปแล้ว
**********
