ตอนที่หนึ่งร้อยสี่สิบแปด คุรุอาหารลม
ตามตำนานมีพราหมณ์สองสามีภริยาได้กล่าวว่า
“เราสองคนยากจนไม่มีเงินดังนั้นพวกเราเวลาร้อนนั้นให้ไปผิงไฟ เวลาหนาวให้ถอดเสื้อผ้าสัมผัสความเย็นและอดอาหารเพราะเราไม่มีกินกันอยู่แล้วเถอะจะได้บำเพ็ญไปได้ในเวลาเดียวกัน”
หลังจากบำเพ็ญเพียรมานับสิบปีแล้วนั้นพระอินทร์จึงได้ลงมาประทานแก้วแหวนเงินทองให้
โดยไม่ได้ตอบคำถามว่าไม่มีเงินแล้วตอนร้อนเอาคบไฟจากไหนมาซื้อ ค่านั้นมันคบไฟล่ะ?
ของมันไม่ฟรีนะ
และอีกประการหนึ่งคือตำนานโบราณพิสูจน์อีกครั้งแล้วว่าวีรบุรุษคิดอ่านคล้ายคลึงกัน
พราหมณ์สองสามีภริยาและนักเล่นเกมส์โรลเพลย์ที่ชอบMin-Maxing นั้นใช้วิธีการคล้ายๆกัน เสียแต่เพียงว่านักเล่นเกมส์โรลเพลย์นั้นโชคร้ายกว่าเพราะGM เข้มงวดกว่าพระอินทร์แทนที่จะให้รางวัลกลับลงโทษคนที่พยายามMin-Maxing อย่างพราหมณ์สองสามีภริยานั้น
แต่หลักการคือ เมื่อเรายากจนอยู่แล้วเราก็ทำตัวเหมือนกับการเล่นเกมส์แบบmin-maxing เมื่อไม่มีอาหารกิน ก็บำเพ็ญอดอาหารไปเลย
เมื่อไม่มีเครื่องนุ่งห่มให้ความอบอุ่นก็เปลือยกายแช่น้ำที่เย็นบำเพ็ญไปเลย
เมื่ออากาศร้อนก็ผิงไฟนอนกลางแดดไปเลย
ก็จะทำให้บำเพ็ญได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดแม้จะไม่มีทรัพยากรใดใดเลยก็ตาม
ผลก็อย่างที่เห็นนั่นล่ะครับ
หากเรามีแนวคิดจิตนิยมที่มองว่าวัตถุไม่สำคัญ
เราก็จะแก้ไขปัญหาโดยการ
”เปลี่ยนที่ตัวเรา”
ไม่ได้คิดที่จะแก้ปัญหาด้านโครงสร้างของประเทศที่ทำให้เราต้องยากจนทนร้อน ทนหิว ทนหนาวแต่ประการใด
เพราะเราสามารถแก้ปัญหาที่เจอในชีวิตด้วยการบำเพ็ญตน
คอยให้พระอินทร์เอาแก้วแหวนเงินทองมาให้เราเป็นการให้สินบนให้เราเลิกบำเพ็ญที่อาสนะจะได้กลับมานุ่มดั่งเดิม
หรือหวังว่าผลของการบำเพ็ญ ทนร้อนทนหิว ทนหนาว ทนความยากจนนั้น จะทำให้เราได้ผลตอบแทนที่ดีในชาติหน้า
แม้ชาตินี้เราจะต้องแก้ผ้ากินอาหารเหลือกับสุนัข อาบน้ำเย็น อ้าปากทานลมเพื่อบำเพ็ญก็ตาม
ชาวอินเดียก็มีความสุขมาหลายพันปีจนกระทั่งมีชาวอังกฤษชั่วช้าสารเลวกล่าวว่า
“ไอว่ายูควรจะพัฒนาอุตสาหกรรมนะและจัณฑาลน่ะ ไอว่าพาพวกเขาเข้ามาเรียนในโรงเรียนก็ได้ทุกคนเป็นบุตรพระเจ้าเหมือนกัน”
สุดท้ายอินเดียก็สู้เพื่ออิสรภาพ ปกป้องอธิปไตยของชาติจากจักรวรรดิอังกฤษผู้ชั่วช้าสารเลวและมากีดกันจัณฑาลต่อไปได้อย่างมีความสุข
แต่ความชั่วช้าของอังกฤษก็ยังส่งผลกระทบถึงทุกวันนี้มีจัณฑาลบางคนได้เรียนระดับดอกเตอร์นักวิชาการต่างๆ และวิจารณ์ระบบวรรณะต่างๆนานา สร้างความเสื่อมเสียให้กับระบบวรรณะอย่างยิ่ง
จักรวรรดินิยมอังกฤษจึงชั่วช้าสารเลวอย่างนี้เองทำลายวัฒนธรรมอันดีงามของอินเดียกว่าสี่พันปีไปก่อให้เกิดความเดือดร้อนวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
อย่างเน็ดที่สามารถมีความสามารถถึงขั้นนี้เพราะได้รับการเล่าเรียนจากโรงเรียนสอนศาสนาของชาวอังกฤษมีชื่อเป็นแบบทางคริสต์นั่นเอง
แต่คุรุอาหารลมแตกต่างออกไป
อ่านหนังสือตำราได้ตั้งแต่อายุห้าขวบปี
เชี่ยวชาญตำราพระเวทย์หนึ่งพันหนึ่งบทคาถา
กลางวันอ่านคาถากลางคืนทบทวนรวมหนึ่งพันทิวากับอีกหนึ่งพันหนึ่งราตรี จนเชี่ยวชาญ
เป็นยอดฝีมือหนึ่งในสิบล้านที่ตอนนี้บำเพ็ญอีกขั้นหนึ่งสามารถยืนขาเดียวกินอาหารลมและดื่มน้ำค้างก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถูกจำกัดด้วยสภาพร่างกายภายนอกอีกต่อไป
เป็นยอดฝีมือในยอดฝีมือ เป็นอัจฉริยะหนึ่งในสิบล้าน!!!
หมายความว่าคนธรรมดาที่ไม่สามารถยืนขาเดียวเหนี่ยวกินลมและเป็นอัจฉริยะหนึ่งในสิบล้านที่ไม่ต้องกินอาหารธรรมดาก็อยู่ได้ให้ไปเรียนหมอกับทนายและมาพัฒนาอุตสาหกรรมจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของคนอีก 9,999,999 คนที่เหลือมากกว่าในชีวิตของพวกเขา
แต่นั่นไม่มีผลต่อคุรุอาหารลมที่ท่องไปทั่วหล้าเปลือยกาย เตรียมตัวที่จะบรรลุขั้นอรูปพรหมณ์ไม่ยึดติดสังขารอีกต่อไป!!!
ทำให้เขามีพลังจิตมโนมยิทธิที่มากพอที่จะมองออกว่า คนต่างชาตินั้นมีพลังกล้าแข็งมากแค่ไหน
“โฮ่ โฮ่โฮ่ ข้าได้เห็นอะไรดีดีแล้ว”
ไม่น่าจะมีใครได้ยินคำพูดของคุรุอาหารลมเว้นแต่อ้าวป้าหม่าที่ติดนิสัยพยายามใช้พลังจิตจับพลังของคนรอบข้างและรู้สึกถึงพลังของคุรุอาหารลมเช่นกัน
ยุทธจักรดินแดนอินดียเต็มไปด้วยครุฑเหินเวหานาคาใต้บาดาล เต็มไปด้วยยอดฝีมือจริงๆ!!!
“เฮ เฮ้น่าคุณชายพาราณจี—“
คุณชายพาราณจีวิ่งไล่จับสาวๆมาทางนี้
และสีหน้าเปลี่ยนไปเต็มไปด้วยความโมโห
“พวกเจ้าทำอะไรกัน ไม่เห็นหรือว่าข้าวิ่งไล่หยอกเย้าสาวๆมาทางนี้ทำไมพวกเจ้าไม่หลบออกไปจากเส้นทางของข้า!!!”
คุณชายพาณาณจีกล่าวอย่างโมโหเขามองถนนหนทางและเมืองเป็นของตนเอง
คนอื่นที่อยู่ในเมืองเป็นแค่สิ่งประกอบฉากที่เขาเมตตาให้เดินไปมาอยู่เท่านั้น
เวลาที่เขาใช้ของที่เป็นของเขาคนอื่นก็ควรจะหลบไป
ไม่รู้ว่าหรือไรว่าคนเราไม่อาจห้ามตะวันขึ้น หรือห้ามคุณชายพาราณจีเดินไปมาในเมืองของตนเองได้!!!
....
สนับสนุนผู้เขียนได้ที่ช่องทางนี้นะครับ
True Wallet 089-5296248
สงสัยเรื่องอะไรหรืออยากให้ผู้เขียนแต่งตอนพิเศษเรื่องไหนบอกได้ครับผม