ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 64 : ตลาดมืดระอุ

    จารึกที่ 64 : ตลาดมืดระอุ : คมเขี้ยวแมงมุมในเงามืด


    ดวงตะวันคล้อยต่ำลงจนเกือบแตะขอบฟ้า แสงสีส้มแดงฉาบทาไปทั่วผืนป่าราวกับเลือดที่เจือจางในน้ำ เงามืดเริ่มคืบคลานออกมาจากซอกหินและโคนต้นไม้ใหญ่ สัญญาณแห่งรัตติกาลกำลังมาเยือน พร้อมกับความอันตรายที่ตื่นขึ้น


    อาเจียเดินออกจากเขตตลาดมืดด้วยฝีเท้าที่สม่ำเสมอ ไม่ช้าไม่เร็วเกินไปจนดูมีพิรุธ แต่ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวเต็มที่


    เสียงใบไม้แห้งกรอบแกรบดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง ไม่ใช่เสียงลมพัด แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่พยายามซ่อนเร้น


    "สามคน... ไม่สิ สี่คน" อาเจียประเมินสถานการณ์ในใจ "หนึ่งคนอยู่บนต้นไม้ทางขวา อีกสามคนโอบล้อมมาจากด้านหลัง"


    เขาไม่ได้หยุดเดิน แต่แอบล้วงมือเข้าไปในถุงมิติ สัมผัสกับความเย็นเยียบของโลหะ


    "ส่งถุงมิติมาซะ แล้วเจ้าจะรอดไปแบบครบ 32" เสียงห้าวต่ำดังขึ้นจากพุ่มไม้ด้านหน้า ชายชุดดำโพกหน้าปิดตาปรากฏตัวขวางทาง ในมือถือดาบหัวตัดเล่มใหญ่ที่อาบด้วยยาพิษสีม่วงคล้ำ


    อาเจียหยุดเดิน ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองภายใต้หมวกสาน


    "ข้าเป็นแค่พ่อค้าเร่ขายของเก่า..." อาเจียดัดเสียงสั่นเครือ "กำไรวันนี้มีเพียงน้อยนิด พวกท่านจะปล้นขอทานหรือ?"


    "อย่ามาลิ้นตวัด!" อีกเสียงดังมาจากด้านหลัง "ข้าเห็นเจ้ารับเงินจากนางเซียนหลิวหรูเยี่ยนไปเต็มถุง! นั่นมันหินปราณอย่างต่ำห้าสิบก้อน!"


    'ห้าสิบก้อน... ข่าวไวจริงนะ' อาเจียคิดในใจ แววตาสั่นเครือเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็ง


    "ในเมื่อรู้ว่าข้ามีเงิน..." อาเจียเอ่ยเสียงเรียบ "พวกเจ้าก็น่าจะรู้ว่า คนที่มีเงินย่อมมีปัญญาจ้าง 'ผู้คุ้มกัน' ส่วนตัว"


    "ผู้คุ้มกัน? ฮ่าๆๆ! ข้าไม่เห็นใครสักคนนอกจากเจ้าตัวคนเดียว!" โจรป่าหัวเราะร่า


    กริ๊ก...


    เสียงกลไกทำงานเบาๆ ดังแทรกเสียงหัวเราะ


    ทันใดนั้น เงาดำทมึนขนาดมหึมาก็พุ่งลงมาจากยอดไม้เหนือศีรษะของโจรที่ดักหน้า ไม่ใช่คน แต่เป็นสัตว์อสูรจักรกลรูปร่างคล้ายแมงมุม!


    'แมงมุมทมิฬ' ที่ได้รับการอัปเกรดด้วยแร่ทมิฬดารา ขาโลหะทั้งแปดคมกริบราวกับใบมีดโกน มันเคลื่อนที่ไร้เสียงราวกับวิญญาณ


    ฉึก!


    ขาหน้าอันแหลมคมแทงทะลุไหล่ของโจรชุดดำอย่างแม่นยำ เลือดสาดกระเซ็น ก่อนที่มันจะใช้ขาอีกคู่ตรึงร่างเหยื่อไว้กับพื้น


    "อ๊ากกกก! ตัวบ้าอะไรวะเนี่ย!"


    กลุ่มโจรที่เหลือตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก อาเจียอาศัยจังหวะนั้นสะบัดข้อมือ


    พู่กันนิรันดร์ : รูปแบบที่ 1 กายาเหล็กไหล (แส้โซ่)


    พู่กันในมือยืดขยายออกกลายเป็นโซ่เหล็กสีดำทมิฬ ปลายโซ่เป็นหัวพู่กันแหลมเฟี้ยว อาเจียตวัดมันรัดคอโจรคนที่สองที่กำลังจะชักมีดขว้างใส่เขา


    "ดึง!"


    ร่างของโจรผู้นั้นลอยละลิ่วเข้ามาหาอาเจีย ก่อนจะถูกฝ่ามืออาเจียที่ผนึกปราณกระแทกเข้ากลางอกจนสลบเหมือด


    "เหลืออีกสอง..." อาเจียหันไปมองโจรที่เหลือบนต้นไม้และด้านหลัง "แมงมุมทมิฬ... อย่าให้ถึงตาย แค่สั่งสอนให้จำว่าอย่ามายุ่งกับ 'ลูกค้า' ของข้า"


    เจ้าหุ่นเชิดแมงมุมส่งเสียงครางฮือๆ ในลำคอ (ซึ่งเกิดจากกลไกลมปราณขับเคลื่อน) ดวงตาแปดดวงสีแดงฉานสว่างวาบในความมืด มันกระโจนเข้าหาเหยื่อรายต่อไปด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน


    การต่อสู้ในเงามืดดำเนินไปเพียงชั่วอึดใจ เสียงร้องโหยหวนเงียบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของเหล่าโจรที่นอนกองกันอยู่บนพื้น สภาพดูไม่ได้


    อาเจียเดินเข้าไปหาหัวหน้าโจรที่ถูกแมงมุมทมิฬเหยียบอกอยู่ เขาโน้มตัวลงไปใกล้


    "ห้าสิบหินปราณที่ข้าได้มา ข้าแลกมาด้วยสมองและฝีมือ" อาเจียกระซิบ "แต่พวกเจ้ากลับคิดจะใช้กำลังแย่งชิง... นั่นคือการลงทุนที่ผิดพลาดมหันต์"


    เขาปลดถุงมิติของโจรทั้งสี่คนมาถือไว้


    "ถือซะว่าเป็นค่าบำรุงรักษาหุ่นเชิดของข้าก็แล้วกัน"


    อาเจียเก็บ 'แมงมุมทมิฬ' กลับคืนสู่ถุงมิติของตน จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเดินหายลับไปในความมืดที่ปกคลุมผืนป่าอย่างสมบูรณ์ ทิ้งให้เหล่าโจรได้แต่มองตามด้วยความหวาดผวา


    คืนนี้... หอตำราจะมีผู้ดูแลที่กระเป๋าตุงกว่าเดิม และความลับเรื่อง 'ผู้ใช้อักขระ' ก็ยังคงปลอดภัยอยู่ในเงามืด... อย่างน้อยก็ในตอนนี้

     

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน