ปัง!
เสียงปิดประตูรถดังจนเ้าของสะดุ้งเห็นคนปิดนั่งหน้างอราวกับคนถ่ายไม่ออก ดูเหมือนอาการวันนั้นของเดือนมิลันดาจะยาวนานผิดปกติเสียแล้ว
“เป็อะไรครับน้องมิไม่สบายหรือเปล่า” เขาถามน้ำเสียงอ่อน
“เปล่าค่ะ”
คมฉณัฐไม่อยากเซ้าซี้เคลื่อนรถออกจากหน้าบ้านขับได้สักระยะเห็นมิลันดาอารมณ์ปกติแล้วเลยบอกเื่ที่ตนอาจต้องออกนอกเส้นทาง
“พี่ขอไปรับแฟนหน่อยนะครับน้องมิ”
“อะไรนะคะ”มิลันดาหันมาถามสีหน้าไม่พอใจ
“มีอะไรหรือเปล่ามิ”ชายหนุ่มถาม เขาแปลกใจกับท่าทางของมิลันดาั้แ่ครั้งที่เจอกานต์สินีแฟนสาว
เด็กสาวอึดอัดขึ้นทันทีหล่อนไม่อยากร่วมทางกับแฟนเขา ผู้หญิงคนนั้นนิสัยไม่ดี แถมยังปากคอเลาะร้ายพูดจากระทบกระแทกแดกดันหล่อนตลอด
“มิไม่อยากเห็นพี่คมทำดีกับผู้หญิงคนนั้น”มิลันดาโพลงออกมาตามประสาเด็ก
“มิพูดแบบนี้ไม่ถูกนะครับกานต์เป็แฟนพี่ พี่ทำดีกับเขาไม่แปลกหรอกนะครับ” ชายหนุ่มอธิบาย
“แต่แฟนพี่คมกำลังนอกใจพี่คมนะคะ!”
“น้องมิทำไมพูดแบบนี้!” คมฉณัฐเริ่มไม่พอใจ มิลันดาล้ำเส้นมากเกินไปแล้ว
“ทำไมมิจะพูดไม่ได้คะก็มิเห็นแฟนพี่คมดวงผู้ชายคนอื่นที่ห้างเมื่อวานนี่คะ”
“น้องมิพี่ว่าน้องมิคงเข้าใจผิดกานต์ไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น พี่รู้จักแฟนพี่ดี น้องมิพูดแบบนี้ไม่ดีนะครับมันเป็การดูถูกคนอื่น ถ้าน้องมิไม่พอใจกานต์ที่กานต์พูดจาไม่ดีในวันนั้นพี่ขอโทษแทนด้วยแต่น้องมิไม่มีสิทธิ์ไปใส่ร้ายกานต์นะครับ” เขาพยายามอธิบาย และข่มอารมณ์ตนเอง
เ้าของร่างอวบอ้าปากค้างนี่หล่อนกลายเป็คนผิดหรือนี่ หวังดีแต่ดันถูกมองว่าเป็คนไม่ดีเสียเองก็เห็นมากับตาว่าแฟนพี่คมกำลังนอกใจควงหนุ่มคนอื่นในห้องสรรพสินค้าอย่างที่แม่เตือนจริงๆ ไม่มีทางที่เขาจะเชื่อหล่อนเลย
“มิไม่ได้ใส่ร้ายมิเห็นกับตา” หล่อนลองยืนยันอีกครั้ง แม้ความหวังริบหรี่
“พี่ว่าพอเถอะน้องมิมันจะเลยเถิดไปใหญ่พี่ไม่อยากฟังอีกแล้ว” คมฉณัฐตัดบททันที
เด็กสาวกัดฟันแน่นหล่อนบอกความจริงทำไมเขาถึงไม่รับฟังบ้างที่ยอมบอกเพราะหวังดี เพราะเป็ห่วงเหมือนที่เขาคอยดูแลเทคแคร์หล่อนแม้รู้ว่าตนเองไม่มีหวัง พี่คมไม่มีทางหันมามองเด็กกะโปโลเช่นหล่อนไม่มีทางสนใจยัยเด็กอ้วนคนนี้ก็ตาม ได้ฟังคำพูดเขาแล้วทำไมในอกถึงเจ็บมิลันดาแน่ใจในความรู้สึกตนเองว่าคงตัดใจจากพี่คมไม่ได้จริงๆ
ริมฝีปากอวบอิ่มกัดแน่นพยายามข่มใจในเมื่อวันนี้เขาโกรธก็ขอสารภาพความรู้สึกออกไปไม่ว่ามันจะจบยังไงหล่อนก็พร้อมจะยอมรับ
“พี่คมรู้ไหมคะทำไมมิถึงพูดเื่คุณกานต์ให้พี่คมได้รู้”
“ถ้าจะบอกพี่แบบนี้พี่ขอไม่รู้ดีกว่าน้องมิ”คมฉณัฐย้อน
“พี่คมจะตำหนิมิยังไงมิไม่ว่าหรอกค่ะแต่ที่มิบอกพี่เพราะมิไม่อยากให้พี่ถูกหลอก มิทำทุกอย่างเพราะมิ...รักพี่คมยังไงล่ะคะ รัก... มาตลอด มิเคยอยากให้พี่คมหันมามองมิบ้างพี่คมมองมิไม่ได้เหรอคะ” เด็กสาวสารภาพออกมาทั้งน้ำตา
คมฉณัฐชะงักจ้องมองเด็กสาวด้วยความไม่เข้าใจมิลันดากำลังล้อเล่นกับเขาใช่ไหม แต่จากสีหน้าคงไม่ใช่
“น้องมิพี่ว่าน้องมิกำลังสับสนนะครับ”
“มิไม่ได้สับสนค่ะมิแน่ใจในความรู้สึกตัวเอง” เด็กสาวยืนยันหนักแน่น
“น้องมิพี่ว่าน้องมิไม่ได้รักพี่หรอกครับความรู้สึกที่น้องมิมีให้กับพี่มันคงเป็เพราะน้องมิกำลังเข้าใจผิดเพราะน้องมิเห็นพี่ทำดีด้วย พอรู้สึกดีจึงคิดว่านี่คือความรัก” คมฉณัฐพยายามอธิบาย
“ไม่นะคะ!มิรักพี่คมจริงๆ!”
“น้องมิพี่มีคนรักแล้วนะครับ พี่ว่าน้องมิคงไม่ได้รักพี่อย่างที่คิดหรอกเพียงแต่น้องมิอาจจะเข้าใจผิดไว้น้องมิโตแล้วน้องมิจะเข้าใจ ตอนนี้น้องมิยังเด็กยังไม่รู้จักความรักหรอก”
“แต่มิรักพี่จริงๆนะคะ ทำไมพี่คมเห็นความรักของมิเป็เื่เข้าใจผิดล่ะคะ” มิลันดาสะอื้นออกมาไม่นึกว่าเขาจะมองความรักที่หล่อนมีให้ไม่มีค่าเช่นนี้
ชายหนุ่มเริ่มไม่พอใจเมื่อเห็นว่าเด็กสาวเริ่มพูดไม่รู้เื่ตัดสินใจเบรกรถแล้วหันกลับมาอธิบายให้เข้าใจอีกครั้ง
“พี่ว่าพอเถอะมิมันมากไปแล้ว พี่บอกว่ามิคิดแบบเด็กๆ ยังไม่เข้าใจความรักที่แท้จริงหรอก และต่อให้มิจะรักพี่จริงๆอยากที่พูด พี่ก็ไม่คิดจะรักเด็กอย่างมิหรอกนะ!” คมฉณัฐเริ่มหัวเสีย
คนถูกปฏิเสธหน้าซีดเผือดพี่คมกำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจกับคำสารภาพ หล่อนถูกคำว่ารักเล่นงานเข้าเสียแล้วถูกเขามองว่ารักของหล่อนไม่มีค่า มองหล่อนเป็แค่เด็กคนหนึ่งหล่อนรู้แล้วไม่ต้องตอกย้ำหรอกว่าเขาไม่มีทางรักหล่อนแน่คนอย่างมิลันดาเข้าใจดีแล้ว
“มิเข้าใจแล้วค่ะพี่คมพี่คมไม่ต้องพูดจาทำร้ายจิตใจมิหรอก ต่อให้พี่คมคิดว่ามิมันเด็กกะโปโลรักไม่เป็แต่มิยืนยันว่ามิรักพี่คม ต่อให้พี่คมจะไม่มีวันหันมารักมิก็ตามเถอะค่ะมิไม่ได้หวังให้พี่คมมารัก มิไม่เคยหวังเลยสักครั้ง มิขอตัวก่อนนะคะ!” เด็กสาวเปิดประตูฝั่งตนเองนั่งแล้ววิ่งออกนอกนรถทันที
คมฉณัฐถอนใจออกมาเฮือกใหญ่เขาไม่อยากจะเชื่อว่ามิลันดาจะคิดกับเขาแบบนั้น ทั้งๆที่กานต์สินีได้เตือนเขาไว้แล้วแต่เขากลับไม่เชื่อ อยากตามไปเพราะห่วงแต่ดูเหมือนมิลันดาจะขึ้นรถแท็กซี่เรียบร้อยแล้วชายหนุ่มตัดสินใจขับรถรอแฟนสาวที่หน้าบ้านต่อ
ทันทีที่ถึงบ้านมิลันดารีบวิ่งขึ้นชั้นบนดาวเรืองชะงักด้วยความแปลกใจบุตรสาวกลับบ้านมาตอนนี้แสดงว่าไม่ได้ไปเรียนหนังสือหล่อนถือวิสาสะเปิดประตูห้องเพื่อดูบุตรสาว เห็นนอนสะอื้นบนเตียง
“มิเป็อะไรลูก”คนเป็แม่เอ่ยถาม ขณะนั่งลงบนเตียง
เด็กสาวลุกนั่งน้ำตาอาบแก้มดาวเรืองรั้งร่างอวบเข้ามากอดแล้วลูบศีรษะ
“เื่พี่คมใช่ไหม”เธอถาม และค่อนข้างแน่ใจในเื่นี้
“มิขอโทษนะคะแม่แต่มิไม่เข้าใจตัวเองเลย ทำไมถึงรู้สึกกับพี่คมมากมายขนาดนี้มิไม่ชอบเวลาพี่คมอยู่กับแฟน มิโกรธที่เห็นแฟนพี่คมนอกใจ” เด็กสาวสบตามารดา“มิบอกพี่คมเื่แฟนค่ะแม่ แต่พี่คมไม่เชื่อแถมยังต่อว่ามิอีกมิเลยสารภาพกับพี่คมว่ามิรักพี่เขาแต่พี่คมปฏิเสธแล้วบอกว่ามิเด็กเกินไปไม่รู้จักความรักแม่คะมิแน่ใจว่าสิ่งที่มิรู้สึกคือความรัก”
“มิ...ฟังแม่นะลูก มิยังเด็กมากมิอาจจะรักพี่คมจริง แต่พี่คมเขาเป็ผู้ใหญ่ แล้วเขาก็เป็ผู้ชายเขาไม่เข้าใจความรักที่มิมีให้หรอกนะ เพราะเขาขีดเส้นแบ่งแล้วว่ามิยังเด็กกว่าเขามาก”
หล่อนฟังคำมารดาน้ำตาไหลริน หากเป็เช่นนี้ขอไม่พบหน้ากันให้ช้ำใจดีกว่า หล่อนรู้สึกอับอายไม่้าสนิทสนมดังเช่นเมื่อก่อน อยากตัดใจให้ได้เร็วๆ
“มิไม่อยากเจอพี่คมอีกแล้วค่ะแม่มิไม่อยากรู้สึกอะไรกับพี่เขาอีกแล้ว”
“ไม่อยากเจอไม่เป็ไรถ้าพี่คมมาหาแม่จะบอกว่ามิไม่สบาย”
“ค่ะแม่”
ดาวเรืองปลอบโยนบุตรสาวพักใหญ่จนเห็นว่าหลับแล้วหล่อนลงมาข้างล่างสามีกลับจากทำงานเลยปรึกษากันเื่บุตรสาว คนเป็พ่อถอนหายใจเฮือกใหญ่ไม่คิดว่าลูกจะโตเร็วขนาดนี้