มัทรีไม่คิดว่าตัวเองจะได้พบเทพทัตอีกในเร็ววันนักหากเพียงหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหญิงสาวก็ได้เจอผู้กองหนุ่มที่ตลาดนัดซึ่งจะมีเฉพาะวันศุกร์ตรงข้ามธนาคารเพียงแห่งเดียวในอำเภอชายหนุ่มยังอยู่ในเครื่องแบบเต็มยศโดยไม่มีผู้ติดตามเขากำลังเดินกลับมาที่รถขณะที่มัทรีเพิ่งลงจากรถของตัวเองไม่ไกลกันนัก หญิงสาวได้แต่ภาวนาไม่ให้เขาหันมาเห็นเธอเข้าแต่ภาวนายังไม่ทันจะจบเสียงเรียกก็ดังขึ้นเสียก่อน
“สวัสดีครับคุณนักเขียน”ชายหนุ่มทักพร้อมกับเดินเข้ามาหา
“อ้าวสวัสดีค่ะผู้กอง มาซื้อของหรือมาทำงานคะ” มัทรีตอบและถามอย่างเสียไม่ได้ไม่อยากจะเสวนากับเขานักหรอก แต่ก็ไม่อยากเสียมารยาท เพราะคำเสนอตัวของเขานั่นเทียวมันทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่คิดถึง
“เรียกว่ามาดูดีกว่าครับ”เขายกมือขึ้นแบให้หญิงสาวดู
“งั้นก็มาทำงาน”หญิงสาวสรุป
“ทั้งสองอย่างครับจริง ๆ คือตั้งใจมาซื้อของเผื่อว่าจะได้อะไรไปทำกินพรุ่งนี้บ้างแต่ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลก็ต้องจัดการตามหน้าที่” เทพทัตตอบหากเบื้องลึกมีเขาเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองมาสังเกตการณ์ดูความเคลื่อนไหวและความเป็ไปเผื่อมีการลักลอบพูดคุย ตกลงค้าขายสิ่งอื่น
“แหม...ดีจริงค่ะ อย่างนี้เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”
“สามครับ”ชายหนุ่มบอกยิ้ม ๆ เห็นมัทรีเอียงคอมองเหมือนสงสัย เขาก็เฉลย “สามคือได้เจอคุณ”
มัทรีพยักหน้าแสดงว่าเข้าใจพยายามเก็บอาการขัดเขินเอาไว้ไม่รู้ว่าเขาจงใจวางขนมจีบล่อเธอหรือว่าแค่ล้อกันเล่นพอขำ ๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าผู้กองโชคดีมากค่ะเพราะนกตัวที่สามไม่ใช่นกธรรมดา แต่เป็นางฟ้าต่างหาก” หญิงสาวกล่าวแก้ ถ้าเทพทัตจะเพียงแค่ทำเล่นๆ ก็นับว่าเขาเล่นผิดคนเสียแล้ว
จากนั้นมัทรีก็เห็นชายหนุ่มมองมาด้วยสีหน้างุนงง
“ก็ฉันไงคะ”มัทรีพูด พลางยกมือชี้นิ้วโป้งเข้าหาตัวเอง
“คุณ?”ชายหนุ่มหรี่ตามองราวประเมิน แล้วก็ส่ายหน้าตามด้วยการหัวเราะถ้าไม่ติดว่าเป็ผู้ชายมัทรีเชื่อว่าเขาคงเบ้ปากให้ด้วยความหมั่นไส้
“อะไรกันคุณเบ้าหน้า์ประทานขนาดนี้” มือของหญิงสาวที่ชี้หน้าตัวเองยังยกค้างหากคราวนี้เธอยังทำท่าลอยหน้าลอยตาประกอบไปพร้อมกัน
“ถ้าบอกว่านรกส่งมาคงน่าเชื่อถือกว่า”
ครั้นเห็นชายหนุ่มไม่คล้อยตามมัทรีจึงแอบสรุปความในใจว่าเขาคงไม่คิดจะจีบเธอแน่นอน
“แล้วก็ส่งปากเน่าๆ มาให้คุณด้วย นี่แอบกินหมาเฝ้าประตูนรกเข้าไปด้วยหรือเปล่าเนี่ย”
ทำไมเธอจะต้องรู้สึกผิดหวังด้วยนะ
แทนที่จะโกรธเทพทัตกลับหัวเราะเบาๆ
“งั้นแสดงว่าเราถูกส่งมาคู่กันว่าแต่มันมีด้วยเหรอครับ ไอ้หมาเฝ้าประตูนรกนี่” รู้ทั้งรู้ว่าเธอแกล้งพูดส่งเดชแต่เขาก็ยังจะย้อนถาม
“ไม่เอาละค่ะฉันี้เีเถียงกับคุณ ขอตัวนะคะขืนชักช้าเดี๋ยวไม่มีอะไรให้ซื้อ”หญิงสาวหันหลังให้เทพทัตแล้วรีบเดินห่างไป แต่ชายหนุ่มกลับก้าวตามเธอไม่หยุด
“ทำเป็เขินไปได้คู่กัดน่ะคุณไม่ใช่เนื้อคู่”
“ไหนผู้กองว่าจะกลับแล้วไม่ใช่เหรอ...ก็กลับไปสิคะ” หญิงสาวไม่พูดแค่ปากอย่างเดียวมือยังขยับโบกตามอีกต่างหากไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาเพราะเกรงว่าจะเข้าตัวหนักกว่าเดิมอีก
“ลองดูอีกรอบดีกว่าครับบางทีเดินกับคุณผมอาจจะคิดเมนูอะไรดี ๆ ออกหรือขอคำแนะนำได้”
พอ้าความช่วยเหลือเทพทัตก็เปลี่ยนมาทำเป็พูดดีกับเธอทีเดียวหญิงสาวลืมไปเสียสนิทว่าชายหนุ่มนั้นไม่ได้เป็คนหาเื่ั้แ่ต้น
“ฉันไม่สันทัดเื่พวกนี้หรอกนะคะ”เธอถ่อมตัวด้วยน้ำเสียงสูงลิบ
“ผมก็ว่าอย่างนั้น”ชายหนุ่มหยุดเดิน กวาดตามองเธอั้แ่หัวจรดเท้าก่อนจะกล่าวเอาใจ“แต่ก็คงได้เื่กว่าผู้ชายอย่างผม”
“อันนี้ไม่เถียงค่ะ”มัทรีหัวเราะเก้อ ๆ ดวงตาวาววับอย่างเตรียมพร้อมจะเอาเื่ค่อยอ่อนแสงลง
“ผู้กองอยู่บ้านพักไม่ใช่เหรอคะแล้วนี่อยู่กินกันยังไง” ความจริงเธอก็ไม่ได้สนใจอะไรเขามากมายแต่ถามแก้เก้อไปอย่างนั้นเอง
นอกจากรู้เื่ความเป็อยู่ของเขาแล้วมัทรียังรู้ว่าผู้กองหนุ่มนั้นยังโสดแถมโสดสนิทอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วยส่วนครอบครัวที่ประกอบด้วยพ่อแม่ พี่ชายและพี่สาวของเขาอาศัยอยู่อีกจังหวัดหนึ่งซึ่งข้อมูลนี้ก็มาจากครูแววดาวภรรยาของหมวดเสริมศักดิ์ จะว่าไปฝ่ายนั้นก็ดูคล้าย ๆจะเชียร์ผู้กองหนุ่มให้เธออยู่เหมือนกัน
“ร้านอาหารตามสั่งแถวๆ โรงพักนั่นละครับ ผูกปิ่นโตเขาเอาไว้ วันไหนเบื่อก็เข้าเมือง แล้วคุณล่ะ?ได้ยินว่าย้ายมาจากกรุงเทพ อยู่บ้านนอกบ้านนาแบบนี้ไม่ลำบากแย่เหรอ” ั้แ่รู้จักกันมาเธอเห็นเขาพูดประโยคยาวๆ ก็วันนี้เอง
“ไม่นี่คะปิดเทอมทีไรฉันก็มาอยู่กับยายทุกปี” หญิงสาวตอบเขา ขณะที่โน้มตัวลงหยิบผักกาดขาวขึ้นมาดู
“ขายยังไงคะ”เธอถามแม่ค้า
“หัวละสิบบาทค่ะ”
หญิงสาวห่อปากอุทานเบาๆ แน่นอนว่าเธอหาซื้อผักสดปริมาณเท่านี้ ราคานี้ที่กรุงเทพไม่ได้แน่อยากบอกผู้กองหนุ่มเหลือเกินว่านี่ละคือสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอมาอยู่ต่างจังหวัดแต่ยั้งปากยั้งคำไว้ทัน
“ขายถูกจังเลยค่ะป้า”มัทรีพูด ส่วนมือก็เลือกผักชนิดอื่นไปด้วย
“ผักปลูกเองไม่ได้ใส่ยาฆ่าแมลงหรือดูแลอะไรมากมาย ขายราคานี้ก็คุ้มแล้วค่ะครู”
หญิงสาวงงที่ถูกเรียกแบบนั้นแต่พอมองไปหลังร้านเห็นคนที่ก้มหน้าอยู่กับสมุดการบ้านหญิงสาวก็หายสงสัยแล้วยิ้มให้กับคนขาย สุดท้ายมัทรีก็เลือกผักได้หลายอย่าง ๆ ละห้าบาทบ้างสิบบาทบ้างแล้วยื่นให้แม่ค้าคิดเงิน
“ห้าสิบบาทค่ะ”
“ถ้าอยู่กรุงเทพหมดนี่ไม่ต่ำกว่าร้อย” หญิงสาวพูดไปก็เปิดกระเป๋าหาเงินจ่ายค่าผักไปแล้วเธอก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“ป้าคะมัทไม่มีแบงก์ย่อยเลยค่ะ ป้ามีทอนไหม” หญิงสาวทำเสียงอ่อนส่วนมือก็หยิบธนบัตรสีเทาขึ้นมาโบกเบา ๆ
“ป้าไม่มีหรอกค่ะเนี่ยเพิ่งขายได้ไม่กี่ร้อย” แม่ค้าที่เป็แม่ของลูกศิษย์เธอด้วย ยิ้มแห้งมือควานลงไปในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนที่คล้องคออยู่แล้วล้วงหลักฐานขึ้นมาแสดง
“งั้นมัทขอติดไว้ก่อนได้ไหมคะเดี๋ยวจะฝากกับขวัญใจไปให้”
“นี่ครับ...”
แม่ค้ายังไม่ทันตัดสินใจหรือตอบตกลงธนบัตรใบละร้อยบาทถูกชายหนุ่มยื่นใส่มือให้
“ได้ไงคะฉันเป็คนซื้อฉันก็ต้องเป็คนจ่ายเงินเองสิ” หญิงสาวท้วง ก้มหน้าลงซ่อนยิ้ม
“นี่ของผมต่างหากส่วนคุณก็เป็คนทำให้ผมกิน จะได้หายกัน” เขามัดมือชกหน้าตาเฉยแถมชายหนุ่มยังรับผักถุงนั้นมาถือให้อีก แล้วผักอีกถุงก็ถูกส่งตามมา
“อันนี้แถมให้ค่ะ”
“อุ๊ย! ขอบคุณค่ะ ของซื้อของขายไม่น่าให้มัทฟรี ๆ”หญิงสาวเปลี่ยนท่าทีจากจะรบกับตำรวจในเครื่องแบบตรงหน้าไปยิ้มหัวกับแม่ค้าแทบไม่ทัน
“ลูกสาวพูดถึงครูมัทบ่อยๆ ว่าครูมัททั้งสวยทั้งใจดี” เจอคำชมซึ่งหน้า มัทรีก็ถึงกับเขินพูดอะไรไม่ออก
“ขอบคุณนะคะ”มัทรียกมือไหว้แม่ของลูกศิษย์ ก่อนจะก้าวจากไป
“นี่ผู้กองฉันยังไม่ได้ตกลงอะไรกับคุณเลยนะ” มัทรีถลึงตามองเทพทัตเป็การบอกกลาย ๆ ว่าเธอไม่พอใจกับการกระทำของเขา
“แต่ผมตกลงแล้วงั้นเอาแบบนี้ก็ได้” ชายหนุ่มเว้นจังหวะพอเดินห่างจากร้านและบริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่านออกมาเล็กน้อยผู้กองหนุ่มก็บอก
“มัทครับทำกับข้าวเลี้ยงผมสักมื้อนะครับ”
มัทรีเบิกตากว้างแทบไม่แทบในสิ่งที่ได้ยิน นึกไม่ถึงว่าเทพทัตจะเล่นบทขี้อ้อนได้ และมันน่าหมั่นไส้เป็ที่สุดในความรู้สึกของเธอ
“ทำเสียงทำหน้าแบบนี้ คุณคุกเข่าไปเลยเถอะ”
“พอดีผมไม่ได้เอาแหวนมา”เขายอมแพ้เธอเสียที่ไหน
“ฉันทำกับข้าวไม่ค่อยเป็ค่ะกลัวผู้กองกินไม่ได้” หญิงสาวพูดเสียงหวาน พร้อมจะเล่นทุกบทบาท
“ผมเป็คนกินง่ายคุณถนัดเมนูไหนก็ทำเมนูนั้นเถอะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เห็นจะเป็ไข่ต้มมั้งคะ”เธอทำท่าครุ่นคิดก่อนจะตอบแล้วแอบลอบยิ้มเมื่อเห็นเทพทัตทำตาเหลือก
“ผมว่าแถมพริกน้ำปลาก็โอเคอยู่นะ”
มัทรีเลยหัวเราะขันอย่างอดไม่อยู่ปกติเวลามีชายหนุ่มมาร่วมรับประทานอาหารด้วยทั้งทีหญิงสาวที่ไหนจะอดไม่แสดงฝีมือได้ไหวแม้แต่คนที่ทำอาหารไม่เป็จริง ๆ ก็คงทำมากกว่าไข่ต้ม
“ถ้าผู้กองกินข้าวกับไข่ต้มได้จริงๆ เป็พรุ่งนี้ได้ไหมคะ เย็นนี้ฉันขอไปฝึกต้มไข่ก่อน” หญิงสาวต่อรอง
“เอางั้นเลยนะครับ”เทพทัตหัวเราะบ้าง
หญิงสาวซื้อของอีกหลายอย่างทั้งอาหารทะเลพวกกุ้ง ปลาหมึก หมู ไก่ยิ่งมีคนช่วยถือของและแย่งจ่ายเงินเธอยิ่งอยากแกล้งสุดท้ายก็เลยกลายเป็ว่ามัทรีเลือกซื้อของเพลินไปจนกระทั่งได้ครบตามที่้า
“ขอบคุณมากค่ะผู้กองแยกกันตรงนี้นะคะ” หญิงสาวบอกผู้กองหนุ่ม หลังจากเทพทัตเอาของที่ซื้อมาใส่ท้ายรถให้เรียบร้อยแล้ว
“ครับพรุ่งนี้เจอกัน” ชายหนุ่มรับคำด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่มีการโยกโย้โอ้เอ้เพราะแค่หลับแล้วตื่น เขาก็จะได้เจอและแกล้งเธออีก
หลังจากต่างคนต่างขึ้นรถและขับกลับบ้านของตัวเองมัทรีก็อมยิ้มกับตัวเองพร้อมกับมาดหมายบางอย่างอยู่ในใจ ลืมไปเสียสนิทว่าในขณะที่เธอคิดจะใช้แรงงานเขานั้นชายหนุ่มก็ได้โอกาสใกล้ชิดเธอด้วย