ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 165 : พิธีกรรมหลอมดวงใจ

    จารึกที่ 165 : พิธีกรรมหลอมดวงใจ | การก้าวข้ามสู่ระดับสี่


    แสงตะเกียงน้ำมันในกระท่อมท้ายสำนักสั่นไหววูบวาบ บรรยากาศภายในร้อนระอุไปด้วยไอหมอกจางๆ จากร่างของหุ่นศิลาที่กำลังทรุดโทรม

    บนแท่นศิลา ร่างของ 'เจ้าสัว' นอนนิ่งสนิท แสงในดวงตาดับวูบไปแล้ว เหลือเพียงไอร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากรอยแยกตามตัวที่เกิดจากการฝืนใช้พลังเกินขีดจำกัดในการต่อสู้ครั้งล่าสุด


    "เร็วเข้าอาเจีย! ชีพจรกลไกของมันหยุดทำงานแล้ว!"


    หลี่มู่กู่ ตะโกนสั่งการ มือข้างหนึ่งถือค้อนปฐพี อีกข้างใช้คีมคีบ 'เศษเกราะเหล็กดารา' (ที่ได้จากแม่ทัพมาร) เผาไฟวิญญาณจนแดงฉาน


    "ข้ากำลังขึ้นรูป 'ภาชนะ' ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยทำมา... แต่ลำพังเหล็กดารา มันเป็นแค่ก้อนโลหะโง่ๆ ...เจ้าต้องใส่วิญญาณให้มัน!"


    "เข้าใจแล้ว!"


    อาเจียกัดฟัน หยิบ พู่กันนิรันดร์ ออกมาตวัดวาดกลางอากาศ


    เขาไม่ได้ใช้น้ำหมึกธรรมดา แต่ใช้เลือดจากปลายนิ้วของตนเองหยดลงไปผสานกับปลายพู่กัน เพื่อให้การเชื่อมต่อสมบูรณ์ที่สุด


    "ท่านอาจารย์... ช่วยข้าด้วย" อาเจียร้องขอในใจ


    [ตั้งสติอาเจีย...] เสียงมู่เฉินดังก้อง [นี่คือบททดสอบแรกของการก้าวข้ามระดับสาม... เจ้าจงใช้อักขระ 'ผสานกฎเกณฑ์' ...เปลี่ยนก้อนเหล็กนั่น ให้กลายเป็น 'หลุมดำ' ที่กักเก็บพลังได้]


    "อักขระ : ผนึกวิญญาณศัสตรา!"


    ปลายพู่กันตวัดวาดเส้นสายสีแดงฉานลงบนก้อนเหล็กดาราที่หลี่มู่กู่กำลังทุบขึ้นรูป เส้นสายเหล่านั้นไม่ได้นูนขึ้นมา แต่กลับ 'จม' ลึกลงไปในเนื้อเหล็กเหมือนกรดกัดกร่อน


    เคร้ง! เคร้ง! วูบ!


    หลี่มู่กู่ทุบครั้งสุดท้าย ก้อนเหล็กดาราแปรสภาพกลายเป็น "ลูกแก้วโลหะสีดำสนิท" ที่ภายในกลวงเปล่าและสลักลวดลายซับซ้อน


    "เสร็จแล้ว... 'ดวงใจศัสตรา : กายาเหล็กดารา'" หลี่มู่กู่หอบหายใจแฮ่กๆ "แต่มันยังเป็นแค่ภาชนะว่างเปล่า... อาเจีย! ถ่ายพลังจากศิลาของเจ้าเข้าไป!"


    เขาบรรจุลูกแก้วโลหะลงไปในช่องอกของเจ้าสัว แล้วหันมาสั่ง


    "ใช้ 'ศิลา' ของเจ้า... ถ่ายเทปราณแห่งความว่างเปล่าเข้าไปกระตุ้นมัน! ...จำไว้ อย่าใส่มากเกินไป ไม่งั้นระเบิดแน่! เอาแค่ให้ 'เชื้อไฟ' มันจุดติดก็พอ!"


    อาเจียพยักหน้าหน้าเครียด เขากำ ศิลาสีดำ (หัวใจแห่งความว่างเปล่า) ไว้ในมือซ้ายแน่น สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่พร้อมจะกัดกินทุกสิ่ง

    เขาใช้มือขวาทาบลงบนหน้าอกของเจ้าสัว เหนือตำแหน่งหัวใจใหม่


    "เจ้าสัว... จงรับกฎเกณฑ์ใหม่ของข้าไป!"


    วูบ!!!


    กระแสพลังงานสีดำทมิฬไหลทะลักออกจากศิลาในมืออาเจีย วิ่งผ่านแขน พุ่งเข้าไปใน "หัวใจเหล็กดารา" กลางอกเจ้าสัวราวกับเขื่อนแตก


    กึก... กึก...


    ร่างหุ่นยักษ์กระตุกเกร็ง รอยร้าวตามตัวเริ่มเปล่งแสงสีม่วงดำออกมา แทนที่จะเป็นสีแดงเหมือนแก่นอสูรเดิม


    "พอ! พอได้แล้ว! มันจะล้นแล้ว!" หลี่มู่กู่ตะโกนลั่น


    "ข้าหยุดไม่ได้!" อาเจียร้องเสียงหลง "แรงดูดมันมหาศาลมาก! ศิลามันพยายามจะถ่ายพลังไปยึดครองร่างเจ้าสัว!"


    [ อันตราย... ตรวจพบพลังงานเกินพิกัด... ] เสียงจิตวิญญาณสังเคราะห์ของเจ้าสัวดังขึ้นอย่างแผ่วเบาเป็นครั้งแรก


    [ใช้พู่กัน! ...ตัดขาดกฎเกณฑ์เดี๋ยวนี้!] มู่เฉินตวาด


    อาเจียได้สติ ตวัดพู่กันนิรันดร์ในมือขวา ตัดสายธารพลังงานสีดำกลางอากาศฉับพลัน!


    "จงสงบ!!"


    ด้วยอำนาจแห่งพู่กันนิรันดร์ กระแสพลังที่บ้าคลั่งถูกตัดขาดและย้อนกลับเข้าสู่ศิลาในมือซ้ายทันที ส่วนพลังที่หลงเหลืออยู่ในตัวเจ้าสัว ถูกอักขระที่จารึกไว้บีบอัดจนควบแน่นเข้าไปในหัวใจเหล็กดารา


    ตูม!


    คลื่นกระแทกไร้เสียงระเบิดออกจากร่างเจ้าสัว!


    ฝุ่นผงรอบตัวถูกผลักออกไปเป็นวงกลม ร่างหินที่เคยเทอะทะเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง... ผิวชั้นนอกที่เป็นหินหยาบกร้านกะเทาะร่วงกราวลงมา เผยให้เห็นผิวชั้นในที่เป็น "โลหะผสมหินสีดำสนิท" (ผลจากการชุบตัวในบ่อโลหะทมิฬเมื่อครั้งอดีต ผสานกับพลังใหม่) ที่มีความมันวาวและเรียบเนียนกว่าเดิม รูปร่างของมันดูเพรียวขึ้น มีมัดกล้ามเนื้อศิลาที่ชัดเจนขึ้น


    และที่กลางหน้าอก... ดวงใจเหล็กดาราหมุนวนช้าๆ ปลดปล่อยละอองแสงสีม่วงแห่งความว่างเปล่าออกมาหล่อเลี้ยงทั่วร่าง


    ดวงตาของมันสว่างวาบขึ้น... ไม่ใช่สีทอง แต่เป็น สีม่วงดารา


    [ การผสานชีพจรสมบูรณ์... แหล่งกำเนิดพลังงาน : ตันเถียนสูญตา (จำลอง) ]


    [ ระดับขั้นพลัง : ก้าวข้ามขีดจำกัด ]


    [ สถานะ : วิวัฒนาการเสร็จสิ้น ]


    เจ้าสัวค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ความสูงของมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย การเคลื่อนไหวลื่นไหลและเงียบเชียบจนน่าขนลุก ราวกับนักฆ่าในร่างยักษ์


    "สวยงาม..." หลี่มู่กู่น้ำตาไหลพราก (ด้วยความปิติของช่าง) "นี่คืองานศิลปะ! ...เจ้าดูสิ พลังงานมันไหลเวียนเป็นวัฏจักร ไม่สูญสลายแม้แต่น้อย!"


    อาเจียเดินเข้าไปเคาะเกราะหน้าอกเจ้าสัวดัง เปรี้ยง! (เสียงแน่นปึก)


    "เยี่ยม... ในที่สุดเจ้าก็มีร่างที่คู่ควรกับชื่อเสียที"


    อาเจียลูบไล้เกราะสีดำมะเมื่อมที่แผ่ไอความเย็นยะเยือกออกมา


    "เจ้าสัว... นับจากนี้ นามของเจ้าคือ 'เจ้าสัวทมิฬ : ร่างมารสวรรค์'"


    เจ้าสัวพยักหน้าช้าๆ [ รับทราบ... นามเรียกขาน : เจ้าสัวทมิฬ... สถานะ : พร้อมรบ ]


    ...


    ช่วงสายของวันเดียวกัน


    หลังจากที่หลี่มู่กู่ขอตัวกลับไปนอนสลบไสล (เพราะใช้พลังวิญญาณในการขึ้นรูปเหล็กดาราจนหมดเกลี้ยง) อาเจียก็ยังคงตื่นเต้นกับผลงานชิ้นโบแดง


    เขาตัดสินใจทดลองฝึกฝนวิชาจาก แผ่นหยก บทที่ 1 ต่อทันที


    "ท่านอาจารย์บอกว่า ข้าติดอยู่ที่ระดับ 3 มาตลอด..." อาเจียพึมพำ "แต่เมื่อกี้ ตอนที่ข้าผสานพลังลงในหัวใจเจ้าสัว ข้ารู้สึกเหมือนจับเคล็ดอะไรบางอย่างได้"


    เขานั่งขัดสมาธิกลางห้อง หลับตาลง มือวางทาบลงบน ศิลาสีดำ เพื่อดึงพลังมาใช้อย่างต่อเนื่อง


    วิชา : การลบตัวตน (ระดับ 4 - ผสานกฎเกณฑ์)


    "ไม่ใช่แค่การหักเหแสง (ระดับ 3)... แต่คือการเขียนกฎขึ้นมาใหม่ว่า 'ข้าไม่ได้อยู่ตรงนี้'"


    หนึ่งชั่วยามผ่านไป...


    ด้วยการช่วยเหลือจากศิลาต้นกำเนิด ความก้าวหน้าของอาเจียรวดเร็วราวกับติดปีก


    จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นหน้ากระท่อม ประตูถูกเปิดผัวะเข้ามาโดยไม่เคาะ


    เฟิงอี้หราน เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


    "อาเจีย! ตื่นหรือยัง! ข้ามีเรื่องด่วน..."


    เฟิงอี้หรานชะงัก มองไปรอบๆ ห้องที่ (ดูเหมือน) ว่างเปล่า


    "อ้าว... ไม่อยู่เหรอ? ...รองเท้าก็ถอดอยู่นี่นา"


    นายน้อยตระกูลเฟิงเดินวนไปรอบห้อง เดินผ่านหน้าอาเจียที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไปในระยะประชิด... แต่กลับมองไม่เห็น! และสัมผัสถึงตัวตนไม่ได้เลย!


    "แปลกจริง... หายหัวไปไหนของมัน" เฟิงอี้หรานบ่นพึมพำ พลางเอื้อมมือไปหยิบกาน้ำชาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง (ซึ่งอยู่ติดกับเข่าของอาเจีย)

    อาเจียที่นั่งลืมตามองอยู่ กลั้นขำสุดชีวิต


    'สำเร็จ! ระดับ 4 ของจริง! มันมองไม่เห็นกฎเกณฑ์ของข้า!'


    แต่ทว่า... ความลิงโลดทำให้สมาธิหลุด


    วูบ!


    กฎเกณฑ์คลายตัวลง ร่างของอาเจียปรากฏขึ้นวูบวาบ


    "จ๊ะเอ๋!"


    "เฮ้ย!!"


    เฟิงอี้หรานตกใจจนสะดุ้งโหยง ทำกาน้ำชาหลุดมือ


    เพล้ง!


    "เจ้า! ...เจ้ามานั่งหัวโด่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" เฟิงอี้หรานชี้หน้า มือไม้สั่น "เมื่อกี้ข้าเดินผ่านเจ้าไป ข้าสาบานได้ว่าตรงนี้มันว่างเปล่า!"


    อาเจียหัวเราะร่า "วิชาใหม่น่ะสหายเฟิง... เป็นไง? เนียนไหม?"


    เฟิงอี้หรานหรี่ตามอง แววตาพ่อค้าทำงานทันที


    "เนียน... เนียนจนน่ากลัว... ถ้าเจ้าเอาวิชานี้ไปลอบสังหารใคร รับรองว่าตายโดยไม่รู้ตัว"


    เขากระแอมไอ ปรับอารมณ์ให้กลับมาจริงจัง


    "แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน... ข้ามาแจ้งข่าวสำคัญ"


    เฟิงอี้หรานหยิบเทียบเชิญสีทองขลิบแดงที่ดูหรูหราออกมาจากอกเสื้อ แล้วโยนลงบนตักอาเจีย


    "เทียบเชิญด่วนจาก 'สำนักกระบี่นิรันดร์' ...ต้นสังกัดของฉินมู่หลาง"


    "พวกเขาส่งสารมาทวงตัวฉินมู่หลางกลับ... และระบุชื่อเจ้า 'อาเจีย' ให้ไปร่วมงาน 'ประลองยุทธ์เชื่อมสัมพันธ์ 5 สำนักใหญ่' ที่จะจัดขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า"


    "ประลองเชื่อมสัมพันธ์?" อาเจียเกาหัว "ฟังดูเหมือนงานเลี้ยงน้ำชา?"


    "น้ำชาเลือดน่ะสิ!" เฟิงอี้หรานแค่นหัวเราะ "มันคือสังเวียนที่แต่ละสำนักจะส่งตัวตายตัวแทนมาประชันฝีมือ... และปีนี้ เจ้าคือ 'เป้าหมาย' อันดับหนึ่งที่อัจฉริยะทุกสำนักอยากจะเด็ดหัว!"


    อาเจียมองเทียบเชิญในมือ แล้วหันไปมอง เจ้าสัวทมิฬ ที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้องด้วยแววตาสีม่วงวาวโรจน์


    "ดูเหมือนชีวิตสงบสุขของข้าจะจบลงแล้วจริงๆ สินะ..."


    เขายิ้มมุมปาก


    "ก็ดี... ถ้าอยากลองของนัก ก็เตรียมค่าครูมาเยอะๆ แล้วกัน!"

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน