บทที่ 19 อยู่ให้ห่างจากเขา รู้หน้าไม่รู้ใจ
เถ้าแก่เฉียนพามู่ซีไปยังเรือนสี่ประสานขนาดเล็ก ทางฝั่งตะวันออกของเมือง อันเป็ที่ตั้งของจวนตระกูลเฉิน
เมื่อเถ้าแก่เฉียนมาถึง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าจวนตระกูลเฉินรีบวิ่งออกมาต้อนรับ "ท่านเฉียน ท่านมาแล้วในที่สุด!"
ใต้เท้าเฉินมีรูปร่างอ้วนท้วน บนใบหน้ามันเยิ้มเต็มไปด้วยความกังวลใจ ข้าง ๆ ท่านยังมีหญิงสาวแต่งกายจริตจะก้านแพรวพราวยืนอยู่ด้วย นางแกว่งผ้าเช็ดหน้าเบา ๆ ด้วยความรำคาญใจ
เถ้าแก่เฉียนพยักหน้าแล้วพูดด้วยความตื่นเต้นว่า "ท่านเฉิน ข้าพาอาจารย์มาให้ท่านแล้ว!"
พอดีกับที่พูดจบ มู่ซีก็พาเฉยจือลงจากรถม้าปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
ใต้เท้าเฉินถึงกับงงงัน มองไปที่เถ้าแก่เฉียนด้วยความไม่อาจเชื่อ "นี่คืออาจารย์ที่เ้าไปเชิญมาให้ข้าหรือ?"
เขาเหลือบมองสาวน้อยที่อายุยังน้อยกว่าลูกสาวของเขาเสียอีก
"ใช่แล้ว ท่านเฉิน อย่าดูถูกที่สาวน้อยมู่อายุยังน้อยนะ แต่นางนี่เก่งมากเลย รับรองว่าจัดการเื่ของบ้านท่านได้แน่นอน"
"ท่านเถ้าแก่เฉียน การไปเชิญสาวน้อยมาจัดการเื่นี้ ท่านกำลังหลอกเ้านายของข้าเล่นอยู่หรือเปล่า"
อนุสี่ อนุของตระกูลใต้เท้าเฉินอดใจไม่ไหว กลอกตาขึ้น มู่ซีมองดู เห็นว่าอากาศชั่วร้ายบนหน้าผากของหญิงนางนี้เกือบจะล้นออกมาแล้ว ก็ไม่รู้เป็เพราะเหตุใด ถึงยังคงอวดอ้างข่มเหงได้ขนาดนี้ คิดจริง ๆ ว่าเพราะมีผู้ชายคอยเอ็นดู จึงจะลอยหน้าลอยตาทำอะไรก็ได้ไม่มีขอบเขตกระนั้นหรือ!
บนหน้าของใต้เท้าเฉินก็ปรากฏความไม่พอใจ พูดแข็งกร้าวว่า "เฒ่าเฉียน เราคบหากันมานานหลายปี เ้าจะทำอย่างนี้หลอกลวงข้าได้อย่างไร?"
"ข้าหลอกลวงเ้าเมื่อไหร่กัน?"
เถ้าแก่เฉียนแสดงอาการหมดหนทาง แล้วหันมามองที่มู่ซี "คนที่ช่วยข้าแก้ปัญหาในครั้งนั้น ก็คือนางนี่แหละ! เ้าอย่าไม่เชื่อเลย สาวน้อยมู่ทำนายแม่นมากเลยนะ!"
"เถ้าแก่เฉียน"
มู่ซีเปิดปากพูดขึ้นมาทันใด "เมื่อพวกเขาไม่ยินดีให้ข้ามาแก้ไขเื่นี้ ก็ปล่อยให้เื่นี้จบลงเพียงเท่านี้เถิด"
นางก็ไม่มีความปรารถนาที่จะช่วยแก้ไขภัยพิบัติให้กับผู้ที่สมควรได้รับกรรมอยู่แล้ว
"ไม่… สาวน้อยไม่?"
เถ้าแก่เฉียนตะลึงงัน เขายังนึกว่ามู่ซีจะโกรธ แต่ไม่คาดคิดว่านางจะเข้าใจเหตุผลได้อย่างลึกซึ้งถ่องแท้เช่นนี้
"เฒ่าเฉียน เมื่อสาวน้อยเขาก็ไม่เต็มใจ ก็แล้วกันเถิด พวกเ้าไปได้เลย วันนี้เราถือว่าไม่เคยพบกัน!"
ใต้เท้าเฉินเห็นได้ชัดว่าโกรธแล้ว รู้สึกว่าเถ้าแก่เฉียนตั้งใจมาดูท่านเป็ที่ขบขัน
แม้เถ้าแก่เฉียนจะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ท้ายที่สุดก็เป็เพื่อนสนิทกันมาหลายปี ไม่อาจทนมองให้ครอบครัวของเขาต้องทุกข์ยาก จึงอดใจไม่ได้ที่จะพูดโน้มน้าวอีกสักครั้ง "ไม่ใช่อย่างนั้น เฒ่าเฉิน คนอย่างนางนั้นจริง ๆ แล้ว..."
"เถ้าแก่เฉียน!" อนุสี่เอ่ยขึ้นมาตัดคำพูดของเถ้าแก่เฉียนกลางคัน พร้อมกรีดกรายนิ้วอย่างไม่พอใจ
"นายท่านของข้าเคยช่วยเหลือท่านมาก่อน ท่านจะทำอย่างไรก็ตาม แต่ก็ไม่ควรซ้ำเติมคนในยามยากเช่นนี้ บัดนี้สภาพการณ์ในบ้านเป็เช่นนี้ ท่านทำให้นายท่านของข้าดีใจไปเปล่า ๆ อย่างนั้นหรือ" นางพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เถ้าแก่เฉียนถูกเสียดสีจนหน้าแดงก่ำทั้งใบ แต่ใน่เวลานั้นใต้เท้าเฉินกลับมิได้ตำหนินางแต่อย่างใด
ทั้งยังมิได้เอ่ยปากช่วยแก้ต่างให้เถ้าแก่เฉียนแม้แต่คำเดียว สิ่งนี้ทำให้เถ้าแก่เฉียนผิดหวังเป็อย่างยิ่ง มิได้นึกคิดเลยว่าผู้ที่ตนเองถือว่าเป็สหายดีนั้น แท้จริงแล้วมิได้ใส่ใจเขาแม้แต่น้อย
เขาจ้องมองอนุสี่ด้วยสายตาเคืองแค้น แล้วหันไปทางหันใต้เท้าเฉินว่า "เฒ่าเฉิน เ้าก็คิดเช่นนั้นด้วยหรือ?"
"เฉียนเก่า เ้าทำเกินเลยไปแล้ววันนี้"
ใต้เท้าเฉินมิได้มองไปที่มู่ซีแต่กลับมองไปยังเถ้าแก่เฉียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง แล้วส่ายศีรษะอย่างแรง
เถ้าแก่เฉียนถึงกับหัวเราะด้วยความโกรธ "เมื่อเ้าไม่เชื่อข้า ก็ช่างเถิด!"
แล้วก็สะบัดแขนเสื้อหันหลังเดินจากไป แต่ก็ยังชำเลืองมองมายังใต้เท้าเฉินด้วยหางตา หากว่าใต้เท้าเฉินยื้อขาเขาไว้ มิตรภาพระหว่างทั้งสองก็อาจยังคงดำเนินต่อไปได้
แต่แล้วใต้เท้าเฉินกลับเหมือนมองไม่เห็น สายตาจับอยู่ที่เงาหลังของเถ้าแก่เฉียนพลางส่ายหัวเบา ๆ ไม่เคยเอาใจใส่มู่ซีและเฉยจือแม้แต่น้อย ฝ่ายมู่ซีเพียงยักคิ้วแล้วชำเลืองมองไปที่ใต้เท้าเฉินยาวนาน แต่ก็มิได้พูดอะไร จากนั้นก็พาเฉยจือขึ้นรถม้า
"คุณหนูอย่าเพิ่งโกรธเลย พวกนั้นมันตาถั่วไม่รู้จักคนดีเท่านั้นเอง!" เฉยจือยื่นปากด้วยความไม่พอใจ มู่ซีรู้สึกขบขันเล็กน้อย จึงดีดนิ้วเบา ๆ ที่หน้าผากของนาง
"เด็กโง่ คำว่า 'หมาตาบอดดูถูกคน' ไม่ได้ใช้แบบนั้น แต่ถึงแม้เขาจะอยากให้ข้าช่วย ข้าก็จะไม่ช่วยอยู่ดี"
"ทำไมล่ะ?"
เฉยจือเงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นมา แววตาเต็มไปด้วยความอยากรู้ มู่ซีจึงเผยรอยยิ้มที่ลึกซึ้งและคาดเดาไม่ได้
"ความลับแห่งฟ้าดิน เปิดเผยไม่ได้!"
"สาวน้อยมู่ซี ขอโทษจริง ๆ ที่ให้เ้าต้องเดินทางมาเปล่า!" เถ้าแก่เฉียนนั่งอยู่นอกรถม้าแล้วเอ่ยขึ้น ท่านทำเพื่อหวังดีต่อใต้เท้าเฉินแต่ผลลัพธ์กลับเป็ว่าอีกฝ่ายไม่รับน้ำใจเลย
มู่ซีโบกมือด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ "ไม่เป็ไร แต่เถ้าแก่เฉียนข้าขอเตือนท่านสักคำ ให้อยู่ห่าง ๆ จากเขาไว้ รู้หน้าไม่รู้ใจ"
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีของสาวน้อยมู่ซี มิตรภาพของเราถือว่าสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้" เถ้าแก่เฉียนพยักหน้า เมื่อเฒ่าเฉินไม่ไว้วางใจเขาถึงเพียงนี้ เขาก็ไม่มีทางหน้าหนาไปง้อได้
เพียงแต่คำเตือนของท่านอาจารย์มู่นั้น ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะดุดใจขึ้นมา "สาวน้อยมู่ เ้ามองเห็นอะไรบางอย่างหรือเปล่า?"
มู่ซียิ้มอย่างลึกลับ "มีหลายอย่างที่พูดออกมาไม่สะดวก ข้าบอกได้แค่เพียงว่า ไม่ว่าภายหน้าจวนตระกูลเฉินจะเป็อย่างไร ทั้งหมดนั้นล้วนเป็สิ่งที่เขาก่อขึ้นมาเอง"
"อนิจจา!" เถ้าแก่เฉียนถอนหายใจ แล้วไม่ยึดติดกับเื่ของใต้เท้าเฉินอีกต่อไป จึงได้พามู่ซีส่งไปยังตลาด
ขณะนั้นฟ้ายังสว่างอยู่ไม่มากนัก บางคนได้กลับบ้านไปแต่เนิ่น ๆ แล้ว คนที่เหลืออยู่ไม่มีมากนักมู่ซีนั่งรออยู่สักพัก ก็ยังไม่มีลูกค้าเข้ามาแต่อย่างใด จึงจำต้องพาเฉยจือกลับบ้าน พอรุ่งเช้าวันต่อมาก็รีบออกมาให้เร็วเพื่อมายังตลาดอีกครั้ง
"สาวน้อย เ้าดูดวงได้หรือ?"
ในขณะนั้น ชายคนหนึ่งที่ดูลื่นไหลหน้าตาเ้าชู้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้ามู่ซีแววตาเต็มไปด้วยความหื่นกามที่มู่ซีรู้สึกขยะแขยง
เฉยจือปกป้องมู่ซีไว้ข้างหลัง "คุณหนูของข้าไม่ดูให้เ้าหรอก!"
ชายคนนี้เพียงแค่มองก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี เฉยจือเกรงว่าเขาจะทำร้ายมู่ซีจึงรีบปกป้องไว้
การปกป้องของเฉยจือนั้น มู่ซีรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก นางผลักเฉยจือไปอยู่เื้ัตน แล้วยิ้มเบา ๆ ตอบชายผู้นั้นว่า "ดูได้ แต่เ้าไม่ใช่คนมีบุญวาสนา"
ชายคนนี้มีสีหน้าหม่นหมอง ทั่วร่างกายปรากฏร่องรอยของการหมกมุ่นในกามารมณ์อย่างเกินพอดี ยิ่งไปกว่านั้นกระดูกกรามยื่นออกมา ตาเล็กคอยลักลอบมอง ดูทีท่าเยี่ยงหนูตาแป้น
แม้แต่ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านการดูลักษณะโหงวเฮ้งก็ยังสามารถเดาชะตากรรมของเขาได้ โดยไม่จำเป็ต้องพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดแต่อย่างใด ชายคนนั้นรู้สึกไม่พอใจ หันมามองด้วยสายตาเฉียง แล้วพูดว่า "เป็อะไรไป ดูถูกข้าหรือไง?"
ชายคนนั้นหัวเราะเยาะ ก่อนจะบ้วนน้ำลายลงพื้น "ข้าไม่ได้จะเล่นด้วยหรอก"
"บอกตรง ๆ เลยละกัน ข้าเป็คนของนายท่านสือเ้าที่ตั้งแผงขายของอยู่ตรงนี้ จ่ายค่าแผงแล้วหรือยัง?"
โอ้..ที่แท้มาเก็บค่าแผงโดยบังคับ มู่ซีเผยอมุมปากขึ้นเล็กน้อย แล้วโบกมือให้ตาเฒ่าวังที่กำลังจะออกมาช่วย ให้หยุดอยู่กับที่
"ไม่มี"
"งั้นก็ได้ สามเงินตำลึงต่อเดือน รีบหน่อย!"
ชายที่ชื่อต้าโกวทำหน้าขึงขัง เขาชำนาญในการรับมือกับสาวน้อยอย่างมู่ซีเป็อย่างดี เพราะผู้หญิงมักใจเสาะ พอถูกข่มขู่เช่นนี้ เงินตำลึงก็คงยื่นให้อย่างว่าง่ายมิใช่หรือ?
"ไม่มี!"
มู่ซีแข็งกร้าวไม่แสดงอาการหวั่นไหว นางรังเกียจคนที่กดขี่ข่มเหงชาวบ้านเป็อย่างยิ่ง "มีกฎหมายข้อไหนกำหนดว่าข้าต้องจ่ายค่าแผงให้เ้า?"
"แน่นอนว่าเป็กฎของนายท่านสือไง" ต้าโกวจ้องตาขวาง วางอำนาจอย่างเย่อหยิ่ง ผู้คนรอบข้างต่างไม่กล้าเข้าช่วย เพียงกระซิบเบา ๆ เพื่อเกลี้ยกล่อมมู่ซี
"สาวน้อย ยื่นเงินตำลึงให้เขาไปเสียเถิด เดี๋ยวจะมาราวีอยู่ไม่หยุดหรอก"
"ใช่แล้ว หรือไม่ก็เลิกตั้งแผงขายของที่นี่ก็ได้ สาวน้อยน่ะ กลับบ้านรอแต่งงานไปเถิด"
"คนอย่างนายท่านสือนี้ไม่ใช่คนใจดีหรอก สาวน้อยรีบหนีให้ห่างพวกเขาไว้"
"……"
"ขอบคุณทุกท่านสำหรับความหวังดี"
มู่ซียิ้มให้กับทุกคน แล้วก็หันไปมองที่ต้าโกว "แต่ข้านี่นะ ชอบเลือกทางยากมากกว่าทางง่ายซะงั้น"
"นางตัวน้อย อย่าบังคับให้ข้าลงมือเลย!"
ต้าโกวขู่มู่ซีด้วยน้ำเสียงดุดัน แล้วยื่นมือออกไปจะกวาดของบนโต๊ะของมู่ซีแต่กลับถูกมู่ซีเตะปลิวออกไปซะก่อน
ผู้คนทั้งหลาย : ……