สวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางเมืองในขณะนี้ผู้คนบางตาเนื่องจากเป็เวลาทำงานของใครหลายคน ความร่มรื่นและเงียบสงบเป็สิ่งดึงดูดให้คนเลือกที่จะมาพักผ่อนที่นี่ตามเวลาจะเอื้ออำนวยสำหรับผู้บริหารหนุ่มรูปงามแห่ง บริษัท เอ เอ็น บี จิวเวอร์รี่ คอร์ป ผู้นำแห่งวงการธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสเปน และมีสาขาไปเกือบทั่วโลก รวมทั้งที่ประเทศไทยแห่งนี้ด้วยก็เลือกที่จะหลบความวุ่นวายมาหามุมสงบและแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องประดับ ที่ตั้งใจจะให้เป็มาสเตอร์พีชประจำปีนี้ที่นี่เช่นกันเพราะสวนสาธารณะแห่งนี้อยู่ติดกับบริษัทของเขา และทางบริษัทก็เป็ผู้บริจาครายใหญ่ทั้งที่ดินและงบประมาณในการดูแลแต่ก็ยกให้เป็สาธารณประโยชน์แก่คนในเมืองนี้
"เจมส์ ไม่ต้องตามฉันเข้าไป" คำสั่งสั้น ๆของเ้านายทำให้ผู้ติดตามคนสนิทอย่างเจมส์ ต้องรีบบอกลูกน้องให้หยุดการติดตามเ้านายแต่กระจายคนดูแลความเรียบร้อยอยู่เพียงรอบ ๆ สวนสาธารณะนั้นแทน
เอ็นริเก้ ริเควซ่า เลือกที่จะนั่งที่ม้านั่งหลบมุมอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่หันหน้าเข้าหาสระน้ำเผื่อว่าผืนน้ำนิ่ง ๆ จะทำให้ใจของเขาสงบจนทำให้สมองเกิดความคิดดี ๆ เกี่ยวกับงานมาสเตอร์พีชของเขาได้สมุดเล่มเล็กที่หยิบติดมือมาด้วยถูกกางออก และเริ่มขีดเขียนออกไปตามความรู้สึกแต่แผ่นแล้วแผ่นเล่าที่ถูกขีดทิ้ง เพราะดูเหมือนว่าผืนน้ำนิ่ง ๆจะไม่ช่วยให้ใจเขานิ่งขึ้นเลย
ก่อนหน้านี้หนึ่งอาทิตย์:
"เอนร์ เมื่อไหร่ลูกจะเข้ามาดูกิจการแทนพ่อของลูกเสียที แม่สงสารพ่อเขานะ อายุก็มากแล้วยังไม่ได้พักผ่อนเหมือนคนแก่คนอื่นๆ เลย" มาดามแห่งริเควซ่าเข้ามาหาลูกชายถึงสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็อาณาจักรของเอ็นริเก้โดยแท้เพราะลูกชายตัวดีของเธอเล่นไม่ยอมกลับบ้าน เอาหน้าหล่อ ๆ ของเขาไปให้ผู้เป็แม่ได้เจอบ้างเลยจะได้เห็นหน้ากันก็เป็ตามนิตยสารและหนังสือพิมพ์รายวันนั่นเอง
“โธ่!แม่ครับ พ่อกับแม่ยังไม่แก่เสียหน่อย ทั้งหล่อสวย ทั้งแข็งแรงจนหนุ่มสาวหลายคนยังต้องอิจฉาเลยครับ"ชายหนุ่มพูดไปตามที่เห็น ซึ่งก็ไม่เกินความจริงนักเพราะว่าการดูแลเอาใจใส่ในตัวเองและผู้เป็สามี ทำให้ทั้งคู่ยังดูเป็หนุ่มสาวอยู่ถึงแม้ว่าตัวเลขที่บ่งบอกถึงอายุจริงจะล่วงหน้าไปมากแล้ว
"อย่ามาปากหวานเปลี่ยนประเด็นเลย แม่ไม่หลงคารมณ์แกหรอก ตัวแกเองก็เถอะอายุก็ป่านนี้แล้ว เมื่อไหร่จะแต่งงานมีเมียเป็ตัวเป็ตนเสียทีแม่อยากจะอุ้มหลานจะแย่แล้ว เห็นแต่ข่าวซุบซิบควงคนนั้นทีคนนี้ทีรายวันเลยถ้าแกไม่ปักหลักที่ใครเสียที แม่จะเป็คนจัดการเลือกให้แกเอง แล้วถ้าถึงเวลานั้นแกจะมาบ่ายเบี่ยงไม่ได้นะลูกจะเอายังไงตอบแม่มา" มาดามแห่งริเควซ่า ระบายความ้าที่อัดอั้นอยู่ในใจให้ลูกชายเพียงคนเดียวได้รับฟัง
"ใจเย็นครับคุณแม่ ผมว่าเราคุยเื่นี้กันหลายรอบแล้ว ว่าผมยังไม่เจอแม่ของลูกเลยครับสงสัยเนื้อคู่ของผมยังไม่มาเกิด" พูดเล่นเป็ปกติของชายหนุ่ม ตาก็ยังคงจดจ้องอยู่กับนิตยสารในมือที่ลงข่าวแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรของบริษัทเขา โดยที่ยังไม่ทันได้มองใบหน้าอ่อนกว่าวัยของผู้เป็แม่จึงยังไม่ทันได้เห็นแววตาที่สั่นระริก และเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำใส ๆ
"ก็เพราะคุยกันหลายครั้งแล้วน่ะสิ แม่ถึงจะต้องจัดการให้แกเองแล้วไม่อย่างนั้นแม่คงไม่ได้อุ้มหลาน แกตอบมาสรุปว่าจะให้แม่หาเมียให้แกใช่ไหม"คำพูดแบบยื่นคำขาด แต่น้ำเสียงกลับสั่นไหวจนเข้าไปบาดความรู้สึกของผู้เป็ลูกเข้าอย่างจัง'แม่นะแม่ ใช้มุกนี้อีกแล้ว ก็รู้อยู่ว่าเขาชนะได้ทุกอย่าง ยกเว้นน้ำตาของผู้เป็แม่นี่แหละ' เอ็นริเก้รีบวางนิตยสารในมือ เงยหน้ามองมนุษย์แม่ตรงหน้าแล้วเข้าไปกอดออดอ้อนอย่างปลอบประโลม ไม่อยากให้น้ำตาของแม่ต้องร่วงหล่นลงมาเปื้อนใบหน้าสวยๆ ของท่าน
"ผมขอเวลาแม่ 3 เดือนนะครับ แล้วผมจะพาลูกสะใภ้มาให้คุณแม่สุดที่รักของผมเลยแม่อย่าร้องไห้นะครับ" พูดจบก็หอมแก้มไปอีกฟ้อดใหญ่ แค่นี้ก็เรียกรอยยิ้มให้กับมาดามแห่งริเควซ่าได้แล้ว'หึ ก็แค่นี้ล่ะ ต้องให้ฉันเสียแรงเรียกน้ำตาด้วย จริง ๆเลยลูกคนนี้' นึกในใจแล้วก็เกิดหมั่นไส้ลูกชายตัวดี เลยตีเข้าที่แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของลูกชายเสียหนึ่งที
"ได้เลยลูกชายสุดที่รักของแม่ อีกแค่สามเดือนแม่รอได้แต่ถ้าถึงเวลาครบกำหนดแล้วแกยังหาเมียไม่ได้ แม่จะเป็คนหาให้แกเอง" มนุษย์แม่รีบปาดน้ำตาที่พยายามคั้นออกมาทิ้งทันทีน้ำเสียงที่เคยสั่นไหวกลับมาใสปิ๊งเหมือนเดิม ก่อนจะพูดมาอีกประโยคที่ทำให้ลูกชายรู้สึกหนักใจขึ้นมาอีกรอบ"แล้วงานของตระกูลน่ะ แกก็หัดเข้าไปดูบ้างนะ ไปช่วยแบ่งเบางานของพ่อเขาบ้างนะลูกแม่กับพ่อจะได้มีเวลาไปพักผ่อนกันบ้าง แก่แล้วนะ พ่อกับแม่น่ะ"
"ครับแม่" เพราะไม่อยากให้คุณแม่สุดที่รักใช้มุกเดิมอีกจึงต้องรีบรับปากไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อได้คำตอบที่้าแล้ว มาดามแห่งริเควซ่าก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังอย่างดีที่จัดไว้สำหรับรับแขกที่เข้ามาในห้องของผู้เป็เ้าของอาณาจักร จัดเสื้อผ้าแบร์นดังบนตัวให้เรียบร้อยเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว แล้วจึงหยิบกระเป๋าหนังเข้าชุดเดินออกจากห้องไป ทิ้งความหนักใจเอาไว้ให้ลูกชายถึงสองเื่'แสบจริง ๆ แม่ใครนะ อยู่ ๆ ก็เอาะเิมาทิ้งไว้ให้กันสองลูกเลย'เอ็นริเก้ ได้แต่คิดในใจในขณะลุกขึ้นเดินส่ายหัวไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตนเอง
ก๊อก..ก๊อก..
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่แคลร์เลขาสาวสวยของเขาจะเอาการ์ดเชิญไปงานเปิดตัวเครื่องเพชรชุดใหม่ของบริษัทสาขาในประเทศไทยมาให้
"สาขาที่ไทยส่งการ์ดเชิญให้คุณเอนร์ไปงานเปิดตัวเครื่องเพชรชุดใหม่ อาทิตย์หน้านี้ค่ะ"เลขาสาวสวย ผิวขาวเนียน ตัดกับผมสีดำที่ยาวสลวยมาจนถึงกลางหลัง และกรอบแว่นสีดำที่ล้อมรอบตีกรอบให้ดวงตากลมโตมีประกายสาวสวยขนาดถ้าเป็คนอื่นคงได้ร่วมกิจกรรมบนเตียงกับชายหนุ่มกันไปแล้ว หากแต่เธอผู้นี้ได้ถูกจับจองจากเพื่อนผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแห่งนี้เสียก่อนเธอผู้นี้จึงกลายมาเป็เพื่อนไปโดยปริยายนอกจากตำแหน่งเลขานุการของผู้บริหารทั้งสอง
"ริคจะกลับจากอิตาลีวันไหน?" ชายหนุ่มรับการ์ดมาเปิดอ่านเพื่อดูรายละเอียดและต้องเช็คตารางงานของเพื่อนด้วย เพราะว่าปกติเขากับริคาร์โด้ จะต้องสลับกันเดินทางเพราะต้องมีสักคนที่อยู่บริษัทเพื่อตัดสินใจหากมีงานหรือเื่สำคัญเร่งด่วน
"อีกสองวันค่ะ ทันกำหนดงานที่ไทยคุณเอนร์จะให้แคลร์จัดการเื่การเดินทางให้เลยไหมคะ?"
"อืมม์" ตอบสั้น ๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาสนใจกับกองเอกสารตรงหน้า เลขาสาวผู้รู้หน้าที่เดินกลับออกไปจัดการเื่จองคิวเครื่องบิน ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็เครื่องบินของตระกูลริเควซ่าเองและก็เื่ของโรงแรมที่ประเทศไทยด้วย