ตอนที่ 2: ขั้นก่อกำเนิดฉบับพิเศษ
หลังจากยืนยันถึงขุมพลังอันไร้ขีดจำกัดในร่างกาย เฟิงหวงก็ไม่ได้ลำพองใจจนขาดสติ เขารู้ดีว่าการปลดปล่อยพลังงานดิบๆ แบบเมื่อครู่นั้น แม้จะทรงพลัง แต่ก็ขาดการควบคุมและสร้างภาระให้ร่างกายที่ยังไม่สมบูรณ์ของเขาอย่างมหาศาล หากต้องสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าหมาป่าเขี้ยวเงาเพียงตัวเดียว วิธีการแบบนี้ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย
"เราต้องหาที่ปลอดภัยเพื่อตั้งหลักก่อน"
เขาใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวันในการเดินสำรวจป่าอย่างระมัดระวัง โชคดีที่ความทรงจำขององค์ชายเฟิงหวงยังคงอยู่ครบถ้วน ทำให้เขามีความรู้เกี่ยวกับพืชพรรณและสัตว์อสูรในป่าแห่งนี้เป็อย่างดี ในที่สุดเขาก็พบสถานที่ที่เหมาะสม...ถ้ำเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตก ส่งเสียงดังกลบเกลื่อนร่องรอยและกลิ่นอายได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อเข้ามาในถ้ำที่แห้งและเย็น เฟิงหวงก็นั่งขัดสมาธิลงบนพื้นหินทันที ดวงตาของเขาปิดลง แต่สมาธิทั้งหมดพุ่งตรงไปยังภายในร่างกาย
เป้าหมายของเขาชัดเจน: บรรลุเขตแดนวรยุทธ์ขั้นแรก 'ขั้นก่อกำเนิด'
แต่เขาก็พบกับปัญหาที่คนทั่วไปไม่เคยเจอในทันที ตามหลักการแล้ว ขั้นก่อกำเนิดคือการ 'สร้าง' ลมปราณเส้นแรกขึ้นมาในตันเถียนที่ว่างเปล่า โดยการััและดูดซับพลังจากฟ้าดิน แต่ตันเถียนของเขานั้นไม่เคยว่างเปล่า มันเต็มไปด้วยมหาสมุทรแห่งพลังงานอยู่แล้ว! เขาไม่สามารถดูดซับอะไรเข้ามาได้อีก
"เหมือนมีสมบัติเต็มห้อง แต่ไม่มีกุญแจเข้าไปหยิบสินะ" เฟิงหวงเปรียบเปรยกับตัวเอง "ในเมื่อดึงเข้าไม่ได้...ก็ต้องหาทางนำมันออกมาใช้อย่างถูกวิธี"
เขาเปลี่ยนแิใหม่ทั้งหมด เป้าหมายของเขาไม่ใช่การ 'สร้าง' ลมปราณ แต่เป็การ 'สร้างสะพาน' เชื่อมระหว่างจิตใจของเขากับมหาสมุทรแห่งพลังงานนั้นให้สำเร็จ! สะพานที่ว่าก็คือการโคจรลมปราณให้ครบหนึ่งรอบสมบูรณ์ผ่านเส้นลมปราณทั่วร่าง
แต่ก่อนจะสร้างสะพานได้ เขาต้องซ่อมถนนเสียก่อน
เฟิงหวงเริ่มจากการใช้ลมปราณอนันต์ของเขาอย่างละเอียดอ่อนที่สุด เขาจินตนาการว่ามันเป็เส้นไหมพลังงานนับล้านเส้น ค่อยๆ ชอนไชเข้าไป 'ถักทอ' เส้นลมปราณที่ขาดสะบั้นให้เชื่อมต่อกันอีกครั้ง มันเป็งานที่ต้องใช้สมาธิขั้นสูงสุดและน่าเบื่ออย่างยิ่งยวด แต่เฟิงหวงก็ทำมันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
เวลาผ่านไปสองวันเต็ม...
เฟิงหวงลืมตาขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของเขาไม่เพียงแต่หายจากอาการาเ็ทั้งหมด แต่เขายังรู้สึกว่าเส้นลมปราณที่ถูกซ่อมแซมขึ้นมาใหม่นั้น กลับเหนียวและทนทานกว่าของเดิมเสียอีก!
"เอาล่ะ...ได้เวลาลองของจริงแล้ว"
เขาเพ่งสมาธิไปที่ตันเถียน และพยายามดึง 'ลำธารสายเล็กๆ' ออกมาจากมหาสมุทรแห่งพลังงานนั้น มันยากกว่าที่คิด พลังงานนั้นมหาศาลเกินไป การจะดึงออกมาเพียงน้อยนิดเปรียบเสมือนการพยายามตักน้ำหนึ่งขันจากกลางพายุไต้ฝุ่น
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ลมปราณที่เขาดึงออกมาขาดการควบคุมและสลายไปกลางคัน บางครั้งก็พุ่งไปผิดทิศทางจนทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบ หากเป็คนธรรมดาคงต้องหยุดพักเพื่อฟื้นฟูลมปราณไปนานแล้ว แต่สำหรับเฟิงหวง...เขาสามารถล้มเหลวและเริ่มต้นใหม่ได้ในทันที
'ล้มเหลว...ลองใหม่...ล้มเหลว...ลองใหม่!'
ความพยายามอันไม่สิ้นสุดนี้คือข้อได้เปรียบที่แท้จริงของเขา!
ในวันที่สามของการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ขณะที่เขากำลังจะยอมแพ้และออกไปหาอาหาร จมูกของเขาก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมากับสายลม ความทรงจำขององค์ชายบอกเขาว่านี่คือกลิ่นของ 'สมุนไพรสงบจิต' พืชิญญาระดับต่ำที่มีสรรพคุณช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งและมีสมาธิสูงขึ้น เหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่กำลังจะทะลวงขั้นอย่างยิ่ง
เฟิงหวงไม่รอช้า เขารีบออกจากถ้ำและตามกลิ่นไปจนพบสมุนไพรสีเขียวมรกตต้นเล็กๆ ที่ขึ้นอยู่ข้างก้อนหินใหญ่ เขากินมันเข้าไปโดยไม่ลังเล และเมื่อกลับมานั่งสมาธิอีกครั้ง เขาก็พบว่าจิตใจของเขานิ่งสงบอย่างน่าประหลาด ความคิดฟุ้งซ่านหายไปจนหมดสิ้น
คราวนี้...เขาดึงลมปราณสายเล็กๆ ออกมาอีกครั้ง และเริ่มนำทางมันไปตามเส้นทางที่ล้มเหลวมานับร้อยๆ ครั้ง
จากตันเถียน...ผ่านจุดฝังเข็มต่างๆ...ขึ้นสู่ลำตัว...แยกไปยังแขนทั้งสองข้าง...วนกลับขึ้นไปที่ศีรษะ...แล้วไหลลงมาตามแผ่นหลัง...กลับสู่ตันเถียนอีกครั้ง!
ครืด!
วินาทีที่ลมปราณสายนั้นโคจรครบรอบและกลับสู่จุดเริ่มต้น มหาสมุทรแห่งพลังงานในตันเถียนของเขาก็ปั่นป่วนขึ้นมาทันที มันสั่นะเือย่างรุนแรงก่อนจะกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง แต่คราวนี้...มันแตกต่างออกไป
เฟิงหวงรู้สึกได้ถึง 'การเชื่อมต่อ' ที่ชัดเจน เขาสามารถ 'รู้สึก' ถึงพลังงานทั้งหมดในร่างได้ดั่งอวัยวะชิ้นหนึ่งของตัวเอง ร่างกายของเขาดูดซับพลังงานส่วนหนึ่งเข้าไปโดยอัตโนมัติ ทำให้ผิวพรรณของเขาเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย หูได้ยินเสียงน้ำตกชัดขึ้น จมูกได้กลิ่นไอดินไอน้ำที่ละเอียดอ่อนขึ้น
รัศมีพลังจางๆ แผ่ออกมาจากร่างของเขา นี่คือสัญญาณของการก้าวเข้าสู่...
ขั้นก่อกำเนิด ระดับที่ 1!
"สำเร็จ!"
เฟิงหวงยิ้มกว้าง เขาลุกขึ้นยืนและลองทดสอบการควบคุมแบบใหม่ เขาเหยียดนิ้วชี้ขวาออกไปเบื้องหน้า และรวบรวมลมปราณไว้ที่ปลายนิ้ว
ครั้งนี้มันไม่ใช่การะเิพลังงานแบบป่าเถื่อนอีกแล้ว ลมปราณถูกบีบอัดอย่างรวดเร็วและก่อตัวขึ้นเป็ใบมีดสีขาวจางๆ ยาวประมาณหนึ่งนิ้วที่สั่นไหวอยู่บนปลายนิ้วของเขา มันดูไม่มีพิษสง แต่กลับแฝงไว้ด้วยความคมกริบที่น่ากลัว
เฟิงหวงสะบัดนิ้วเบาๆ
ฟุ่บ!
ไม่มีเสียงดังสนั่น มีเพียงเสียงแหวกอากาศแ่เบา ใบมีดลมปราณพุ่งออกไปและกรีดลงบนผนังถ้ำหินอย่างเงียบเชียบ!
รอยกรีดลึกกว่าครึ่งนิ้วปรากฏขึ้นบนเนื้อหินที่แข็งแกร่ง รอยตัดนั้นเรียบเนียนราวกับถูกตัดด้วยดาบวิเศษ!
นี่คือความแตกต่างระหว่างการควบคุมได้กับไม่ได้...ความแตกต่างระหว่างะเิกับะุปืนไรเฟิล!
"ในที่สุด...ก็ได้เวลาออกไปจากป่าบ้านี่แล้ว"
เฟิงหวงมองไปยังปากถ้ำ แสงแดดส่องลอดม่านน้ำตกลงมากระทบใบหน้าของเขา ดวงตาของเขาทอประกายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
การกลับไปสู่ราชวงศ์เทียนหลงครั้งนี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน...การ 'ฟื้นคืนชีพ' ขององค์ชายอัจฉริยะที่ตกต่ำจนกลายเป็คนไร้วรยุทธ์ จะสร้างคลื่นลมความวุ่นวายได้ขนาดไหนกันนะ?
เขายิ้มอย่างคาดหวัง การเดินทางที่แท้จริง...เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น