ตอนที่ 17 ผลข้างเคียงของพลังใหม่
“ตอนซ่งเจิงต่อสู้กับตู่ิพวกเราเห็นว่าเ้านั่นกำลังดิ้นรนหนีอะไรบางอย่างเหมือนกับมีอะไรสักอย่างทำเขาขยับร่างกายไม่ได้ ทั้งยังดูอ่อนแรงลงราวกับเรี่ยวแรงหมดสิ้น ไม่อย่างนั้นคงไม่รีบหนีไปแน่ บางทีอาจฆ่าพวกเราสามคนได้ด้วยซ้ำ!”
ขณะเล่าถึงเหตุการณ์ตู่ิกับซ่งเจิงปะทะต่อกันพวกเขายังนึกทึ่งต่อเื่่ราว แต่สุดท้ายตู่ิก็กลายเป็ซอมบี้และแม้เพิ่งกลายเป็ซอมบี้ พลังของเขากลับน้อยนิดยิ่งกว่าซอมบี้จะระดับต่ำสุด!
“เป็เื่จริงหรือไม่ซ่งเจิง?นายรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”
หัวหน้าถามออกมาด้วยความสงสัยทำให้ซ่งเจิงเกิดอาการตื่นตระหนก
‘หรือว่าพวกเขามองไม่เห็นเส้นใยพวกนั้น?’
ถ้าเป็แบบนั้นเราไม่ต้องพูดความจริงก็ได้เขาคิดมาตลอดว่าเสี่ยวโจวและเหล่ากัวเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะไม่เห็นอะไรทั้งนั้นถ้าเป็แบบนี้เขาก็จะซ่อนเื่ราวนี้เอาไว้ และปล่อยให้มันเป็ความลับต่อไป!ซ่งเจิงจึงตอบกลับว่า
"หัวหน้า ผมก็ไม่รู้หมือนกันครับ! หากไม่ใช่เพราะเ้าสิ่งนั้นทำให้ตู่ิอ่อนแรงลงผมกับเสี่ยวโจวและเหล่ากัวก็คงไม่มีทางรอดมาได้"
หัวหน้าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา
"ฉันไม่โทษพวกนายหรอก! ที่สำคัญคือตู่ิกลายเป็ซอมบี้ไปแล้ว!เขารู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่! ดังนั้นฉันจึงกลัวว่าเขาจะกลับมาแก้แค้นพวกเรา!ถ้าหากตู่ิยังไม่ตายล่ะก็ เวลาที่ออกไปตั้งแคมป์ชีวิตของพวกเราก็คงไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว!
แจ้งไปยังทุกหน่วยว่าวันนี้เก็บข้าวของให้เรียบร้อยเพราะพรุ่งนี้เราจะไปกันแล้ว! คงไม่อาจอยู่ที่นี่ต่อได้อีก! อ้อ!ยังมีอีกเื่หนึ่ง เสี่ยวโจว! คืนนี้พวกนายสองคนเป็เวรยามด้วย!"
"ครับหัวหน้า!" หลังจากนั้นทั้งสองก็ออกไป
"ซ่งเจิง นายกลับไปก่อน ไปเก็บของซะ!" หลังได้ยินเื่ราวหัวหน้าก็มีท่าทีระมัดระวังมากขึ้น เมื่อซ่งเจิงเดินออกมาแล้วมีเพียงหัวหน้าคนเดียวที่ยังอยู่ที่เดิม เขาจึงบ่นพึมพำกับตัวเองว่า
"หรือว่าฉันจะกังวลไปเอง?"
เมื่อชายหนุ่มกลับมาถึงห้องพักของตัวเองซ่งเจิงก็นั่งคิดอะไรบางอย่างอยู่บนเตียงและเขาพบว่าระบบภายในร่างกายของตนเองได้เปลี่ยนแปลงไป!
มันทำให้เขารู้สึกแข็งแกร่งขึ้น!รวมถึงความเร็วก็เพิ่มขึ้นไม่ใช่น้อย แต่อาการที่เด่นชัดที่สุดนั่นคือความนึกคิดในตอนนี้!
มันทำให้เขาเกิดความกระหายเข่นฆ่าซอมบี้มากขึ้น!
หาก้าจะเป็มนุษย์สายพันธุ์ใหม่เขาจะต้องมีจิตใจให้เข้มแข็งมากกว่านี้! แต่ว่าจะทำอย่างไรถึงจะฝึกฝนจิตใจของตัวเองได้?
ซ่งเจิงเรียกพลังใหม่ของตัวเองว่า‘พลังจิต’ หากสามารถมีพลังจิตที่เข้มแข็งพอ ตู่ิคงจะหนีรอดไปแบบนั้นไม่ได้แน่ ๆหนึ่งเดียวที่อีกฝ่ายจะได้รับคือความตายแต่เป็เพราะพลังจิตของซ่งเจิงยังไม่แข็งแกร่งมากพอจึงทำให้ตู่ิสามารถรอดพ้นไปได้
ถ้าพลังของเขามีมากกว่านี้เมื่อไหร่...ตู่ิจะต้องหนีไม่รอดอย่างแน่นอน!
หากเป็เช่นนั้นคนที่ทำร้ายเขาจงเตรียมหาที่อยู่ใหม่ได้เลย!
เวลานี้สถานที่ส่วนใหญ่ได้ถูกซอมบี้ยึดครองไปหมดแล้วพวกมันจะต้องเรียนรู้ว่าการไม่มีที่อยู่มันเป็ยังไง?!
พวกมันจะได้รับรู้รสชาติแห่งความตาย!
ตอนนั้นประตูได้ถูกเปิดออกอย่างกะทันหันคนที่เดินเข้ามาคือหลี่ว่านหลูที่ออกไปดูแลปู่ของตัวเองมา
"พี่เจิง พี่อยู่นี่เองเหรอ หัวหน้าบอกว่าพรุ่งนี้เราจะต้องย้ายที่อยู่แล้วฉันก็เลยมาช่วยพี่เก็บของ"
"ไม่เป็ไรว่านหลู ขอบคุณมากนะ… ตอนนี้ฉัน้าใช้ความคิดเธอกลับไปก่อนเถอะ!"
คำพูดนี้หลี่ว่านหลูเดินออกไปอย่างทำอะไรไม่ถูกดวงตาของหญิงสาวมีน้ำตาเอ่อล้นออกมาบางเบา
หลังจากที่หลี่ว่านหลูเดินออกไปซ่งเจิงมองไปยังกระทะเหล็กของตัวเองด้วยสีหน้าขมขี่นเพราะตอนนี้มีน้ำยาวิวัฒนาการไม่เพียงพอ เนื่องจากกระบวนการเป็มนุษย์สายพันธุ์ใหม่นั้นจำเป็จะต้องใช้น้ำยาวิวัฒนาการถึงร้อยเปอร์เซ็นต์
ไม่อย่างนั้นการใช้น้ำยาวิวัฒนาการครั้งต่อไปมันจะต้องใช้จำนวนมากขึ้นเป็สองเท่าถ้าหากได้น้ำยาวิวัฒนาการมาครบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะก็ ผลข้างเคียงคงจะลดลงไปมาก!
เช้าวันที่สองเฉินเฟิงมาถึงสถานที่รวมตัวั้แ่เช้าพร้อมกล่าวบอกเสียงเบา
"อย่างที่ทุกคนรู้กันเื่ของตู่ิ ถ้าหากว่าพวกเราไม่เดินทางล่ะก็อยู่ที่นี่ต่อไปต้องเป็อันตรายอย่างแน่นอน! เวลาที่จะแก้แค้นนั้นเมื่อไหร่ก็ได้!อีกเดี๋ยวพวกเราก็จะต้องออกไปหาที่อยู่ใหม่! ทุกคนเอาของตัวเองไปให้หมดแล้วรีบออกเดินทางกันเลย!"
"ตามที่หัวหน้าได้ประกาศไปเมื่อวานตอนเย็นปลายทางของพวกเราคือจุดที่อยู่ห่างจากที่นี่ไปห้าสิบกิโล!บริเวณที่ตั้งแคมป์เป็ที่ของเพื่อนหัวหน้าเฉินเฟิงดังนั้นถือซะว่าพวกเราไปพักแรมที่นั่นก็แล้วกัน! ตอนนี้ออกเดินทางได้แล้ว!"
ขณะเดินทางยังไม่ทันถึงที่หมายฟ้าก็มืดเสียแล้ว ในเมื่อยังไม่มีที่พัก พวกเขาก็ต้องหาทางรับมือ!
เพราะว่าการที่อยู่กลางทุ่งนาใน่ดึกแบบนี้มันอันตรายมากเกินไปและถ้าหากไม่มีมาตรการที่ดี… ทุกคนก็อาจจะไม่มีชีวิตอยู่รอดจนสามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวันถัดไปก็เป็ได้
เวลากลางคืนแบบนี้…ในสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าซอมบี้… บรรยากาศชวนขนลุกเกินจะกล่าว!
ใน่เวลาเช่นนี้ไม่มีใครกล้าที่จะทำตัวผ่อนคลายแม้สักคนเดียวนั่นเป็เพราะนอกจากจะต้องดูแลตัวเองแล้ว พวกเขายังต้องดูแลเพื่อนร่วมทีมด้วย!
ซ่งเจิงที่อยู่ในแคมป์ก็ไม่สามารถผ่อนคลายได้เช่นเดียวกันเขาตื่นตัวต่อสิ่งรอบข้างอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเกรงว่าตู่ิที่กลายเป็ซอมบี้จะมาสร้างความลำบากให้เขาถึงที่นี่!อีกทั้งหลี่ว่านหลูกับคุณปู่ของเธอก็อยู่ใกล้เคียง ดังนั้นเขาจึงต้องปกป้องทั้งสองคน
"เหมียว" เสียงแมวร้องดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่งและเมื่อได้ยินเสียงนั้น ทุกคนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีหรือว่าจะเป็แมวกลายพันธุ์? หากเป็เช่นนั้นจริง… พวกเราจะรับมือกับมันไหวหรือเปล่า?
ทุกคนต่างพากันยกอาวุธขึ้นมาและพากันเดินออกมาจากแคมป์ในเวลาแบบนี้บทบาทของหัวหน้าเฉิงเฟิงมีความสำคัญมาก เขากล่าวสั่งการ
"สังเกตจากความว่องไวของมัน…จะต้องเป็แมวกลายพันธุ์อย่างแน่นอนและต้องไม่ใช่ตัวเดียวแน่… มันต้องมีมากกว่าสิบตัวสัตว์ชนิดนี้จัดการยากเพราะพวกมันมีความรวดเร็วมากและตายยาก ทำให้การกำจัดค่อนข้างเป็ปัญหา"
แต่สิ่งที่ซ่งเจิงคิดนั้นมีความแตกต่างกันออกไป…
[การที่มีแมวกลายพันธุ์มาหาถึงที่นี่… มันจะเป็วัตถุดิบชั้นดีในการทำอาหารสำหรับกระทะเหล็กใบนี้!และความเร็วของมันอาจจะถูกเส้นใยของเขาดูดพลังมาก็ได้ ดังนั้นเราต้องฆ่าแมวให้ได้!เพียงแค่ฆ่าแมวไม่กี่ตัวเท่านั้นเอง!]
จากนั้นเขากับหลี่ว่านหลูก็จะมีอาหารกินไปอีกหลายวันแค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว!
"เหมียว" แมวกลายพันธุ์ตัวแรกออกมาแล้ว…
รองหัวหน้าทีมผู้กล้าหาญเช่นพี่ใหญ่กุ้ยเป็คนแรกที่เดินเข้าไปพร้อมกับถือแท่งเหล็กเข้าไปด้วยแต่มีแมวเดินตามหลังเ้าตัวแรกมาอีกจำนวนหนึ่ง!
จากนั้นความโกลาหลก็บังเกิดขึ้น!
ซ่งเจิงได้เข้าร่วมในาครั้งนี้ด้วยเช่นกันแต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ไปไหนไกล ขณะที่มันอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสามเมตรด้วยซ้ำเขาก็เกิดอาการกลัวว่าสัตว์ร้ายอื่นจะเข้าไปโจมตีแคมป์ ที่ซึ่งเป็จุดเปราะบางที่สุด!
เขาจึงต้องใช้เส้นใยพลังจิต!และเมื่อแมวพวกนั้นหันมาต่างก็รีบกระโจนเข้าไปหาซ่งเจิงเพียงคนเดียว!เขาจึงเล็งกระทะไปที่หัวของแมวกลายพันธุ์และกระหน่ำตีจนมันตายในที่สุด!
แน่นอนว่าการตายอย่างรวดเร็วของแมวกลายพันธุ์ต้องดึงดูดความสนใจของทุกคนและไม่มีใครคิดว่านี่จะเป็ฝีมือการฆ่าของพ่อครัวที่อยู่ในทีมของพวกเขา!
ในตอนแรกพวกเขาไม่เชื่อว่าแมวกลายพันธุ์จะถูกฆ่าอย่างรวดเร็วขนาดนี้!และคิดไม่ถึงว่าซ่งเจิงจะสามารถฆ่าแมวกลายพันธุ์ได้เร็วขนาดนี้… ดังนั้นทุกคนจึงลงความเห็นว่าเป็เพราะเขามีความสามารถ!
ต่อให้เป็คนที่มีร่างกายแข็งแรงก็ยังต้องใช้เวลานานถึงสิบนาทีในการฆ่าแมวกลายพันธุ์หนึ่งตัวเนื่องจากพวกมันมีความว่องไวและตายยาก!
่เวลานั้นซ่งเจิงมองอาหารที่วางอยู่ในกระทะเหล็กจึงรีบหยิบมันขึ้นมาทันทีเนื่องจากกลัวว่าจะมีคนเห็นเข้า! อันที่จริงซ่งเจิงไม่ได้ใช้พลังจากเส้นใยพวกนั้นเนื่องจากเขากลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถควบคุมพลังได้จนทำให้แมวกลายพันธุ์พวกนั้นรู้ตัวว่ามีผู้บุกรุก
อีกทั้งหากใช้พลังมากเกินไปเขาเกรงว่าตนเองจะเกิดอาการปวดศีรษะอีกครั้งจนไม่สามารถทนไหวดังนั้นจึงทำเพียงกำกระทะให้แน่นแล้วฟาดมันลงไป ซึ่งวิธีนี้สามารถลดปัญหาไปได้มาก!
ซ่งเจิงถอนหายใจออกมาก่อนจะช่วยเพื่อนในทีมที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นจัดการกับแมวกลายพันธุ์ทั้งหมด!
และจังหวะนั้นเขาเห็นว่าเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งกำลังจะโดนแมวกลายพันธุ์กัดเส้นใยพลังจิตของเขาจึงพุ่งออกไปมัดเ้าแมวตัวนั้นไว้ทันทีขณะที่เพื่อนร่วมทีมคนนั้นยังคงใจเย็นอยู่
เมื่อเห็นว่าแมวกลายพันธุ์ตัวนั้นกำลังดิ้นอยู่กลางอากาศและยังไม่ทันที่ผู้ชายคนนั้นจะได้คิดอะไรเขาก็ยกดาบขึ้นฟันไปที่หัวของแมวกลายพันธุ์นั้นทันทีส่งผลให้แมวกลายพันธุ์ที่อยู่ตรงหน้าร้องอย่างโอดครวญจนในที่สุดมันก็ตกลงบนพื้น…
หลังจากนั้นซ่งเจิงใช้พลังอีกครั้งหนึ่งนั่นเป็เพราะว่าแมวกลายพันธุ์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มันอาจทำให้ทีมสำรวจพ่ายแพ้ได้ต่อมาไม่นานเหล่าแมวกลายพันธุ์ก็ถูกกำจัดไปจนหมดสิ้นและหนึ่งในทีมสำรวจก็เกิดความสงสัย
"ทำไมเมื่อกี้มันดูแปลก? เหมือนมีอะไรบางอย่างเข้ามารัดแมวกลายพันธุ์ไว้กลางอากาศตอนที่มันกำลังจะกระโจนเข้ามาหาพวกเราหากไม่เป็แบบนั้นฉันคงตายไปแล้วแน่!"
"ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน!"
คนส่วนใหญ่พูดเป็เสียงเดียวกันรวมถึงเฉินเฟิงก็พูดออกมาเช่นกันว่า
“ใครกันที่ช่วยพวกเรา?และมาจากไหน? หากได้ยินขอให้แสดงตัวด้วย!”
"พี่เฉินเฟิง! ผมว่าพลังนี้ร้ายกาจมากนัก!ถ้าเป็ฝีมือผมล่ะก็… ผมคงรีบยอมรับไปนานแล้ว!"
หลังจากสมาชิกคนนั้นพูดจบประโยคซ่งเจิงก็ลุกขึ้นยืนขึ้นทันที
"หัวหน้า ผมเองครับ "
"หืม? นายบอกว่าเป็นายงั้นเหรอ? นายจะยืนยันเื่นี้ได้ยังไง?" เฉินเฟิงถาม
เมื่อได้ยินคำพูดนี้จากนั้นซ่งเจิงจึงใช้เส้นใยพลังจิตของตัวเองพุ่งเข้าไปรัดร่างของเฉินเฟิงเอาไว้ทันที
"หัวหน้าเชื่อรึยังครับ?"
"นี่มันอะไรกัน! ทำไมฉันถึงขยับร่างกายไม่ได้? แล้วฉันก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามนุษย์สายพันธุ์ใหม่มีพลังแบบนี้ด้วย!"
สมาชิกทีมไม่มีใครเชื่อแต่ว่า... ยามได้เห็นถึงความสามารถของเส้นใยพลังจิตที่ซ่งเจิงแสดงออกไม่มีใครกล้าพูดกล่าว นั่นเพราะมันคือเื่จริง!