จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 154 การสอบเข้ามัธยมปลายมิดการ์ด 1 Re

            “โอ๊ย” เสียงของไท่หยางร้องขึ้น  ความเจ็บปวดบริเวณก้นกบไล่ไปตามสันหลังของเขาทำให้เขาตื่นขึ้นมาทันที  ความปวดเมื่อยที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อนมันทำให้เขาคิดว่าเกิดอะไรขึ้น


            “โอ๊ย” เต๋อเทียนที่รู้สึกตัวเพราะได้ยินเสียงของไท่หยางก็ร้องขึ้นเช่นกัน  ความเจ็บปวดบริเวณก้นกบกับอาการปวดเมื่อยเนื้อตัวทำให้เขาไม่สามารถนอนหลับได้อีกต่อไป


            ทั้ง 2 คนลืมตาขึ้นพร้อมกัน  ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด  ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะดีดตัวออกจากกัน  แต่พวกเขากลับยิ่งตกใจเป็น 2 เท่าเมื่อพบว่าตัวเองกับอีกฝ่ายต่างเปลือยเปล่า  ซ้ำยังมีคราบสีขาวเปรอะเปื้อนตามตัว  ซ้ำตรงบริเวณต้นขาเยื้องไปด้านหลังมีเส้นสายสีแดงคล้ำซึ่งพวกเขาดูก็รู้ว่ามันคือเลือดที่แห้งแล้ว


            “พวกเจ้าประลองกระบี่กันครึ่งค่อนคืน  ดีที่เราเป็นคนหลับง่าย  จึงไม่ได้กระทบการนอนของเรามากนัก” ไป่ฉียิ้ม


            “ท่านอวี้กง  เอ่อ ท่านเห็นตอนพวกผม....ทำ....กันเหรอครับ” ไท่หยางถาม  สีหน้าของเขายังคงตกใจกับสิ่งที่ตนได้เห็นในเช้านี้


            “หึ เห็น  แล้วเราก็ได้ยินเสียงด้วย” ไป่ฉีกล่าว


            “ตาย ๆ ๆ ถ้าพ่อผมรู้  งานนี้ไม่รู้จะโดนอะไรบ้าง” ไท่หยางกุมขมับ


            “พ่อผมก็เหมือนกัน” เต๋อเทียนกำลังนวดขมับ  พยายามนึกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น


            “เราไม่พูด  เจ้า 2 คนไม่พูด  ใครจะรู้” ไป่ฉีแนะทางออกให้


            “ท่านอวี้กง  ท่านก็รู้ว่าเสียงภายในมันดังออกไปถึงภายนอก  เกรงว่าบ่าวที่เฝ้าอยู่หน้าเรือนรับรองของท่านจะไปรายงานประมุขแล้ว” ไท่หยางกล่าว  ภายในใจวิตกกังวลมาก


            “ไม่ต้องห่วง  เมื่อคืนเราใช้อักขระลมปราณ  ปิดกั้นเสียงไม่ให้ดังออกไป  คนข้างนอกไม่มีทางได้ยินแน่นอน พวกเจ้าวางใจได้” เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของไป่ฉี  ทั้ง 2 คนก็มีท่าทีผ่อนคลายลง


            “ว่าแต่ทำไมพวกผมจำอะไรไม่ได้เลย” เต๋อเทียนสงสัย  ทำกันขนาดนี้แต่พวกเขากลับจำอะไรไม่ได้  หลังเต๋อเทียนกล่าว  ไป่ฉีใช้นิ้วจิ้มไปที่กลางหน้าผากและส่งภาพเมื่อคืน (ภาพที่ไป่ฉีสร้างขึ้นเอง) ให้ทั้ง 2 คนเห็นภาพ


            ในความทรงจำที่ไป่ฉีป้อนให้นั้น  ไท่หยางกับเต๋อเทียนที่เห็นเขาหลับไปแล้ว  นั่งคุยกันสักพักเกิดคอแห้ง  จึงดื่มชาดับกระหาย  แต่ไม่คิดว่ากาน้ำชาที่ใส่ยาปลุกกำหนัดยังไม่ได้ถูกเปลี่ยนออกไป  พวกเขาทรมานจากยาปลุกกำหนัดได้ไม่นาน  ก็ตกลงที่จะช่วยเหลือกัน  จนสภาพเป็นแบบเมื่อเช้าที่พวกเขาตื่นมาสบตากัน


            หลังได้เห็นภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่ไป่ฉีถ่ายทอดให้ดู  ทั้ง 2 มองหน้ากันก่อนจะก้มหน้าหลบสายตากันเองด้วยความอับอายในการกระทำของตัวเองเมื่อคืน  ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นซีดเผือด  เมื่อนึกขึ้นได้ว่า  หากเมื่อคืนพวกเขาไม่ช่วยกันเองแล้วไปล่วงเกินอวี้กงเข้า  ไม่อยากคิดเลยว่าชีวิตน้อย ๆ ของพวกเขาจะเป็นยังไงในเช้านี้


            “นี่เป็นโอสถรักษา  กินและโคจรลมปราณเพื่อดูดซับมันซะ  อาการบาดเจ็บที่.....นั่นแหละจะหายเป็นปลิดทิ้ง  เพราะมันคงจะไม่ดีเท่าไหร่ถ้าพวกเจ้าเดินแบบเสียศูนย์ออกจากเรือนรับรองของเรา” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับยื่นโอสถให้ทั้ง 2 คน  ซึ่งเต๋อเทียนกับไท่หยางรีบรับมาแล้วส่งเข้าปากตัวเองอย่างรวดเร็ว  จากนั้นก็เริ่มโคจรลมปราณทันที


            ช่วงสายไป่ฉีเดินไปที่ลานประลอง  ชมการประลองจัดอันดับ  เพื่อปรับเปลี่ยนตำแหน่งภายในตำหนักเทพ  แน่นอนว่าบางปีตำแหน่งอาวุโสก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน และวันที่ 2 จบลงโดยที่ไป่ฉียังได้รับการดูแลจากไท่หยางและเต๋อเทียน  


            ด้วยความช่วยเหลือของไป่ฉีเมื่อเช้า  ทำให้ทั้ง 2 คนยิ่งรู้สึกติดหนี้เขามากขึ้น  ซ้ำยังยกน้ำชาเพื่อขอฝากตัวเป็นศิษย์อีกด้วย


            “อืม ไม่มียาปลุกกำหนัดผสม  ตกลง  เราจะรับพวกเจ้าเป็นศิษย์อันดับที่ 2 กับ 3 ของเรา  พวกเจ้าไปตกลงกันเอาเองว่าใครจะเป็นอันดับที่ 2” หลังได้ยินไป่ฉีกล่าว  เต๋อเทียนกับไท่หยางก็ตกลงกันว่าไท่หยางจะเป็นอันดับที่ 2 ส่วนเต๋อเทียนเป็นอันดับที่ 3


            ไป่ฉีแปลกใจเล็กน้อย  เพราะปกติทั่วไป  คนมักจะแก่งแย่งกันเพื่อให้ได้สถานะที่สูงกว่าคนอื่น  แต่เต๋อเทียนกับไท่หยางนั้นกลับตกลงกันได้ง่ายดาย  ยิ่งยืนยันได้ว่าทั้ง 2 เป็นคนใจกว้างระดับหนึ่งทีเดียว


            “ว่าแต่ท่านอาจารย์  แล้วลำดับ 1 ไม่สิ  ศิษย์พี่ของพวกเราเป็นใครครับ” ไท่หยางถาม


            “เมื่อถึงเวลาพวกเจ้าจะรู้เอง  เข้านอนกันเถอะ” ไป่ฉีกล่าว  ก่อนจะล้มตัวลงนอน  ส่วนไท่หยางกับเต๋อเทียน  ทั้ง 2 คนต่างแยกกันนอนคนละมุมห้อง  เพราะพวกเขายังจำสภาพของตัวเองในตอนเช้าได้อยู่


            ในวันที่ 3 ไม่เหลือการประลองอะไรแล้ว  มีแต่เพียงแค่งานแต่งตั้งตำแหน่งภายใน  ไป่ฉีจึงได้ขอลากลับทันที  ส่วนจางหนี่หวังนั้นยังคงตัดสินใจอยู่ต่ออีกวันหนึ่ง  คงไม่ต้องบอกว่าประมุขจางคงติดใจหนุ่ม ๆ ที่ทางจี๋หลินเวิ่นเทียนจัดหามาให้สนองความจิตของเธอเป็นแน่


            ที่ห้องเช่าของครอบครัวไป่

            “กลับมาแล้วครับ” ไป่ฉีเปิดเข้ามาในห้องก็พบว่าไม่มีใครอยู่เลย


            'พี่ชิงชิงออกไปข้างนอกเหรอ  ช่างเถอะ  เราเองก็ไปเตรียมตัวดีกว่า' ไป่ฉีเดินไปหยิบชุดนักเรียนของเขาออกมาเตรียมเอาไว้  นับว่าการไปตำหนักเทพกิเลนครั้งนี้เวลากระชั้นชิดเกินไปสักหน่อย  เพราะว่าหลังจากเขากลับมา  วันถัดไปก็ต้องไปสอบเข้าที่มิดการ์ดต่อในตอนเช้าทันที  ดังนั้นเขาจึงเตรียมชุดกับเอกสารที่จำเป็นให้เรียบร้อย


            “หือ ไป่ฉี  นายกลับมาแล้วเหรอ” เมิ่วชิงชิงเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับของสดเต็มมือ  ทักขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มที่บอกว่าจะไปทำธุระ 3 วัน กลับมาแล้วและกำลังนั่งจัดเอกสารอยู่


            “ครับ กลับมาแล้ว  พรุ่งนี้มีสอบที่มัธยมปลายมิดการ์ด  เลยมาเตรียมเอกสารน่ะ” ไป่ฉีเงยหน้าจากเอกสารแล้วตอบเมิ่งชิงชิง


            “นายทานอะไรหน่อยไหม  เดี๋ยวฉันทำให้กิน” เมิ่งชิงชิงถาม


            “เอาเป็นซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงไหมครับ” ไป่ฉียกยิ้มขึ้น  เมิ่งชิงชิงปล่อยมือจากถุงของสดทันที  ราวกับคนไม่มีแรง  ทำไมน่ะเหรอ  เพราะเธอนึกถึงฉากทานอาหารกับไป่ฉีคราวก่อนขึ้นมา  คิดได้แบบนั้นก็คว้าเอาฟักทองขนาดเหมาะมือขึ้นมาจากถุงแล้วทำท่าจะปาใส่ไป่ฉี


            “ตาบ้า  จงใจให้ฉันอายใช่ไหม” เมิ่งชิงชิงหน้าแดง  ตอนแรกเธอคิดจะเดินไปทุบเจ้าคนฉวยโอกาสตรงหน้า  แต่นึกขึ้นได้ว่ามือเธอจะเจ็บซะเอง  เลยใช้ลูกฟักทองที่ซื้อมาแทน


            ส่วนไป่ฉีนั้นหยิบเอากระดาษเอกสารมา 1 แผ่นก่อนจะตวัดมันอย่างรวดเร็ว  ส่งผลให้ฟักทองทั้งลูกกลายเป็นชิ้นลูกเต๋าสวยงามหล่นเรียงกันบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ


            “อ่ะ......” เมิ่งชิงชิงถึงกับอ้าปากค้าง  เธอไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง  กระดาษเอกสารแสนบอบบางแบบนั้น  ไป่ฉีกลับใช้มันตัดฟักทองออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้อย่างสบาย  ทั้งที่ปกติขนาดเธอใช้มีดยังต้องใช้แรงตั้งเยอะกว่าจะปอกเปลือกหรือหั่นมันได้  เธอได้สติเมื่อสัมผัสได้ว่ามีมือหนากำลังโอบเอวของเธอ


            “พี่ชิงชิงคิดถึงผมไหม” ไป่ฉียื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ดวงตาปรือดูมีเสน่ห์ยั่วยวนชวนให้เมิ่งชิงชิงอยากจะทำผิดศีลธรรมจริง ๆ  แต่เธอก็กดข่มอารมณ์เอาไว้แล้วรีบใช้มือดันหน้าของไป่ฉีออกทันที


            “ออกไปเลย  ส่วนคำตอบ.....ใช่  ฉันคิดถึงนาย” เมิ่งชิงชิงตอบไป่ฉี  แต่เธอมองไปทางอื่นแทน


            “งั้น  ไปกันเถอะ  เดี๋ยวผมช่วยทำอาหารนะ” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะคว้าเอาถุงของสดที่พื้นขึ้นมา  กระชับอ้อมแขนแกร่งโอบรัดร่างบางของเมิ่งชิงชิงไว้กับตัว  ก่อนจะเดินไปห้องครัวราวกับเมิ่งชิงชิงและของที่เขาถือไม่มีน้ำหนักเลยแม้แต่น้อย


            ช่วงเย็น

            พ่อกับแม่และเมิ่งชิงชิงนั่งทานข้าวกัน  โดยพ่อกับแม่ของไป่ฉีนั้นพูดให้กำลังใจไป่ฉี  เพราะโรงเรียนมัธยมปลายมิดการ์ดนั้นเป็นโรงเรียนที่มีการแข่งขันในการสอบเข้าสูง  เกรดเฉลี่ยของไป่ฉีนั้นเพิ่งมาดีเอาตอนอยู่มัธยมต้นปี 3 ทำให้ทั้ง 2 กลัวว่าไป่ฉีอาจจะสอบไม่ติดก็ได้


            เช้าวันรุ่งขึ้น

            ไป่ฉีแต่งตัวแต่เช้า  โดยเมิ่งชิงชิงขับรถไปส่งไป่ฉีที่โรงเรียนมัธยมปลายมิดการ์ดตั้งแต่เช้า  เมื่อไป่ฉีลงจากรถ  เขาก็ได้พบกับคนที่แทบไม่ได้เจอกันเลยช่วงนี้


            “โย่ ไป่ฉี  ไม่ได้เจอกันนาน  คิดถึงนายโคตร แว๊ก” มู่ซื่อเฉิงที่พุ่งมาจะกอดไป่ฉีก็ต้องคว้าอากาศแล้วล้มลง  เพราะไป่ฉีนั้นเอี้ยวตัวหลบนั่นเอง


            “ฉันบอกแล้วว่าอย่ามากอด  มันแหยงเฟ้ย” ไป่ฉีกล่าว


            “ไงไป่ฉี” ต้าถงเดินมาคู่กับหัวหน้าห้อง


            “ว่าไงต้าถง  แล้วเพื่อน ๆ นายล่ะ” ไป่ฉีถาม


            “พวกนั้นดูเหมือนจะหากีฬาที่ตัวเองชอบเจอแล้ว  ส่วนฉันว่าจะเข้าชมรมบาสที่นี่” ต้าถงตอบ


            “ดีแล้วที่นายเลือกสิ่งที่นายต้องการจะทำได้” ไป่ฉีกล่าว


            “ไป่ฉี  ฉันไปก่อนนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าวก่อนที่จะเดินจากไป


            “ใครน่ะ” ต้าถงถาม


            “แฟนไป่ฉี ควบตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัว” มู่ซื่อเฉิงกระซิบเบา ๆ ให้ต้าถงได้ยินเท่านั้น  เมื่อต้าถงได้ยินก็มองมาที่ไป่ฉีพร้อมกับยกนิ้วให้


            “หาได้ดีเพื่อน” ต้าถงกล่าว


            “เหอะ ๆ” ไป่ฉีหัวเราะแห้ง ๆ


            “เราไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่าไหม” หัวหน้าห้องกล่าว  ทำให้พวกไป่ฉีเพิ่งสังเกตเห็นว่าตัวเองกำลังเป็นจุดสนใจ  ด้วยหน้าตาของต้าถง  ซื่อเฉิง และไป่ฉีจัดได้ว่าเป็นที่หมายปองของสาว ๆ แน่นอน  ยิ่งทั้ง 3 คนมารวมกันราวกับสิ่งมีชีวิตที่ผลิตฟีโรโมนเคลื่อนที่ดี ๆ นี่เอง  แต่ก็มีเหตุที่ทำให้กลุ่มของไป่ฉียิ่งกลายเป็นเป้าสายตาขึ้นไปอีก  เมื่อมีชายหนุ่ม 2 คนเดินเข้ามาหากลุ่มของไป่ฉี


            “พี่ไป่ฉี  สวัสดี” เป็นไป๋หู่น้องชายของไป๋กุ้ยอิงนั่นเอง  นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่ไป่ฉีเห็นไป๋หู่ในชุดนักเรียน  ไม่ใช่ชุดฝึกยุทธ์


            “ไป่ฉี  มาแต่เช้าเลยนะ  ว่าแต่บรรยากาศของกลุ่มนายนี่สุดยอดเลย  เป็นจุดเด่นที่มองเห็นได้ตั้งแต่ระยะไกลจริง ๆ” หลี่ซีหยานกล่าว  ที่เข้ากล้าทำตัวเป็นกันเองกับไป่ฉี  เพราะไป่ฉีบอกให้เขาทำตัวตามสบาย


            นักเรียนหญิงที่มาสอบเข้าในวันนี้ต่างจ้องไปที่กลุ่มของไป่ฉี  ราวกับดวงตาของพวกเธอสามารถปล่อยลำแสงออกมาได้  เพราะตอนนี้มีหนุ่มหล่อถึง 5 คนรวมตัวกันอยู่  ส่วนหัวหน้าห้องที่ตอนนี้ถูกต้าถงเปลี่ยนลุคซะใหม่  ตกเป็นเป้าของความอิจฉาอย่างรวดเร็ว


            “ต้าถง  ดูแฟนนายไว้ดี ๆ ฉันว่ามีคนจ้องเล่นงานแฟนนายเพราะความอิจฉาแน่” ไป่ฉีกล่าว


            “ไม่ต้องห่วง  ฉันจะตามติดแม้แต่ตอนไปเข้าห้องน้ำเลย” ต้าถงกล่าว  ก่อนจะถูกหัวหน้าห้องตีแขนไปทีหนึ่ง


            กลุ่มของไป่ฉีไปหาที่นั่งคุยกัน  โดยกลุ่มของเขาถูกรายล้อมไปด้วยกลุ่มของนักเรียนหญิงจำนวนมาก  เป็นที่อิจฉาของนักเรียนชายที่มาเข้าสอบ  แต่พวกนักเรียนชายพยายามจะไม่คิดอะไรมากด้วยเพราะต้องทำสมาธิและอ่านทวนเนื้อหาที่ยังจำไม่ค่อยได้  ส่วนกลุ่มของไป่ฉีนั้นก็กำลังรับการติวเข้มจากไป่ฉีเช่นกัน


            เมื่อใกล้ได้เวลาสอบข้อเขียน  กลุ่มของไป่ฉีเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่รู้ว่าพวกตนสอบกันห้องไหน  แต่ไป่ฉีก็ยื่นกระดาษที่เขาจดห้องสอบของทุกคนเอาไว้ให้ทุกคนได้ดู  ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามห้องสอบของแต่ละคน


            ห้องสอบของมัธยมปลายมิดการ์ดนั้นทันสมัยมาก  บนโต๊ะของผู้เข้าสอบจะมีแท็บเล็ตวางไว้  ซึ่งข้อสอบทั้งหมดนั้นจะเชื่อมต่อกับระบบภายในของโรงเรียนผ่านทางแท็บเล็ต  มีระบบสแกนลายนิ้วมือแทนการเซ็นชื่อเข้าสอบเพื่อยืนยันตัวตน  ระบบลายนิ้วมือนี้ยังเชื่อมต่อกับทะเบียนราษฎร์  เป็นการป้องกันการสวมรอยเข้าสอบแทนอีกด้วย


            ไป่ฉีที่ลองตรวจสอบระบบดูคร่าว ๆ ก็ยกยิ้มขึ้น  ระบบนี้แน่นหนาพอสมควรเลยทีเดียว  หากนำมันไปใช้ที่ต้าเซียน  การสอบขุนนางก็คงจะโกงกันยากขึ้นล่ะนะ


            “ทุกคนเปิดแท็บเล็ตขึ้นมา” เสียงของอาจารย์คุมสอบที่เดินเข้ามาในห้องกล่าวขึ้น  นักเรียนที่เข้าสอบทั้งหมดต่างก็เปิดหน้าจอขึ้นมา  สิ่งที่เด้งขึ้นมาที่หน้าจออย่างแรกคือระบบสแกน (ราชบัณฑิตยสถาน ใช้คำว่า กราดตรวจ หรือกราดภาพ แทนนะครับ  ส่วนคอมพิวเตอร์แม้เราจะใช้ทับศัพท์กันแต่ก็มีคำที่ให้ไว้เป็นภาษาไทยคือ คณิตกร ครับ)


            “ทำการสแกนลายนิ้วมือ  โดยใช้หัวแม่มือข้างขวาเหมือนกับตอนที่พวกเธอใช้สมัครสอบ” อาจารย์กล่าวต่อ  ไป่ฉีกับนักเรียนคนอื่นทำตามทันที


            “มีผู้เข้าสอบครบ  ให้ทุกคนคลิกเข้าไปที่ไอคอนที่เป็นชื่อของตน  ซึ่งมีเพียงไอคอนเดียวในหน้าจอ  เมื่อกดไปแล้วข้อสอบทั้งหมดจะแสดงขึ้นมา  พวกเธอสามารถทำข้อสอบได้เลย  นอกจากนี้หลังจากที่ทำข้อสอบเสร็จแล้ว  รอเพียง 5 นาที  ผลคะแนนสอบจะออกมาให้พวกเธอ  หลังจากการสอบของนักเรียนทั้งหมดที่เข้าสอบในวันนี้จบลง  10 นาที  จะประกาศผลการสอบข้อเขียนทันที  โดยคนที่มีลำดับตั้งแต่ 1-300 จะได้เข้าไปในรอบสอบสัมภาษณ์  ปากกาเสียบอยู่ด้านบนของตัวแท็บเล็ต  ให้ใช้มันเขียนในส่วนที่เป็นข้อสอบที่ต้องเขียน” อาจารย์คุมสอบอธิบาย  นักเรียนหลายคนต่างก่นด่าในใจ  นอกจากจะคัดนักเรียนเป็นหมื่นคนให้เหลือแค่ 300 คนในคราวเดียวแล้ว  ยังจะมีสอบสัมภาษณ์เพื่อลดจำนวนคนลงอีกงั้นเหรอ


            “เริ่มทำข้อสอบได้  เวลาในการสอบเริ่มนับถอยหลังแล้ว” อาจารย์คุมสอบกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่หน้าจอ LED ที่ดูเหมือนจะเป็นกระดานสำหรับใช้สอนนักเรียน  บนหน้าจอปรากฎตัวเลขขึ้น  ซึ่งทุกคนดูออกว่ามันเป็นเลขบอกเวลา  ที่กำลังเริ่มนับถอยหลังแล้ว  จึงได้เริ่มก้มหน้าทำข้อสอบของตนทันที

    _________________________________

    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน