เทพสงครามมังกรเทวะ

    ไม่รู้ตัว

    เฟยหรงเข้าโจมตีเป่ยเฉินด้วยพลังทั้งหมดที่มี เขาเกียจที่สุดคือท่าทางสงบนิ่งที่แสนกวนประสาทของอีกฝ่ายจนในที่สุดเขาก็เริ่มที่จะทนไม่ไหวและเรียกใช้เปลวเพลิงสวรรค์ที่เป็นบริวารแห่งบัลลังก์ราชันออกมาโจมตี

     

    "ตูม!!"

     

    "เจ้าหนูนี่!! คิดบ้าอะไรอยู่"เป่ยเฉินอุทานออกมาด้วยท่าที่สงสัยใช้เปลวเพลิงสวรรค์ในเขตพื้นที่ของมหาสมุทรนิรันทร์ นี่มันการกระทำของคนสิ้นคิดเท่านั้นที่คิดจะทำได้เนื่องจากมันจะทำให้เปลวเพลิงมอดดับลงไปและไม่สามารถเจียกใช้มันได้อีกนั่นเอง

     

    "หยุดมือได้แล้ว ไม่เล่นกับเจ้าแล้ว"เป่ยเฉินกล่าวเขาสบัดมือหนึ่งครั้งหมู่มวลวารีเข้าพันธนาการเฟยหรงจนขยับไม่ได้ จนเฟยหรงพยายามจะดิ้นไปมาแต่ทำไม่ได้ ทันใดนั้นเสียงที่เหมือนเสียงของสวรรค์ก็ดังมาจากด้านในตัวของเขาเอง

     

    'เจ้าหนูดูไม่จืดเลยนี่ โดนท่านตาตีก้นหรือ ฮ่าๆๆ'ใช่ นั่นคือเสียงของกู่เทียนหลงที่บัดนี้ได้ตื่นขึ้นจากการฟื้นฟูพลังแล้วนั่นเอง

     

    'ท่านอาจารย์!! ช่างดียิ่งนัก ช่วยข้าหน่อย ข้าอยากออกไปจากที่นี่!'เฟยหรงกล่าวในใจอย่างยินดี และดูเหมือนกู่เทียนหลงจะยอมทำตามคำขอของชายหนุ่มเสียด้วย

     

    ณ โลกภายนอกเฟยหรงสงบนิ่งจนเป่ยเฉินถึงกับต้องมองด้วยความสงสัยทันใดนั้นระดับพลังวิญญานของชายหนุ่มก็ค่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดมันก็ระเบิดออกมา

     

    "ตูม!!"

     

    เปลวเพลิงสีทองลุกลามไปทั่วบริเวรเฟยหรงหลุดออกจากพันธนาการวารีได้สำเร็จแววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีอำพันในทันใด เปลวเพลิงสีทองที่ลุกไหม่นี้ไม่ใช่พลานุภาพของบัลลังก์ราชันแต่อย่างใดแต่มันคือเปลวเพลิงทองคำผลาญพิภพของกู่เทียนหลงนั่นเอง

     

    "เจ้าหนูงั้นหรือ ไม่!! ไม่ใช่!!บรรยากาศต่างกันออกไป"เป่ยเฉินทำท่าทีฉงนสงสัย ระดับพลังวิยญานของชายหนุ่มในเวลานี้อยู่ที่ระดับวิญญานศักดิ์สิทธิ์หรือเทียบเท่ากับจักรพรรดิเทวะแล้วนั่นเอง

     

    "เจ้าเป็นใครทำไมถึงได้อยู่ในร่างของเจ้าหนูคนนี้ได้"เป่ยเฉินกล่าวถามท่าทีของเขาเคร่งขรึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เฟยหรงที่ได้ยินก็พลันยกยิ้ม "ข้าก็คือข้า ไม่ใช่ใครอื่น"เฟยหรงกล่าว เขาตอนนี้เพียงแค่หยิบยืมพลังของกู่เทียนหลงมาใช้เท่านั้นไม่ได้เปลี่ยนการควบคุมร่างกายแต่อย่างใด

     

    "เช่นนั้นก็ไม่จำเป้นต้องกล่าวอันใด"เป่ยเฉินเคลื่อนกายหายไปกับสายวารีมาโผล่ด้านหลังของเฟยหรงฝ่ามือฟาดไปที่ต้นคอหมายให้อีกฝ่ายสลบไป แต่เสี้ยววินาทีนั้นเองเปลวเพลิงสีทองก็ป้องกันด้านหลังของเฟยหรงเอาไว้ทั้งยังเผาไหม้มือของเป่ยเฉินอีกด้วย

     

    "กำไลนี้น่ารำคาญจริง"เฟยหรงยกมือขั้นมามองเปลวเพลิงทองคำผลาญภพเผาไหม้ กำไลข้อมือในที่สุดมันก็ไหม้เกรียมไปจนหมดทำให้เฟยหรงราวกับปลาที่ได้น้ำระดับพลังปราณผสานกับพลังวิญญานทำให้เขาสามารถที่จะต่อกรกับมหาเทวะขั้นต้นได้แล้วในเวลานี้

     

    "ยอมแพ้ซะเถอะ ถึงอย่างไรเจ้าก็หนีไม่พ้นอยู่ดี"เป่ยเฉินมองมือที่ไหม้เล็กน้อยของตัวเองพร้อมกล่าว เขาไม่คิดเลยว่าจะมีเปลวเพลิงสวรรค์ที่สามารถเผาไหม้เขาได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงความสงบได้อยู่เนื่องจากระดับเพียงเท่านี้ยังไม่ทำให้เขาถึงขนาดต้องกังวลใจได้

     

    "ต้องยอมรับหากสู้กันจริงๆข้าสู้ท่านไม่ได้ แต่ถ้าข้าจะหนีท่านก็ไม่สามารถห้ามข้าได้เช่นกัน!"เฟยหรงยกยิ้ม มงกุฏสายฟ้าประดับอยู่ที่ศรีษะของเขาพร้อมกับการปรากฏตัวของมังกรสายฟ้าโตใหญ่ที่แผ่ออร่าที่น่ายำเกรงออกมาจนเป่ยเฉินไม่อาจที่จะสงบนิ่งได้อีกต่อไปและเต็มไปด้วยความตกตะลึง เจ้าเด็กนี่ถือครองบัลลังก์ราชันแห่งอัสนี มิน่าถึงได้มั่นใจว่าจะหนีจากเขาได้

     

    "บัลลังก์ราชัน!! เป่ยเฉินเองไม่ยอมแพ้เช่นกันในระหว่างที่เฟยหรงกำลังก้าวสู่บันได้แห่งราชันนั้น บัลลังก์ราชันแห่งวารีก็ปรากฏขึ้นในทันใด ท้องมหาสมุทรเกิดมหันตภัยครั้งใหญ่การปรากฏของบัลลังก์ราชันทั้งสองทำให้ท้องฟ้ามืดครึ้มเต็มไปด้วยสายฟ้าและมหาสมุทรที่ตอนนี้เกิดเป็นเกลียวคลื่นน่าหวาดกลัว

     

    "ร้อยมังกรอัสนีสยบเทวา!!"เฟยหรงบัญชาการ มังกรอัสนีนับร้อยร่องลอยอยู่เต็มท้างเฟย เป่ยเฉินเองก็ดูเหมือนจะไม่น้อยหน้าทักษะร้อยมังกรวารีสังหารเทพของเขาเองก็ถูกเรียกใช้เช่นกัน

     

    "เจ้าหนู!แม้จะมีบัลลังก์ราชันก็ไม่ใช่ว่าเจ้าจะหนีรอด"เป่ยเฉินกล่าว ในเวลานี้มังกรวารีและมังกรอัสนีกำลังห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตาย และดูเหมือนว่าทางฝั่งของเฟยหรงจะเสียเปรียบอยู่เล็กน้อยนั้นเพราะถึงอย่างพลังที่เขาใช้ควบคุมบัลลังก์ราชันตอนนี้ก็คือพลังวิญญานแม้จะพลิกแพลงได้มากกว่าพลังปราณก็จริงแต่ในด้านของความแข้งแกร่งนั้นพลังปราณเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เฟยหรงที่เห็นดังนั้นเขาก็ไม่ได้ตึงเคลียดใดๆท่าร่างมังกรเหินเวหาของพุ่งตรงไปพร้อมทั้งปลดปล่อยมังกรอัสนีไปทำลายม่านพลังจนแหลกละเอียด

     

    เป่ยเฉินที่เห็นดังนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวออกมา เจ้าหนูนี่นับวันคิดจะหนีอยุ่ตลอดเวลาแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีวันทำได้จริง นั่นเพราะหากไม่มีบัลลังก์ราชันแล้วนั้นตัวตนที่ทรงพลังที่สุดไม่ใช่เขา แต่เป็นภรรยาของเขาแล้วตอนนี้ก็กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าประตูทางออกแล้วแถมยังมองไปที่เจ้าเด็กมีปัญหาด้วยท่าทีที่สุดใจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

     

    "ฮุฮุ เด็กเก่งๆเช่นนี้ข้าจะปล่อยไปได้อย่างไร"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าว นางโบกสบัดตรีศูรราวกับการร่ายรำเงาร่างของเทพสมุทรปรากฏขึ้นพร้อมป้องหันประตุเอาไว้ไม่ให้เฟยหรงได้หลบหนี เฟยหรงที่เห้นดังนั้นเขาโจมตีนางด้วยมังกรสายฟ้าของเขาอีกครั้งแต่มันกลับไม่ได้เหมือนที่เขาโจมตีเป่ยเฉินเลยแม้แต่น้อยเพราะเมื่อมังกรสายฟ้าตัวใหญ่กำลังจะโจมตีด้วยพลังปราณวารีที่บริสุทธิ์มากๆของนางทำให้มันสลายหายไปกลายเป็นละอองน้ำเหมือนดังการโจมตีของเขาในอดีต

     

    "อีกแล้วหรือ??"เฟยหรงงุนงงสงสัย นี่มันพลังปราณอะไรกันทำไมมันถึงน่าอัศจรรย์ถึงขนาดลบล้างการโจมตีของบัลลังก์ราชันได้เช่นนี้

     

    'เจ้าหนู เจ้าไม่เห็นบอกเลยว่ามีตัวอันตรายเช่นนี้อยู่นางคือเทพสมุทรอย่างแท้จริงไม่ใช่เพียงสมญานาม หากจะสู้กับนางตอนนี้มีแต่ตายกับตายเท่านั้น

     

    "นี่แสดงว่าข้าจะถูกโดนจับอีกแล้วหรือ นี่ข้าเผยพลังออกมามากขนาดนั้นแล้วนะ"เฟยหรงกล่าวด้วยความไม่เต็มใจ เขาแทบจะเผยไพ่ตายทั้งหมดที่มีแต่มาติดที่ท่านยายของเขาแค่คนเดียวเนี้ยนะ ยิ่งคิดยิงรู้สึกไม่ยินยอม

     

    'ไม่ยินยอมก็ทำอะไรไม่ได้แล้วเจ้าศิษย์ทึ่ม หากพวกเขาสองคนร่วมมือกันพวกเราก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา'กู่เทียนหลงกล่าวขึ้น เขาเองก็อยากจะช่วยศิษย์คนนี้ให้หนีไปตลอดรอดฝั่งเช่นกันแต่มันเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะเป่ยอวิ้นเอ่อที่อยู่ตรงหน้าของเขา พลังของนางนั้นดูลึกลับซับซ้อนทั้งยังเหนือกว่าเป่ยเฉินอยุ่หลายขุมหากไม่ใช้บัลลังก์ราชัน แต่หากใช้บัลลังก์ราชันอำนาจในการควบคุมผืนน้ำของทั้งสองก็เรียกได้ว่าพอๆกันเลยก็ว่าได้ แล้วตัวตนเช่นนี้เขาจะหนีรอดได้อย่างไรยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว

     

    "หลานชาย คิดจะหนีท่านยายคนนี้ไปงั้นหรือ"เป่ยอวิ้นเอ๋อทำเสียงเศร้า เฟยหรงที่ได้ยินถึงกับนิ่งอึ้งทำตัวไม่ถูกใบหน้าซีดขาวราวกับไก่ต้ม

     

    "ทะ ท่านพูดเรื่องอะไรกัน!"เฟยหรงกล่าวอย่างกระอักกระอ่วนตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง แต่เป่ยอวิ้นเอ๋อยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนที่จะหยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจำให้เฟยหรงตะลึงจนแทบจะกัดลิ้นตัวเอง

     

    "กระบี่วารีสวรรค์!!"ใช่ สิ่งที่นางหยิบออกมาคือกระบี่วารสวรรค์นั่นเอง ทั้งยังเป็นกระบี่ที่เขาใช้อีกด้วยเพราะใบของมันสลักชื่อของเป่ยอิงอิงเอาไว้นั่นเอง แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำได้อย่างไรที่เอาของออกจากแหวนมิติของเขาได้โดยที่เขาไม่รู้ตัวแต่มันก็เป็นไปแล้ว

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน