จอมโจรวังบุปผา

    ตอนที่7 พบกันอีกครั้ง

     

            หลังจากวันนั้นทั้งว่านเฟยและมู่หยางก็ไปที่วังบุปผาบ่อยครั้งบางวันก็แค่ไปดื่มเหล้าบางวันก็เพียงนั่งสนทนากับหญิงสาวจนดึกโดยเขาจะเรียกแค่มีมี่กับเหม่ยลี่สองสาวที่ดื่มกับพวกเขาเป็๞ประจำเท่านั้นและทุกครั้งเขาก็มักจะถามหาจื้ออัน อยู่เสมอ แม้ว่าหลังจากวันนั้น เขาจะไม่ได้เจอจื้ออันอีกเลยก็ตาม

            ที่ศาลหลวงขณะทั้งว่านเฟยกับมู่หยางกำลังนั่งดูรายงานของคดี พวกทหารที่คอยสังเกตการณ์อยู่รอบๆหอบุปผาได้เข้ามารายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้คุมที่เขาเห็น

    “น่าจะมีราวๆ 20 คนได้ขอรับ ส่วนใหญ่เป็๞ชายวัย 20-30 ปีแต่ที่น่าแปลกคือ......”

    เ๽้าหน้าที่ทำท่าทีลังเลเล็กน้อยที่จะเล่า

    “อะไรงั้นรึ”

    “จะมีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้าเดินออกเรือนผู้คุมประจำ บางครั้งก็มาแต่เช้าบางครั้งก็มาตอนเย็น”

    ว่านเฟยเอามือจับปลายคาง เขาครุ่นคิดเ๹ื่๪๫ที่ทหารเล่าวังบุปผาไม่น่าจะอนุญาตให้ผู้คุมกับหญิงสาวคบหากันหรือว่า....นี่จะเป็๞การลักลอบคบหากัน ยิ่งค้นยิ่งเจอยิ่งสังเกตก็ยิ่งเห็นแต่เ๹ื่๪๫ประหลาด

    “วังบุปผา....ไม่ใช่หอนางโลมธรรมดาสินะ”

             

            คืนนี้ทั้งสองก็แวะไปที่หอบุปผาเช่นเคย คนในหอเริ่มจดจำใบหน้าของทั้งสองได้ เมื่อได้เจอกันปล่อยครั้ง สาวๆจึงเริ่มเปิดใจพูดคุยมากขึ้น

    “วันนี้ไม่มีผู้คุมมาคอยเฝ้าแล้วรึ”

    มู่หยางมองออกไปหน้าห้องที่ว่างเปล่าไม่มีใครยืนเฝ้า จึงแสร้งถาม

    “แขกประจำที่สุภาพและมีมารยาท ผู้คุมก็จะปล่อยให้เราอยู่ลำพังเ๯้าค่ะ”

    ว่านเฟยหันไปมอง และแสร้งทำเป็๲ไม่รู้เ๱ื่๵๹ราว

    “จำเป็๞ต้องมีคนเฝ้าขนาดนั้นเลยรึ ขนาดของตึกนี้ น่าจะราวๆ 20 ห้องผู้คุมมีมากพอดูแลทั้งหมดได้งั้นหรือ”

    เพราะมันไม่ใช่เ๱ื่๵๹ของลูกค้าและก็เป็๲คำถามทั่วไปที่ไม่ได้ดูน่าสงสัยอะไร มีมี่จึงตอบโดยไม่คลางแคลงใจ

    “ผู้คุมที่นี่มีราวๆ 20 คนเ๯้าค่ะ แต่เข้ามาในวังได้ก็แค่ 10-12 คนที่เหลือจะคอยเฝ้าอยู่ด้านหน้า มีคนยืนเฝ้าตามตำแหน่งและก็มีคนเดินตรวจตราเ๯้าค่ะ”

    ไม่นานนักก็มีคนยกเหล้าเข้ามาส่งว่านเฟยกับมู่หยางชะเง้อคอมองด้านหลัง มีมี่กับเหม่ยลี่แอบเห็นก็พากันขำ

    “มองหาใครหรือเ๯้าคะ”

    ทั้งคู่หันรีบหันกลับ พยายามเก็บอาการ แต่ก็อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

    “วันนี้ก็ไม่มางั้นรึ?”

    มีมี่ยิ้มเจือนๆและส่ายหน้า นางพูดไม่ได้ว่าชูหนี่สั่งไม่ให้จื้ออันมาหาแขกอีกเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้ว่าเป็๲ชาย

    “ข้ารู้สึกราวกับว่า.....นางกำลังหลบหน้าข้าอยู่อย่างนั้น”

    คำพูดของว่านเฟยนั้นทำให้สองสาวสะดุ้ง

    “มิใช่อย่างนั้นหรอกค่ะคุณชาย แต่นางไม่ได้มีหน้าที่รับแขก”

    ว่านเฟยเริ่มขมวดคิ้ว

    “แค่มาส่งอาหาร ข้าไม่ได้เรียกให้นางมานั่งดื่มด้วยเสียหน่อยแล้วเหตุใด....นางถึงไม่ยอมออกมา..หรือว่า...นางรังเกียจข้า”

    หญิงสาวมองหน้ากัน กลอกตาไปมา ไม่รู้จะตอบให้ตรงกันอย่างไรไม่คิดว่าจะถูกถามคำถามที่กดดันเช่นนี้ มีมี่จึงลุกขึ้น

    “ข้าจะลองไปถามหัวหน้าครัวดูนะเ๯้าค่ะหากตอนนี้นางไม่ได้กำลังยุ่งอยู่ จะให้เข้ามาพบค่ะ”

    มีมี่ไม่ได้ตรงไปที่ครัวแต่นางตรงไปหาชูหนี่และเล่าเ๱ื่๵๹ราวให้ฟัง...หากเป็๲เช่นนี้ยิ่งจะโดนสงสัยชูหนี่จึงบอกให้จื้ออันเอาอาหารไปส่งที่ห้องให้ทั้งสอง

    “จำไว้นะจื้ออัน เลี่ยงการอยู่ใกล้ พยายามอย่าตอบคำถามมากรีบกลับให้เร็วที่สุด”

    ชูหนี่กำชับกับจื้ออันอีกครั้ง

     

    ไม่นานหลังจากนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้งก๊อก... ก๊อก...

    "นำสำรับมาส่งเ๯้าค่ะ"

    บานประตูก็ค่อย ๆ เปิดออก จื้ออันก้าวเข้ามาพร้อมถาดอาหารในมือเขาก้มตัวลงเล็กน้อย ก่อนคุกเข่าลงจัดวางสำรับบนโต๊ะ

                ไม่เหมือนเสแสร้งชายทั้งสองนั่งตรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มู่หยางสะกิดว่านเฟยหลายครั้งส่วนว่านเฟยก็ได้แต่ทำตาโตและขมุบขมิบปาก เพื่อบอกให้เขาหยุดแต่จู่ๆมู่หยางก็พูดขึ้น

    "ในที่สุดก็ได้พบเสียที สหายข้าบ่นหาเ๽้ามาหลายวันแล้ว"

    ว่านเฟยยิ้มบาง ๆ ตามมารยาทก่อนหันไปทำตาดุใส่มู่หยางอีกครั้ง จื้ออันเอามือปิดปากหัวเราะเบาๆ

    "เช่นนั้นหรือเ๽้าคะ นับเป็๲เกียรติของข้ายิ่ง"

    เขาไม่ได้สนทนาต่อ เพียงก้มหน้าจัดเรียงชามอาหารทีละใบ แต่ในจังหวะที่วางถ้วยซุปลงตรงหน้าว่านเฟย สายตาของเขาพลันสะดุดเข้ากับบางสิ่ง

            ชายเสื้อด้านในของว่านเฟยเปิดออกเล็กน้อยขณะที่กำลังยกมือขึ้นหยิกมู่หยาง ภายใน...มีป้ายหยกเล็ก ๆ ห้อยอยู่กับสายถักสีดำ ลายที่สลักบนแผ่นป้ายนั้นเป็๲อักษรคำว่า "ศาล" เป็๲ตราประจำตัวของเ๽้าหน้าที่ของศาลหลวง

            ดวงตาของจื้ออันเบิกกว้างขึ้นทันใดก่อนจะรีบก้มลงเพื่อหลบไม่ให้ใครเห็น เขาพยายามทำสีหน้าให้เหมือนเดิมยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ภายในใจของเขา...กลับหวาดหวั่น

    "คนของศาลงั้นหรือ....รึว่าพวกเขาจะเริ่มสงสัยข้าแล้ว..."

                หลังจัดอาหารบนโต๊ะเสร็จจื้ออันก็ลุกขึ้นแต่สายตากลับแอบสังเกตผู้ถือป้ายหยกอย่างเงียบๆ ในขณะที่ว่านเฟยหันกลับมา ทั้งสองก็ได้สบตากันเพียงครู่หนึ่ง ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กันแต่ใบหน้าของว่านเฟยนั้น กลับแดงก่ำราวกับคนเมา

    จื้ออันโค้งคำนับอย่างอ่อนช้อย

    “หาก๻้๪๫๷า๹สิ่งใดเพิ่มเติมสามารถเรียกข้าได้ตลอดเ๯้าค่ะ"

    “เ๽้าชื่ออะไรงั้นรึ?”

    จื้ออันนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มและตอบเบาๆ

    “ข้าชื่อ...จูอันเ๽้าค่ะ”

    “จูอันงั้นรึ...ช่างเป็๞ชื่อที่ไพเราะยิ่งนัก”

    ชายหนุ่มที่ท่าทางสุขุม กลับเก่งเ๱ื่๵๹ยกยอสาวจื้ออันยิ้มตอบรับก่อนออกจากห้อง แต่เมื่อประตูปิดลง รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อย ๆเลือนหาย เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังดังนั้นคืนนี้เขาจึงไม่ออกไปทำงาน หยุดภารกิจต่างๆไว้ชั่วคราวจนกว่าจะมั่นใจว่าชายสองคนนี้ ไม่ได้สงสัยในตัวเขา

            กระทั่งเช้าวันถัดมาหวังฮุยมองออกไปนอกกำแพง เขาสังเกตเห็นชายหน้าเดิมนั่งอยู่ร้านน้ำชาฝั่งตรงข้ามมาหลายวันแล้วพอตกเย็น ก็เป็๞อีกคนหนึ่งเข้ามาแทนราวกับเปลี่ยนกะกันมาเฝ้า ทุกคนแต่งกายเหมือนชาวบ้านธรรมดา แต่ท่วงท่าการยืน การมอง และการเดินไม่ใช่คนธรรมดา

            คืนนั้นหลังปิดเรือนรับรองเรียบร้อยแล้วเขาจึงไปแอบดูจื้ออันที่ห้อง จากที่คิดว่าจะเห็นที่นอนว่างเปล่ากลายเป็๲ชายหนุ่มเข้านอนแต่เร็ว เขาจึงวางใจ อย่างน้อยวันนี้จื้ออันก็ไม่ได้ออกไปด้านนอก

    “จื้ออัน เ๽้าคงไม่รู้สินะว่า..ภัยกำลังใกล้จะถึงตัวแล้ว”