บทที่ 28: การล่าที่เพิ่งเริ่มต้น
รุ่งเช้าของวันถัดมา หลิงเซียวเดินออกจากกระท่อมไม้ของตนเอง บรรยากาศในหมู่บ้านได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อวานนี้ เขายังคงเป็จุดสนใจที่ทุกคนจับจ้อง แต่วันนี้ เขากลับกลายเป็ตัวตนที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เยาวชนเผ่าิญญาที่เคยพบเจอต่างรีบหลีกทางให้เขาแต่ไกล สายตาที่มองมาไม่ได้มีความดูถูกอีกต่อไป มีเพียงความยำเกรงที่เจือปนด้วยความหวาดกลัวอย่างชัดเจน
ชัยชนะและการสังหารอย่างเด็ดขาดของเขา ได้สร้างกำแพงที่มองไม่เห็นขึ้นมาระหว่างเขากับคนอื่นๆ
ในขณะที่เขากำลังจะมุ่งหน้าไปยังลานฝึกตามปกติ ทหารยามรักษาการณ์คนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยท่าทีนอบน้อม "คุณชายหลิงเซียว ท่านประมุขมีคำสั่งให้ท่านเข้าพบขอรับ"
คำว่า "คุณชาย" ที่ถูกเรียกขานอย่างเป็ธรรมชาติ ทำให้หลิงเซียวตระหนักว่าสถานะของเขาในเผ่าได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างแท้จริง
เขาเดินตามทหารยามไปยังที่พำนักส่วนตัวของประมุขซึ่งเป็ต้นไม้โบราณขนาดมหึมาที่ถูกคว้านภายในจนกลายเป็ห้องโถงหลายชั้น ประมุขหลิงเทียนกำลังนั่งจิบชาอยู่ในสวนหย่อมอันเงียบสงบ
"มาแล้วรึ" ประมุขกล่าวทักทายพลางผายมือไปยังที่นั่งฝั่งตรงข้าม
"คารวะท่านประมุข" หลิงเซียวโค้งคำนับก่อนจะนั่งลง
"ชัยชนะของเ้าได้นำพาเกียรติยศกลับมาสู่เผ่าพันธุ์ และในขณะเดียวกันก็ได้นำพาความขัดแย้งที่ใหญ่หลวงมาด้วย" ประมุขกล่าวอย่างตรงไปตรงมา "ในฐานะอาจารย์ของเ้า และในฐานะรางวัลสำหรับชัยชนะครั้งนี้ ข้าจะมอบสิทธิ์ให้เ้าสามารถเข้าออก 'หอคัมภีร์ิญญา' และ 'ถ้ำบ่อจันทรา' ได้อย่างอิสระ"
หอคัมภีร์ิญญาคือสถานที่เก็บรวบรวมเคล็ดวิชาทั้งหมดของเผ่า ส่วนถ้ำบ่อจันทราคือสถานที่ที่มีพลังลมปราณหนาแน่นที่สุด เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรอย่างยิ่ง นี่คือรางวัลที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ทุกคน
"ข้าน้อยซาบซึ้งในความเมตตาของท่านประมุข" หลิงเซียวกล่าวอย่างนอบน้อม แต่แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นสบตาประมุขโดยตรง "แต่ว่า..."
"การบำเพ็ญเพียรในที่สงบนั้นเชื่องช้านัก ข้าเชื่อว่าหนทางที่แท้จริงในการยกระดับฝีมือ คือการผ่านประสบการณ์ความเป็ความตาย" ดวงตาสีม่วงของเขาฉายแววคมกล้า "ข้าจึงอยากจะขออนุญาต...ออกไป 'ฝึกฝน' ภายนอกหมู่บ้านขอรับ"
คำว่า "ฝึกฝน" ของเขามีความหมายแฝงที่หนักหน่วง ประมุขหลิงเทียนจะไม่ได้ยินได้อย่างไร
ชายชรามองลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มตรงหน้า และเห็นเจตนาต่อสู้ที่ลุกโชนอย่างไม่ปิดบัง เขาไม่ได้้าจะไปผจญภัย แต่เขา้าจะไป "ล่า"!
ประมุขหลิงเทียนถอนหายใจออกมาเบาๆ เขารู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าแตกต่างจากชาวเผ่าิญญาคนอื่นๆ โดยสิ้นเชิง เขาไม่ใช่กวางที่รักสงบ แต่เป็พยัคฆ์ร้ายที่เพิ่งจะลับเขี้ยวเล็บจนคมกล้า การจะขังพยัคฆ์ไว้ในกรงทองนั้นมีแต่จะทำให้มันอ่อนแอลง
"เส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์ต้องสร้างขึ้นด้วยตนเอง" ประมุขกล่าวในที่สุด "ข้าจะไม่ขวางเ้า"
เขายื่นแผ่นยันต์หยกสีเขียวมรกตให้หลิงเซียว "นี่คือยันต์สื่อสาร หากตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต...จงบดขยี้มัน"
หลิงเซียวรับยันต์หยกมาด้วยสองมือ "ขอบคุณท่านประมุข"
"ไปเถอะ" ประมุขหลิงเทียนโบกมือ "แต่จงจำไว้...จงระวังตัวให้ดี"
หลิงเซียวโค้งคำนับเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว เขาไม่ได้กลับไปยังกระท่อมของตนเอง แต่กลับมุ่งหน้าตรงไปยังประตูทางออกของหมู่บ้าน
เขาไม่ได้นำสิ่งใดติดตัวไป นอกจากกระบี่สีดำที่ข้างเอวและจิตสังหารที่ซ่อนเร้นอยู่ในแววตา
ยามเฝ้าประตูมองเขาเดินจากไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน พวกเขารู้สึกว่าการจากไปของหลิงเซียวในครั้งนี้ แตกต่างไปจากทุกครั้งที่ผ่านมา มันไม่ใช่การออกไปฝึกฝนหรือเก็บสมุนไพรอีกต่อไปแล้ว...
มันคือการออกไปล่า!
เมื่อก้าวพ้นเขตแดนอันสงบสุขของเผ่าิญญา หลิงเซียวก็หยุดยืนอยู่บนเนินเขาเล็กๆ เขาทอดสายตาไปยังดินแดนอันกว้างใหญ่เบื้องหน้า ที่ซึ่งเป็อาณาเขตของตระกูลหมาป่าโลหิต
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
"พวกเ้ารอคอยที่จะล้างแค้น...ส่วนข้าก็้าคู่ซ้อมเพื่อยกระดับฝีมือ"
"เช่นนั้นแล้ว...ก็อย่าให้ข้ารอนานนักเล่า"
พูดจบ ร่างของเขาก็พลันเลือนหายไปจากจุดนั้นราวกับภูตพราย ทิ้งไว้เพียงเสียงกระซิบที่ลอยมากับสายลม
"การล่า...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว"