ตอนเที่ยงวัน เรือโดยสารมาจอดเทียบท่าที่เกาะแห่งหนึ่ง
เกาะนี้มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่สิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อมมากมายเช่น โรงเตี๊ยมขนาดกลาง ร้านอาหาร หรือที่พักเล็ก ๆ มีเรือมากมายทอดสมออยู่โดยรอบ
หลังจากทานมื้อเที่ยงเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจึงขึ้นเรือต่อไปยังทวีปต้นกำเนิด
ชิวเหยียนเป็นคนช่างจ้อนัก ก่อนที่เรือโดยสารจะออก เขาได้เปลี่ยนที่กับคนอื่นเพื่อจะได้ใกล้กับถังฮวน
ถังฮวนเป็นผู้ (อดทน) ฟัง ขณะที่ชิวเหยียนพูดอยู่ตลอดเวลา
ถังฮวนรู้สึกว่าสหายใหม่ผู้นี้ได้ผ่านพบเรื่องราวชวนตื่นเต้นมากมายนัก หลายอย่างเขาไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนคล้ายหมอนี่มีเรื่องราวไม่มีวันหมดก็ไม่ปาน
ถังฮวนได้รู้เรื่องราวมากมายจากปากของเขาเรือลำแล้วลำเล่าผ่านเรือโดยสารไปโดยไม่รู้ตัว
และแล้วทะเลก็เกิดความโกลาหลขึ้น ชัดเลยว่าเรือล่องมาถึงทวีปต้นกำเนิดแล้ว
“น้องถังฮวน เวลาเช่นนี้เจ้าจะไปทำอะไรบนแผ่นดินใหญ่กัน”ชิวเหยียนเงยหน้ามองระยะทางและอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
“ข้าจะไปฝึกฝนตนยังชายป่าที่สาบสูญ”ถังฮวนหัวเราะและเอ่ยขึ้น
“แล้วท่านล่ะ พี่ชิวเหยียน?”
ชิวเหยียนยิ้มนิดหนึ่งแล้วตอบว่า“ข้าต้องไปที่ ‘สองอาณาจักร’ เพื่อเข้าร่วมกับกองทัพต้าถัง ตามที่ท่านลุงของข้าเล่ามา ถึงแม้ว่าที่นั่นจะมีการพักรบ หากแต่การต่อสู้อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อไปถึงไม่ต้องกังวลเลยว่าจะไม่มีศัตรู ด้วยประสบการณ์ชีวิตที่มากมาย และการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย คาดว่าพวกเราจะสามารถผ่านพ้นไปได้เร็วขึ้น”
“เช่นนั้น ข้าหวังว่าท่านพี่จะเลื่อนสู่ผู้ฝึกยุทธระดับสี่ได้สำเร็จ”
ถังฮวนกล่าวอย่างยิ้มแย้ม พี่ชิวเหยียนเป็นคนฉลาดเฉลียวนัก ตอนอายุ 18 เขาได้ทะลวงจุดทั้งเก้า และกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามตอนนี้เขาอยู่ในวัย 20 แล้ว แม้ว่าพื้นฐานของเขาจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังไม่สามารถผ่านสู่ระดับต่อไปได้นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขากระหายจะเดินทางไปร่วมกับกองทัพ ณ ‘สองอาณาจักร’
“ต้องสำเร็จแน่นอน”ชิวเหยียนโปรยยิ้มกว้าง“หลังจากผ่านระดับต่อไปได้แล้ว ข้าจะกลับไปพบเจ้าที่เมือง หยางกาง เมื่อถึงเวลานั้น หวังว่าเจ้าจะไม่ได้เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสองแล้วนะ”
“เมื่อถึงตอนนั้น ข้าจะต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามแล้ว บางทีอาจจะเลยไปถึงระดับสี่เลยก็ได้ ระวังไว้เถอะ ข้าตามท่านทันแน่” ถังฮวนหัวเราะลั่น ไม่แยแสสายตาที่จ้องมองมา
“ตามข้าทันรึ ไม่มีทางซะล่ะ!”
ชิวเหยียนกลอกตาไปมาอย่างมีเลศนัย “ความจริงแล้ว ตอนนี้ ที่ข้าอยากไปที่นั้นก็เพื่อหาข่าวผู้ลึกลับนั้น ถ้ามีวาสนาได้รับคำชี้แนะจากเขา ข้าอาจจะเลื่อนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับห้าก็ได้นะ”
ถังฮวนเงียบนิ่งไปชั่วขณะ คนเช่นนั้นมิใช่จะหาพบได้โดยง่ายดาย ถึงแม้ว่าจะพบได้ เขาอาจไม่ต้องการที่จะรับใครเป็นศิษย์
“พี่ชิวเหยียน ผู้แข็งแกร่งท่านนั้นทำให้ ‘เทพทลายฟ้า’ บาดเจ็บสาหัสได้ เช่นนั้นความแข็งแกร่งจึงไม่อาจประมาณได้ ท่านทราบหรือว่าเขายังอยู่ในอาณาจักร แล้วเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับเก้างั้นหรือ?”สักพักถังฮวนอดไม่ได้ที่จะเกิดความสงสัยจึงถามขึ้น
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเจ็ดนับว่าเป็นจอมยุทธผู้ยิ่งใหญ่ ระดับแปดเป็น ตำนาน และหากถึงระดับเก้าล่ะ?ถ้าถึงระดับเก้าจะไม่เรียกว่า เทพสงคราม หรอกหรือ?
“ ข้าเองก็ไม่รู้ แต่เคยได้ยินท่านลุงพูดว่าเขามี นักรบเวทย์คนหนึ่ง นามว่าหวั่นหยู่ เขาสามารถต่อกร เทพทลายฟ้าได้ และนักรบผู้นั้น ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจได้อย่างดีเยี่ยม”ชิวเหยียนเม้มปากกล่าวเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“หวั่นหยู? แห่งศาลาเฉินปิงหรือ?”
ถังฮวนครุ่นคิดในหัว พร้อมกับนึกถึงการจัดลำดับอาวุธอาวุธขั้นสูงย่อมมีระดับความต่างที่ชัดเจน เป็น อาวุธระดับต่ำ ระดับล่าง ระดับกลาง ระดับสูง อาวุธสวรรค์ อาวุธศักดิ์สิทธ์ และนักรบระดับตำนาน
“นักรบพิสดารผู้นั้นเกิดจากแผนที่เนรมิต” สายตาของชิวเหยียนเต็มไปด้วยแววริษยา
แผนที่เนรมิตเหรอ?ในใจของถังฮวนแปรปรวนอีกครั้ง เขาต้องการถามให้ชัดเจนอีกหน่อย ทันใดนั้นเรือหยุดลงกระทันหัน จนร่างของเขาเอนไปข้างหน้า แล้วเสียงอันดังกึกก้องก็ดังขั้น“ทุกคน นั่นอ่าวจันทร์เสี้ยว เรามาถึงที่หมายแล้ว ขึ้นฝั่งได้! ขึ้นฝั่งได้!”
เจ้าของเรือรีบนำเรือเข้าเทียบท่า!
ถังฮวนชำเลืองตามองดูว่าเรือโดยสารได้จอดเทียบท่าเป็นที่เรียบร้อย ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ต่างลุกขึ้นพร้อมสัมภาระ
“เราก็ไปกันเถอะ”ชิวเหยียนก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน
-โปรดติดตามบทต่อไป-