พ่ายรักนางร้าย (มี E-book)

    ตอนที่ 25 เขาผิดต่อข้า

    ร้านค้าสกุลเซียว

     

            “นายท่านฮูหยินน้อยมาขอพบนายท่านอยู่ข้างล่างขอรับ” หลี่เฉียงรายงาน


            “ไม่พบ” เซียวซ่งตอบโดยที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามาจากแท่นหมึกที่กำลังฝนด้วยตนเองอยู่


            “ครั้งนี้นางร่ำไห้มาจนตาบวม แม้จะไม่ได้โวยวาย แต่ก็เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้คนมากมาย ข้าเห็นว่าหากปล่อยนางไว้เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาได้ขอรับ ร้านเรากำลังจะมีงานใหญ่ ละเว้นให้นางขึ้นมาพูดคุยกันข้างบนสักครั้งเถิดขอรับนายท่าน” หลี่เฉียงวิงวอน ชั้นล่างของสกุลเซียวล้วนจัดแต่งผูกผ้าและโคมไฟเอาไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว หากฮูหยินน้อยแปลงร่างเป็นนางมารขึ้นมาอีกเมื่อใด เขาเกรงว่าข้าวของจะเสียหายไปเปล่าๆ


            เซียวซ่งหยุดฝนหมึกไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ นั่งลงไปถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย


            “เรียกท่านพ่อให้ขึ้นมาอยู่กับข้าข้างบนนี้ด้วย แล้วค่อยเชิญนางขึ้นมา”


            “ได้ขอรับ” หลี่เฉียงรีบรับคำ พร้อมจะปฏิบัติตามอย่างยินดี

     

            ร่างงามของผิงจินเยว่เดินผ่านประตูเข้ามา นางสวมชุดสีแดงสดที่สตรีบางคนใส่แล้วอาจทำให้ตนเองดูหมองเพราะเอาชนะสีสันบาดตาของชุดไม่ได้ แต่ไม่ใช่กับนางผู้มีใบหน้างามเป็นเอกผิวขาวผ่องราวกับหิมะเส้นผมและดวงตาดำขลับยิ่งขับเน้นให้ใบหน้างามโดดเด่นยิ่งขึ้น ชุดสีแดงที่ว่าเด่นกลับไม่อาจข่มความงดงามของนางไปได้แม้แต่นิด ปลายหางตาที่ตวัดขึ้นเล็กน้อยรวมกับรูปร่างที่ยั่วยวนใจมองดูคล้ายกับนางจิ้งจอกที่ใช้ความงามล่อลวงใจคน 


            เซียวซ่งมองภรรยาของตนแน่นิ่ง นานเท่าใดแล้วที่เขาไม่ได้มองนางให้เต็มตาเช่นนี้ ยามนี้หญิงสาวยิ่งงดงามกว่าแต่ก่อน ขอบตาที่บวมแดงจากการร้องไห้นั่นยิ่งทำให้ใจของเขาสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ แต่เมื่อนึกถึงหลานชายที่ร้องไห้งอแงเพราะหิวนม พี่ชายที่ผ่ายผอมและขาเล็กลีบลงเนื่องจากไม่สามารถออกแรงเดินได้ สายตาเขาที่อ่อนโยนลงก็กลับแข็งกร้าวขึ้นมาอีกครั้ง


            “มีเรื่องอันใดหรือ เยว่เอ๋อร์" เซียวหยุนเป็นผู้เอ่ยถามสะใภ้คนเล็กขึ้นมาก่อน


            “ท่านพ่อ ท่านพี่ อีกสามวันข้างหน้าก็จะเป็นครบรอบวันเกิด 16 ปีของข้าแล้วเจ้าค่ะ ท่านพี่ไม่ได้กลับเรือนมา 2 เดือนแล้ว ข้าคิดจะทำอาหารให้ทุกคนได้กินกันพร้อมหน้าพร้อมตาสักครั้ง จึงถือวิสาสะมาหาท่านที่นี่เพื่อบอกกล่าว หวังว่าท่านพี่จะกลับไปกินข้าวร่วมกับข้าและทุกคนสักวัน”


            “ไม่ว่าง เจ้าก็รู้มิใช่หรือว่าร้านสกุลเซียวกำลังจะจัดงาน ที่เรือนก็ต้องจัดเตรียมย้ายของกันอีกครั้ง ไม่มีผู้ใดว่างเลยสักคน เรื่องกินอาหารร่วมกันยังมีวันอื่นที่ทำได้อีกมากนัก”


            “ข้ารู้ว่าท่านพี่จะตอบเช่นนี้ ข้าจึงได้ร้องไห้มาตั้งแต่เมื่อคืน แต่อย่างไรก็อดไม่ได้ที่จะมาขอความเห็นใจจากท่านสักครา ข้าตกแต่งเข้าสกุลเซียวมานานนับปี พวกท่านก็เห็นว่าข้าได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปแล้ว เหตุใดจึงได้ใจร้ายกับข้านัก”


            “อาซ่ง แค่กลับไปกินข้าว เจ้าก็กลับไปสักวันเถิด เสร็จแล้วก็ให้ฉางเฟิงกลับมาส่งเฝ้าร้านก็ยังทัน” เซียวหยุนสงสารสะใภ้เล็ก ที่นางกล่าวก็มีส่วนจริงอยู่บ้าง นางไม่ได้อาละวาดโวยวายหรือทำร้ายผู้ใดมานานแล้ว ไม่แน่ว่าลูกสะใภ้จะกลับตัวกลับใจแล้วก็เป็นได้


            “ท่านพ่อ ข้าไม่อยากให้มีเรื่องผิดพลาดขอรับ” เซียวซ่งยังคงยืนกราน


            “เช่นนั้นข้าก็ไม่รบกวนแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านพี่ข้าลา” หญิงสาวกลั้นน้ำตาเอ่ยลาออกไปอย่างน่าเวทนา 


            “เจ้าเห็นหรือไม่ ถึงขนาดนี้แล้วนางก็ยังไม่ได้โวยวายออกมา เจ้าก็อย่าโหดร้ายกับนางนักเลย” เซียวหยุนตำหนิบุตรชาย


            เซียวซ่งไม่ได้กล่าวอันใด ไม่ว่านางจะทำดีมากขึ้นเพียงไรแต่เขาก็ไม่ได้ตาบอด ชุ่ยอิงสาวใช้ส่วนตัวของนางวิ่งเข้าวิ่งออกสกุลผิงอยู่บ่อยครั้ง ภรรยาคนงามของเขาก็มักจะมีเครื่องประดับและมีเงินทองจับจ่ายใช้สอยอย่างคล่องมือ แม้เขายังไม่รู้ว่าพวกนางคิดทำสิ่งใดกันอยู่ หากเป็นว่านางอยากกลับเข้าสกุลผิงเขายิ่งไม่ควรสานสัมพันธ์กับนางต่อ แต่เวลานี้นางยังไม่เคยออกมาว่าต้องการหย่า เช่นนั้นไม่ว่าคนสกุลผิงจะมีจุดประสงค์อันใดเขาไม่ควรวางใจโดยง่าย

     

            พอออกมาจากร้านค้าสกุลเซียว หญิงสาวท่าทางโศกเศร้าเมื่อครู่ก็เปลี่ยนสีหน้าไปอย่างรวดเร็ว ราวกับเมื่อครู่ไม่ใช่นางที่เพิ่งยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาอยู่หยกๆ


            “พี่ชุ่ยอิง ไปเอายาที่ท่านพ่อมาได้เลย ข้าคิดแล้วว่าพี่ซ่งไม่ยินยอมโดยง่ายหรอก หนึ่งปีของข้าในสกุลเซียวข้าอดทนเพื่อเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น แล้วดูสิ่งที่เขาทำกับข้าสิ อย่างนี้ก็อย่าได้หาว่าข้าร้ายเลย ข้าไม่ได้ผิดต่อเขาแต่เป็นเขาต่างหากที่ผิดต่อข้า!!”


            “นายหญิง บ่าวขอร้องเถิดเจ้าค่ะ ทนมาได้ 1 ปีแล้ว ทนไปอีกสักนิดไม่ได้เชียวหรือเจ้าคะ แล้วยานั่น..อันตรายเกินไป บ่าวกลัวเหลือเกินแล้ว” ชุ่ยอิงคุกเข่าลงขอร้อง


            “พี่ชุ่ยอิง หากท่านไม่ไปข้าไปเองก็ได้ ยาที่ท่านพ่อเป็นคนหาให้จะทำร้ายข้าได้อย่างไร หากท่านไม่เต็มใจอยู่ข้างกายข้าต่อไป ก็จากไปตั้งแต่ตอนนี้เสีย ข้าไม่รั้งท่าน แต่หากคิดจะอยู่ท่านต้องฟังข้า”


            “นายหญิง บ่าวมีเพียงท่าน พ่อแม่ของบ่าวก็เสียไปหมดแล้ว อย่าขับไล่บ่าวไปไหนเลยนะเจ้าคะ บ่าวเชื่อท่านแล้ว” 


            “พี่ชุ่ยอิง ข้าเห็นท่านเป็นดังพี่สาว หากท่านไม่อยู่ข้างกายข้า ข้าก็อาจทำแผนครั้งนี้ของท่านพ่อไม่สำเร็จ ข้ารู้ว่ามันอันตราย แต่สกุลเซียวกำลังจะย้ายออกจากเมืองหลวงไปอยู่ชนบทห่างไกลแล้ว หากข้าไม่รีบจัดการเสียตั้งแต่ตอนนี้ข้าก็คงต้องตามพวกเขาไปลำบากด้วย ท่านทนเห็นข้าต้องลำบากลำบนไปตลอดชีวิตได้เช่นนั้นหรือ”


            “บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ นายหญิงรอบ่าวที่โรงเตี๊ยมข้างหน้าสักครู่ บ่าวจะรีบไปเอายาแล้วกลับมาพบท่านที่นั่น”

            

    ……….


     

            ในวันครบรอบวันเกิดปีที่ 16 ของผิงจินเยว่ หญิงสาวออกจากเรือนมาทำอาหารด้วยตนเอง จากปกติที่นางจะทำเพียงส่วนของนางและส่วนที่จะนำไปมัดใจเซียวซ่งเพียงเท่านั้น วันนี้กับข้าว 8 อย่าง น้ำแกง 4 อย่าง ขนมมงคลและผลไม้ ถูกจัดเรียงขึ้นจนเต็มโต๊ะ


            รอจนเย็นย่ำก็มีเพียงเซียวหยุนที่กลับเรือนมาเพียงลำพัง ผิงจินเยว่ได้แต่ทำสีหน้าสลด แต่ไม่เอ่ยคำตำหนิใดๆ ออกมาแม้แต่ครึ่งคำ นางยังคงเชื้อเชิญให้บิดามารดาของสามี และเผยหลั่นหลิงที่อุ้มบุตรชายวัยขวบเศษมาด้วย ร่วมรับประทานอาหารด้วยท่าทีอ่อนหวานนอบน้อม 


            หลังจากผ่านมื้อเย็นที่ดูเหมือนจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไปแล้ว ถึงยามห้าย (21.00-22.59) บรรยากาศสงบสุขภายในเรือนสกุลเซียว ก็ถูกทำลายไปด้วยเสียงร้องอันดังของสาวใช้ชุ่ยอิง


            “นายท่านช่วยด้วยเจ้าค่ะ นายหญิงคิดจะทำร้ายตนเอง นางเอามีดจ่อลำคอเอาไว้ เรียกร้องขอให้คุณชายรองมาพบนางเจ้าค่ะ” ชุ่ยอิงรีบรายงานทันทีที่เซียวหยุนและฉิงยี่ออกจากเรือนพักส่วนตัวของพวกเขามา


            “เอะอะก็จะทำร้ายตัวเอง ครั้งนี้ต้องการอันใดอีกเล่า” ฉิงยี่ตำหนิอย่างไม่พอใจ


            “ฮูหยิน พวกเราไปดูนางเสียหน่อยดีกว่า เมื่อเย็นยังดีๆ อยู่เลยเกิดเรื่องอันใดหรือชุ่ยอิง”


            “นายหญิงน้อยใจคุณชายรอง จนเสียใจคิดสั้นเจ้าค่ะ” ชุ่ยอิงกล่าวไป ก็เร่งเดินนำสองนายท่านผู้เฒ่าไปยังเรือนพักของผิงจินเยว่


            “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าทนไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ ข้าเป็นภรรยาที่ถูกสามีทอดทิ้ง บิดามารดาก็ไม่มาเหลียวแล ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว ขอเพียงให้ข้าได้พบหน้าพี่ซ่งเป็นครั้งสุดท้ายได้หรือไม่เจ้าคะ” หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญ


            “เจ้าจะเล่นละครอันใดอีกหรือลูกสะใภ้ สุดท้ายแล้วก็แค่อยากให้อาซ่งมาเอาอกเอาใจก็เท่านั้นมิใช่หรือ” ฉิงยี่กลอกตาไปรอบหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์ ในที่สุดหญิงสาวก็ออกลายจนได้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้วมิใช่หรือที่นางอยากจะปลิดชีพตัวเอง


            “ท่านแม่ ข้ารู้ข้าเคยทำผิด หากท่านเห็นแก่ที่ข้าก็เป็นสตรีเช่นท่าน ขอโอกาสให้ข้าได้พบหน้าสามีก่อนตายเถิดเจ้าค่ะ” 


            “เยว่เอ๋อร์ เจ้าอย่าเหลวไหล อาซ่งก็อยู่ที่ร้าน ห่างกันแค่นี้มีอะไรเจ้าก็ไปพบเขาพรุ่งนี้ก็ได้มิใช่หรือ” เซียวหยุนกล่าว


            “ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าพวกท่านไม่เชื่อคำข้าอีกแล้ว ข้าจะกินยาพิษนี้เข้าไป ยานี้จะออกฤทธิ์เต็มที่ใน 1ชั่วยาม (2 ชั่วโมง) หากพี่ซ่งไม่กลับมาในหนึ่งชั่วยาม ก็คงเป็นข้าที่ไร้วาสนาที่จะได้พบหน้าเขาก่อนตาย” ผิงจินเยว่กล่าวจบก็หยิบยาพิษเม็ดสีแดงขึ้นมาให้พวกเขาดูก่อนจะหย่อนเข้าปาก กลืนมันลงไปต่อหน้าต่อตาพวกเขา

     

    คล้ายกับเรื่องพ่ายรักนางร้าย (มี E-book) ที่คุณอ่าน