ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 66 จงกำจัดภัยร้ายต่อสมาชิกตระกูล!
จิตใจของดาเรียสตกอยู่ในความปั่นป่วน ใจหนึ่งก็โกรธแค้น อีกใจก็สับสน
แท้ที่จริงแล้วเขาตัดสินใจถูกต้องมาตลอดหรือไม่ คนที่เขาไล่ล่ามาจนถึงตอนนี้ แท้จริงเป็นผู้ร้าย หรือถูกใส่ร้ายป้ายสี
คนเห็นแก่ตัวจิตใจเลวทรามอย่างผู้อาวุโสสาม บางทีอาจจะชั่วช้าพอที่จะสังหารคนในตระกูลตัวเองหรือไม่?
ดาเรียสสลัดความคิดในหัวออกไปก่อนจะโจมตีเข้าใส่สัตว์อสูรที่อยู่เบื้องหน้า ช่วยปกป้องไม่ให้มีคนตายไปมากกว่านี้ ตอนนี้สถานการณ์อันตรายมาก เขาไม่มีเวลามาคิดเรื่องอื่น หากเอาตัวรอดจากจุดนี้ไปไม่ได้ ก็อย่าได้คิดหวังว่าจะได้แก้แค้นเลย
กลุ่มกองกำลังจากจวนเจ้าเมืองต่อสู้กับสัตว์อสูรด้วยความยากลำบาก และเหตุการณ์ยิ่งเลวร้ายมากขึ้นไปอีกเมื่อสัตว์อสูรระดับเจ็ดเข้ามาเสริมทัพ
------------------------------
คาลอสพาซีเลียวิ่งหนีออกมาไกลโดยไม่หยุดฝีเท้า ระหว่างทางได้พบสัตว์อสูรระดับห้าและระดับหกประปราย แต่ชายหนุ่มก็เหวี่ยงขวานกันพวกมันออกจากเส้นทางหนีของเขาได้ทั้งหมด พลังโจมตีที่รุนแรงของขวานวิเศษทำให้เหล่าสัตว์อสูรเจ็บปวดและไม่กล้าขวางทางชายหนุ่มอีกต่อไป
เส้นทางภายในดันเจี้ยนซับซ้อนคดเคี้ยวยิ่งกว่าเดิมมาก แม้แต่ซีเลียที่พอจะรู้เส้นทางในดันเจี้ยนยังหัวหมุนตาลายกับทางแยกแปลกตา ไม่ต้องพูดถึงคาลอสที่เคยเข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรกเลย เขาทำได้เพียงวิ่งสุ่มหาเส้นทางไปเรื่อยๆ หวังก็แค่มันจะพาไปสู่ประตูมิติซึ่งเป็นทางออกของดันเจี้ยนแห่งนี้
ร่างของชายหนุ่มวิ่งมาเนิ่นนาน บางครั้งเขาก็พบกับสัตว์อสูรระดับเจ็ดเข้ามาขวางทาง การโจมตีของขวานเพลิงสุริยันแม้จะรุนแรงสร้างอาการบาดเจ็บให้พวกมันเป็นอย่างมาก แต่ความดุร้ายป่าเถื่อนของสัตว์อสูรเหล่านี้มันมากเกินความเข้าใจของคาลอส
แม้ร่างกายของพวกมันจะบาดเจ็บ แต่สัตว์อสูรบ้าเลือดเหล่านี้เลือกที่จะไม่ถอยหนี พวกมันติดตามคาลอสมาที่ด้านหลังไม่ห่าง และนี่......เป็นตัวที่สามแล้วที่เขาบังเอิญพบระหว่างทาง พวกมันไล่ตามเขาด้วยความเดือดดาล ไม่สนใจว่าคาลอสสามารถทำร้ายมันได้มากเพียงใด
เดิมทีคาลอสคิดจะหลบหนีไปเรื่อยๆ เพื่อหาทางออกจากที่นี่ แต่นานไปเขายิ่งพบสัตว์อสูรที่ทรงพลังไล่ตามหลังมามากขึ้น หากจะเปลี่ยนแปลงความตั้งใจหันกลับไปต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับเจ็ดทั้งสามตัวที่ไล่หลังมาตอนนี้ก็เกรงว่าจะสายเกินไปแล้ว
ถ้ามีสัตว์อสูรระดับเจ็ดเพียงแค่ตัวเดียว แน่นอนว่าคาลอสไม่มีปัญหาที่จะจัดการ แต่กับสัตว์อสูรระดับเจ็ดสามตัว ทั้งยังมีซีเลียอยู่ภายในอ้อมแขน เห็นทีจะยาก หากเขาเผลอไผลไปแม้เสี้ยววินาที คงถูกสัตว์อสูรตะปบจนปางตาย
สุดท้ายเขาจึงทำได้แต่วิ่งหนีหลอกล่อสัตว์อสูรที่ตามมาด้านหลังอยู่อย่างนั้น หวังเพียงให้โชคของเขาดีพอ ได้พบเจอประตูมิติเร็วๆ นี้
“ทางข้างหน้า!” ซีเลียตะโกนออกมาทันทีที่เห็นเส้นทางด้านหน้า มันไม่ใช่โพรงดินเขาวงกตที่มีเส้นทางแตกแขนงออกไปมากมายอีกต่อไป
ดูเหมือนว่าเทพีแห่งโชคจะอำนวยพรให้กับคำขอของคาลอส ในที่สุดเส้นทางด้านหน้าก็ต่างไปจากเดิมบ้างเสียที
รอยยิ้มค่อยๆ โผล่ขึ้นมาที่ใบหน้าของคาลอส ก่อนมันจะหุบลงทันทีภายในเสี้ยววินาที
ภาพด้านหน้าเป็นภาพที่เขาคุ้นเคยอย่างยิ่ง ลานหินตรงกลาง เสาหินสิบสองต้นรายล้อมรอบห้องโถง ตรงกลางลานมีปะรำพิธีที่ดูยิ่งใหญ่ขึ้นมาอีกนิดเมื่อเทียบกับความทรงจำในครั้งก่อน
ปรากฏว่าเส้นทางวกวนคดเคี้ยวทั้งหมดได้พาเขากลับมาที่ห้องโถงซึ่งเป็นใจกลางดันเจี้ยนอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าเทพีแห่งโชคจะอำนวยพรให้คาลอสจริงๆ แต่โชคไม่ดีที่มันกลายเป็นโชคร้าย
คาลอสทำได้เพียงกัดฟันพุ่งเข้าไปด้านในห้องโถงด้วยความเจ็บใจ เขาวิ่งไปทั่วเขาวงกตมาเนิ่นนาน แต่สุดท้ายก็กลับมาจุดเดิม! นี่มันบ้าอะไรกัน!
หญิงสาวถูกชายหนุ่มอุ้มเข้ามาในห้องโถงใจกลางดันเจี้ยนอีกครั้งหนึ่ง สภาพทุกอย่างคล้ายกับตอนที่จากมาคราวแรกหลายอย่าง ยกเว้นก็แต่กลิ่นเลือดชวนเวียนหัว กับซากศพที่นอนเกลื่อนทั่วห้อง มีทั้งศพมนุษย์และศพของสัตว์อสูร
คาลอสชะงักฝีเท้าทันทีที่เห็นฉากนั้น ซีเลียที่อยู่ในอ้อมแขนเบิกตากว้างตกใจ เพราะศพเหล่านั้นเป็นกองกำลังภายใต้สังกัดเจ้าเมือง...หรือก็คือพ่อของเธอ มีหรือที่เธอจะไม่คุ้นเคย แม้สภาพศพจะเละเทะผิดรูป แยกใครเป็นใครไม่ได้ แต่เธอก็ยังจำลักษณะของเครื่องสวมใส่ได้ดี
“พวกเขา......” เสียงของหญิงสาวสั่นเทา เธอไม่คิดว่าจะได้มาเห็นภาพที่น่าหดหู่เช่นนี้ คนเหล่านี้ท่านพ่อของเธอชุบเลี้ยงมาเป็นอย่างดี มีความภักดีอย่างสูงยิ่ง การมาตายเปล่าในดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ต่างไปจากการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ต่อจวนเจ้าเมือง ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรที่ลงแรงฟูมฟักอเวกเหล่านี้ขึ้นมา หรือจะเป็นความผูกพันระหว่างกันฉันพี่น้องที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาช้านาน
คาลอสจ้องมองการแสดงออกของหญิงสาวในอ้อมแขนของตนเองนิ่งๆ แต่ภายในใจของเขาเข้าใจความรู้สึกสูญเสียของหญิงสาวจริงๆ หากเป็นสมาชิกในครอบครัวของคาลอสที่เสียชีวิตไป ชายหนุ่มเองก็คงเสียใจเช่นกัน
การที่หญิงสาวช่วยเหลือเขามาโดยตลอดไม่ได้หมายความว่าหญิงสาวเป็นปฏิปักษ์กับกลุ่มคนเหล่านี้ที่ไล่ตามเขามาตลอด แต่เป็นเพราะหญิงสาวต้องการจะรักษาทั้งสองฝ่ายเอาไว้ต่างหาก เธอจึงต้องป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันเป็นดีที่สุด แม้วิธีดังกล่าวจะดูเป็นการหนีปัญหาก็ตาม
ตูม!
“กร๊าซ!”
เสียงอึกทึกดังมาจากช่องทางหนึ่งที่เชื่อมออกไปจากห้องโถงแห่งนี้ ตามมาด้วยเสียงร้องของสัตว์อสูร ชายหญิงที่กำลังอึ้งกับสภาพแวดล้อมซึ่งเต็มไปด้วยซากศพก็หันไปมองในทิศทางนั้นทันที
พวกเขาเห็นคนสามคนถูกสัตว์อสูรจำนวนมากไล่ต้อนอยู่ สภาพทั้งสามคนไม่ค่อยสู้ดีนัก เลือดสีแดงอาบไปทั่วร่าง บาดแผลเหวอะหวะไม่น่าดู โดยเฉพาะชายร่างใหญ่ที่กำลังสู้พลางถอยพลาง หากไม่ใช่เพราะร่างกายอันเป็นเอกลักษณ์ คงไม่สามารถนึกออกได้ว่าคนผู้นี้เป็นใคร
“ท่านลุงดาเรียส!” หญิงสาวตะโกนออกไปทันทีที่เห็น ต่อให้เห็นแค่แผ่นหลังเธอก็จำบุคคลคนนี้ได้แม่น คนที่เป็นดั่งทหารศึกคู่บารมีของท่านพ่อมาตั้งแต่เธอยังแบเบาะ ทำไมเธอจะจำไม่ได้
น้ำตาหนึ่งหยดค่อยๆ ไหลออกจากตา ความดีใจที่เห็นคนคุ้นเคยยังคงมีชีวิตอยู่ ไม่กลายเป็นศพนอนอนาถอยู่กับพื้นทำให้นางไม่อาจกลั้นน้ำตา กลั้นความรู้สึกเอาไว้ได้
“กร๊าซซซซ” เสียงรบกวนทำให้สัตว์อสูรที่ไล่ตามมาคำรามก้องด้วยความไม่พอใจอีกครั้ง ชายสามคนด้านหน้าก็ดูจะรับมือกับกลุ่มสัตว์อสูรแทบไม่ไหว ไม่มีเวลาหันกลับมาสนใจเสียงร้องของหญิงสาวที่ด้านหลังเลยแม้แต่น้อย
“คาลอส...ได้โปรดช่วยท่านลุงดาเรียสและคนอื่นๆ ด้วย เรื่องทั้งหมดเป็นความเข้าใจผิดกัน อย่าได้โกรธเกลียดท่านลุงดาเรียส ท่านลุงเป็นคนเชื่อมั่นในความคิดของตนเองมากเกินไปหน่อยและยังเคร่งครัดในหน้าที่ของตนเองมาก จริงๆ แล้วท่านลุงเป็นคนจิตใจดีคนหนึ่ง รักและห่วงใยพวกพ้องเสมอ โปรดช่วยพวกเขาด้วยเถิด ถือว่าข้าขอร้อง” หญิงสาวหันมาพูดกับชายหนุ่มที่อยู่ข้างกาย
คาลอสจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้า หูก็ฟังหญิงสาวที่พูดอยู่ด้านข้าง หันมองช่องทางอื่นรอบๆ ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลังที่ตนจากมา
เสียงฝีเท้าของสัตว์อสูรระดับเจ็ดทั้งสามตัวยังคงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อีกเพียงไม่กี่อึดใจคงตามมาถึงที่ห้องโถงแห่งนี้
คาลอสจ้องมองไปที่อเวกทั้งสามคนซึ่งกำลังวิ่งหนีกลุ่มสัตว์อสูรมา ทั้งสามคนเป็นอเวกระดับเจ็ดในกลุ่มกองกำลังจากจวนเจ้าเมือง แม้จะเป็นอเวกที่แข็งแกร่งแต่เมื่อเจอศัตรูจำนวนมากที่แข็งแกร่งไม่น้อยไปกว่าตนกลุ้มรุมโจมตีก็เหมือนจะต้านรับไม่อยู่
แต่ละคนเริ่มไม่สามารถรักษาสภาพความแข็งแกร่งของตนไว้ได้อีกต่อไป ทั้งความเร็ว การตอบสนอง และพลังป้องกันล้วนตกลงจนแทบไม่เหลือเค้าลางของอเวกระดับเจ็ดผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้เห็นอีก หากปล่อยไว้นานกว่านี้คงกลายเป็นศพเหมือนกับพวกพ้องที่นอนตายอยู่ภายในห้องแห่งนี้เป็นแน่
เมื่อประมวลผลทุกสิ่ง ในที่สุดคาลอสก็ตัดสินใจ เขากระชับขวานในมือแล้วพุ่งสวนเข้าหากลุ่มสัตว์อสูรที่วิ่งไล่กวดอเวกทั้งสาม
เขาคิดว่าการช่วยเหลือบุคคลทั้งสามตามคำขอของหญิงสาวเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุดหากไตร่ตรองดูจากเหตุผลหลายๆ อย่าง
ประการแรกทิศทางที่เขาจากมามีสัตว์อสูรระดับเจ็ดถึงสามตัวไล่ตามมาอยู่ หากย้อนกลับไปทางนั้นก็มีแต่จะต้องปะทะกับพวกมัน นับเป็นทางที่เสี่ยงอันตรายที่สุด
ประการที่สอง เขาอาจจะเลือกหลบหนีไปช่องทางอื่นได้ แต่นั่นก็ไม่ได้รับประกันว่าเขาจะปลอดภัยไปได้ตลอด
เส้นทางภายในดันเจี้ยนแห่งนี้ช่างคดเคี้ยวเวียนวน ไม่มีใครรู้เส้นทางที่แน่ชัดของวงกตแห่งนี้ หากเขาวิ่งหนีต่อไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็ต้องหมดแรงและถูกสัตว์อสูรกลุ้มรุมสังหารอยู่ดี โอกาสรอดชีวิตของเขาจึงมีแต่ต้องพึ่งพาดวง ซึ่งดูเหมือนว่า...ตัวเขาจะไม่มีสิ่งนี้เอาเสียเลย และการเลือกเส้นทางนี้ก็แปลว่าความตายของมนุษย์สามคนตรงหน้าจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน ไม่อาจหลีกเลี่ยงเป็นอื่นไปได้
พูดตามตรงว่าจะต้องมีหลายๆ คนเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้แน่ๆ หญิงสาวในอ้อมแขนของคาลอสแล้วคนหนึ่ง ไหนจะคนจากจวนเจ้าเมืองและตัวเจ้าเมืองเองที่อยู่ภายนอกดันเจี้ยนอีก ต่อให้เขารอดไปจากดันเจี้ยนได้ รวมถึงรอดพ้นจากข้อกล่าวหาของตระกูลเดสมอน ความสัมพันธ์กับทั้งเมือง B-24 คงแหลกเหลวลงไปอีก ปิดประตูธุรกิจของตระกูลพีไรซ์ไปได้เลย ถือเป็นความล้มเหลวในการทำภารกิจอย่างไม่น่าให้อภัย
ทางเลือกสุดท้ายจึงมีเพียงช่วยเหลืออเวกระดับเจ็ดทั้งสามคนจัดการกับกลุ่มสัตว์อสูรตรงหน้า อย่างน้อยในกลุ่มสัตว์อสูรเหล่านี้ก็มีเพียงระดับเจ็ดแค่ตัวเดียว ที่เหลือเป็นเพียงระดับหกที่เขาสามารถจัดการได้ไม่ยาก
หากกำจัดกลุ่มสัตว์อสูรพวกนี้ได้รวดเร็วพอ อย่างน้อยเขาก็สามารถกลับไปต้านรับสามตัวที่ไล่ตามเขามาโดยมีอเวกระดับเจ็ดสามคนเป็นผู้ช่วย นี่จึงจะเป็นวิธีแก้ไขสถานการณ์ที่ดีที่สุดอย่างแท้จริง
คาลอสพุ่งตัวไปด้านหน้าโดยไม่คิดอะไรอีกต่อไป เขาเคลื่อนตัวไปพร้อมกับวางหญิงสาวไว้ในระยะที่อเวกทั้งสามคนจะเข้ามารับตัวซีเลียได้อย่างทันท่วงที สามารถปกป้องเธอให้อยู่ในจุดที่ปลอดภัยที่สุดได้
แม้คาลอสจะใช้ซีเลียเป็นตัวประกันเพื่อให้ตนเองหลบหนีมาโดยตลอด แต่ในเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เขาจำเป็นต้องแข่งกับเวลา กำจัดสัตว์อสูรส่วนใหญ่ในเส้นทางนี้ให้ได้ก่อนที่ไอ้พวกบ้าเลือดสามตัวนั่นจะไล่ตามมาทัน
“ฝากซีเลียด้วย!” คาลอสปล่อยมือออกจากหญิงสาว ทิ้งคำพูดอันหนักแน่นเอาไว้ ก่อนที่จะมุ่งตรงเข้าใส่กลุ่มสัตว์อสูรด้านหน้าที่หลงเหลืออยู่เกือบสิบตัว
ชายร่างใหญ่และอเวกอีกสองคนจ้องมองชายหนุ่มด้วยความสับสน ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแววตาที่ดูมีความหมายยามเมื่อมองเห็นชายหนุ่มซึ่งกำลังควงขวานจามเข้าใส่หน้าสัตว์อสูร พวกเขาเข้าใจแล้วว่าชายหนุ่มมาเพื่อช่วยพวกตน
“กร๊าซซซซซซ”
“กร๊าซซ กร๊าซ กร๊าซ”
เสียงร้องของสัตว์อสูรดังระงม สัตว์อสูรระดับเจ็ดที่นำหน้ามาตัวแรกถูกโจมตีจนบาดเจ็บหนักทันที เนื่องด้วยมันต่อสู้กับกลุ่มกองกำลังของมนุษย์มานานจนเหน็ดเหนื่อยและบอบช้ำพอสมควร เมื่อเจอกับการโจมตีที่ทรงพลังและรวดเร็วของคาลอส มันก็แทบต้านทานไม่ไหว
เมื่อทำให้หัวโจกที่น่ากลัวที่สุดบาดเจ็บได้ คาลอสก็ถือโอกาสโจมตีเข้าใส่สัตว์อสูรตัวอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ
พลังของคาลอสรวมกับพลังของขวานฉีกกระชากร่างของสัตว์อสูรระดับหกได้อย่างง่ายดาย พวกมันแต่ละตัวโดนโจมตีเพียงครั้งเดียวก็แทบล้มทั้งยืน ไม่อาจต่อต้านการโจมตีอันทรงพลังของคาลอสได้
ชายหนุ่มพยายามจัดการสัตว์อสูรตรงหน้าให้ได้มากที่สุด แต่ดูเหมือนจะยังเร็วไม่พอ
“โฮกกกกก”
เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังมาจากด้านหลังของคาลอส ในที่สุดพวกมันตามชายหนุ่มมาจนถึงห้องโถงแห่งนี้!
นั่นทำให้ชายหนุ่มหันเหความสนใจเล็กน้อยไปทางนั้นในทันที
“กร๊าซ”
ตึง!
ในจังหวะเดียวกัน สัตว์อสูรระดับเจ็ดที่เพิ่งถูกคาลอสโจมตีจนบาดเจ็บก็ฉวยโอกาสกระแทกร่างของมันเข้าใส่คาลอสด้วยความโกรธแค้น ดีที่สติของคาลอสยังดีอยู่ ใช้ตัวขวานต้านรับแรงกระแทกนั้นไว้ได้ทัน แต่ร่างของคาลอสเองก็ยังได้รับผลกระทบ ต้องถอยหลังกลับไปหลายก้าว ค่อยๆ กลับเข้ามาอยู่กับกลุ่มมนุษย์ทั้งสี่คนด้านหลัง รวมตัวเป็นกลุ่มต่อต้านสัตว์อสูรเฉพาะกิจ
ไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่ละคนต่างหันหลังเข้าหากัน หันหน้ามองศัตรูที่พุ่งมาจากสองทิศทางด้วยสายตาที่มุ่งมั่น แม้ร่างกายจะแอบสั่นไหว แต่ในใจทุกคนตอนนี้สงบนิ่งมาก ทุกคนไม่เหลือหนทางให้ถอยอีกต่อไปแล้ว
ทุกคนต่างเป็นอเวกที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ในช่วงจังหวะความเป็นความตายเช่นนี้ หากจิตใจหวาดกลัวก็เท่ากับพ่ายแพ้ไปแล้วครึ่งตัว มีแต่ความกล้าเท่านั้นที่จะสร้างโอกาสรอดชีวิตให้พวกเขา
-------------------------------
[เตือนภัย! สมาชิกตระกูลรุ่นที่แปด'คาลอส'ตกอยู่ในอันตราย]
[ภารกิจเร่งด่วนถูกสร้าง ในฐานะบรรพบุรุษผู้ปกปักรักษาจงกำจัดภัยร้ายต่อสมาชิกตระกูล]
เสียงจักรกลไร้อารมณ์ดังขึ้นในโสตประสาทของร่างวิญญาณโปร่งใส......