ฮากอนหลังจากที่ได้ฟังคำขอสุดเลวร้ายของลาดิสเขาก็ตะลึง
จะให้เขาใช้ระเบิดนิวเคลียร์สังหารเจ้าชายอาโนอิทอสหรือ?
ในวินาทีถัดมา ฮากอนกัดฟันแล้วตะโกน "เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!? เรื่องแบบนี้ใครจะไปทำ ข้าไม่ทำหรอก!"
ถึงแม้ว่าครอบครัวเขาจะตกเป็นตัวประกันอยู่ แต่ฮากอนก็รับรู้ได้ถึงความหายนะมากๆที่จะเกิดหากนิวเคลียร์ตกลงไปที่ชามิวลอส ไม่ใช่แค่ฝ่าบาทที่เขาเคารพนับถือจะตายแต่ทุกชีวิตที่นั่นก็จะต้องตายเช่นกัน ใครจะบ้าบิ่นถึงขนาดสังหารผู้บริสุทธิ์นับล้านขนาดนั้นลงได้ ลาดิสเสียสติไปแล้ว!
"ไม่มีใครที่เขาอยากจะทำเรื่องแบบนี้ได้หรอก! ลาดิสเจ้าบ้าไปแล้ว!" ฮากอนตะโกนออกมา
ลาดิสไม่ได้มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป "ข้าอาจจะบ้าไปแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ข้าคนเดียวหรอกนะที่บ้า เพราะถึงเจ้าจะไม่ทำแต่ก็มีเพื่อนอีกมากมายของเจ้าที่ยอมทำ"
"อะไรนะ!"
ตอนที่ลาดิสพูดแบบนั้น ฮากอนก็ได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก เขาเดินออกไปดูก็พบว่าในห้องประชุมนี้ทุกคนกำลังทะเลาะกันและมีลูคัสพยายามห้ามพวกเขา
"นั่นพวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน!?" ฮากอนตกใจ แล้วจากนั้นเขาก็รีบเข้าไปช่วยลูคัสแยกทุกคน
"ลูคัส! นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด!?" ฮากอนหันหน้าไปถามลูคัส
ลูคัสบอก "พวกของลาดิส พวกมันทุกคนบอกว่าจับตัวครอบครัวของพวกเราไว้เป็นตัวประกัน พวกมันบังคับให้เราใช้ระเบิดทำลายชามิวลอสและเจ้าชายเสีย ตอนนี้ทุกคนจึงทะเลาะกันเรื่องนั้นเพราะไม่รู้ว่าควรจะต้องทำยังไงดี"
ฝั่งหนึ่งอยากจะปกป้องอาโนอิทอสเพราะไม่อยากหักหลังผู้มีบุญคุณ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็อยากจะปกป้องครอบครัวตัวเองกองทัพเรือแทบจะแตกออกเป็นสองส่วน
ฮากอนไม่อยากเชื่อ "เจ้าพวกบ้านี่! เรายังไม่มีหลักฐานสักหน่อยว่าที่พวกมันพูดมาเป็นความจริง พวกเจ้ากล้าหักหลังฝ่าบาทเพราะแค่ความกลัวได้อย่างไร!?"
"มันไม่ใช่แค่ความกลัวหรอก พวกลาดิสมีหลักฐานว่าพวกมันพูดจริง" ตอนที่ฮากอนกำลังจะตวาดพรรคพวกตนเองที่ไปเชื่อข่าวไร้มูล ลูคัสก็บอกเขาก่อนแล้วเอาศีรษะของชายชราคนหนึ่งให้เขาดู ไม่ใช่แค่หัวของชายชราคนนั้นที่เป็นพ่อใครบางคนแต่ยังมีหัวของครอบครัวพวกเขาอีกมากมายที่ถูกส่งมา แต่ละหัวที่ถูกส่งมาก็มีจดหมายแนบมาบอกด้วยว่า 'ทำตามที่สั่ง ถ้าไม่อย่างนั้นข้าจะสังหารสมาชิกครอบครัวที่เหลือของพวกเจ้า'
ฮากอนตกตะลึง
ลูคัสพูดกับฮากอนอย่างจริงจัง "พวกลาดิสไม่ได้ส่งคนไปตามฆ่าครอบครัวเราทุกคน แต่ฆ่าสมาชิกคนใดคนหนึ่งแล้วเหลือคนที่เหลือไว้เพื่อขู่ให้เราทำตาม ตอนนี้เราไม่รู้ว่าบ้านใครที่ถูกขู่บ้าง แต่ที่โดนมีเกินครึ่งแน่นอน"
ฮากอนอึ้ง ไม่อยากเชื่อว่าลาดิสจะทำถึงขนาดนี้เพียงเพื่อฆ่าอาโนอิทอสคนเดียว
เมื่อเรื่องคำขู่ของลาดิสเป็นความจริง สุดท้ายแล้วตอนนี้ทุกคนจึงต้องมาคุยกันหาข้อสรุปว่าจะเอายังไง
ในนี้มีสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วยที่จะทำตามที่ลาดิสบอก กับอีกฝ่ายหนึ่งอยากจะปกป้องครอบครัวตนเอง
"แล้วนี่...เราจะทำยังไงกันดี?" ทหารคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความกังวล
"ข้าบอกแล้วว่าเราไม่ควรจะไว้ใจพวกนั้น" ทหารอีกคนหาเรื่องเหน็บแนม
"ตอนนี้สิ่งที่เราควรคุยกันไม่ใช่เรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่ควรตกลงกันว่าจะเอายังไง อย่างที่พวกเจ้ารู้การใช้ระเบิดลูกนั้นกลางเมืองจะทำให้มีผู้คนมากมายต้องตาย ไม่ใช่แค่ฝ่าบาท ตอนนี้ชาวเมืองยังไม่ได้แยกย้ายกันกลับเมืองตนเองดีหมายความว่ามันจะก่อให้เกิดความเสียหายหนักมาก ถ้าพวกเจ้ารู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไงก็ต้องรู้ว่าเราไม่ควรใช้ระเบิดนั่น" ทหารคนหนึ่งจากฝ่ายคัดค้านลาดิสพูดออกมา
แต่ก็มีใครบางคนยังรู้สึกกังวล "แต่ว่าครอบครัวของเราที่ถูกจับตัวไว้เล่า? เจ้าพวกนั้นส่งหัวของครอบครัวเรามาแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกมันเอาจริง แม่ของข้า นางเพิ่งจะคืนดีกับข้าหลังจากข้าถอนตัวจากกองปฏิวัติ พวกเจ้าไม่ได้เห็นสีหน้าที่ดีใจของนาง ข้ายอมให้นางต้องมาตายเพราะข้าไม่ได้หรอก" ทหารอ้วนคนหนึ่งพูดขึ้น
เมื่อทหารนายนี้พูดแบบนั้น ทหารคนอื่นๆก็เงียบไป ราวกับว่าเข้าใจความรู้สึกอีกฝ่าย มีหลายคนที่ต้องทะเลาะกับครอบครัวตนเองหรือกระทั้งต้องตัดความสัมพันธ์กันเลยเพราะเข้ากองปฏิวัติ การได้เปลี่ยนแปลงประเทศเป็นเป้าหมายของพวกเขา แต่การได้กลับไปคืนดีกับครอบครัวก็เป็นความฝันพวกเขาเช่นกัน พวกเขาไม่ต้องการนำความเดือดร้อนไปให้คนเหล่านั้นเพราะตัวเองเคยอยู่กองปฏิวัติมาก่อน
มันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากระหว่างครอบครัวตัวเองกับฝ่าบาทที่ยอมรับพวกเขากลับมาหลังจากทรยศประเทศ
ว่ากันตามตรง ไม่ใช่ว่าฝ่ายที่อยากปกป้องครอบครัวตัวเองอยากจะใช้นิวเคลียร์สังหารอาโนอิทอสจริงๆ ในใจของคนเหล่านี้ก็แทบจะฉีกขาดเป็นชิ้นๆเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเลือกอะไรดีเช่นกัน แต่เพราะว่าในชีวิตพวกเขาครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดพวกเขาจึงได้เลือกแบบนั้น เหตุผลที่เข้ากองปฏิวัติก็เพื่อช่วยครอบครัว
นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลย
ทุกคนคิดแบบนั้น จนกระทั้งลูคัสมองทุกคนแล้วพูดบางอย่าง
"ข้าเข้าใจว่าพวกเจ้าตอนนี้เป็นห่วงครอบครัวที่สุด แต่ว่าในบางครั้งเราก็ต้องรู้ว่าหน้าที่ที่เราควรทำที่สุดคืออะไร พวกเราเป็นทหารของฝ่าบาทที่ได้รับหน้าที่ปกป้องประเทศและฐานทัพนี้ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าทหาร พวกเรารับใช้ประเทศไม่ใช่ตัวเอง"
"ข้าเข้าใจ แต่ว่าครอบครัวเรา--!" ชายอ้วนคนเดิมพยายามจะคัดค้านไป
แต่ลูคัสก็พูดขัด "หน้าที่ของเราคือรับใช้ประเทศไม่ใช่ตัวเอง พวกเจ้าลืมแล้วหรือว่าแรกเริ่มเดิมทีตัวเองเข้ากองปฏิวัติเพราะอะไร นั่นก็เพื่อปกป้องครอบครัวตัวเองใช่หรือไม่?"
ทหารคิ้วเข้มผู้หนึ่งจากกลุ่มใช้นิวเคลียร์พยักหน้า
ลูคัสพูดต่อ "แล้วทำไมเจ้าถึงต้องปกป้องครอบครัวตนเองตั้งแต่แรก?"
"นั่นก็เพราะพวกชนชั้นสูงที่เอาเปรียบเรา" ชายคิ้วเข้มบอก
ลูคัสพยักหน้า "ใช่แล้ว แรกเริ่มเดิมทีพวกเราคงจะไม่จำเป็นต้องปกป้องอะไรเลยถ้าหากพวกชนชั้นสูงไม่เอาเปรียบเราทั้งหมดเป็นเพราะพวกมันที่ทำอะไรตามใจตนเองและเห็นผลประโยชน์ตนเองสำคัญกว่าส่วนรวม เพราะแบบนั้นพวกเรา 500 ล้านคนทั่วประเทศจึงได้ต้องมาเจ็บปวดเพราะความเห็นแก่ตัวของพวกมัน"
ดวงตาของทุกคนรวมทั้งชายอ้วนและชายคิ้วเข้มเบิกกว้างเมื่อลูคัสพูดแบบนั้น จากนั้นทุกคนจึงเข้าใจว่าลูคัสพยายามจะพูดอะไร ทุกคนในกลุ่มใช้นิวเคลียร์กัดฟันกรอด ในใจกรีดร้องด้วยน้ำตา
ลูคัสเองก็ร้องไห้ "ข้ารู้ว่าตัวเลือกนี้มันเจ็บปวด แต่เพราะเราแตกต่างจากพวกชนชั้นสูงเราถึงได้ลุกขึ้นสู้เพื่อประเทศบางครั้งมันก็มีบางวันที่เราต้องสละสิ่งสำคัญของตนเองเพื่อส่วนรวม เพราะแบบนั้นเราถึงจะไม่ได้เป็นแบบเดียวกับพวกผู้นำที่เราเกลียด วันนี้เราถูกบีบบังคับให้เลือกระหว่างครอบครัวกับคนทั้งประเทศ พวกเจ้าสามารถใช้ระเบิดนั้นสังหารคนทั้งประเทศแล้วปกป้องครอบครัวตนเองได้ แต่แบบนั้นพวกเจ้าจะแตกต่างอะไรกับพวกชนชั้นสูงที่เห็นแก่ตัวเจ้าเลือกใช้ระเบิด เจ้าและครอบครัวมีความสุข แต่คนอื่นๆอีก 500 ล้านต้องทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิตก็เพราะเจ้า พวกเจ้าอยากให้มีคนต้องเจ็บปวดแบบเดียวกับที่ตัวเองเคยโดนจากพวกผู้นำหรือ?"
กลุ่มใช้นิวเคลียร์เงียบ ทุกคนอยากจะเถียง แต่ในใจพวกเขารู้ว่าสิ่งที่ลูคัสพูดมันถูก
มีชายอ้วนคนเดียวเท่านั้นที่อยากจะเถียงแต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
ลูคัสบอก "การตัดสินใจในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่พวกเจ้าควรรู้ว่าตัวเองควรทำอะไร การปกป้องผลประโยชน์ส่วนรวมคือหน้าที่ของทหารและการปกป้องกษัตริย์ก็เป็นหน้าที่ของเรา ใช้ระเบิดนั่นสังหารเจ้าชายนอกจากจะละทิ้งหน้าที่ตนเองแล้วยังเป็นการอกตัญญูต่อผู้ที่ช่วยเหลือครอบครัวเรายามที่พวกเขาลำบากด้วย"
ทุกคนกัดฟันกรอด
ใบหน้าของชายอ้วนมืดมน
ลูคัสมองทุกคนที่กำลังร้องไห้ "ตั้งแต่ที่เราเข้ากองปฏิวัติ เราก็ได้ทิ้งครอบครัวของเราให้เผชิญหน้ากับความยากลำบากต่อพวกผู้นำเห็นแก่ตัวเหล่านั้นมาโดยตลอด แต่พวกเจ้าคงยังไม่ลืมว่าท้ายที่สุดแล้วใครเป็นผู้ช่วยครอบครัวเราจากผู้นำที่โหดร้ายเหล่านั้น ที่เมืองอาฟีโน! ครอบครัวของสมาชิกเราส่วนหนึ่งถูกทิ้งให้ตายอยู่ในเมืองเพราะอามอโฟส แต่เจ้าชายอาโนอิทอสก็บุกไปที่นั่นแล้วช่วยพวกเขา!"
กลุ่มทหารที่มีครอบครัวในเมืองอาฟีโนและถูกอาโนอิทอสช่วยไว้กำหมัดแน่น
ลูคัสพูดต่อ "ที่ 'สเกได' 1 แสนบุกที่ชามิวลอส! ใครที่ปกป้องครอบครัวพวกเจ้าหัวชนฝาไม่ยอมแพ้จนกระทั้งขับไล่ 'สเกได' จำนวนขนาดนั้นไปได้!"
กลุ่มทหารที่มีครอบครัวในชามิวลอสและถูกอาโนอิทอสช่วยไว้กำหมัดแน่น
ลูคัสมองทุกคนและพูดต่อ "โรคระบาดทั้งประเทศ! พ่อแม่พี่น้องพวกเจ้าเกือบตาย ผู้นำทั้งประเทศทอดทิ้ง แต่ใครกันที่ช่วยเหลือพวกเขา บินไปดูอาการทุกคนทั้งประเทศแล้วรักษาพวกเขาจนหายดี!"
ฟันของทุกคนกัดเข้าหากัน น้ำตาที่ร้อนผ่าวหลั่งไหลออกจากดวงตา รู้สึกเจ็บปวดที่วันนี้ต้องปล่อยให้ครอบครัวตนเองตาย แต่ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดกว่าที่ตนเองคิดจะสังหารคนที่มีพระคุณกับครอบครัวพวกตน
หนึ่งในครอบครัวที่ถูกจับเป็นตัวประกันก็มีของลูคัสเช่นกัน แต่ลูคัสก็ยังพูดพร้อมกับน้ำตาที่เจ็บใจไหลออกมา "วันนี้พวกเราทอดทิ้งครอบครัวของตนเอง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผิด สิ่งที่ผิดจริงๆก็คือการที่เราใช้ระเบิดนั่นแล้วให้มันสังหารเจ้าชายที่มีพระคุณของเรา เพราะถ้าหากไม่ใช่เพราะเจ้าชาย ครอบครัวของเราทุกคนที่นี่ก็คงจะตายไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เป็นเจ้าชายที่ต่ออายุขัยให้ครอบครัวเรามาจนถึงวันนี้ วันนี้พวกเราทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับความจริงแล้วบอกลาพวกเขา"
ทั้งฮากอนและคนอื่นๆร้องไห้ออกมา ภายในใจรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งหว่าสูญเสียครอบครัวก็คือการที่รู้ว่าตัวเองสามารถช่วยได้แต่ถูกบังคับให้ต้องดูพวกเขาตายต่อหน้า ทุกคนอยากจะช่วยครอบครัวตัวเองแล้วกดปุ่มนั่นให้มันจบๆ แต่ทุกคนก็รู้ว่าทำแบบนั้นไม่ได้เพราะถ้าพวกเขาทำ พวกเขาก็จะกลายเป็นสิ่งทุเรศที่สุดที่พวกเขาเคยเป็น อาโนอิทอสช่วยชีวิตครอบครัวพวกเขา ดังนั้นพวกเขาไม่สามารถฆ่าคนที่ช่วยครอบครัวพวกเขาได้
วันนี้ทุกคนทำได้แค่ตัดใจ
เมื่อการประชุมได้ข้อสรุปทุกคนก็พากันแยกย้ายจะไปทำใจ
แต่ทันใดนั้นเอง
ที่แผงปุ่มนิวเคลียร์ ก็มีชายผู้หนึ่งเดินขึ้นไปแล้วกดมัน
ลูคัสที่กำลังจะพาฮากอนไปปลอบ และกลุ่มใช้นิวเคลียร์คนอื่นๆที่เห็นชายคนนั้นทำแบบนั้นก็ตกตะลึง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีซีดเหมือนไก่ต้มโดนลวกสองครั้ง ทุกคนกรีดร้องออกมาพร้อมกัน "เจ้า!"
ชายที่กดปุ่มนิวเคลียร์นั้นเป็นชายอ้วนที่เถียงเรื่องแม่ในตอนแรก เขาร้องไห้ออกมาขณะกดปุ่มนั้นลงไป "ทุกคน...ขะข้าขอโทษด้วย ข้ารู้สึกเสียใจต่อฝ่าบาทที่ทำเช่นนี้ แต่ไม่ว่ายังไงข้าก็ไม่อยากจะเสียมารดาไป"
ฮากอนเปลี่ยนจากใบหน้าตกใจเป็นตวาด "เจ้ารู้หรือไม่ทำแบบนั้นลงไปมารดาเจ้ามีแต่จะเสียใจตลอดชีวิตน่ะ! นางจะคิดอย่างไรหากรู้ว่าตนเองมีชีวิตรอดมาได้แลกกับคนทั้งประเทศรวมทั้งฝ่าบาทต้องตายน่ะ!"
ชายอ้วนร้องไห้ออกมา "ข้ารู้ ข้ารู้ว่านางต้องเสียใจและไม่มีวันให้อภัยข้าแน่ ข้าเองก็ไม่อยากจะทำเช่นนี้ แต่ข้าไม่อยากให้นางต้องมาตายเพราะข้า"
"เจ้า..."
ชายอ้วนบอก "ตั้งแต่ที่ข้ายังเด็กข้าก็มักจะทำให้นางผิดหวังมาตลอด ไม่ว่าข้าจะทำอะไรก็ไม่เคยถูกและมักจะทำให้นางโกรธ ยิ่งเป็นตอนที่ข้าตัดสินใจเข้ากองปฏิวัติตอนนั้นนางแทบจะผิดหวังจนสิ้นใจตายไป ข้าไม่มีวันลืมใบหน้าของนางในวันนั้น แล้วก็จะไม่มีวันลืมหน้านางที่มีความสุขวันที่ข้ากลับบ้านแล้วบอกว่าข้าออกจากกองปฏิวัติแล้ว หน้าของนางในตอนนั้นบอกว่าภูมิใจในตัวข้า นั่นเป็นครั้งแรก ข้าไม่อยากจะให้ภาพสุดท้ายที่ข้าจำได้เป็นภาพนางตอนที่ต้องตายเพราะข้า"
ใบหน้าของทุกคนซีดขาว กัดฟันกรอดและไม่รู้จะพูดอะไร
ชายอ้วนเห็นใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวและผิดหวังจากเพื่อนๆทุกคน เขารู้อยู่แล้งว่าทำแบบนี้จะทำให้ทุกคนโกรธ แต่เขาก็ไม่ได้เสียใจที่ทำมัน
ก่อนที่จะจากกันเป็นครั้งสุดท้าย ชายอ้วนหยิบปืนพกขึ้นมาแล้วมองไปที่ทุกคนด้วยความเสียใจ "ข้าขอโทษ...ฝากดูแลมารดาข้าด้วย" ชายอ้วนว่าแบบนั้นจากนั้นก็เหนี่ยวไกปืน
ทุกคนตกใจที่เห็นชายอ้วนฆ่าตัวตาย แต่มันก็ไม่ได้เท่ากับตกใจเรื่องที่นิวเคลียร์กำลังจะไปถล่มชามิวลอส
*****
ที่ชามิวลอส
อาโนอิทอสนั่งอยู่ในคฤหาสน์ กำลังมองออกไปนอกหน้าด้วยใบหน้าที่เปล่าเปลี่ยว
ในหัวของเขากำลังมีความสับสนบางอย่าง
ตั้งแต่ที่คุยกับเลวี่ในวันนั้นจบ ในใจเขาก็รู้สึกสับสนมาตลอด
"เผ่าเอกซ์โซชอสไม่สามารถมีความรู้สึกได้" อาโนอิทอสว่ากับเลวี่แบบนั้น แต่เขาก็ไม่รู้ทำไมตอนที่พูดแบบนั้นกับเธอในใจของเขารู้สึกคันแปลกๆ และยิ่งเวลาที่ 'สเกได 2 แสน' บุกในวันนั้นและเข้ามาในชามิวลอสได้ หัวใจเขาก็รู้สึกเจ็บปวดมากกว่าทุกที มันราวกับว่าเขารู้สึกเจ็บปวดเวลาเห็นชาวเมืองตัวเองทุกข์ทรมาน
อาโนอิทอสสับสนในตัวเอง
แล้วตอนนั้นเอง
"อา...อาโน...อิทอส" ชายคนหนึ่งก็เปิดประตูเข้ามาในห้องเขา ทั่วตัวของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยเลือด ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล แต่ภายในดวงตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเขา
หัวใจของอาโนอิทอสบีบรัดเวลาเห็นสายตานั้น เขารีบวิ่งเข้าไปเพื่อจะรักษาอีกฝ่าย
"อา...อาโน....อิทอส ที่..นี่มีไส้..ศึก รีบ...นะ หนี..ไป---" คามิวดุสว่าแบบนั้น แล้วทันใดนั้นเอง ตอนที่อาโนอิทอสกำลังจะวิ่งไปหาอีกฝ่าย ก็มีบางอย่างลอยตกลงมาจากท้องฟ้า ทันทีที่มันตกลงมา แสงก็เข้าปกคลุมคามิวดุสและทุกอย่างในคฤหาสน์นี้ไป
ห่างไกลออกไป เลวี่และพาเน่ที่กำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเองจนถึงตอนนี้ในที่สุดก็รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไร พวกเธอสองคนหันไปทางคฤหาสน์แล้วมุ่งหน้าไปที่นั่นพร้อมกัน แต่ทันใดนั้นเอง วัตถุบางอย่างก็ตกลงมาตรงหน้าพวกเธอแล้วแสงนั้นก็ครอบคลุมทุกอย่าง ร่างของพวกเธอหายไปในทันที
ในเวลานั้นเพอินาสที่กำลังเลี้ยงลูก เกลนที่กำลังคุยกับพ่อ เจโนสที่กำลังเล่นกับน้อง ทุกคนถูกแสงนั้นกลืนกินและร่างก็ถูกแผดเผาไปจนหมด
ทั่วชามิวลอสตกอยู่ในความวุ่นวาย ชาวเมืองต่างพากันวิ่งหนีจากจุดระเบิด แต่ตึกรามบ้านช่องที่พังลงมาก็ฆ่าพวกเขา
บางคนที่รอดจากตึกถล่มก็หนีไม่พ้นรัศมีของกัมมันตรังสี ต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน ประชากรสิบล้านกว่าๆล้มตายอย่างรวดเร็ว ส่วนที่เหลือที่อยู่นอกชามิวลอสและอยู่ห่างใกลจากจุดนิวเคลียร์ตกก็ได้รับผลกระทบจากสารกัมมันตรังสีบางส่วนที่ลมพัดมา ทำให้เป็นแผลพุผอง บางคนโชคร้ายได้รับสารมากเกินไปก็เกิดเนื้องอกที่ปอด ไม่สำคัญว่าอยู่ห่างจากชามิวลอสแค่ไหน แต่หากอยู่ในระยะ 100 กิโลเมตร ทุกคนก็หนีนิวเคลียร์ไม่พ้น
ทุกคนในชามิวลอสในช่วงเวลานั้นต่างกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ในคฤหาสน์ของอาโนอิทอส ภายใต้ฝุ่นคลุ้งและสารกัมมันตรังสี ท่ามกลางกองเพลิงที่เผาไหม้และทำลายทุกอย่าง อาโนอิทอสยืนอยู่ตรงนั้นที่เดิม เขามองไปตรงหน้าตรงที่ที่คามิวดุสยืนอยู่เมื่อครู่ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายหายไปแล้ว
ไม่ใช่แค่คามิวดุสเท่านั้น แต่พอเขาหันไปดูทั่วเมืองตนเอง ตอนนี้ทุกคนในเมืองก็ได้หายไปแล้วเช่นกัน หลงเหลือเพียงแค่ศพ
หัวใจของอาโนอิทอสราวกับมีเลือดออก หัวใจของอาโนอิทอสรู้สึกเจ็บปวดเวลาเห็นภาพนี้