ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ

    ตอนที่ 45

    ฮากอนหลังจากที่ได้ฟังคำขอสุดเลวร้ายของลาดิสเขาก็ตะลึง 

    จะให้เขาใช้ระเบิดนิวเคลียร์สังหารเจ้าชายอาโนอิทอสหรือ? 

    ในวินาทีถัดมา ฮากอนกัดฟันแล้วตะโกน "เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!? เรื่องแบบนี้ใครจะไปทำ ข้าไม่ทำหรอก!" 

    ถึงแม้ว่าครอบครัวเขาจะตกเป็นตัวประกันอยู่ แต่ฮากอนก็รับรู้ได้ถึงความหายนะมากๆที่จะเกิดหากนิวเคลียร์ตกลงไปที่ชามิวลอส ไม่ใช่แค่ฝ่าบาทที่เขาเคารพนับถือจะตายแต่ทุกชีวิตที่นั่นก็จะต้องตายเช่นกัน ใครจะบ้าบิ่นถึงขนาดสังหารผู้บริสุทธิ์นับล้านขนาดนั้นลงได้ ลาดิสเสียสติไปแล้ว! 

    "ไม่มีใครที่เขาอยากจะทำเรื่องแบบนี้ได้หรอก! ลาดิสเจ้าบ้าไปแล้ว!" ฮากอนตะโกนออกมา 

    ลาดิสไม่ได้มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป "ข้าอาจจะบ้าไปแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ข้าคนเดียวหรอกนะที่บ้า เพราะถึงเจ้าจะไม่ทำแต่ก็มีเพื่อนอีกมากมายของเจ้าที่ยอมทำ" 

    "อะไรนะ!" 

    ตอนที่ลาดิสพูดแบบนั้น ฮากอนก็ได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก เขาเดินออกไปดูก็พบว่าในห้องประชุมนี้ทุกคนกำลังทะเลาะกันและมีลูคัสพยายามห้ามพวกเขา 

    "นั่นพวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน!?" ฮากอนตกใจ แล้วจากนั้นเขาก็รีบเข้าไปช่วยลูคัสแยกทุกคน 

    "ลูคัส! นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด!?" ฮากอนหันหน้าไปถามลูคัส 

    ลูคัสบอก "พวกของลาดิส พวกมันทุกคนบอกว่าจับตัวครอบครัวของพวกเราไว้เป็นตัวประกัน พวกมันบังคับให้เราใช้ระเบิดทำลายชามิวลอสและเจ้าชายเสีย ตอนนี้ทุกคนจึงทะเลาะกันเรื่องนั้นเพราะไม่รู้ว่าควรจะต้องทำยังไงดี" 

    ฝั่งหนึ่งอยากจะปกป้องอาโนอิทอสเพราะไม่อยากหักหลังผู้มีบุญคุณ ส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็อยากจะปกป้องครอบครัวตัวเองกองทัพเรือแทบจะแตกออกเป็นสองส่วน 

    ฮากอนไม่อยากเชื่อ "เจ้าพวกบ้านี่! เรายังไม่มีหลักฐานสักหน่อยว่าที่พวกมันพูดมาเป็นความจริง พวกเจ้ากล้าหักหลังฝ่าบาทเพราะแค่ความกลัวได้อย่างไร!?" 

    "มันไม่ใช่แค่ความกลัวหรอก พวกลาดิสมีหลักฐานว่าพวกมันพูดจริง" ตอนที่ฮากอนกำลังจะตวาดพรรคพวกตนเองที่ไปเชื่อข่าวไร้มูล ลูคัสก็บอกเขาก่อนแล้วเอาศีรษะของชายชราคนหนึ่งให้เขาดู ไม่ใช่แค่หัวของชายชราคนนั้นที่เป็นพ่อใครบางคนแต่ยังมีหัวของครอบครัวพวกเขาอีกมากมายที่ถูกส่งมา แต่ละหัวที่ถูกส่งมาก็มีจดหมายแนบมาบอกด้วยว่า 'ทำตามที่สั่ง ถ้าไม่อย่างนั้นข้าจะสังหารสมาชิกครอบครัวที่เหลือของพวกเจ้า'

    ฮากอนตกตะลึง 

    ลูคัสพูดกับฮากอนอย่างจริงจัง "พวกลาดิสไม่ได้ส่งคนไปตามฆ่าครอบครัวเราทุกคน แต่ฆ่าสมาชิกคนใดคนหนึ่งแล้วเหลือคนที่เหลือไว้เพื่อขู่ให้เราทำตาม ตอนนี้เราไม่รู้ว่าบ้านใครที่ถูกขู่บ้าง แต่ที่โดนมีเกินครึ่งแน่นอน" 

    ฮากอนอึ้ง ไม่อยากเชื่อว่าลาดิสจะทำถึงขนาดนี้เพียงเพื่อฆ่าอาโนอิทอสคนเดียว 

    เมื่อเรื่องคำขู่ของลาดิสเป็นความจริง สุดท้ายแล้วตอนนี้ทุกคนจึงต้องมาคุยกันหาข้อสรุปว่าจะเอายังไง 

    ในนี้มีสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วยที่จะทำตามที่ลาดิสบอก กับอีกฝ่ายหนึ่งอยากจะปกป้องครอบครัวตนเอง 

    "แล้วนี่...เราจะทำยังไงกันดี?" ทหารคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความกังวล 

    "ข้าบอกแล้วว่าเราไม่ควรจะไว้ใจพวกนั้น" ทหารอีกคนหาเรื่องเหน็บแนม

    "ตอนนี้สิ่งที่เราควรคุยกันไม่ใช่เรื่องที่ผ่านไปแล้ว แต่ควรตกลงกันว่าจะเอายังไง อย่างที่พวกเจ้ารู้การใช้ระเบิดลูกนั้นกลางเมืองจะทำให้มีผู้คนมากมายต้องตาย ไม่ใช่แค่ฝ่าบาท ตอนนี้ชาวเมืองยังไม่ได้แยกย้ายกันกลับเมืองตนเองดีหมายความว่ามันจะก่อให้เกิดความเสียหายหนักมาก ถ้าพวกเจ้ารู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไงก็ต้องรู้ว่าเราไม่ควรใช้ระเบิดนั่น" ทหารคนหนึ่งจากฝ่ายคัดค้านลาดิสพูดออกมา 

    แต่ก็มีใครบางคนยังรู้สึกกังวล "แต่ว่าครอบครัวของเราที่ถูกจับตัวไว้เล่า? เจ้าพวกนั้นส่งหัวของครอบครัวเรามาแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกมันเอาจริง แม่ของข้า นางเพิ่งจะคืนดีกับข้าหลังจากข้าถอนตัวจากกองปฏิวัติ พวกเจ้าไม่ได้เห็นสีหน้าที่ดีใจของนาง ข้ายอมให้นางต้องมาตายเพราะข้าไม่ได้หรอก" ทหารอ้วนคนหนึ่งพูดขึ้น

    เมื่อทหารนายนี้พูดแบบนั้น ทหารคนอื่นๆก็เงียบไป ราวกับว่าเข้าใจความรู้สึกอีกฝ่าย มีหลายคนที่ต้องทะเลาะกับครอบครัวตนเองหรือกระทั้งต้องตัดความสัมพันธ์กันเลยเพราะเข้ากองปฏิวัติ การได้เปลี่ยนแปลงประเทศเป็นเป้าหมายของพวกเขา แต่การได้กลับไปคืนดีกับครอบครัวก็เป็นความฝันพวกเขาเช่นกัน พวกเขาไม่ต้องการนำความเดือดร้อนไปให้คนเหล่านั้นเพราะตัวเองเคยอยู่กองปฏิวัติมาก่อน 

    มันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากระหว่างครอบครัวตัวเองกับฝ่าบาทที่ยอมรับพวกเขากลับมาหลังจากทรยศประเทศ 

    ว่ากันตามตรง ไม่ใช่ว่าฝ่ายที่อยากปกป้องครอบครัวตัวเองอยากจะใช้นิวเคลียร์สังหารอาโนอิทอสจริงๆ ในใจของคนเหล่านี้ก็แทบจะฉีกขาดเป็นชิ้นๆเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเลือกอะไรดีเช่นกัน แต่เพราะว่าในชีวิตพวกเขาครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดพวกเขาจึงได้เลือกแบบนั้น เหตุผลที่เข้ากองปฏิวัติก็เพื่อช่วยครอบครัว 

    นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลย 

    ทุกคนคิดแบบนั้น จนกระทั้งลูคัสมองทุกคนแล้วพูดบางอย่าง 

    "ข้าเข้าใจว่าพวกเจ้าตอนนี้เป็นห่วงครอบครัวที่สุด แต่ว่าในบางครั้งเราก็ต้องรู้ว่าหน้าที่ที่เราควรทำที่สุดคืออะไร พวกเราเป็นทหารของฝ่าบาทที่ได้รับหน้าที่ปกป้องประเทศและฐานทัพนี้ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าทหาร พวกเรารับใช้ประเทศไม่ใช่ตัวเอง" 

    "ข้าเข้าใจ แต่ว่าครอบครัวเรา--!" ชายอ้วนคนเดิมพยายามจะคัดค้านไป

    แต่ลูคัสก็พูดขัด "หน้าที่ของเราคือรับใช้ประเทศไม่ใช่ตัวเอง พวกเจ้าลืมแล้วหรือว่าแรกเริ่มเดิมทีตัวเองเข้ากองปฏิวัติเพราะอะไร นั่นก็เพื่อปกป้องครอบครัวตัวเองใช่หรือไม่?" 

    ทหารคิ้วเข้มผู้หนึ่งจากกลุ่มใช้นิวเคลียร์พยักหน้า 

    ลูคัสพูดต่อ "แล้วทำไมเจ้าถึงต้องปกป้องครอบครัวตนเองตั้งแต่แรก?" 

    "นั่นก็เพราะพวกชนชั้นสูงที่เอาเปรียบเรา" ชายคิ้วเข้มบอก

    ลูคัสพยักหน้า "ใช่แล้ว แรกเริ่มเดิมทีพวกเราคงจะไม่จำเป็นต้องปกป้องอะไรเลยถ้าหากพวกชนชั้นสูงไม่เอาเปรียบเราทั้งหมดเป็นเพราะพวกมันที่ทำอะไรตามใจตนเองและเห็นผลประโยชน์ตนเองสำคัญกว่าส่วนรวม เพราะแบบนั้นพวกเรา 500 ล้านคนทั่วประเทศจึงได้ต้องมาเจ็บปวดเพราะความเห็นแก่ตัวของพวกมัน" 

    ดวงตาของทุกคนรวมทั้งชายอ้วนและชายคิ้วเข้มเบิกกว้างเมื่อลูคัสพูดแบบนั้น จากนั้นทุกคนจึงเข้าใจว่าลูคัสพยายามจะพูดอะไร ทุกคนในกลุ่มใช้นิวเคลียร์กัดฟันกรอด ในใจกรีดร้องด้วยน้ำตา 

    ลูคัสเองก็ร้องไห้ "ข้ารู้ว่าตัวเลือกนี้มันเจ็บปวด แต่เพราะเราแตกต่างจากพวกชนชั้นสูงเราถึงได้ลุกขึ้นสู้เพื่อประเทศบางครั้งมันก็มีบางวันที่เราต้องสละสิ่งสำคัญของตนเองเพื่อส่วนรวม เพราะแบบนั้นเราถึงจะไม่ได้เป็นแบบเดียวกับพวกผู้นำที่เราเกลียด วันนี้เราถูกบีบบังคับให้เลือกระหว่างครอบครัวกับคนทั้งประเทศ พวกเจ้าสามารถใช้ระเบิดนั้นสังหารคนทั้งประเทศแล้วปกป้องครอบครัวตนเองได้ แต่แบบนั้นพวกเจ้าจะแตกต่างอะไรกับพวกชนชั้นสูงที่เห็นแก่ตัวเจ้าเลือกใช้ระเบิด เจ้าและครอบครัวมีความสุข แต่คนอื่นๆอีก 500 ล้านต้องทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิตก็เพราะเจ้า พวกเจ้าอยากให้มีคนต้องเจ็บปวดแบบเดียวกับที่ตัวเองเคยโดนจากพวกผู้นำหรือ?" 

    กลุ่มใช้นิวเคลียร์เงียบ ทุกคนอยากจะเถียง แต่ในใจพวกเขารู้ว่าสิ่งที่ลูคัสพูดมันถูก 

    มีชายอ้วนคนเดียวเท่านั้นที่อยากจะเถียงแต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร 

    ลูคัสบอก "การตัดสินใจในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่พวกเจ้าควรรู้ว่าตัวเองควรทำอะไร การปกป้องผลประโยชน์ส่วนรวมคือหน้าที่ของทหารและการปกป้องกษัตริย์ก็เป็นหน้าที่ของเรา ใช้ระเบิดนั่นสังหารเจ้าชายนอกจากจะละทิ้งหน้าที่ตนเองแล้วยังเป็นการอกตัญญูต่อผู้ที่ช่วยเหลือครอบครัวเรายามที่พวกเขาลำบากด้วย" 

    ทุกคนกัดฟันกรอด 

    ใบหน้าของชายอ้วนมืดมน 

    ลูคัสมองทุกคนที่กำลังร้องไห้ "ตั้งแต่ที่เราเข้ากองปฏิวัติ เราก็ได้ทิ้งครอบครัวของเราให้เผชิญหน้ากับความยากลำบากต่อพวกผู้นำเห็นแก่ตัวเหล่านั้นมาโดยตลอด แต่พวกเจ้าคงยังไม่ลืมว่าท้ายที่สุดแล้วใครเป็นผู้ช่วยครอบครัวเราจากผู้นำที่โหดร้ายเหล่านั้น ที่เมืองอาฟีโน! ครอบครัวของสมาชิกเราส่วนหนึ่งถูกทิ้งให้ตายอยู่ในเมืองเพราะอามอโฟส แต่เจ้าชายอาโนอิทอสก็บุกไปที่นั่นแล้วช่วยพวกเขา!" 

    กลุ่มทหารที่มีครอบครัวในเมืองอาฟีโนและถูกอาโนอิทอสช่วยไว้กำหมัดแน่น 

    ลูคัสพูดต่อ "ที่ 'สเกได' 1 แสนบุกที่ชามิวลอส! ใครที่ปกป้องครอบครัวพวกเจ้าหัวชนฝาไม่ยอมแพ้จนกระทั้งขับไล่ 'สเกได' จำนวนขนาดนั้นไปได้!" 

    กลุ่มทหารที่มีครอบครัวในชามิวลอสและถูกอาโนอิทอสช่วยไว้กำหมัดแน่น 

    ลูคัสมองทุกคนและพูดต่อ "โรคระบาดทั้งประเทศ! พ่อแม่พี่น้องพวกเจ้าเกือบตาย ผู้นำทั้งประเทศทอดทิ้ง แต่ใครกันที่ช่วยเหลือพวกเขา บินไปดูอาการทุกคนทั้งประเทศแล้วรักษาพวกเขาจนหายดี!" 

    ฟันของทุกคนกัดเข้าหากัน น้ำตาที่ร้อนผ่าวหลั่งไหลออกจากดวงตา รู้สึกเจ็บปวดที่วันนี้ต้องปล่อยให้ครอบครัวตนเองตาย แต่ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดกว่าที่ตนเองคิดจะสังหารคนที่มีพระคุณกับครอบครัวพวกตน

    หนึ่งในครอบครัวที่ถูกจับเป็นตัวประกันก็มีของลูคัสเช่นกัน แต่ลูคัสก็ยังพูดพร้อมกับน้ำตาที่เจ็บใจไหลออกมา "วันนี้พวกเราทอดทิ้งครอบครัวของตนเอง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผิด สิ่งที่ผิดจริงๆก็คือการที่เราใช้ระเบิดนั่นแล้วให้มันสังหารเจ้าชายที่มีพระคุณของเรา เพราะถ้าหากไม่ใช่เพราะเจ้าชาย ครอบครัวของเราทุกคนที่นี่ก็คงจะตายไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เป็นเจ้าชายที่ต่ออายุขัยให้ครอบครัวเรามาจนถึงวันนี้ วันนี้พวกเราทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับความจริงแล้วบอกลาพวกเขา" 

    ทั้งฮากอนและคนอื่นๆร้องไห้ออกมา ภายในใจรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งหว่าสูญเสียครอบครัวก็คือการที่รู้ว่าตัวเองสามารถช่วยได้แต่ถูกบังคับให้ต้องดูพวกเขาตายต่อหน้า ทุกคนอยากจะช่วยครอบครัวตัวเองแล้วกดปุ่มนั่นให้มันจบๆ แต่ทุกคนก็รู้ว่าทำแบบนั้นไม่ได้เพราะถ้าพวกเขาทำ พวกเขาก็จะกลายเป็นสิ่งทุเรศที่สุดที่พวกเขาเคยเป็น อาโนอิทอสช่วยชีวิตครอบครัวพวกเขา ดังนั้นพวกเขาไม่สามารถฆ่าคนที่ช่วยครอบครัวพวกเขาได้ 

    วันนี้ทุกคนทำได้แค่ตัดใจ 

    เมื่อการประชุมได้ข้อสรุปทุกคนก็พากันแยกย้ายจะไปทำใจ 

    แต่ทันใดนั้นเอง 

    ที่แผงปุ่มนิวเคลียร์ ก็มีชายผู้หนึ่งเดินขึ้นไปแล้วกดมัน 

    ลูคัสที่กำลังจะพาฮากอนไปปลอบ และกลุ่มใช้นิวเคลียร์คนอื่นๆที่เห็นชายคนนั้นทำแบบนั้นก็ตกตะลึง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีซีดเหมือนไก่ต้มโดนลวกสองครั้ง ทุกคนกรีดร้องออกมาพร้อมกัน "เจ้า!" 

    ชายที่กดปุ่มนิวเคลียร์นั้นเป็นชายอ้วนที่เถียงเรื่องแม่ในตอนแรก เขาร้องไห้ออกมาขณะกดปุ่มนั้นลงไป "ทุกคน...ขะข้าขอโทษด้วย ข้ารู้สึกเสียใจต่อฝ่าบาทที่ทำเช่นนี้ แต่ไม่ว่ายังไงข้าก็ไม่อยากจะเสียมารดาไป" 

    ฮากอนเปลี่ยนจากใบหน้าตกใจเป็นตวาด "เจ้ารู้หรือไม่ทำแบบนั้นลงไปมารดาเจ้ามีแต่จะเสียใจตลอดชีวิตน่ะ! นางจะคิดอย่างไรหากรู้ว่าตนเองมีชีวิตรอดมาได้แลกกับคนทั้งประเทศรวมทั้งฝ่าบาทต้องตายน่ะ!" 

    ชายอ้วนร้องไห้ออกมา "ข้ารู้ ข้ารู้ว่านางต้องเสียใจและไม่มีวันให้อภัยข้าแน่ ข้าเองก็ไม่อยากจะทำเช่นนี้ แต่ข้าไม่อยากให้นางต้องมาตายเพราะข้า"

    "เจ้า..."

    ชายอ้วนบอก "ตั้งแต่ที่ข้ายังเด็กข้าก็มักจะทำให้นางผิดหวังมาตลอด ไม่ว่าข้าจะทำอะไรก็ไม่เคยถูกและมักจะทำให้นางโกรธ ยิ่งเป็นตอนที่ข้าตัดสินใจเข้ากองปฏิวัติตอนนั้นนางแทบจะผิดหวังจนสิ้นใจตายไป ข้าไม่มีวันลืมใบหน้าของนางในวันนั้น แล้วก็จะไม่มีวันลืมหน้านางที่มีความสุขวันที่ข้ากลับบ้านแล้วบอกว่าข้าออกจากกองปฏิวัติแล้ว หน้าของนางในตอนนั้นบอกว่าภูมิใจในตัวข้า นั่นเป็นครั้งแรก ข้าไม่อยากจะให้ภาพสุดท้ายที่ข้าจำได้เป็นภาพนางตอนที่ต้องตายเพราะข้า" 

    ใบหน้าของทุกคนซีดขาว กัดฟันกรอดและไม่รู้จะพูดอะไร 

    ชายอ้วนเห็นใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวและผิดหวังจากเพื่อนๆทุกคน เขารู้อยู่แล้งว่าทำแบบนี้จะทำให้ทุกคนโกรธ แต่เขาก็ไม่ได้เสียใจที่ทำมัน 

    ก่อนที่จะจากกันเป็นครั้งสุดท้าย ชายอ้วนหยิบปืนพกขึ้นมาแล้วมองไปที่ทุกคนด้วยความเสียใจ "ข้าขอโทษ...ฝากดูแลมารดาข้าด้วย" ชายอ้วนว่าแบบนั้นจากนั้นก็เหนี่ยวไกปืน 

    ทุกคนตกใจที่เห็นชายอ้วนฆ่าตัวตาย แต่มันก็ไม่ได้เท่ากับตกใจเรื่องที่นิวเคลียร์กำลังจะไปถล่มชามิวลอส 


    *****


    ที่ชามิวลอส

    อาโนอิทอสนั่งอยู่ในคฤหาสน์ กำลังมองออกไปนอกหน้าด้วยใบหน้าที่เปล่าเปลี่ยว 

    ในหัวของเขากำลังมีความสับสนบางอย่าง 

    ตั้งแต่ที่คุยกับเลวี่ในวันนั้นจบ ในใจเขาก็รู้สึกสับสนมาตลอด 

    "เผ่าเอกซ์โซชอสไม่สามารถมีความรู้สึกได้" อาโนอิทอสว่ากับเลวี่แบบนั้น แต่เขาก็ไม่รู้ทำไมตอนที่พูดแบบนั้นกับเธอในใจของเขารู้สึกคันแปลกๆ และยิ่งเวลาที่ 'สเกได 2 แสน' บุกในวันนั้นและเข้ามาในชามิวลอสได้ หัวใจเขาก็รู้สึกเจ็บปวดมากกว่าทุกที มันราวกับว่าเขารู้สึกเจ็บปวดเวลาเห็นชาวเมืองตัวเองทุกข์ทรมาน

    อาโนอิทอสสับสนในตัวเอง 

    แล้วตอนนั้นเอง 

    "อา...อาโน...อิทอส" ชายคนหนึ่งก็เปิดประตูเข้ามาในห้องเขา ทั่วตัวของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยเลือด ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล แต่ภายในดวงตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเขา 

    หัวใจของอาโนอิทอสบีบรัดเวลาเห็นสายตานั้น เขารีบวิ่งเข้าไปเพื่อจะรักษาอีกฝ่าย 

    "อา...อาโน....อิทอส ที่..นี่มีไส้..ศึก รีบ...นะ หนี..ไป---" คามิวดุสว่าแบบนั้น แล้วทันใดนั้นเอง ตอนที่อาโนอิทอสกำลังจะวิ่งไปหาอีกฝ่าย ก็มีบางอย่างลอยตกลงมาจากท้องฟ้า ทันทีที่มันตกลงมา แสงก็เข้าปกคลุมคามิวดุสและทุกอย่างในคฤหาสน์นี้ไป

    ห่างไกลออกไป เลวี่และพาเน่ที่กำลังสับสนกับความรู้สึกของตัวเองจนถึงตอนนี้ในที่สุดก็รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไร พวกเธอสองคนหันไปทางคฤหาสน์แล้วมุ่งหน้าไปที่นั่นพร้อมกัน แต่ทันใดนั้นเอง วัตถุบางอย่างก็ตกลงมาตรงหน้าพวกเธอแล้วแสงนั้นก็ครอบคลุมทุกอย่าง ร่างของพวกเธอหายไปในทันที

    ในเวลานั้นเพอินาสที่กำลังเลี้ยงลูก เกลนที่กำลังคุยกับพ่อ เจโนสที่กำลังเล่นกับน้อง ทุกคนถูกแสงนั้นกลืนกินและร่างก็ถูกแผดเผาไปจนหมด 

    ทั่วชามิวลอสตกอยู่ในความวุ่นวาย ชาวเมืองต่างพากันวิ่งหนีจากจุดระเบิด แต่ตึกรามบ้านช่องที่พังลงมาก็ฆ่าพวกเขา 

    บางคนที่รอดจากตึกถล่มก็หนีไม่พ้นรัศมีของกัมมันตรังสี ต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน ประชากรสิบล้านกว่าๆล้มตายอย่างรวดเร็ว ส่วนที่เหลือที่อยู่นอกชามิวลอสและอยู่ห่างใกลจากจุดนิวเคลียร์ตกก็ได้รับผลกระทบจากสารกัมมันตรังสีบางส่วนที่ลมพัดมา ทำให้เป็นแผลพุผอง บางคนโชคร้ายได้รับสารมากเกินไปก็เกิดเนื้องอกที่ปอด ไม่สำคัญว่าอยู่ห่างจากชามิวลอสแค่ไหน แต่หากอยู่ในระยะ 100 กิโลเมตร ทุกคนก็หนีนิวเคลียร์ไม่พ้น 

    ทุกคนในชามิวลอสในช่วงเวลานั้นต่างกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด 

    ในคฤหาสน์ของอาโนอิทอส ภายใต้ฝุ่นคลุ้งและสารกัมมันตรังสี ท่ามกลางกองเพลิงที่เผาไหม้และทำลายทุกอย่าง อาโนอิทอสยืนอยู่ตรงนั้นที่เดิม เขามองไปตรงหน้าตรงที่ที่คามิวดุสยืนอยู่เมื่อครู่ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายหายไปแล้ว 

    ไม่ใช่แค่คามิวดุสเท่านั้น แต่พอเขาหันไปดูทั่วเมืองตนเอง ตอนนี้ทุกคนในเมืองก็ได้หายไปแล้วเช่นกัน หลงเหลือเพียงแค่ศพ 

    หัวใจของอาโนอิทอสราวกับมีเลือดออก หัวใจของอาโนอิทอสรู้สึกเจ็บปวดเวลาเห็นภาพนี้