เมื่อความผิดหวังประเคนเข้ามาแทนที่นี่เป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่อาจจัดการได้โดยง่ายนอกจากนี้ยิ่งนั่นเป็นเรื่องของการทรยศ ความรู้สึก และแม้กระทั่งความตาย!
เฉียงเวยเองก็กำลังอยู่ในอารมณ์คุกรุ่นเครื่องปรับอากาศไม่สามารถทำให้เธอเย็นลงได้เลยแม้แต่น้อย แต่กระนั้นนี่เป็นครั้งแรกที่ที่เธอค่อนข้างชื่นชมพ่อของเธอที่ทำให้เธอจนมุมได้ขนาดนี้… ชายคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
ซีถูหมิงซื่อไม่ได้เร่งให้เธอตอบเขายังคงรอยคอยคำตอบของเธออย่างยิ้มแย้มด้วยการล้อมกรอบของสมาชิกพันธมิตรตะวันตกทั้งหลายแน่นอนเขาไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบอะไร
ตราบใดที่ซีถูหมิงซื่อสั่งทุกคนเหนี่ยวไกคนทั้งสี่จะกลายเป็นรังผึ้งในทันที
เฉียงเวยเหลือบมองหยางเฉินข้างๆเธอเห็นรอยยิ้มที่ไม่แยแสของเขามันเหมือนกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ไม่มีอะไรสามารถทำให้เขาสนใจได้ราวกับว่าเขาเป็นเพียงหนึ่งในฝูงชนที่เดินผ่านไปมาในหนัง
"ดูเหมือนว่าฉันจะล้มเหลวเสียแล้ว"เฉียงเวยหัวเราะอย่างขมขื่น เธอรู้ว่าหยางเฉินแข็งแกร่ง แต่สถานการณ์เช่นนี้คงไม่สามารถจัดการได้ด้วยคนเพียงคนเดียวต่อให้หยางเฉินจะมีสามหัวหกกรเขาก็ไม่สามารถช่วยทั้งสี่ให้รอดปลอดภัยออกไปทั้งหมดได้!?
หยางเฉินจับมือเฉียงเวยที่อยู่ในอาการสับสนพร้อมกล่าวเสียงนุ่มว่า
"คุณอาจล้มเหลวเพราะฝ่ายตรงข้ามมีอายุมากกว่าคุณ แต่เมื่อคุณอายุเท่าเขาแน่นอนว่าคุณต้องทำได้ดีกว่าเขาอย่างแน่นอน"
"ฉันจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้จนอายุเท่านั้นหรือคะ?"เฉียงเวยพึมพำถามด้วยเสียงอันเบา
"แน่นอน"หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ผมจะไม่ยอมให้คุณจากผมไปไหน"
เฉียงเวยจ้องมองหยางเฉินอย่างสุดซึ้งจากนั้นเธอก็หน้าไปเผชิญหน้ากับซีถูหมิงซื่อและกล่าวว่า
"ฉันจะไม่ยอมตายในวันนี้"
"งั้นก็แปลว่าเธอจะเชื่อฟังพ่อใช่ไหม?" ซีถูหมิงซื่อเผยให้เห็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะแต่ความชั่วร้ายในสายตาของเขาก็เพิ่มพูนขึ้นถึงสวรรค์ตราบใดที่เฉียงเว่ยกลายเป็นหุ่นเชิดของเขา... ความทะเยอทะยานของเขาก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด!
เฉียงเวยสูดลมหายใจลึกการตัดสินใจในครั้งนี้สามารถปกป้องชีวิตของเธอ แต่มันจะทิ้งชีวิตปัจจุบันของเธอไปแต่ถ้าเธอไม่เลือกทางนี้โอกาสที่หยางเฉินและอีกสองคนที่เหลือจะรอดชีวิตก็เท่ากับศูนย์!
แม้หยางเฉินจะไม่ยอมให้เธอจากเขาไปแต่เธอจะไม่ทำให้เขาต้องตาย เพราะความประมาทของเธอเด็ดขาด!
คิดได้ดังนั้นเฉียงเวยก็ฝืนใจพยักหน้าเหมือนว่าตัดสินใจอย่างแน่นอนแล้ว...
"หยุด!"
หยางเฉินซึ่งเตรียมพร้อมเข้าต่อสู้ได้ยินตะโกนของเฉียงเวยเหมือนเจออะไรผิดปกติเขาเหยียดมือเข้าไปหยิกแก้มของเธอโดยพลัน
"ที่รักคุณพูดอะไรน่ะ? ทำไมยอมแพ้ง่ายๆอย่างนั้นล่ะ?"
"ฉัน..."เฉียงเวยยิ้มเศร้ากล่าวว่า "ฉันขอโทษฉันไม่สามารถดูพวกคุณตายที่นี่ได้ บางทีการยอมแพ้อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด"
หยางเฉินไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้กลับกลายเป็นว่าเธอได้ข้อสรุปว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้ในสถานการณ์เช่นนี้และเธอยังจะเสียสละตัวเองเพื่อแลกกับชีวิตของพวกเขาทั้งสาม...
แต่ถ้าคิดตามเหตุผลสถานการณ์นี้สมควรรุกฆาต...
"ยัยโง่ผมบอกแล้วใช่มั้ยว่าคุณไม่สามารถจากผมไปไหนได้ ไม่ตายและยิ่งไม่ยอมให้คุณยอมแพ้ด้วย" หยางเฉินลูบแก้มของเฉียงเวยพร้อมรอยยิ้ม
เฉียงเวยกะพริบตาด้วยความสับสน
"คุณหมายความว่ายังไง?ถ้าฉันไม่ยอมแพ้ เขาจะให้เขาจากไปง่ายๆ อย่างงั้นหรือ?"
หยางเฉินกระแอมไอเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า "คุณอาจแพ้แต่ผมไม่แพ้สักหน่อย"
สีหน้าเฉียงเวยเปลี่ยนเป็นตกตะลึงแต่ไม่นานนักสายตาของเธอก็แฝงไปด้วยความสงสัยแปลกๆเธอรู้สึกเหมือนหยางเฉินไม่ได้พูดล้อเล่น หลังจากรู้จักกันมาครึ่งปี เธอก็ค่อยๆเข้าใจความคิดอ่านของชายคนนี้ เธอรู้สึกได้ถึงความจริงจังในคำพูดของเขา
หรือเขาจะมีวิธีจริงๆ!?ความคิดนี้ทำให้แม้กระทั่งตัวเฉียงเวยเองก็รู้สึกกลัวขึ้นมา!
จางหู่ที่นอนอยู่บนพื้นจากความง่วงเมื่อได้ยินคำพูดของหยางเฉิน เขาก็โงหัวขึ้นจ้องมองหยางเฉินด้วยความยากลำบากและเมื่อเห็นหยางเฉินแสดงท่าทีไม่ยี่หระใดๆใบหน้าที่ท้อแท้ของจางหู่ก็เปลี่ยนเป็นตื่นเต้นซาบซ่า
ซีถูหมิงซื่อค่อนข้างใจร้อนขึ้นมาบ้างแล้วเขารู้สึกเหมือนหยางเฉินเป็นตัวตลกที่เอาแต่พ่นเรื่องไร้สาระ
"สหายตัวจ้อยนายชื่อหยางเฉินใช่มั้ย? ดูเหมือนว่าศิลปะการต่อสู้ของนายจะงดงามน่าจับตามองดีนะ แต่นายคิดหรือว่ามันจะสามารถทำให้ลูกสาวของฉันไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เพียงเพื่อผลประโยชน์ของนาย สมองของนายไปหมดแล้ว นี่นายไม่รู้จริงๆ หรือว่านี่ไม่ใช่ปืนปลอม"
หยางเฉินแอบกระซิบเฉียงเวยเบาๆว่า "ไม่เป็นไรอย่าขยับ"จากนั้นหันไปหาซีถูหมิงซื่อและกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ศิลปะการต่อสู้ของผมนั้นดีงามมากแต่น่าเสียดายที่คุณเป็นหนึ่งในคนที่จะไม่ได้ลิ้มลองมัน"
"นายมีความกล้าหาญแต่การใช้แต่ลิ้นสองแฉกนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างได้ถ้านายต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ ก็อย่ามายุ่งกับการตัดสินใจของลูกสาวของฉัน" ซีถูหมิงซื่อพูดพลางเล็งปืนไปที่หยางเฉินทันทีเขาจะใช้หยางเฉินเป็นตัวประกันให้เฉียงเวยตัดสินใจซะเลย
หยางเฉินเมินซีถูหมิงซื่อ และหันไปนับคนรอบๆ ตัวอย่างโจ่งแจ้ง พร้อมบ่นกับตัวเองว่า
"สี่สิบเอ็ดค่อนข้างเยอะทีเดียว ดูเหมือนว่าฉันต้องใช้มาตรการรุนแรงซะหน่อยแล้ว" หยางเฉินพูดพลางก็ก้มลงเอารองเท้าหนังสีดำเงาที่ไม่ค่อยได้ใส่ถอดออกไปและถอดถุงเท้าสีขาวยัดเข้าไปในรองเท้าด้วย
ทุกคนต่างเฝ้ามองหยางเฉินพับขากางเกงขึ้นจนถึงเข่าด้วยท่าทางงงงวย และเมื่อเห็นหยางเฉินยืนขึ้นทุกคนก็ต่างติดว่าสมองของชายคนนี้มีเท่าเม็ดถั่ว!?ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย เขากลับถอดรองเท้า ถุงเท้าและถึงขากางเกงขึ้นเพื่อ!? คือกำลังจะไปฟาร์มหรืออย่างไร!!!
ความเป็นจริงหยางเฉินยังเตรียมพร้อมไม่เสร็จเขายิ้มอย่างอายๆ พลางถอดสูทจนเหลือเพียงเสื้อยืดสีขาว จากนั้นส่งเสื้อผ้าให้เสี่ยวจ้าวพร้อมกล่าวว่า
"ฝากด้วยอย่าเอาไปทิ้งซะละ ฉันต้องใช้มันต่อ"
เฉียงเวยเสี่ยวจ้าว และเฉินหรงต่างมองไปที่หยางเฉินอย่างงุนงง
ซีถูหมิงซื่อตระหนักได้ว่าเขาไม่อาจเข้าใจสิ่งที่อยู่ในใจของชายหนุ่มผู้นี้ได้อีกต่อไปสิ่งนี้ไม่อยู่ในการควบคุมของเขา นั่นทำให้เขารู้สึกอึดอัดมากเขาจึงเค้นเสียงเย็นชาว่า
"นายกำลังจะทำอะไร!?"
หยางเฉินผ่อนคลายกล้ามเนื้อเล็กน้อยพร้อมยิ้มกล่าวว่า "ไม่มีอะไรมากผมแค่ก็ไม่ต้องการให้เสื้อผ้าเปื้อนเลือดคนของคุณเท่านั้นเองผมเป็นคนรักษาความสะอาด"
"สารเลวสมองของแกคงไปหมดแล้วจริงๆ อย่างนี้ต้องไฟฟ้ามาช็อตแล้วนะ!ฮ่าๆ ดูมันพูดเข้าสิ!?"
"ข้าคิดว่ามันคงกลัวจนบ้าไปแล้วไอ้เด็กหน้าขาวนี่ไร้ประโยชน์จริงๆ..."
คนของพันธมิตรตะวันตกหลายคนต่างคิดว่าหยางเฉินบ้าไปแล้วเขาไม่มีทางทำอะไรได้เด็ดขาดภายในสถานการณ์เช่นนี้
ใบหน้าซีถูหมิงซื่อเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มเขาไม่สนว่าหยางเฉินจะบ้าหรือไม่บ้า แต่เขาจะไม่ให้หยางเฉินมีชีวิตรอดออกไปโดยเด็ดขาด
"โอ้?ไหนบอกซิว่านายจะทำยังไงให้พี่น้องของเขาเลือดออกได้?" ซีถูหมิงซื่อล้อเลียนหยางเฉินอย่างสนุกสนาน
รอยยิ้มบนใบหน้าของหยางเฉินค่อยๆจางหาย แทนที่ด้วยความเย็นชาอย่างถึงที่สุด มันเป็นใบหน้าที่ไม่มีความรู้สึกใดๆมีแต่ความว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง
ทันใดนั้นคนทั้งสี่สิบสองของพันธมิตรตะวันตกต่างรู้สึกเย็นเยียบเหมือนคนตาย!
นี่ไม่ใช่บรรยากาศหนาวเย็นธรรมดาทั่วไปมันเป็นบรรยากาศลึกลับที่ทุกคนต่างคิดถึงสิ่งสิ่งหนึ่ง!
นั่นคือความตาย!
ไม่ใช่แค่คนของพันธมิตรตะวันตกเท่านั้นแม้แต่พวกเฉียงเวยที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก็รู้สึกได้เช่นเดียวกันหยางเฉินคล้ายกับเป็นจุดศูนย์กลางของ "บรรยากาศแห่งความตาย"!
ผู้นำหลายคนต่างรู้สึกเหมือนอยู่ในสนามรบที่เต็มไปด้วยซากศพ
นี่อาจฟังดูแปลกๆพวกเขาต่างกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอด้วยความยากลำบาก!
เฉียงเวยซึ่งคุ้นเคยกับหยางเฉินที่สุดยังรู้สึกหวาดกลัวด้วยเหตุผลบางอย่าง ขณะที่เธอมองไปแผ่นหลังของเขาเธอก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกหั่นออกเป็นชิ้นๆ ทั้งความเหี้ยมโหด ความรุนแรงความมืดมิดและอำมหิต ต่างหลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของเธอ คล้ายกับหัวใจกำลังจะหยุดเต้นและได้หลุดเข้าไปสู่ดินแดนแห่งความตาย
นี่คือความรู้สึกของเขางั้นหรือ?
ดวงตาของเฉียงเวยเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาในทันที
แต่คนอื่นๆไม่ได้แสดงออกเช่นเดียวกับเฉียงเวยพวกเขาพบว่าสถานที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยไปฉันพลันเพราะกลิ่นอายประหลาดที่ชายคนนี้ปล่อยออกมา มันทั้งเย็นชาและหนาวเย็นสุดขั้วหัวใจแม้จะรู้ว่านี่ภาพลวงตา แต่พวกเขาก็ไม่สามารถสลัดมันออกไปได้!
ในขณะนี้ทุกคนต่างหอบหายใจด้วยความยากลำบากคล้ายกับกำลังถูกสัตว์ร้ายกลืนกินจิตใจไป!
ดวงตาของซีถูหมิงซื่อเปิดกว้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดง เขายืนเผชิญหน้ากับหยางเฉินและรับรู้ได้ถึงความว่างเปล่าในสายตาของเขาได้ชัดเจนมากที่สุดความว่างเปล่านี้ทำซีถูหมิงซื่อรู้สึกเข่าอ่อนไปทันที
ชายที่อยู่ในด้านหน้าของเขาก็ไม่ใช่เป็นมนุษย์ ซีถูหมิงซื่อรู้สึกเหมือนตนเองเป็นมดตัวกระจ้อยไปในทันที!
แม้ว่ามดจะหยิบอาวุธและรวมกลุ่มกันต่อต้าน แต่พวกมันก็ไม่อาจต่อกรได้แม้แต่ส้นเท้าเดียวของมนุษย์!
เขาหอบหายใจอย่างเร่งรีบอยากจะตะโกนของความช่วยเหลือใจจะขาด! แต่เขากลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและความกล้าที่จะตะโกนออกมา!
เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาที่กลัวจนอยากจะร้องไห้!
แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่หยางเฉินจะเคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน
หยางเฉินเคลื่อนที่อย่างกระฉับกระเฉงไม่ช้าและไม่เร็ว พริบตาเดียวระยะทางสิบก้าวก็เหลือเพียงสามก้าว
หลังจากนัยน์ตาแดงก่ำของหยางเฉินสบเข้ากับสายตาหวาดกลัวของซีถูหมิงซื่อ หยางเฉินยกแขนเสมือนเป็นใบมีดสับเข้าไปที่ต้นคอของเขา
ซีถูหมิงซื่อเบิกตากว้างลืมป้องกันตัวเองไปเสียสิ้น เขาเป็นลมล้มไปกับพื้นดินในทันที!
ในขณะนั้นเองเหล่าพลพรรคพันธมิตรตะวันตกก็เหมือนตื่นจากฝันร้ายพวกเขาเล็งกระบอกปืนไปที่หยางเฉิน อย่างเร่งรีบ!
แต่กระนั้นความเร็วของหยางเฉินกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง!
หยางเฉินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนเหมือนเป็นภาพติดตาพริบตาเดียวบอดี้การ์ดสองคนที่ซ้อมจางหู่จนหมดสภาพก็กระเด็นลอยไปในอากาศคล้ายว่าวหลุดออกจากสายป่านจากนั้นผู้นำตัวอ้วน และลูกน้องที่อยู่ใกล้ๆก็โบยบินไปในอากาศด้วยลูกเตะของหยางเฉิน!
ปัก!ตึบ!
เสียงคนจำนวนมากตกกระทบพื้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่องตามเสียงร้องโอดครวญจากนั้นหยางเฉินก็ปรากฏตัวอีกทีท่ามกลางคนของพันธมิตรตะวันตกกลุ่มใหญ่!
หยางเฉินใช้มือมีดสับหัวบอดี้การ์ดสองคนเหมือนสับเต้าหู้!
ทั้งเศษเนื้ออวัยวะภายใน และเลือดสาดกระจาย ลอยไปทุกทิศทาง นั้นเป็นภาพที่น่าสยดสยองจนทำให้บางคนถึงกับกลั้นอาเจียนไม่อยู่!
แต่หยางเฉินก็ไม่ได้หยุดลงแม้ชั่วขณะเขาแกว่งแขนขาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับคราบเลือดและเสียงร้องโหยหวนไม่รู้จบ!
เหล่าบอดี้การ์ดต่างทำอะไรไม่ถูกพวกเขาไม่สามารถเล็งปืนไปที่หยางเฉินได้ รู้ตัวอีกทีหยางเฉินก็มาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าจากนั้นวิสัยทัศน์ของเขาก็ดับวูบไป!
เสี่ยวจ้าวที่ถือเสื้อผ้าของหยางเฉินด้วยสองมือในที่สุดก็เข้าใจว่าทำไมหยางเฉินถอดเสื้อผ้าออกเมื่อเขาเห็นละอองเลือดที่กระจายฟุ้งไปในอากาศ นั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนจะอาเจียน!
เฉินหรงอยู่ในสภาพที่เลวร้ายกว่าเธอเป็นลมสลบไปตั้งแต่เห็นหยางเฉินตัดหัวคนไปแล้ว
แม้แต่เฉียงเวยเองที่คุ้นเคยกับกลิ่นคาวเลือดมาก่อนยังไม่อาจทนดูภาพตรงหน้าต่อไปได้
เมื่อเหลือหกคนสุดท้ายที่กำลังตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นหยางเฉินตรงเข้ามาหาพวกเขาอย่างช้าๆ หนึ่งในนั้นก็นึกอะไรบางอย่างออกเขาเล็งปืนไปที่พวกเฉียงเวยเพื่อหาโอกาสรอดทางสุดท้ายทันที!
แต่เขาก็ยังประเมินความเร็วของหยางเฉินผิดไปยังไม่ทันได้ยกปืนขึ้นมาดีหยางเฉินก็ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าพร้อมกับแขนที่ขาดตกกระทบพื้นเสียงดัง!
ตึก!
ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่สมองทันทีเขาเห็นทั้งปืนทั้งแขนของเขาร่วงหล่นกับพื้นไปต่อหน้าต่อตา
ส่วนห้าคนที่เหลือไม่ยอมให้หยางเฉินเสียเวลาพวกเขาใช้กระบวนท่าลับชิงหมดสติไปอย่างรวดเร็ว...
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ทุกคนต่างตัวแข็งค้าง
ในห้องโถงขนาดใหญ่แสงไฟยังคงสว่างสดใสอยู่เช่นเคย แต่พื้นห้องกลับเต็มไปด้วยแขน ขาอวัยวะภายในอยู่เกลื่อนกลาด และเลือดเจิ่งนอง...ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นโดยคนคนเดียวที่ยืนอยู่กลางฮอลล์
จางหู่ที่กำลังนอนอยู่บนพื้นเป็นคนเดียวที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เขาไม่ได้ลุกขึ้นมาเพราะขาที่เหมือนไม่มีกระดูกของเขา...
เฉียงเวยที่หลับตาอยู่นั้นหลังจากไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเธอก็ลืมตาขึ้นมา แล้วเห็นคนที่ยืนอยู่และคนที่นอนอยู่!
เขาชนะ? เขาชนะจริงๆงั้นหรือ!
ชายคนนี้ชนะศัตรูที่มีอาวุธอยู่ครบมือทั้งสี่สิบคนโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจ!
เฉียงเวยไม่สนใจสภาพรอบตัวๆเธอวิ่งไปกอดหยางเฉินจากด้านหลังทั้งน้ำตาโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
"ที่รักคุณทำได้จริงๆ..."
แต่หยางเฉินไม่ได้หันกลับมาเขาก็ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ด้วยร่างกายที่เริ่มสั่นเทา...
เฉียงเวยสังเกตเห็นความผิดปกตินี้เธอรีบเดินไปอยู่ด้านหน้าเขา และเมื่อมองไปที่ใบหน้าของหยางเฉินเธอก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก!
ตอนนี้นัยน์ตาสีแดงของหยางเฉินกลับกลายเป็นว่างเปล่าเลื่อนลอยใบหน้าของเขาขาวซีดเหมือนคนป่วยเหงื่อเม็ดโตไหลลงมาจากหน้าผากของเขาอย่างต่อเนื่อง พร้อมริมฝีปากที่แห้งผาก
ร่างกายหยางเฉินเหมือนเพิ่งผ่านการว่ายน้ำจากขั้วโลกเหนือเนื้อตัวเขาสั่นเทามากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ
"ที่รัก…คุณ... เกิดอะไรขึ้นกับคุณคะ!?"เฉียงเวยยามนี้ รู้สึกหวาดกลัวมากกว่าถูกปืนจ่อหัวเสียอีก!
"ที่รักพูดสิ! เกิดอะไรขึ้นกับคุณ!?ฉันจะทำอย่างไรดี!?" เฉียงเวยเขย่าตัวหยางเฉินอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้นเสี่ยวจ้าวและจางหู่ก็ได้สติแม้ว่าฉากที่เกิดขึ้นจะทำให้แข้งขาอ่อนระทวยแต่พวกเขากังวลอย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับหยางเฉิน!
ในที่สุดหยางเฉินก็ได้สติเส้นเลือดบนใบหน้าของเขาปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัวเหมือนกำลังอดทนต่อความเจ็บปวดบางอย่างอยู่
"ทำ…ทำให้ผมสลบที..."
เฉียงเวยตกตะลึงกับคำพูดของหยางเฉินเธอแสดงท่าทางลังเล
"เร็วเข้า..."หยางเฉินแผดเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเขากระตุกไปมาอย่างต่อเนื่อง
เฉียงเวยไม่อาจทนดูคนรักของตนเองเป็นแบบนี้ได้อีกต่อไปเธอกัดฟันพร้อมรวบรวมความแข็งแกร่งทั้งหมดสับเข้าที่ต้นคอของหยางเฉิน!
แต่ความแข็งแกร่งของหยางเฉินนั้นเกินจินตนาการของเธอไปมากแม้เธอจะใส่ไปเต็มกำลังก็ยังไม่อาจทำให้หยางเฉินหมดสติได้!
ทันใดนั้นเธอก็กัดฟันรีบลุกขึ้นตะโกนด้วยเสียงอันดัง"จางหู่ รีบทำให้หยางเฉินสลบเร็วเข้า!!!"
ใบหน้าจางหู่ซีดเผือดอย่างน่ากลัวแต่เขารู้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้เลวร้ายถึงขีดสุดดังนั้นเขาจึงรวบรวมแรงทั้งหมดโดยใช้ท่าไม้ตายสับเข้าที่คอหยางเฉิน!
ในที่สุดร่างของหยางเฉินก็หยุดลงในอ้อมกอดของเฉียงเวยเหมือนจับวาง!
"หยาง...เกิดอะไรขึ้นกับพี่หยางน่ะ?"เสี่ยวจ้าวถึงกับติดอ่างไปชั่วขณะ
เฉียงเวยเห็นหยางเฉินหมดสติไปแล้วแต่สีหน้าของเขาก็ยังดูเหมือนเจ็บปวดเป็นอย่างมากเห็นดังนั้นเธอก็สั่งการลูกน้องทันที
"นายกับจางหู่จัดการที่นี่ให้เรียบร้อย ฉันจะพาหยางเฉินไปรักษาอย่างเร็วที่สุดอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้" หลังจากพูดจบเธอก็พาหยางเฉินออกจากที่นี่ไปอย่างรวดเร็ว...