ท้องฟ้าเหนือลังกาถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาหนักอึ้งราวกับธรรมชาติเองก็รับรู้ถึงสงครามที่กำลังจะมาถึง เสียงลมทะเลพัดแรงขึ้นกว่าปกติคลื่นกระแทกชายฝั่งอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ราวกับเป็นสัญญาณเตือนของโลกทั้งใบ
หลังจากเหตุการณ์รอยแยกเหนือมหาสมุทรข่าวสารก็ถูกส่งออกไปยังทุกหน่วยในทันทีและคำสั่งเดียวกันก็ถูกประกาศออกไปทั่วทั้งพันธมิตร “รวมพล”
ณ ลานกว้างหน้าพระราชวังลังกากองกำลังจากทั่วทุกสารทิศเริ่มทยอยมาถึงยานรบของรัฐบาลโลกบินลงจอดเรียงรายบนท้องฟ้าขณะที่กองกำลังวานรจากป่าศิลาอสูรเคลื่อนพลเข้ามาเป็นระลอก เสียงฝีเท้าเสียงคำสั่ง และเสียงอาวุธกระทบกันดังผสานกันเป็นจังหวะของสงครามที่กำลังจะเริ่มขึ้นไม่นานนัก เงาหนึ่งพุ่งลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงก่อนจะลงจอดอย่างมั่นคงกลางลานหิน ฝุ่นกระจายออกเป็นวงกว้าง หนุมานยืนขึ้นช้าๆดวงตาของเขาแน่วแน่กว่าที่เคย พลังในร่างของเขานิ่งและหนักแน่น“ดูเหมือนจะเริ่มแล้วจริงๆ” เขากล่าวเบาๆ ไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงคำรามก็ดังขึ้นจากทางด้านป่าก่อนที่สุครีพจะเดินนำกองกำลังวานรจำนวนมหาศาลเข้ามาเขาหยุดอยู่ใกล้หนุมานก่อนจะยิ้มเล็กน้อย “คราวนี้คงไม่ใช่แค่การซ้อมแล้ว”หนุมานตอบกลับด้วยรอยยิ้มจางๆ “ใช่…คราวนี้มันคือของจริง”
จากอีกฝั่งหนึ่งเสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเป็นจังหวะหนักแน่นไกรศรเดินเข้ามาพร้อมกองกำลังนักรบและอาวุธใหม่จำนวนมากอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นจากเทคโนโลยีและพลังโบราณผสมผสานกันเปล่งแสงจางๆ“ทุกอย่างพร้อมแล้ว” เขากล่าวสั้นๆ ขณะที่กองกำลังของเขาเข้าประจำตำแหน่ง บนท้องฟ้ายานขนาดใหญ่ของรัฐบาลโลกค่อยๆลดระดับลง ก่อนที่รามจะก้าวออกมาจากยานพร้อมลักษณ์และหน่วยบัญชาการหลักของโลกโดยมีสมาชิกที่ไม่คาดคิดมาด้วยจำนวนอีกสี่คน นั่นก็คือ อัคนี วายุ จิตรา และอินทราชพวกเขาทั้งสี่ขอเข้าร่วมรบในครั้งนี้เพื่อเป็นการชดใช้ความผิดที่ผ่านมาและพวกเขาทั้งสี่ก็มาพร้อมกับชุดเกราะใหม่ที่ได้รับการพัฒนาจากรัฐบาลโลกเพื่อทำให้พลังรบเพิ่มสูงมากขึ้นอีกด้วย
ลักษณ์มองภาพกองกำลังทั้งหมดที่รวมตัวกันก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย“ครบแล้วสินะ” ลักษณ์กล่าว รามตอบ “ใช่…นี่คือทั้งหมดที่เรามี”เสียงฝีเท้าหนึ่งดังขึ้นจากบันไดพระราชวัง ทุกสายตาหันไปมองในทันทีทศกัณฐ์เดินลงมาช้าๆ พร้อมกับสีดาที่เดินเคียงข้างเขา เพียงแค่การปรากฏตัวของเขาบรรยากาศทั้งลานก็เงียบลงโดยอัตโนมัติ พลังที่แผ่ออกมาจากตัวเขานิ่งสงบ แต่หนักแน่นจนทุกคนสัมผัสได้ทศกัณฐ์หยุดยืนอยู่เบื้องหน้ากองกำลังทั้งหมด ดวงตาของเขากวาดมองทุกคนทีละคนตั้งแต่หนุมาน สุครีพ ไกรศร ราม เมขลา ลักษณ์ ไปจนถึงทหารทุกนายที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“สามปีก่อน” เขาเริ่มกล่าว เสียงของเขาดังชัดเจนไปทั่วลาน“พวกเรายังยืนอยู่คนละฝั่ง” ความเงียบยังคงปกคลุม ทุกคนตั้งใจฟัง “แต่วันนี้…”เขาหยุดเล็กน้อย “…พวกเรายืนอยู่ตรงนี้ด้วยเหตุผลเดียวกัน”ลมพัดผ่านลานกว้างอีกครั้ง ธงของลังกาและรัฐบาลโลกปลิวไหวเคียงข้างกัน“ศัตรูของเราครั้งนี้ ไม่ใช่แค่กองทัพ…” เขากล่าว “…แต่มันคือโลกอีกใบหนึ่ง”เสียงของเขาหนักแน่นขึ้น “และถ้าเราปล่อยให้มันเปิดประตูได้สำเร็จโลกของเราจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป” สีดาก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อยมองไปยังกองกำลังทั้งหมด “นี่ไม่ใช่แค่สงครามของลังกา หรือของรัฐบาลโลก” เธอกล่าว“แต่มันคือสงครามของทุกคน” หนุมานกำหมัดแน่น สุครีพยืนตรง ไกรศรพยักหน้าเบาๆขณะที่รามมองไปยังท้องฟ้าอย่างสงบนิ่ง ทศกัณฐ์ยกมือขึ้นช้าๆพลังสีดำเข้มหมุนวนรอบตัวเขาเล็กน้อย ก่อนจะสงบลง “ครั้งนี้…” เขากล่าว“…เราจะไม่ตั้งรับ” ดวงตาของเขาแข็งกร้าว “เราจะเป็นฝ่ายบุกไป”เสียงฮือฮาเบาๆดังขึ้นในกองกำลังก่อนจะกลายเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ทางด้านของอัสตราได้ตรวจสอบโครงสร้างของโลกฝั่งนู้นคร่าวๆผ่านรอยแยกมิติแล้วผลปรากฏว่าโลกฝั่งนู้นไม่ได้มีโครงสร้างที่ซับซ้อนเหมือนกับโลกของพวกเรา ทำให้พวกเราสามารถข้ามไปยังโลกฝั่งนู้นได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอให้ประตูมิติเปิดอย่างสมบูรณ์เหมือนกับการจะมายังโลกฝั่งนี้เพราะฉะนั้น เป้าหมายของเราคือรอยแยกมิติ” รามกล่าวต่อ “ก่อนที่มันจะเปิดสมบูรณ์จนพวกมันสามารถข้ามมาฝั่งนี้ได้พวกเราจะเป็นฝ่ายเข้าไปก่อน…และหยุดมันจากต้นตอ เพื่อไม่ให้มีความเสียหายเกิดกับโลกใบนี้ที่พวกเราอาศัยอยู่”
ทางด้านของลักษณ์ก็ได้พูดเสริม“หน่วยทั้งหมดจะแบ่งกำลังเป็นสามแนวรบ พร้อมสนับสนุนกันตลอดเวลา” ทางด้านทศกัณฐ์ก็พูดเสริมออกมาอีกครั้ง“ส่วนทางด้านของสีดา มณโทและอัสตราพวกเธอทั้งสามจะเป็นหน่วยสบับสนุนอยู่ที่ลังกาแห่งนี้โดยเราจะนำยานสนับสนุนที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดของลังกาและรัฐบาลโลกข้ามมิติไปด้วยเพื่อเชื่อมต่อกับพวกเธอทั้งสามคนผ่านรอยแยกมิติเพื่อให้สามารถสื่อสารกับกองรบทั้งหมดได้ในเวลาเดียวกัน ทำให้ทุกคนติดต่อสื่อสารและวางแผนการรบได้ดียิ่งขึ้น” เสียงอาวุธถูกยกขึ้น เสียงเกราะขยับดังเป็นจังหวะเดียวกันกองกำลังทั้งหมดพร้อมแล้ว ทศกัณฐ์มองภาพนั้นเงียบๆ ก่อนจะกล่าวคำสุดท้าย“นี่คือศึกสุดท้าย” เขาพูด “…และเราจะเป็นฝ่ายกำหนดจุดจบของมัน”ลมพายุพัดผ่านลานกว้างอย่างรุนแรง ท้องฟ้าสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับโลกกำลังตอบรับคำประกาศนั้น
หลังจากคำประกาศของทศกัณฐ์จบลงความเงียบเพียงชั่วครู่ก็ถูกแทนที่ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบของกองกำลังทั้งหมดคำสั่งถูกส่งต่อไปอย่างรวดเร็ว ยานรบของรัฐบาลโลกเริ่มเปิดระบบเตรียมพร้อมขณะที่กองกำลังของลังกาก็เคลื่อนพลเข้าสู่ตำแหน่งที่กำหนดอย่างแม่นยำ บนลานกว้างหน้าพระราชวังพื้นที่ส่วนกลางถูกเปิดออกเผยให้เห็นวงแหวนพลังขนาดมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและอาคมโบราณเส้นพลังงานสีฟ้าและสีม่วงไหลเวียนไปทั่วโครงสร้างนั้นราวกับหัวใจของประตูที่กำลังจะถูกเปิด “นี่คือประตูมิติที่เสถียรที่สุดที่เราสามารถสร้างได้ในตอนนี้”อัสตรารายงานขณะยืนอยู่ข้างแผงควบคุม “มันจะพาเราไปยังจุดที่ใกล้กับรอยแยกที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแต่หลังจากนั้น…” เธอหยุดเล็กน้อย “…เราต้องพึ่งพาตัวเอง” มณโทยืนอยู่ข้างเธอดวงตาจับจ้องข้อมูลพลังงานที่ไหลผ่านระบบ“พลังจากอีกฝั่งยังคงรบกวนสัญญาณอยู่ตลอดเวลา” เธอกล่าว“แต่เราจะพยายามรักษาการเชื่อมต่อให้ได้นานที่สุด” สีดาพยักหน้า “แค่นั้นก็พอแล้ว”เธอกล่าว “ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของพวกเขา”
ทางด้านกองกำลังหลัก หนุมานยืนอยู่แถวหน้าเขามองไปยังวงแหวนพลังที่กำลังสว่างขึ้นช้าๆ “ไม่ได้ข้ามมิติแบบนี้มานานแล้วสินะ”เขาพูดพร้อมรอยยิ้มจางๆ สุครีพยืนข้างเขา แขนกอดอกแน่น“ครั้งนี้หวังว่าจะมีอะไรให้สู้เต็มที่”ไกรศรตรวจสอบอาวุธของตนเองเป็นครั้งสุดท้าย เสียงกลไกโลหะดังคลิกเบาๆ“ไม่ต้องห่วง” เขากล่าว “จากที่เห็น…ศัตรูคงไม่ทำให้เราผิดหวัง” อีกด้านหนึ่งรามและลักษณ์ยืนอยู่หน้าหน่วยบัญชาการรามมองพลังงานที่เริ่มเสถียรขึ้นเรื่อยๆก่อนจะพูด “ทันทีที่ข้ามไปเราจะกระจายกำลังตามแผน” ลักษณ์พยักหน้า “และถ้ารอยแยกเริ่มเปิดเต็มที่…”เขาหยุดเล็กน้อย “…เราจะต้องจัดการพวกมันให้หมด และรีบออกมา จากนั้นก็ปิดมันก่อนที่ประตูมิติจากทั้งสองโลกจะเชื่อมต่อกันอย่างถาวร”
รามหันไปมองทศกัณฐ์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล“ครั้งนี้…ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจังหวะเดียว” ทศกัณฐ์พยักหน้ารับดวงตาของเขานิ่งและมั่นคง “และเราจะไม่พลาดอย่างเด็ดขาด”เสียงพลังงานเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆวงแหวนมิติกลางลานสว่างจ้าขึ้นจนแทบมองไม่เห็นพื้นผิวด้านในอากาศรอบๆเริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อยเหมือนกำลังถูกดึงเข้าสู่จุดศูนย์กลาง“ประตูมิติเสถียรแล้ว!” อัสตราประกาศ เสียงของเธอดังไปทั่วพื้นที่ทศกัณฐ์ก้าวไปข้างหน้าเป็นคนแรก เขาหยุดอยู่หน้าวงแหวนพลังก่อนจะหันกลับมามองทุกคนอีกครั้ง เพียงแค่สายตานั้นทุกคนก็เข้าใจโดยไม่ต้องมีคำพูดเพิ่มเติม หนุมาน สุครีพ ไกรศร ราม เมขลา ลักษณ์ อัคนีวายุ จิตตรา อินทราช และนักรบทั้งหมดก้าวตามเข้ามาอยู่ด้านหลังเขาอย่างพร้อมเพรียง“เริ่มปฏิบัติการ” ทศกัณฐ์กล่าวเสียงต่ำแต่ชัดเจนจากนั้นเขาก็ก้าวเข้าไปในวงแหวนพลังเป็นคนแรก ร่างของเขาถูกกลืนหายไปในแสงทันทีรามก้าวตามเข้าไปโดยไม่ลังเล ตามด้วยลักษณ์ หนุมาน สุครีพ ไกรศรและกองกำลังทั้งหมด ยานสนับสนุนของลังกาและรัฐบาลโลกทะยานขึ้นจากพื้นก่อนจะพุ่งเข้าสู่วงแหวนพลังตามไปทีละลำ ภายในไม่กี่อึดใจลานกว้างที่เคยเต็มไปด้วยกองกำลังมหาศาลก็กลับว่างเปล่า เหลือเพียงสีดา มณโทและอัสตราที่ยังคงยืนอยู่หน้าศูนย์ควบคุม สีดามองไปยังวงแหวนที่ค่อยๆหรี่แสงลง“ขอให้ทุกคนปลอดภัย” เธอกล่าวเบาๆ มณโทวางมือบนแผงควบคุมแน่น“เราจะคอยสนับสนุนพวกเขาจากที่นี่” อัสตราพยักหน้าดวงตายังคงจับจ้องข้อมูลที่ไหลไม่หยุด “สัญญาณยังเชื่อมต่ออยู่…แต่ไม่เสถียร”เธอกล่าว
ในขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของมิติแสงจากวงแหวนพลังปรากฏขึ้นกลางอากาศที่บิดเบี้ยวท้องฟ้าสีม่วงดำของดินแดนต่างมิติปรากฏอยู่เบื้องหน้าพื้นดินแตกร้าวและเต็มไปด้วยพลังงานที่ไหลเวียนอย่างผิดธรรมชาติทศกัณฐ์เป็นคนแรกที่ก้าวออกมาจากแสง เขาหยุดนิ่ง มองไปยังโลกเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่คุ้นเคยรามและคนอื่นๆทยอยปรากฏตัวตามออกมา กองกำลังทั้งหมดเริ่มตั้งแนวรบในทันที“นี่สินะ” หนุมานกล่าวเบาๆ “ดินแดนของพวกมัน”
ไกลออกไปสุดสายตา เงาของกองทัพบางอย่างเริ่มเคลื่อนไหวเสียงคำรามต่ำๆดังสะท้อนมาตามสายลมที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกนี้ทศกัณฐ์ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังสีดำจางๆเริ่มไหลออกมารอบตัวเขา“เตรียมตัวให้พร้อม” เขากล่าว “ศึกจริงกำลังจะเริ่มแล้ว” และในดินแดนแห่งความมืดนั้นสงครามระหว่างสองมิติก็ได้เปิดฉากขึ้นอย่างแท้จริง