(ฟรี 110 ตอน) ยอดยุทธ์: ระบบฝึกฝนไร้ขีดจำกัด

    บทที่ 10 วิชายุทธ์

    บทที่ 10วิชายุทธ์

     

     

     

    หลิงเฟิงไม่สนใจสายตารอบข้างเขาเดินตรงไปหยุดต่อหน้าเฉาเฟิง และหลี่ชิงเสวี่ยก่อนจะประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม

     

    "ศิษย์หลิงเฟิงคารวะท่านผู้ฝึกสอนเฉา และศิษย์พี่ชิงเสวี่ยขอรับ"

     

    เด็กหนุ่มมีอายุเพียงสิบห้าปีรูปร่างยังเติบโตไม่เต็มที่ แต่ท่วงท่ากลับสงบนิ่งเกินวัยดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวและแฝงความหยิ่งทะนงจนคนมองรู้สึกอึดอัด

     

    เฉาเฟิงเหลือบมองเล็กน้อยโดยไม่เอ่ยปากตอบเขาขยับกายก้าวไปใจกลางลานฝึกทันที

     

    "วิชายุทธ์คือทักษะสำหรับเอาชนะศัตรูรักษาชีวิต และสังหารคู่ต่อสู้ในยามจำเป็น"

     

    เสียงของเขากังวานใสชัดเจนไปทั่วลานฝึก

     

    "ในการต่อสู้เสี่ยงตายหมัดเจ้าต้องดุดันกว่าพยัคฆ์ เท้าต้องเร็วกว่ากระต่าย มือต้องคล่องแคล่วกว่าวานรสายตาต้องแม่นยำกว่าอินทรี และกล้ามเนื้อกระดูกต้องแข็งแกร่งกว่าศิลา"

     

    "หมัดสิบสองรูปแบบคือรากฐานของพรรคเจ็ดดาราเมื่อฝึกฝนถึงขั้นสูง ร่างกายจะพลิ้วไหวดุจหลิวต้องลม กรงเล็บฉีกศิลาได้ดั่งพยัคฆ์ฝ่ามือสะเทือนต้นไม้ใหญ่ได้ดั่งหมีดำ”

     

    “ยิ่งไปกว่านั้นวิชานี้ยังช่วยหล่อเลี้ยงปราณโลหิต ขัดเกลากล้ามเนื้อ และกระดูก”

     

    “เมื่อปราณโลหิตเข้มข้นดุจปรอทเจ้าจึงจะสามารถเคาะเปิดประตูสู่วิถียุทธ์ได้ กระบวนการนี้เรียกว่าการบำรุงโลหิตและเป้าหมายของพวกเจ้าคือการทะลวงเข้าสู่ขั้นบำรุงโลหิต!"

     

    สายตาคมกล้ากวาดผ่านฝูงชนบรรยากาศเกียจคร้านของชายขี้เมามลายหายไปในพริบตาราวกับพยัคฆ์ร้ายที่หลับใหลลืมตาตื่นขึ้นมา ไม่มีผู้ใดในลานกล้าสบตาเขาตรงๆ

     

    "วันนี้ข้าจะแสดงหมัดสิบสองรูปแบบตั้งแต่ต้นจนจบพร้อมอธิบายเคล็ดวิชาทุกท่า จงดูให้ชัด ฟังให้ดี และจำให้ขึ้นใจส่วนจะทำความเข้าใจได้มากน้อยเท่าใด ก็ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของพวกเจ้าแล้ว"

     

    ทั่วทั้งลานฝึกเงียบสงัดจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ

     

    "โฮก!"

     

    เสียงคำรามต่ำดังออกจากลำคอของเฉาเฟิงก่อนจะยกระดับเสียงสูงขึ้นคล้ายมังกรทะยานข้ามเมฆา

     

    เพียงแค่เขาตั้งท่าเริ่มกระแสอากาศรอบกายก็ม้วนตัว แรงกดดันอันหนักหน่วงแผ่กระจายออกไปโดยรอบ

     

    จนคนที่ยืนอยู่ใกล้รู้สึกอึดอัดคล้ายมีก้อนหินทับหน้าอกต้องพากันถอยร่นไปหลายก้าวจึงจะยืนได้อย่างมั่นคง

     

    "ลดเอวหุบไหล่ เก็บอก!"

     

    "หมัดออกดุจตะไบเหล็กชักกลับดั่งตะขอ! ศอกไม่ห่างชายโครง มือไม่ห่างหัวใจ!"

     

    "รูปแบบมังกรมีท่วงท่าสยบมังกรขดแล้วคลาย ขึ้นลงเปลี่ยนแปลงไม่สิ้นสุด"

     

    "รูปแบบพยัคฆ์คือเสือหมอบออกจากถ้ำพุ่งตะครุบเหยื่อ ใช้สะโพกชนและใช้หางกวาด!"

     

    "รูปแบบวานรรู้จักเก็บแรงคล่องแคล่วดุจลิงกระโจนข้ามภูผา!"

     

    "ทุกก้าวคือหลักทุกหมัดมีเจตจำนง!"

     

    ร่างของเฉาเฟิงเคลื่อนไหวไปพร้อมกับเสียงอธิบาย

     

    บางคราวกระบวนหมัดคดเคี้ยวดุจอสรพิษฉกออกจากถ้ำบางคราวดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายลงจากภูเขา เมื่อจบแต่ละรูปแบบเขาจะหยุดอธิบายวิธีหายใจ การวางเท้า และเส้นทางส่งแรงโดยไม่มีการปิดบัง

     

    ท่วงท่าดูเชื่องช้าจนมองเห็นชัดเจนทุกองศาแต่หมัดและเท้าที่วาดผ่านกลับฉีกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวจากเสียงคล้ายผ้าไหมขาดค่อยๆ กลายเป็นเสียงแส้เหล็กฟาดสับดังเปรี๊ยะ

     

    กระแสลมหมุนเวียนเปลี่ยนรูปร่างตามกระบวนท่าบางครั้งคล้ายม้าควบตะบึง บางครั้งคล้ายงูเลื้อย มันแสดงจิตวิญญาณของสิบสองรูปแบบออกมาอย่างสมบูรณ์

     

    ลู่เฟิงเบียดกายอยู่แถวหน้าดวงตาเบิกกว้างไม่กะพริบ เขาจดจำแม้กระทั่งมุมปลายนิ้ว และตำแหน่งของปลายเท้าทุกกระบวนท่าซ่อนหลักการลึกล้ำ

     

    คนอื่นๆก็จดจ่อไม่ต่างกัน บ้างขมวดคิ้วคิดตาม บ้างพึมพำทบทวนราวกับทั้งโลกเหลือเพียงร่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่กลางลาน

     

    ผ่านไปราวหนึ่งก้านธูปเฉาเฟิงก็จบกระบวนท่าด้วยท่าหมีเข้าประจัญสองฝ่ามือผลักออกไปด้วยพลังหนักแน่นดุจขุนเขา

     

    ยามเก็บหมัดกลับเขายืนเหยียดตรงราวกับต้นสน สีหน้าไม่เปลี่ยน และลมหายใจยังคงสม่ำเสมอราวกับการร่ายรำหมัดอันดุดันเมื่อครู่เป็นเพียงการยืดเส้นยืดสายธรรมดา

     

    เขาเดินช้าๆพลางกล่าวต่อ

     

    "สิบสองรูปแบบไม่ใช่สิบสองวิชาหากรูปแบบหมีถึงขั้นเชี่ยวชาญ เจ้าจะได้พลังดุจยอดผาตั้งตรง และหัวไหล่กวาดขวาง”

     

    “รูปแบบวานรทำให้ร่างกายคล่องแคล่วรูปแบบอสรพิษยืดหด และหมุนตัวรวดเร็ว อย่ามักมาก อย่ารีบร้อนจงเลือกเพียงหนึ่งรูปแบบแล้วฝึกฝนให้ลึกซึ้งเหมือนช่างศิลาสลักแท่งหินใช้หยาดเหงื่อนับไม่ถ้วนคอยขัดเกลา"

     

    "เมื่อชำนาญหนึ่งรูปแบบย่อมเข้าใจรูปแบบอื่นได้ง่าย หากรูปแบบแรกยังติดขัดการฝึกส่วนที่เหลือก็ยากจะสำเร็จ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ท่าหมัดแต่เป็นท่ายืนใต้ฝ่าเท้า และวิธีหายใจ”

     

    “ท่ายืนคือรากของไม้ใหญ่การหายใจคือสายน้ำเชี่ยว เมื่อทั้งสองผสานเข้ากับหมัดเจ้าจึงจะสามารถนำปราณโลหิตทั่วร่างมารวมกันดุจแม่น้ำไหลสู่ทะเลก่อเกิดเป็นพลังปราณโลหิตอันไพศาล"

     

    ถ้อยคำเหล่านั้นเหมือนการทุบโซ่ตรวนในหัวของลู่เฟิงหลักการในตำราที่เคยพร่ามัวพลันสว่างกระจ่างแจ้งประตูสู่โลกแห่งวิถียุทธ์เปิดต้อนรับเขาตรงหน้าแล้ว

     

    เฉาเฟิงรับไม้ไผ่เขียวความยาวสามฉื่อมาจากหลี่ชิงเสวี่ยเขากวาดสายตามองฝูงชน ก่อนจะชี้ตรงไปยังเด็กหนุ่มร่างผอมคนหนึ่ง

     

    "เจ้าออกมา"

     

    เด็กหนุ่มหน้าถอดสีเดินขาสั่นพั่บๆ ออกมาหน้าแถว

     

    "อยู่ที่นี่มานานเท่าใดแล้ว?"

     

    "ครึ่งเดือนขอรับ"

     

    "เช่นนั้นแสดงหมัดสิบสองรูปแบบให้ข้าดูช้าๆหากตรงไหนผิด ข้าจะช่วยแก้ให้"

     

    คำว่าช่วยแก้ของผู้ฝึกสอนทำให้เด็กหนุ่มเหงื่อผุดซึมเต็มแผ่นหลัง

     

    เขาตั้งท่าแล้วเริ่มร่ายรำหมัดทว่าเพิ่งถึงท่าที่สิบห้า ไม้ไผ่ในมือของเฉาเฟิงก็ฟาดเปรี้ยงเข้าที่น่องซ้ายทันที

     

    เด็กหนุ่มสะดุ้งโหยงจนแทบกระโดด

     

    "เมื่อเท้าซ้ายก้าวออกต้องลดเอวลงเป็นท่ายืนม้า และส่งหมัดขวาในจังหวะเดียวกัน!เรียนมาครึ่งเดือนยังผิดพลาดเช่นนี้สิ่งที่ข้าพร่ำสอนมันไหลเข้าสมองสุนัขหมดแล้วรึ?!"

     

    เด็กหนุ่มขอบตาแดงก่ำแต่ไม่กล้าเถียงได้แต่ฝืนใจฝึกต่อไป

     

    เมื่อมุมหมัดผิดพลาดไม้ไผ่จะเคาะเข้าข้อมือ เมื่อฝีเท้ายุ่งเหยิง มันจะฟาดเข้าที่ข้อเท้า

     

    เฉาเฟิงคอยปรับแก้ทีละจุดพร้อมคำตำหนิอย่างไร้ความปรานีกว่าจะร่ายจบกระบวนท่า เด็กหนุ่มโดนฟาดไปถึงเก้าครั้ง

     

    รอยแดงนูนเด่นชัดขึ้นบนผิวน้ำตาไหลพรากโดยไม่อาจกลั้น ผู้ชมรอบข้างรู้สึกหนาววาบ ไม่กล้าละสายตาแม้แต่น้อย

     

    หลังจากนั้นมีคนถูกเรียกออกมาอีกหกคนคนที่ทำได้ดีที่สุดยังโดนหวดไปอย่างน้อยสามที เสียงไม้กระทบเนื้อดังเผียะๆเป็นระยะจนคนฟังหนังศีรษะชาวาบ

     

    ดวงตะวันค่อยๆคล้อยต่ำลงสู่ทิศตะวันตก ในที่สุดสายตาของเฉาเฟิงก็หยุดลงที่กลุ่มของลู่เฟิง

     

    "แปดคนที่เพิ่งเข้าพรรควันนี้ออกมาให้หมด"

     

    ลู่เฟิงจ้าวเทียนซิง และเพื่อนใหม่รวมแปดคนเดินออกมายืนเรียงแถวด้วยความกระสับกระส่าย

     

    เฉาเฟิงยกไม้ไผ่เขียวขึ้นชี้ตรงมาที่ลู่เฟิง

     

    ลู่เฟิงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะแอบขยับกายไปทางขวาสองก้าว

     

    ปลายไม้ไผ่เลื่อนตามมาทันที

     

    เขาขยับกลับไปทางซ้ายมันก็ยังคงชี้ตรงมาไม่คลาดสายตา

     

    ลู่เฟิงจึงตัดสินใจถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วเอื้อมมือดึงร่างของจ้าวเทียนซิงเข้ามาบังไว้ด้านหน้าแทน

     

    จ้าวเทียนซิงถึงกับเงียบงันพูดยังไงก็พูดไม่ออกและฝูงชนทั่วทั้งลานฝึกก็เงียบกริบลงเช่นกัน!

     

     

    คล้ายกับเรื่อง(ฟรี 110 ตอน) ยอดยุทธ์: ระบบฝึกฝนไร้ขีดจำกัด ที่คุณอ่าน

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253