ในเมืองสุ่ย ฟ้าเริ่มมืดค่ำยามซวี* ในจวนเ้าเมืองเ้าเมืองเฟิงซีหมินนั่งปรึกษากับ ตงชิงหาน
เฟิงซีหมิน “เื่การใช้พิษปลาไหลหิมะธนูเพลิง เป็เื่ที่ไม่น่าเป็ไปได้โดยเฉพาะผู้ใช้พิษจะเป็เพียงเด็กน้อย อายุเพียง 6 ปีมีพลังปราณแค่ขั้นธรรมชาติ”
ตงชิงหาน “ขนาดท่านอาจารย์อู่ชุน เป็ถึงแพทย์มือพิสดารยังไม่มีหนทางเก็บรักษาและใช้พิษระดับสูงขนาดนี้ได้”
เฟิงซีหมิน “ถึงแม้ว่าบุตรชายของพวกเขาจะโดนพิษ เมื่อต่อสู้กับเทียนหลงก็ตาม แต่ทำไมต้องต่อสู้กับเทียนหลง? ข้าว่าเื่นี้มีความเป็มาไม่ปรกติ ตระกูลกู้คงปิดบังความจริงเอาไว้”
ตงชิงหาน “จนบัดนี้ยังไม่มีการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกมันถ่วงเวลาชัดๆการออกประกาศจับนี้ไม่ถูกต้อง พวกเรารอนานเกินไปแล้ว ต้องทำอะไรบางอย่าง”
เฟิงซีหมิน “คงต้องสืบว่าบ่าวไพร่ตระกูลกู้ มีใครติดตามขบวนไปท่องเที่ยวบ้างจากนั้นเอาตัวพวกมันมาเค้นสอบปากคำ น่าจะได้ความจริง”
หยุดคิดไปเพียงชั่วครู่ “หากมีผู้ใดจับตัวเทียนหลง ผ่านเข้าประตูเมืองมา ให้จับกุมพวกมันไว้ก่อน นำตัวเทียนหลงมาไว้ที่ว่าการเมืองผิดถูกว่ากันอีกทีหนึ่ง”
ตงชิงหาน “จนบัดนี้ยังไม่มีข่าวว่า..เทียนหลงถูกพวกมันจับตัวได้”
เฟิงซีหมิน สั่งการ “ยิ่งทิ้งเวลาเนิ่นนาน เทียนหลงยิ่งมีอันตราย หากพวกเราไม่เคลื่อนไหว ความจริงคงไม่เปิดเผยข้าสังหรณ์ใจว่า พวกมันอาจฆ่าปิดปากไม่ว่าจะได้ยาถอนพิษหรือไม่ หากเป็เช่นนั้นจริงพวกเราไม่สามารถสู้หน้าชาวเมืองกับจางเหว่ยได้ จงส่งกองทหาร หนึ่งกองออกไปค้นหา”
“แต่..จนบัดนี้ฝ่ายตรงข้ามยังจับตัวเทียนหลงไม่ได้เ้าคิดว่าเขาควรจะไปหลบอยู่ที่ใด?”
ตงชิงหาน“ข้าจะให้คนไปดูที่บ้านจางเหว่ยก่อน แล้วเลยไปดูที่บ้านตระกูลฟาง หากไม่พบจะไปตามแนวชายป่า”
เฟิงซีหมิน “เื่ดักคนที่ประตูเมืองข้าจัดการเอง เ้ารีบนำคนออกไปเดี๋ยวนี้..”
หลังสลัดหลุดจากสองพี่น้องสุนัขเขี้ยวจันทร์มาได้เทียนหลงวิ่งตะบึงจากมาพร้อมกับาแที่หัวไหล่ เพียงชั่วอึดใจพลังความเย็นชุ่มช่ำสายหนึ่ง พุ่งขึ้นมาจากจุดศูนย์มาที่าแาแก็สมานกันในทันที วิ่งมาเพียง สองร้อยเมตรเืก็หยุดไหลเทียนหลงลัดเลาะเข้าราวป่าประมาณ หนึ่งกิโลเมตร พลังัพสุธาก็ตรวจพบว่าที่ด้านหน้ามีกลุ่มคนกำลังตรงมาทั้งสามทิศ ส่วนด้านหลังสองสุนัขเขี้ยวจันทร์ก็ไล่เข้ามาใกล้มองซ้ายมองขวา ท่ามกลางความมืดพุ่งไปด้านข้างใกล้โขคหินใหญ่ ผสานซ่อนใต้ดินพึ่งซ่อนตัวได้ลึกสองเมตร คนสี่กลุ่มก็ใช้ตัวเบามาเจอกัน สองสุนัขเขี้ยวจันทร์ตวาดถามทันทีด้วยความโอหัง “พวกเ้าเห็นไอ้เด็กเทียนหลงผ่านไปหรือไม่...?”
หนึ่งในสามกลุ่มที่มาใหม่ มีกลุ่มหนึ่งเป็มหาโจรเลื่องชื่อฉายาห้าเสือตงชิว ทั้งห้าคนสวมชุดสีเขียวเหมือนกันทั้งหมด พวกมันลักลอบหนีคดีมาจากมณฑลอื่นทางการเมืองสุ่ยก็จับจ้องพวกมัน แต่ยังค้นหารังมันไม่เจอ พวกมันทุกคนมีพลังยุทธ์ขั้นพนึกยุทธ์ระดับ3 พวกมันสามารถตั้งค่ายกลดาบ ห้าเสือสังหาร จอมยุทธ์ปราณิญญาระดับต้นเจอพวกมันยังเอาตัวรอดลำบาก ดังนั้นหาได้เกรงกลัวสองสุนัขเขี้ยวจันทร์ไม่ พากันนิ่งเฉยกลับเป็อีกสองกลุ่มเป็อันตพาลประจำเมืองสุ่ย กลุ่มคนแซ่จงก็อยู่ในนี้ พอเจอพี่น้องสองสุนัขก็ทำตัวลีบในใจไม่ค่อยอยากสนทนาด้วย แต่ไม่อยากหาเื่ใส่ตัว กลุ่มคนแซ่จงตอบไปแบบขอไปที“เส้นทางที่พวกข้าผ่านมา ไม่มีร่องรอยผู้ใดเลย ..”
หัวหน้าห้าเสือตงชิวแค่นเสียงเ็ากล่าวกับหวงป้า “ข้าว่า พวกเ้าจับมันได้แล้วเอาไปซ่อนมากกว่าบอกมาไอ้เด็กนั้นอยู่ไหน ” แทนคำตอบ หวงต้าฟาดกระบองเขี้ยวจันทร์เข้าใส่ทันทีแต่ยังไม่ทันจะได้ประมือ มีเสียงตวาดมาแต่ไกล “หยุดมือ...”หางเสียงยังไม่ทันจางหาย เงาร่างหนึ่งทะยานมาแต่ไกล พริบตาเดียวก็มาหยุดด้านหน้าสองสุนัขเขี้ยวจันทร์ผู้มาแผ่พลังกดดันผลักทุกกลุ่มให้ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พลังยุทธ์ขั้นปราณิญญาที่แผ่ออกมาฆ้อนดาวตกที่ข้างเอว ข่มสะกดทั้งสองฝ่ายให้หยุดเคลื่อนไหว
“ไอ้พวกสมองทึ่ม หากเ้าหรือเ้า” ชี้กราดไปที่ สองสุนัข กับ หัวหน้ากลุ่มห้าเสือ “หากมีใครจับไอ้เด็กเปรตนั้นได้ คงไม่โง่ รอให้คนอื่นมาแย่งเอาตัวเงินตัวทองไป ป่านนี้เร่งเข้าเมืองไปขึ้นเงินไม่ดีกว่ารึฮื่ม...ไอ้พวกบัดซบ มัวแต่กัดกัน..ยิ่งนานยิ่งยากจะควานหาตัว .ไอ้เด็กนรกนั้น..เป็ได้แค่เศษสวะจริงๆ”
จากพลังยุทธ์ที่แผ่ออกมาและอาวุธที่พกพาทุกคนรู้จักทันทีว่า ผู้มาคือ เฉียนเป่า ผู้พิทักษ์ตระกูลกู้ แม้แต่สองสุนัขเขี้ยวจันทร์ก็ยังเงียบไม่กล้าต่อปากต่อคำ
เฉียนเป่า “หากพวกเ้าคิดว่า...ไอ้เด็กประหลาดนั่นเป็แค่เด็กธรรมดาละก็พวกเ้าคิดผิด ประมาทเพียงนิด มันจะหนีหายไปในทันที”
หวงมู่ “เื่นี้...พวกข้ารู้ไอ้เด็กนี้มันลื่นยิ่งกว่าปลาไหลซะอีก มันโดนข้าฟันไปดาบหนึ่ง แผลไม่เล็ก”
เฉียนเป่า “บัดซบ จับตายไม่มีประโยชน์ หากเ้าจับเป็ได้อาจได้รางวัลเพิ่ม มันจะาเ็ร่อแร่อย่างไรข้าไม่สนของในตัวมันต้องอยู่ครบและห้ามมันตาย!”
เฉียนเป่า หันมาถาม หวงมู่ “าแเป็อย่างไร”
หวงมู่ “ลึกประมาณหนึ่งเิเ ยาวห้าเิเ”
เฉียนเป่า “สำหรับเด็กอายุขนาดนี้ นับว่ามันาเ็ไม่เบาต้องสามารถถ่วงเวลาหลบหนีของมันได้แน่นอน หากจับมันได้พวกเ้าสองพี่น้องมีความชอบส่วนหนึ่งข้าจะขอรางวัลพิเศษให้” ว่าพลางสูดดมกลิ่นอายรอบบริเวณ “แถวนี้ไม่มีกลิ่นเื พวกเ้าแยกย้ายไปหามันได้แล้ว จำไว้...จับเป็”
เฉียนเป่า พุงปราดไปทางทิศเหนือผู้คนที่เหลือต่างแยกย้ายจากไป หวงมู่ขยับตัวแต่โดนหวงต้าดึงเอาไว้รอจนผู้คนจากไปไกล
หวงต้า “เ้าสังเกตเห็นรอยเืตามทางหรือไม่ แผลขนาดนั้น อย่างไรก็ต้องหยดลงพื้นบ้าง”
หวงมู่ “ตอนแรกข้ายังเห็นอยู่แต่พอได้ยินเสียงเคลื่อนไหวทางนี้ เลยละเลยไป ...กลับไปดู...”
สองพี่น้อง ย้อนกลับไปดูเห็นรอยเื หยดเป็ทางในระยะ สองร้อยเมตรแรกเท่านั้น ก็มองตากัน “มันคงเอายาสมานแผลปิดแผลไว้ คงเป็ยาสมานแผลชั้นดีมาก”
หวงต้า “เฒ่าจางหาสมุนไพรขาย ข้าว่าในตัวไอ้เด็กน้อยนี่ ไม่แน่มียาสมุนไพรหรือยาชั้นดีนอกจากเงินแล้วจับได้ต้องค้นตัวมัน พวกเราอาจได้อะไรดีๆเพิ่มขึ้นมาอีก”
หวงมู่ “แล้วมันหายไปไหนถึงจะไม่มีเื แต่ร่องรอยมันชี้ไปทางเมื่อครู่ แล้วหายไปตรงนั้น”
หวงต้า “แสดงว่าไอ้เด็กนี่ มีวิชาเร้นกายไม่ธรรมดา ขนาดเฉียนเป่ายังไม่พบร่องรอยของมัน พวกเราเองถ้าไม่ได้ซุ่มบนยอดไม้ เห็นมันเดินเข้าบ้านด้วยตาก็หามันไม่เจอเช่นกัน” “ไม่แน่ มันยังอาจซุ่มอยู่บริเวณนั้น …ลองวิธีนี้” โดยไม่ต้องคุยสองพี่น้องทำกรรมชั่วมามากมาย ไม่ต้องปรึกษากัน ก็รู้ว่าอีกฝ่าย้าจะทำอะไร สองพี่น้องเดินกลับไปบริเวณที่พวกมันเจอกับเฉียนเป่า แสร้งคุยกันเสียงดัง
“บัดซบมันหลุดไปได้ ไอ้เด็กเวร ไวยังกับปรอท ข้าว่ามันคงมีที่หลบซ่อนตัวแถวนี้” “กลับไปเค้นถาม ยายเฒ่าฟางที่บ้าน มันต้องรู้แน่ๆ”
สองพี่น้องมุ่งหน้าไปบ้านตระกูลฟางทันที ก่อนถึงบ้านตระกูลฟาง สามร้อยเมตรมันสองพี่น้องก็แยกกันไปซุ่มบนยอดไม้ดักทางเข้าออก
เทียนหลง ได้ยินทุกถ้อยคำ เร่งพลังตรวจจับัพสุธาติดตามสองพี่น้องไปเมื่อพี่น้องทะยานขึ้นต้นไม้ “เหอะ ลูกไม้เก่า พวกมันคง้าให้ข้าไปติดกับอีกครั้ง”
“แล้วจะหลบไปที่ไหนดีถ้ากลับบ้าน..พวกมันน่าจะไปดักรอแถวป่าสนหลังบ้าน ต้องไปให้ไกลจากบ้านลุงฟางไม่เช่นนั้นอาจทำให้พวกเข้าตกอยู่ในอันตราย จะเข้าเมืองไปหา อาจารย์ตงชิงหานพวกมันก็น่าจะไปดักรอที่ทางเข้าเมืองแน่นอน ภายในเมืองไม่มีที่หลบซ่อนทางธรรมชาติมากนักเข้าป่าต้องห้ามไปก็คงไม่เข้าท่า จะเป็การหนีเสือปะจระเข้ กับเป็บริเวณป่าแถบนี้มีความปลอดภัยสูงกว่ามีป่าให้หลบเร้น มีแผ่นดินให้หลบซ่อน ยิ่งใกล้ทะเลสาบการเคลื่อนไหวก็จะสะดวกมีโอกาสรอดสูงกว่า”
เทียนหลงตัดสินทันทีใจว่าจะเข้าไปซ่อนในแนวชายป่าซ่อนให้ใกล้ขอบเขตป่าหวงห้ามให้มากที่สด เขาหาสมุนไพรในป่าแถบนี้มาหลายเดือน มีทำเลเหมาะสมที่จะซุ่มซ่อนตัวหลายจุดเมื่อมั่นใจว่าในรัศมี หนึ่งร้อยเมตร ไม่กลุ่มกำลังใดๆ แอบซุ่มอยู่ เทียนหลงออกจากที่ซ่อนจับทิศทางพุ่งตรงไปแนวป่าทันที วิ่งๆหยุดๆตรวจสอบไปตลอดทาง ในที่สุดก็มาหยุดหมอบซุ่มใกล้แนวชายป่าไผ่
ขณะนี้เลยเที่ยงคืนมาเล็กน้อยเขาเริ่มเหนื่อย หลบหนีมาั้แ่เที่ยงวันจนเที่ยงคืน ใช้พลังวัตรไปมากพอสมควรหยุดพักเพียงชั่วอึดใจ ขยับตัวจะพุ่งเข้าแนวป่า กลับมีเสียงดังกริ้ง เขาสะดุดเข้ากับกับดักที่วางไว้แล้วก็มีพลุแสงสว่างโร่ไปทั่วฟ้าแถบนั้น ร่องรอยโดนเปิดเผยเขากลายเป็เป้าที่เด่นชัดท่ามกลางความมืดทันที มีเงาคนพุ่งเข้ามาในทุกทิศทุกทางเทียนหลงตัดสินใจพุ่งเข้าแนวป่า มีกองกำลังขวางทางประมาณ สิบคน
ไม่มีเสียงตวาด ไม่มีการพูดคุยสิ่งที่นำหน้าไปคือ ปลายพลองที่บรรจุพลังเปี่ยมล้น กวาดฟาดไปโดยไม่ออมรั้ง ในเมื่อพวกมันไม่ปล่อยเขาจะเอาไว้พวกมันไว้ทำไม เสียงกระดูกหักโอดโอ๊ยดังลั่นไปทั่ว กลุ่มคนที่ขวางทางห้าคนถูกฟาดจนแตกกระเจิง อาวุธกระเด็นคนกระดูกหักกระอักเื ส่วนอีกห้าคนที่เหลือพุ่งอ้อมมาดักด้านข้าง พร้อมประกายอาวุธวาววับ สามดาบ หนึ่งขวาน หนึ่งหอก เทียนหลงสะบัดพลองใส่ใช้เคล็ดกระแทกปะทะขวานจนกระดอนไป จากนั้นใช้เคล็ดปาดชักนำปลายหอกไปด้านข้าง แล้วแทงสวน ถูกกลางอกมือหอกดัง “ตูม..!”รั้งพลองกลับมารับพายุดาบที่หนุนเนื่องเข้ามา พลองในมือทำร้ายมือดาบกระอักเืได้อีกสองคน
แต่กลับต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็ แผลยาวบนต้นขาซ้ายกับแขนขวาส่วนมือดาบอีกคน รุดฟันเข้ามาอย่างว่องไว เขาสะบัดปลายพองต้านไว้ ได้แผลลึกยาวที่ต้นแขนซ้ายมาอีกแผลกัดฟันระดมแทงไปสิบแปดพลอง กระแทกมือดาบจนถอยร่นไปสองก้าวเสียงโห่ร้องฆ่าฟันดังใกล้เข้ามาจากรอบด้าน เทียนหลงรุกฟาดกระแทกจนดาบหลุดมือก่อนจากปลายพลองสะบัดฟาดไปที่ใบหน้า กรามแตกสลบกลางอากาศทันที
เขาทุ่มเทวิชาตัวเบาพุ่งหนีเข้าแนวป่าทิ้งกองกำลังที่ใกล้จะปิดล้อมสำเร็จไว้ด้านหลัง าแทั้งสามส่งผลกระทบต่อท่าร่างอย่างรุนแรง ความเร็วในการเคลื่อนที่ ตกลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้เขาเพียงอาศัยความชำนาญในภูมิประเทศ ความสามารถในการมองเห็นยามค่ำคืน วิ่งตะบึงลัดเลาะ ค่อยๆทิ้งห่างกองกำลังที่ติดตามทีละน้อย
าแที่เทียนหลงได้รับค่อนข้างรุนแรงโดยเฉพาะาแที่ต้นขา แผลเริ่มสมานตัวอย่างเชื่องช้าถึงฤทธิ์ยาคืนหวนที่ตกค้างอยู่ จะทำการรักษาสมานผิวได้เร็วมาก แต่อย่างไรก็ไม่อาจประสานแผลให้หายสนิทเพราะแผลส่วนนั้นต้องขยับเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงตลอดเวลา หากไม่หยุดหาที่หลบซ่อนเป็ไปไม่ได้ที่าแจะสมานตัว สิ่งที่ตามมาคือการเสียเื ทำให้ยิ่งอ่อนแอวิ่งตะบึงพลาง คิดหาวิธีเอาตัวรอดไปพลาง “หากไม่หาที่พักเท้าภายในสองสามอึดใจนี้” โอกาสรอดค่อนข้างจะเลือนราง
มองสภาพเส้นทางฉุกใจคิดถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ฝูงคนที่ละโมบพากันไล่ล่ากระจายกำลังออกเหมือนฝูงสุนัขที่ได้กลิ่นเืจากเหยื่อ แม้จะเป็ยามวิกาลการมองเห็นจำกัดแต่พวกมันล้วนเป็มือดี ความมืดเพียงนี้ไม่นับเป็อุปสรรคอันใด ยิ่งเห็นหลังเหยื่ออยู่ไวๆยิ่งกระตือรือร้นคึกคัก ราวกับว่ากำลังจะได้กัดก้อนเงินขาวๆไว้ในปากต่างพุ่งกายไล่ล่าอย่างสุดกำลัง แต่ว่า....เพียงชั่วพริบตาเหยื่อที่เห็นไกลๆอยู่ตรงหน้า ถึงกับหายสาบสูญไป
พวกมันกระจายกำลังค้นหาโดยรอบบริเวณอย่างบ้าคลั่ง ต้นไผ่ในร้ศมีโดยรอบ หนึ่งกิโลเมตรถูกฟันหักโค่นก้อนหินใหญ่ถูกกระแทกค้นหา แต่ยังคงไร้ร่องรอยของเหยื่อที่พวกมันติดตาม พวกมันยืนนิ่งมึนงงมองหน้ากันไปมา ทั่วบริเวณสว่างไสวไปด้วยคบเพลิง มองไปถึงกับมีคนจำนวนมากกว่าร้อยที่อยู่ตรงนี้ทันใดมีเ้าถิ่นคนหนึ่งเหมือนกับพบเห็นอะไร ขยับตัวไปใกล้โขดหินขนาดกลางก้อนหนึ่งความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ กระตุ้นให้คนอื่นๆที่คุ้นเคยพื้นที่ให้ได้คิดโพล่งขึ้นมา“ใช่แล้วหลุมดิน”
เพียงคนเดียวร้องโพล่งทุกกลุ่มเริ่มค้นหาโพรงหรือหลุมดินโดยรอบบริเวณทันที กลุ่มคนขับรถแซ่งจงตรงดิ่งไปที่โขดหินขนาดกลางก้อนหนึ่ง “ข้าเคยเห็นหลุมหนึ่งข้างหินนี้ลึกราว สามสิบเมตร เป็หลุมที่ลึกที่สุดในรอบบริเวณป่าไผ่นี้ ลึกเป็แนวดิ่งเฉียงไปเพียงเล็กน้อยขนาดหลุม พอดีให้เด็กน้อยลงไปหลบได้”พูดพลางกวาดเปิดปากหลุมจนเด่นชัด ทันทีที่กวาดเศษกิ่งไม้ใบไม้สิ่งที่บังปากหลุมออกที่ขอบปากหลุมก็ปรากฏรอยเืชัดตา ทุกคนวิ่งปราดไปที่หลุม ต่างคนต่างแก่งแย่งชิง กรูกันเข้าไปกลายเป็กระทบกระแทก จากกระทบกระแทกกลายเป็ต่อสู้พัวพันชุลมุนวุ่นวายเป็ที่สุดเริ่มมีคนได้รับาเ็ ยันกันไปยันกันมา เสียงตะคอกอย่างเดือดดาลดังไปทั่วป่า
“บัดซบ...ข้าเห็นก่อน”“ข้าเป็คนเปิดทาง หลุมนี้..ข้ามีสิทธิ์” “ไอ้พวก อ่อนหัดหลบไปหลุมนี้เป็ของข้า”
ท่ามกลางการแก่งแย่งยังมีกลุ่มคนที่มีสติ ตวาดเสียงดังขึ้นมา “บัดซบเงาคนยังไม่ทันเห็น พวกเ้ากำลังทำอะไรกัน เข่นฆ่ากันไปไร้ความหมาย หาเป้าหมายให้พบแล้วค่อยว่ากัน” เสียงคำรามก้อง ที่แท้เป็หัวหน้ากลุ่มห้าเสือตงชิวทุกคนค่อยได้คิดพากันหยุดมือ มีคนร่ำร้อง “เพียงโยนคบเพลิงลงไปก็สามารถเห็นภายในหลุมไอ้เด็กนั้นซ่อนอยู่หรือไม่ก็เห็นได้ชัดเจน ในหลุมพนังเป็หินแข็งไอ้เด็กนั้นไม่มีทางขุดผนังหลบอยู่ด้านข้างโดยไม่มีร่องรอย”
คบเพลิงหลายอันถูกโยนลงไปในหลุมทันทีชั่วอึดใจเดียวก้นหลุมก็เต็มไปด้วยคบเพลิง แสงไฟจากคบเพลิงหลายอันสาดส่องทำให้เห็นภายในชัดตา เห็นั้แ่ปากหลุมจนถึงก้นหลุม ในหลุมว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่รอยเืทุกผู้คนหันมาด่าคนแซ่จง “บัดซบเสียเวลาเปล่าถ้าใครๆก็รู้ว่าตรงนี้มีหลุม จะมีใครโง่ลงไปหลบได้อีก เสียเวลาจริงๆไอ้ปัญญาอ่อน”
ผู้คนค้นหาในบริเวณอย่างละเอียดในบริเวณป่าไผ่ที่ถูกโค่น แม้แต่หินใหญ่ที่น่าสงสัยยังถูกพลิกกลิ้งออกไปเพื่อว่าจะมีหลุมที่เทียนหลงสามารถเข้าไปหลบซ่อน คนกลับไม่เจอ แต่เจออสรพิษขนาดน้อยใหญ่เข้าหลายตัวเป็คราวซวยของอสรพิษเ่าั้ มันอยู่ดีๆใต้ก้อนหินเจอกับพวกนักล่าที่กำลังเกรี้ยวกราดเดือดดาล ผลคือถูกฆ่าตายไม่เหลือรอดแต่ละกลุ่มเริ่มไปค้นหากระจายออกไปที่อื่นจนกระทั่ง รอบบริเวณว่างเปล่า
เทียนหลงซ่อนตัวอยู่ในหลุมนั้นจริงๆเพียงแต่ซ่อนลึกลงไปจากก้นหลุมถึง สามเมตรต่อให้พวกมันะโลงไปยืนที่ก้นหลุมก็ไม่มีทางหาเจอ หลังจากซ่อนตัวได้เพียงหนึ่งชั่วโมงาแก็สมานตัว อาการาเ็ทั้งหมดหายดี ทิ้งเพียงเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นแต่การเสียเืไปจำนวนมาก ทำให้เขาอ่อนเพลียอย่างยิ่ง เสียงที่ได้ยินจาก้าแสดงให้เห็นว่าที่แห่งนี้ กลายเป็ที่เปิดโล่งสว่างเมื่อไหร่อาจมีการตรวจค้นอีกครั้งหนึ่ง หากไม่รีบจากไป จะกลายเป็ตะพาบในไหรอให้ถูกพบเห็น ที่สำคัญเขาต้องกินต้องดื่ม ไม่เช่นนั้นจะไม่มีเรี่ยวแรงหลบหนี เทียนหลงคำนวณเวลายังมีเวลาอีก สามชั่วโมงก่อนเช้า เขาจะเคลื่อนไหวในยามย่ำรุ่งตัดสินใจจะเข้าไปหลบในหุบเขาที่เคยสังหารแรด
ตีห้า เทียนหลงตรวจสอบโดยรอบไม่พบผู้คนรีบวิ่งเข้าแนวป่าต้องห้ามทันที ระหว่างทางหลบหลีกกลุ่มคนมาหลายกลุ่มในทีสุดก็มาถึงแนวป่าก่อนขึ้นน้ำตก แนวกันชนของป่าต้องห้าม เขาเคลื่อนที่ด้วยความระมัดระวังพึ่งพุ่งกายพ้นแนวป่า ก็สะดุดเชือกกับดัก ร่างถูกรวบด้วยร่างแห ยกลอยสูงจากพื้นในทันที
ไม่เพียงไม่สามารถใช้พลองในมือแม้แต่ร่างกายแขนขา ก็ถูกตาข่ายหยุ่นเหนียวรัดจนแน่น ได้ยินเสียงหัวเราะ “ฮ่าๆๆๆ ในที่สุด จิ้งจอกน้อยก็ติดกับ” กลุ่มคนปรากฏตัวจากบนน้ำตก พวกมันคือห้าเสือตงชิว “หึ...ดูจากการที่เ้าเก่งกาจพวกข้าหาไม่เจอแสดงว่า เด็กน้อยเ้าเป็พรานชั้นเยี่ยม ตรวจจับพวกข้าได้แต่ไกลแต่..เหอะๆ น้าตกสามารถบดบัง การค้นหาของพวกข้าได้ก็บังการตรวจับของเ้าได้เช่นกัน ฮ่าๆๆๆ”
เทียนหลงกลายเป็เนื้อในปากเสือห้าเสือตงชิวหามเขาทั้งตาข่ายออกเดินทาง เขาพยายามดิ้นรนแล้วไม่มีทางหลุดจากตาข่ายที่เหนียวแน่นนี่ได้ไม่ว่าพลังกระแทกหรือกระชากมันหมดหนทางแล้วจริงๆ
ยามซวี*(เวลา 19:00-20:59เวลาของจีนแบ่ง 1 วันออกเป็ 12 ชั่วยาม)
(สำหรับเวลาไทย ยามบอกเวลากลางคืนแบ่งเป็ 4่ ยาม 1 – ยาม 4 ยามซวี เท่ากับ ยาม1)