ทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา

    บทที่ 46 แม่ทัพทั้งสี่ปรากฏตัว

            ทันทีที่เงาขนาดมหึมาทั้งสี่ก้าวออกมาจากแนวทัพยักษ์ บรรยากาศทั้งสนามรบก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายออกมาเป็นคลื่นจนแม้แต่นักรบแนวหน้าหลายคนยังต้องชะงักร่างของพวกมันสูงเกือบหกเมตรผิวกายปกคลุมด้วยเกราะพลังสีม่วงดำที่เคลื่อนไหวเหมือนมีชีวิตและดวงตาที่ส่องแสงว่างเปล่าราวกับไร้จิตวิญญาณ “แรงกดดันระดับนี้…”อินทราชกัดฟันแน่น “ไม่เหมือนพวกก่อนหน้าเลย” เมขลาหรี่ตามอง“พลังของมันนิ่งกว่า…แต่หนักกว่า” ลักษณ์มองผ่านข้อมูลที่ไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว“พวกมันไม่ใช่แค่แม่ทัพธรรมดา ระดับพลังเกือบจะใกล้เคียงกับองค์รักษ์ของวารันตะถึงจะไม่แข็งแกร่งเท่าองค์รักษ์แต่ก็อยู่ในระดับที่เหนือกว่าผู้สืบสายอวตารของรัฐบาลโลก”คำพูดนั้นทำให้แนวรบตึงเครียดขึ้นทันที

            ไกรศรยกอาวุธขึ้นช้าๆ ดวงตาไม่ละจากเป้าหมาย “งั้นก็แปลว่า…เราต้องจัดการมันให้ได้ก่อนที่มันจะเข้าถึงแนวหลัก”จิตรารีบส่งข้อมูลเข้ามา “โครงสร้างพลังของมันซับซ้อนกว่าเดิมแกนพลังงานไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดียว!” “ว่าไงนะ?”วายุชะงักเล็กน้อย อัสตราพูดเสริมทันทีจากจอสื่อสาร“แกนของพวกมันกระจายตัวเป็นหลายจุด และเคลื่อนที่ตลอดเวลา!” มณโทกล่าวต่อ“ถ้าจะทำลาย ต้องทำลายทั้งหมดจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว!”ความเงียบเพียงเสี้ยววินาทีเกิดขึ้นก่อนที่ลักษณ์จะตัดสินใจ “เข้าใจแล้ว” เขากล่าว“ทหารทุกนาย รับมือทหารยักษ์” จากนั้นสายตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเฉียบคม

            “ไกรศร นายคิดว่าจะสู้แบบตัวต่อตัวกับแม่ทัพได้รึเปล่า” ไกรศรยิ้ม“ของแบบนี้มันก็ต้องลองก่อน ถึงจะรู้ใช่มั้ยล่ะ!” พูดจบไกรศรก็เดินตรงไปยังแม่ทัพยักษ์ตนหนึ่งฝั่งแม่ทัพยักษ์ตัวหนึ่งก็ขยับก่อนใคร มันยกแขนขึ้นช้าๆพลังสีม่วงดำรวมตัวกันก่อนจะฟาดลงมา พื้นดินด้านหน้าระเบิดออกเป็นแนวยาวจากนั้นก็เดินตรงเข้ามาที่ไกรศร “เข้ามาเจ้ายักษ์!” ไกรศรตะโกน จากนั้นลักษณ์ก็มองไปยังอินทราชทางด้านอินทราชที่เห็นเช่นนั้นก็ตอบกลับไปทันที โดยที่ลักษณ์ยังไม่ทันได้พูดอะไร   “ถ้าอย่างนั้นแม่ทัพยักษ์อีกหนึ่งตัวผมขอก็แล้วกัน”  อินทราชเดินตรงไปยังแม่ทัพยักษ์อีกหนึ่งตัว  ทางด้านอัคนีที่เห็นเช่นนั้นก็พูดขึ้นมาทันที    “ชั้นเอาด้วย”   อัคนีเดินตรงไปยังแม่ทัพยักษ์ตัวที่สาม 

            เมื่อทั้งสามออกตัวเช่นนั้นแล้วเมขลาและวายุก็หันไปมองหน้ากันและพยักหน้าให้กันหนึ่งครั้งและพูดออกมาพร้อมกัน   “ถ้าอย่างนั้น ตัวที่สี่นั่นพวกเราสองคนขอก็แล้วกัน”   จากนั้นทั้งสองคนก็เดินตรงไปยังแม่ทัพยักษ์ตัวสุดท้าย

            ทางด้านของจิตราได้ถอยไปยืนเคียงข้างกับลักษณ์เพื่อที่จะได้มองเห็นสนามรบและช่วยสนับสนุนได้อย่างเต็มที่

            ไกรศรและแม่ทัพยักษ์ยืนประจันหน้ากัน    “ชั้นชื่อไกรศร แล้วแกล่ะ”   แม่ทัพยักษ์มองก้มต่ำลงมายังไกรศร   “ข้า ชื่อ กาล และ ข้าจะ เด็ด หัว เจ้า เอง”   กาลพูดออกมาอย่างช้าๆและเว้นช่วงไกรศรได้ยินเช่นนั้นและสังเกตจากท่าทางของแม่ทัพยักษ์แล้วก็ได้พูดขึ้นเบาๆ   “เจ้านี่ถึงจะแข็งแกร่งแต่ก็มีสติปัญญาที่ต่ำอย่างนั้นสินะ”

            ทางด้านของอินทราชก็ได้ยืนประจันหน้ากับแม่ทัพยักษ์ตนที่สอง   “แกชื่ออะไรชั้น อินทราช”   แม่ทัพยักษ์ตนที่สองคำรามลั่นจากนั้นก็พูดออกมาเสียงดัง  “ข้า มีนามว่า คารัน”

            ทางด้านของอัคคีก็ได้ไปยืนอยู่ตรงหน้าของแม่ทัพยักษ์ตนที่สามซึ่งดูเหมือนว่าแม่ทัพตนนี้ จะตัวเล็กที่สุดในบรรดาแม่ทัพทั้งสี่เพราะมีความสูงแค่ประมาณสี่เมตรครึ่งเท่านั้น  “ชั้น อัคนี แล้วแกล่ะชื่ออะไร”  แม่ทัพตนที่สามก้มลงมาหาอัคนีและยิ้มอย่างน่าสยดสยอง  “พราย เตรียมตัวให้ดีข้าจะฉีกเจ้าให้เป็นชิ้นๆ”

            ทางด้านของเมขลาและวายุก็ไปหยุดอยู่ตรงหน้าของแม่ทัพยักษ์ตนที่สี่และดูเหมือนว่าแม่ทัพตนนี้ก็เป็นเพศหญิงเช่นกัน  “ชั้นชื่อเมขลา”   “ชั้นชื่อวายุ”   แม่ทัพยักษ์ตนที่สี่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาเบา   “ฮ่าฮ่าฮ่ามีแมลงวันมาให้ข้าตบเล่นถึงสองตัวเลยเหรอ ดี จำชื่อข้าเอาไว้ นามของข้า ดารัน”

            มายังทางด้านของกาลและไกรศร ทันทีที่คำพูดสุดท้ายของกาลจบลงพื้นดินใต้เท้าทั้งสองก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไกรศรไม่รอให้เสียจังหวะเขาสูดลมหายใจลึก พลังในร่างเริ่มปะทุขึ้น เส้นพลังสีทองแดงไหลเวียนไปทั่วร่างกล้ามเนื้อขยายตัว เกราะพลังปรากฏปกคลุมร่างกายเส้นขนคล้ายเปลวเพลิงงอกขึ้นตามแขนและแผ่นหลัง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีทองเรืองแสง“อสูรราชสีห์” เขาพึมพำเบาๆ ก่อนที่พลังทั้งหมดจะระเบิดออกร่างของไกรศรขยายใหญ่ขึ้นเสียงคำรามต่ำดังออกมาจากลำคอราวกับสัตว์ร้ายในตำนานที่ตื่นขึ้นอีกครั้งเขาไม่รอช้า พุ่งเข้าหากาลด้วยความเร็วสูงจนพื้นดินแตกร้าวเป็นทางยาวหมัดแรกถูกปล่อยออกไปทันที “ฮึ่ย!” ตูม!!!หมัดของเขากระแทกเข้าที่ลำตัวของกาลอย่างจัง แรงปะทะทำให้อากาศบิดเบี้ยวเป็นคลื่นแต่ร่างของกาลเพียงแค่เอนไปเล็กน้อยเท่านั้น “เบา…” เสียงทุ้มต่ำของกาลดังขึ้นก่อนที่มันจะสวนกลับในทันที หมัดขนาดมหึมาฟาดลงมาจากด้านบน ไกรศรยกแขนขึ้นรับเสียงกระแทกดังสนั่น พื้นดินใต้เท้าเขายุบลง แรงกดมหาศาลกดร่างเขาจมลงไปครึ่งขา“อึก…!” เขากัดฟันแน่น กล้ามเนื้อทั้งร่างเกร็งจนเส้นเลือดปูดโปนกาลกดหมัดลงมาแรงขึ้นเรื่อยๆ “จบ…แค่นี้” มันกล่าวช้าๆ แต่ไกรศรคำรามลั่นพลังในร่างปะทุขึ้นอีกครั้ง เขาผลักหมัดนั้นออกไปก่อนจะหมุนตัวเตะสวนเข้าใส่ลำตัวของกาลเต็มแรง

            ตูม!!! คราวนี้ร่างของกาลถอยหลังไปหนึ่งก้าวพื้นดินแตกกระจายใต้เท้าของมัน ไกรศรไม่ปล่อยจังหวะ เขาพุ่งตามเข้าไปทันทีปล่อยหมัดชุดอย่างต่อเนื่อง เสียงกระแทกดังรัวราวกับสายฟ้าฟาด “รับไปซะ!” ตูม!ตูม! ตูม! หมัดแต่ละหมัดหนักหน่วงและรวดเร็ว แต่กาลเริ่มยกแขนขึ้นรับทีละจังหวะก่อนจะสวนกลับด้วยหมัดเดียว ตูม!!!หมัดของมันอัดเข้าที่สีข้างของไกรศรอย่างเต็มแรงร่างของเขาปลิวกระเด็นออกไปหลายสิบเมตรกระแทกพื้นจนเกิดหลุมขนาดใหญ่ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วสนาม “แค่…หมัดเดียว…” ไกรศรไอออกมาเล็กน้อยเลือดซึมออกจากมุมปาก เขาค่อยๆลุกขึ้นยืน กล้ามเนื้อยังคงสั่นจากแรงกระแทกดวงตายังคงลุกโชน

            “แรงชะมัด…” กาลเดินเข้ามาช้าๆ ทุกย่างก้าวทำให้พื้นสั่น“อ่อนแอ…” มันกล่าวสั้นๆ ก่อนจะพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วผิดกับขนาดตัวหมัดของมันพุ่งเข้าหาไกรศรอีกครั้ง คราวนี้เร็วกว่าเดิมไกรศรเบี่ยงตัวหลบได้ฉิวเฉียด แต่แรงลมจากหมัดก็ยังเฉือนผิวเขาจนเลือดกระเซ็น “เร็วขึ้นอีกงั้นเหรอ!”เขากัดฟันก่อนจะสวนกลับด้วยกรงเล็บพลัง ฟาดเข้าใส่แขนของกาลเกิดรอยแผลขึ้นเล็กน้อย กาลหยุดชะงักไปเสี้ยววินาที มันมองรอยแผลนั้นเงียบๆก่อนที่พลังสีม่วงดำจะไหลมาปกคลุมและฟื้นฟูในทันที “ฟื้นตัว…เร็วขนาดนี้เลย”ไกรศรพึมพำ กาลเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง ดวงตาไร้อารมณ์ “เจ้า…ไม่พอ” วินาทีถัดมามันยกมือขึ้น พลังสีม่วงดำรวมตัวกันเป็นก้อนมหึมาเหนือฝ่ามือก่อนจะฟาดลงมาอย่างรุนแรง ไกรศรรีบกระโดดหลบแต่แรงระเบิดจากการโจมตีก็ยังซัดเขากระเด็นออกไปอีกครั้งพื้นดินถูกทำลายเป็นวงกว้าง

            “บ้าเอ๊ย…” เขาพยายามยันตัวขึ้นอีกครั้งหายใจถี่ขึ้นเล็กน้อย แม้อยู่ในร่างอสูรราชสีห์พลังของเขาก็ยังด้อยกว่ากาลอย่างชัดเจน แต่ดวงตาของเขา…ยังคงไม่ยอมแพ้เขายืนขึ้นเต็มความสูงอีกครั้ง กำหมัดแน่น พลังสีทองแดงลุกโชนรอบร่าง “ยังไม่จบ…”เขาพูดเสียงต่ำ กาลมองเขานิ่ง ก่อนจะก้าวเข้ามาอีกครั้ง “งั้น…ลอง...อีก...ที”แรงกดดันจากทั้งสองพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง สนามรบรอบด้านสั่นสะเทือนราวกับการปะทะครั้งต่อไป…จะรุนแรงยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

    คล้ายกับเรื่องทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา ที่คุณอ่าน