แม่น้ำกลืนิญญา
“เฉินเหมียวเหมี่ยว เ้าอย่าโทษข้าเลยนะ หากจะโทษก็ต้องโทษที่เ้าทั้งโง่ทั้งอัปลักษณ์ แต่พ่อเ้ายังไร้ยางอายหาคู่แต่งงานที่ดีเช่นนี้ให้กับเ้าอีก เ้าไม่ดูสารรูปตัวเองซะบ้างว่าตัวเองคู่ควรหรือไม่!”
“…”
“จงไปหาพ่อเ้าที่ยมโลกซะเถอะ เฉินเหมียวเหมี่ยว”
“…”
“โยนลงไป!”
……
เฉินเหมียวเหมี่ยวถูกโยนลงไปในแม่น้ำกลืนิญญาที่เชี่ยวกราก กระแสน้ำราวกับมีปีศาจมากมายรออยู่เบื้องล่าง คำรามและดึงเธอให้จมลงไป
เธอคิดว่าตัวเองต้องถูกกระแสน้ำฉีกร่างออกเป็ชิ้น ๆ เป็แน่ ทว่ากลับไม่รู้สึกถึงความเ็ปแต่อย่างใด หนำซ้ำเธอยังฝันถึงเื่ที่เป็ไปไม่ได้อีกเื่หนึ่ง…
ในความฝัน เธอราวกับคนเสียสติ นอนก่ายเกยอยู่บนตัวของบุรุษคนหนึ่งที่ไม่สามารถขยับตัวได้ ทุกสิ่งที่เธอทำเต็มไปด้วยความหยาบโลน พาให้หน้าแดงเรื่อ ใจเต้นระรัว ส่วนบุรุษคนนั้นจากตอนแรกที่ไร้เรี่ยวแรงต้านทานก็ค่อย ๆ เป็ฝ่ายเคลื่อนไหว อุณหภูมิในความฝันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
มีการรัดรึง มีการดิ้นรน พลันตัวสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้
เธอจำได้ว่า มีมือขนาดใหญ่ที่เรียวยาวและเต็มไปด้วยพลังกักขังเธอเอาไว้ บังคับให้เธอจมลึกลงไปในทะเลที่มืดมิด
อาการวิงเวียนจากการหายใจไม่ออกแทบจะทำลายจิติญญาของเฉินเหมียวเหมี่ยว หญิงสาวพยายามลืมตาขึ้น แต่กลับเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายไม่ชัด มีเพียงแววตาอันลุ่มลึกคู่นั้น งดงามจนใจสั่นระรัว
“เ้าเป็ใคร!”
อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม นอกจากความโมโหแล้วยังแฝงไว้ด้วยความหงุดหงิด ราวกับกำลังเหยียดหยามเธออยู่อย่างไรอย่างนั้น
“เ้า...ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก!”
เขาคำรามด้วยความเดือดดาล
ใช่แล้ว ช่างไร้ยางอาย!
ทำไมเธอจึงฝันไร้สาระแบบนี้เนี่ย!
เฉินเหมียวเหมี่ยวมีท่าทางประดักประเดิด พลางบ่นกับตนเองขณะพยุงตัวขึ้น เธอคิดว่าตัวเองคงทำงานหนักเกินไปจึงได้ฝันอะไรประหลาด ๆ แบบนี้ อืม ถึงอย่างไรตอนนี้ก็หาเงินได้มากแล้ว คงใกล้เกษียณได้แล้วมั้ง
ซื้อที่ดินสักสิบไร่ เริ่มต้นอาชีพที่เธอใฝ่ฝันมาทั้งชีวิต ปลูกผัก เลี้ยงไก่ เพียงเท่านี้ก็มีความสุขมากแล้วไม่ใช่เหรอ?
ขณะที่เฉินเหมียวเหมี่ยวกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ความเ็ปก็แล่นเข้ามาในหัวของเธอราวกับกระแสน้ำ ความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนเองกำลังประดังเข้ามาครอบงำจิติญญาของเธอ
ถูกทุบตี ถูกเยาะเย้ย ถูกเหยียดหยาม ถูกวางยา หลังจากชื่อเสียงถูกทำลายก็ถูกโยนลงไปในแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว...นี่เป็บทสรุปชีวิตสั้น ๆ ที่น่าเวทนาเหลือเกิน
เป็ความทรงจำของสตรีที่มีชื่อและแซ่เดียวกับเธอ
หญิงสาวคนนั้นเปรียบเหมือนหยาดน้ำค้างสีขาวในคืนที่หนาวเหน็บ ไม่เคยเห็นท้องฟ้าที่สดใส ยามพระอาทิตย์ทอแสงก็ต้องดับสูญแล้ว
ส่วนเธอก็ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวอาภัพผู้นี้
เฉินเหมียวเหมี่ยวมองมือที่เปื้อนโคลนทั้งสองข้างตรงหน้า จู่ ๆ ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา
ในที่สุดเธอก็จำได้แล้ว
ในภารกิจสุดท้าย เธอถูกเป้าหมายวางะเิจนร่างแหลกเป็ชิ้น ๆ คิดไม่ถึงว่าเธอจะจับพลัดจับผลูมาเกิดใหม่ในอีกโลกหนึ่งแบบนี้
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ไม่นานเฉินเหมียวเหมี่ยวก็แยกแยะความทรงจำของเ้าของร่างเดิมได้
นางเป็เพียงสตรีโง่เขลา ชีวิตของนางจึงราบเรียบยิ่งนัก
และเพราะมีชีวิตที่เรียบง่าย จึงทำให้นางจดจำสิ่งเลวร้ายที่ต้องเจอได้ดี
ในโลกบำเพ็ญเพียรที่ความแข็งแกร่งคือปัจจัยสำคัญที่สุด เ้าของร่างเดิมกลับเป็คนไร้ค่าที่ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้ จึงถูกคนข่มเหงและดูถูกมาตลอด
นอกจากความทุกข์เหล่านี้แล้ว ยังมีคนที่เรียกตัวเองว่าญาติที่ทำตัวราวกับปลิงดูดเืนาง ครอบครัวว่าที่สามีที่เนรคุณและเลวทรามต่ำช้า ไปจนถึงบ่าวรับใช้ที่รังแกนายตัวเอง
ราวกับความอ่อนแอคือตราบาปที่ติดตัวมา ถูกกำหนดมาแล้วว่านางสมควรตาย!
หลังจากแยกแยะความทรงจำได้แล้ว จิตใจของเฉินเหมียวเหมี่ยวก็ไม่อาจสงบได้พักใหญ่ นางเอามือปิดหน้าตัวเองและเอ่ยเบา ๆ “เ้าวางใจเถอะ ข้าจะล้างแค้นให้เ้าเอง...ใคร?”
ทันใดนั้นเฉินเหมียวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้น แววตาคมกริบราวกับคมมีดจ้องเขม็งไปยังต้นไม้ใหญ่ ซึ่งสูงตระหง่านเทียมเมฆเหนือริมแม่น้ำ
ยอดไม้หนาแน่น ลมกระโชกแรง ทำให้มองอะไรได้ไม่ชัดเจนเท่าไรนัก แต่สัญชาตญาณบอกเฉินเหมียวเหมี่ยวว่า สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนตัวอยู่ตรงนั้น...
“โผล่หัวออกมาซะ!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวตะคอกเสียงเย็น
คนที่อยู่ในความมืดค่อย ๆ ก้าวออกมา
เฉินเหมียวเหมี่ยวจ้องเขม็งอีกฝ่าย ท่าทางระแวดระวังค่อย ๆ กลายเป็ตะลึงงัน ถึงขนาดลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อย
์ นางเจอเทพบุตรเข้าให้แล้วหรือ?
ผู้ที่เดินเข้ามามีรูปร่างสง่างาม ท่าทางสงบนิ่งราวกับภาพวาด สวมหน้ากากสีทองปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งเอาไว้ ผิวที่เผยออกมานอกร่มผ้าขาวราวกับหิมะ ริมฝีปากบางได้รูป
ราวกับแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า สง่างามจนไร้ที่เปรียบ แต่กลับเ็าจนน่าขนลุก
เขาจับจ้องเฉินเหมียวเหมี่ยวเงียบ ๆ และไม่ได้เอ่ยคำใด สายตาคู่นั้นล้ำลึกจนยากคาดเดา ทำให้เฉินเหมียวเหมี่ยวขนลุกชันไปทั้งตัว จิตใจที่เผลอไผลไปกับความหล่อเหลาเมื่อครู่พลันมลายหายไป
นางถึงขั้นคิดไปว่า ตัวเองต้องเป็สตรีชั่วช้าไปหักอกคนผู้นี้ หรือเอาเปรียบคนตรงหน้าแล้วทิ้งคนเขาไปแน่ ๆ ไม่เช่นนั้นเหตุใดเขาต้องมองนางด้วยสายตาแบบนั้นล่ะ?
เฉินเหมียวเหมี่ยวถอยหลังไปหลายก้าว เมื่อยืนยันและมั่นใจแล้วว่าในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมไม่มีคนผู้นี้อยู่ และตัวเองก็ยิ่งไม่มีทางเคยพบเขามาก่อน
ที่ผ่านมานางเป็สตรียุคใหม่ที่ยังบริสุทธิ์อยู่ มากสุดก็แค่ฝันถึงเื่ที่ร้อนแรงนิดหน่อยเท่านั้น แต่ไม่เกี่ยวอะไรกับคนผู้นี้นี่นา เฉินเหมียวเหมี่ยวจึงรวบรวมความกล้า ะโออกไป “มองอะไร ไม่เคยเห็นสาวงามหรืออย่างไร ขืนมองไม่เลิก ข้าจะควักลูกตาเ้าออกมาซะ!”
เฉินเหมียวเหมี่ยวเพิ่งลุกขึ้นมาจากพื้น ริมแม่น้ำเต็มไปด้วยโคลน ดังนั้นนอกจากมือของนางจะเลอะโคลนแล้ว ใบหน้าเล็ก ๆ ก็เปรอะเปื้อนไปหมด ทั่วทั้งร่างแทบจะไม่มีจุดไหนที่สะอาด ทว่ากลับยิ่งขับให้ั์ตาหงส์คู่นั้นดูกระจ่างชัดและเปล่งประกายเจิดจ้ามากขึ้น
ตอนนี้เมื่อนางถลึงตาดุ ๆ ใส่เขา จึงไม่ต่างอะไรจากลูกสัตว์ร้ายตัวหนึ่งที่วางท่าใหญ่โต
ทั้งดุ ทั้งน่ารักในเวลาเดียวกัน
ม่อเสวียนิมีท่าทางฉงน “...”
หลังจากนิ่งเงียบอยู่นาน ในที่สุดเขาก็เอ่ยปากออกมา น้ำเสียงเย็นะเืช่างเข้ากับรูปลักษณ์ยิ่งนัก ทว่าคำที่เขาเปล่งออกมากลับเป็นามของนางอย่างแม่นยำ
“เฉินเหมียวเหมี่ยว”
คำสามคำที่แฝงไปด้วยการเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน
เฉินเหมียวเหมี่ยว “!!!”
ในชาติก่อนเฉินเหมียวเหมี่ยวเป็นักล่าค่าหัว ทำงานที่เสี่ยงอันตรายมานักต่อนัก นางจึงไวต่อไอสังหารและไอแค้นเป็ที่สุด
ผู้ชายคนนี้มีความคิดที่จะฆ่านางอย่างนั้นหรือ?
ต้องใช่แน่ ๆ!
เฉินเหมียวเหมี่ยวไม่ใช่สตรีที่หักอกเขา ยิ่งไม่ใช่คนที่ทำร้ายเขา แต่กลับเป็เหยื่อของเขา?!
คนผู้นี้เป็คนที่ตระกูลเฉินส่งมาอย่างนั้นหรือ?
คิดไม่ถึงว่า เ้าของร่างเดิมจะถูกคนตระกูลเฉินนำร่างมาทิ้งที่แม่น้ำกลืนิญญาแล้ว พวกเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยนางไปอีก!
เฉินเหมียวเหมี่ยวกลอกตาไปมา
ก่อนจะตัดสินใจแสร้งทำเป็คนเสียสติ
อย่างไรเสียเ้าของร่างเดิมก็เป็คนเขลาอยู่แล้ว ชายผู้นี้ต้องไม่สังเกตเห็นอย่างแน่นอน รอเขาเผลอแล้วค่อยหนีก็ได้
“อิอิ...” เฉินเหมียวเหมี่ยวหัวเราะออกมา ก่อนจะเอียงคอแสร้งบีบเสียงให้เล็กลง
“เอ๊ะ พี่ชาย ท่านเป็ใครกัน ท่านรู้จักข้าด้วยงั้นหรือ ข้าหลงทาง อยากกลับบ้าน...”
ทว่าแม้เฉินเหมียวเหมี่ยวจะแสร้งทำเป็คนบ้า คนผู้นี้นอกจากจะไม่คลายท่าทางดุดันลงแล้ว ยังเ็าและเย่อหยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ราวกับมองแผนการของเฉินเหมียวเหมี่ยวออกั้แ่แรก
“ฮ่าฮ่า”
เฉินเหมียวเหมี่ยว “...”
แย่แล้ว เขารู้ว่านางแกล้งทำ เจองานยากเข้าแล้ว
เฉินเหมียวเหมี่ยวมองแม่น้ำกลืนิญญาทางด้านหลัง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งไปทางแม่น้ำเตรียมที่จะหนี!
ทว่าม่อเสวียนิจะปล่อยให้นางหนีไปได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ?
เขาใช้ปลายเท้าทะยานตัวขึ้นเบา ๆ ก็เหาะไปอยู่บนผิวน้ำแล้ว ส่วนเฉินเหมียวเหมี่ยวที่กำลังหนีสุดชีวิตอยู่นั้น ร่างก็ลอยไปอยู่ในเงื้อมมือของเขาอย่างง่ายดาย ราวกับลูกแมวน้อยที่ถูกหิ้วหลังคอเอาไว้กลางอากาศ
เฉินเหมียวเหมี่ยว “???”
ทำแบบนี้มันจะเกินไปแล้ว นางก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะ!