มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 167 : เต่าเศียรมังกร (2)

            ตอนที่ 167 

             

            แสงสว่างจากปล่องด้านบนสาดส่องลงมาเป็นเส้นจางๆ ท่ามกลางเสียงคำรามของพายุที่ดังกระหึ่มอยู่ภายนอก ร่างกายมหึมาของเต่าเศียรมังกรปกคลุมไปด้วยหินปูน ทำให้ดูเหมือนส่วนหนึ่งของถ้ำที่เคลื่อนไหวได้ มันอ้าปากกว้าง พลังปราณธาตุน้ำเข้มข้นเริ่มก่อตัวขึ้นภายใน สายฝนที่ควบแน่นถูกพ่นออกมาจากปากของมันด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ กลายเป็นกระแสน้ำแรงดันสูง 

             

            ชิงเทียนเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด กระแสน้ำนั้นพุ่งผ่านไป กระแทกผนังหินด้านหลังอย่างจัง เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว หินแตกกระจาย เกิดเป็นรูขนาดใหญ่ 

             

            "หากโดนเข้าไปจังๆ ข้าคงไม่รอดแน่..." ชิงเทียนพึมพำ พลังทำลายล้างนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาคาดคิด เขารวบรวมปราณในกาย พุ่งตัวเข้าหาเต่าเศียรมังกรอย่างรวดเร็ว 

             

            ดาบที่ฟาดฟันออกไปไม่อาจทะลวงชั้นผิวหนังหนาของมันได้ ความรู้สึกไม่ต่างจากแทงดาบลงบนภูเขาหิน ชิงเทียนรู้สึกถึงพลังปราณทรงพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเต่าเศียรมังกร มันคล้ายกับพลังของพายุที่โหมกระหน่ำอยู่ด้านบน 

             

            "ข้าเกลียดเต่าจริงๆ..." ความทรงจำในอดีตเริ่มหวนคืนมาอีกครั้ง ในตอนที่เขาเผชิญหน้ากับเสวียนอู่ การป้องกันที่ดุจป้อมปราการเหล็ก ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด เขาพยายามมองหาช่องว่างบนร่างเต่า เพื่อที่จะเข้าไปโจมตีจุดอ่อนใต้ท้อง แต่ทันทีที่เขาขยับเข้าใกล้ กระแสน้ำแรงดันสูงก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง 

             

            ชิงเทียนตัดสินใจใช้โล่เสวียนอู่ที่สร้างจากปราณมาป้องกันตัว เขารู้ว่ารูปแบบการป้องกันธรรมดาอาจไม่สามารถต้านทานการโจมตีที่รุนแรงขนาดนั้นได้ 

             

            ขณะที่กระแสน้ำที่พุ่งเป็นเส้นตรงกำลังจะปะทะ ชิงเทียนก็ยกโล่เสวียนอู่ขึ้นมาป้องกัน ทว่า ทันใดนั้นเอง รอบตัวเต่าเศียรมังกรก็เริ่มมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง 

             

            สายฟ้าอันรุนแรงถูกปล่อยออกมาจากตัวเต่าเศียรมังกร พุ่งเข้าหาชิงเทียนอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามของพายุที่ดังอยู่ภายนอกถ้ำถูกกลบด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหวของสายฟ้าเหล่านั้น 

             

            น้ำที่อยู่รอบบริเวณกลายเป็นสื่อนำไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม ทำให้โล่เสวียนอู่แทบไร้ผล ชิงเทียนรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านโล่เข้ามา ก่อนจะสัมผัสถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง 

             

            "ธาตุน้ำ กับธาตุอัศนี...เป็นการจับคู่ที่บัดซบสิ้นดี!" ชิงเทียนถึงกับสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาตัดสินใจใช้ปีกเพลิงอัสนี ถอยออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาระยะห่างจากเต่าเศียรมังกร แต่กระแสไฟฟ้าก็ยังคงตามมาอย่างไม่ลดละ 

             

            ร่างของชิงเทียนกระตุกอย่างรุนแรง แขนขาของเขารู้สึกชา ราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

             

            "หรือว่า...เต่าเศียรมังกรตัวนี้อยู่ที่ใจกลางพายุมานาน จนมันซึมซับพลังของพายุเข้าไปจนเป็นส่วนหนึ่งของมันไปแล้ว?" ทฤษฎีนี้มีความเป็นไปได้ถึงเก้าส่วน หากเป็นเช่นนั้นจริง เต่าเศียรมังกรตัวนี้ก็ไม่ต่างจากภัยธรรมชาติ เขาถอยห่างจากเต่าเศียรมังกรได้สำเร็จ แต่ร่างกายกลับยังคงสั่นเทาจากผลกระทบของกระแสไฟฟ้า ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นไปตามเส้นประสาท ทำให้เขาแทบขยับตัวไม่ได้ 

             

            สติของชิงเทียนเริ่มเลือนลาง เขาพยายามฝืนร่างกายที่อ่อนล้าจนถึงขีดสุด เต่าเศียรมังกรที่ยืนตระหง่านอยู่ในความมืดสลัว สายฟ้ายังคงไหลเวียนทั่วร่างเป็นจังหวะ ราวกับหัวใจที่เต้นด้วยพลังงานอันน่าสะพรึงกลัว 

             

            "ถ้าพลังของมันเชื่อมต่อกับพายุ ข้าก็ไม่มีทางเข้าใกล้มันได้" ชิงเทียนคิดอย่างสิ้นหวัง เขาแหงนหน้ามองไปยังปล่องถ้ำที่พายุยังคงกระหน่ำ หากเขาต้องการที่จะเอาชนะ คงมีแค่ทางเดียวเท่านั้น นั่นคือๆหน้า แต่กลับใช้พลังของดาบชิงหลง สร้างกระแสลมที่รุนแรงขึ้นมา 

             

            สายฟ้านับร้อยสายกระจายออกมาจากร่างของเต่าเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึงใต้ลำคอของมัน ก่อนจะวาดดาบเป็นรูปจันทร์เสี้ยว 

             

            ดาบชิงหลงฟันเข้าที่ใต้ลำคอของเต่าเศียรมังกร โลหิตสีแดงทะลักออกมา เสียงทุ้มลึกร้องครวญครางอย่างทรมาน ทำให้ทั้งถ้ำเริ่มสั่นสะเทือน  

             

            อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันที่ชิงเทียนจะได้ลิ้มรสชัยชนะ เต่าเศียรมังกรก็ใช้ร่างอันมหึมากระแทกร่างชิงเทียนอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับอวัยวะภายในฉีกขาด 

             

            บาดแผลและพิษเผ่าปีศาจที่กำลังกัดกิน ทำให้เขาแทบไม่มีเรี่ยวแรงที่จะยืนหยัด ในช่วงเวลาที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าปะทุขึ้นในแววตาของเขา ชิงเทียนไม่ได้ปรารถนาที่จะเป็นเพียงผีเฝ้าเกาะร้างแห่งนี้ เขาคือจักรพรรดิผู้เคยยิ่งใหญ่ และเขาจะไม่ยอมให้สัตว์เดรัจฉานหน้าไหน มาขวางทางอย่างแน่นอน 

             

            พลังปราณเฮือกสุดท้ายถูกดึงออกมาใช้ เพลิงอมตะลุกท่วมร่างของเขาจนทำให้ชิงเทียนดูคล้ายดวงอาทิตย์ขนาดย่อม บาดแผลถูกรักษาภายในพริบตา ชิงเทียนฝืนร่างกายที่เหนื่อยล้าอย่างหนัก กระชับดาบในมือแน่น ก่อนจะบุกเข้าหาเต่าเศียรมังกร เนตรสะกดเทพถูกใช้งาน ทำให้ร่างมหึมาของมันชะงักไปชั่วขณะ 

             

            แววตาของชิงเทียนอัดแน่นด้วยจิตสังหาร เขาใช้ดาบที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงอมตะ แทงเข้าไปในบาดแผลของเต่าเศียรมังกร เพลิงอันร้อนแรงปะทุขึ้น แรงระเบิดของมันทำให้ส่วนหัวและลำตัวของเต่าเศียรมังกรแยกออกจากกัน ร่างกายที่เหลืออยู่ของมันสั่นเทาอย่างรุนแรง สายฟ้าที่ไหลเวียนทั่วร่างค่อยๆ จางหายไป 

            ร่างของเต่าเศียรมังกรทรุดลงกับพื้น แรงกระแทกจากน้ำหนักตัวทำให้บริเวณนั้นสั่นสะเทือนไม่ต่างจากแผ่นดินไหว 

             

            ชิงเทียนมองไปยังร่างมหึมาของมันด้วยความเหนื่อยล้าจนแทบหมดสติ เขาเดินโซเซเข้าใกล้ร่างของเต่าเศียรมังกร ก่อนจะใช้ดาบผ่าท้องของมัน ชิงเทียนพบอัญมณีสีม่วงส่องประกาย มันคือแก่นปราณที่มีธาตุอัสนีอัดแน่นอยู่ภายใน 

             

            "เต่าเศียรมังกรตัวนี้ คงอาศัยอยู่ที่นี่มาหลายพันปีแล้ว มันดูดซับพลังของธรรมชาติ เพื่อเปลี่ยนให้เป็นพลังของตนเอง หากมันอาศัยอยู่ที่นี่นานกว่านี้ มันอาจพัฒนากลายเป็นสัตว์อสูรที่มีความนึกคิดเหมือนเร์ก็เป็นได้" 

             

            ชิงเทียนเก็บสมุนไพรระดับสูงที่ขึ้นอยู่ทั่วบริเวณเข้าไปในแหวนมิติ จากนั้นจึงนำหญ้าหยกสวรรค์มากลั่นโอสถ เพลิงอมตะและเพลิงอัสนีช่วยขจัดสิ่งเจือปน วัตถุดิบเริ่มควบแน่นจนกลายเป็นเม็ดยาสีเขียวมรกต เขารีบกลืนเม็ดยานั้นในทันที ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง พร้อมกับอาการของพิษเผ่าปีศาจที่เริ่มทุเลาลง 

             

            หลังจากเต่าเศียรมังกรถูกสังหาร เค้าลางของพายุเริ่มจางหายไปจนหมดสิ้น ชิงเทียนดึงแก่นปราณอัสนีออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะเริ่มดูดซับปราณอัสนีที่อัดแน่นอยู่ภายใน 

             

            ปราณอัสนีแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเขา จุดตันินเตรียมจะหยิบกระดิ่งออกมาใช้เพื่อขับไล่สัตว์อสูรทะเล แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าจำนวนของพวกมันลดลงไปมาก 

             

            "เกิดอะไรขึ้น? แถวนี้ควรจะมีสัตว์อสูรทะเลชุกชุมกว่านี้สิ" ใบหน้าจ้าวอู่เฉิน เขาก็ชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมา 

             

            "ตระกูลของเจ้ารับซื้อซากสัตว์อสูรหรือไม่?" 

             

            "แน่นอน วัตถุดิบจากสัตว์อสูรเป็นที่ต้องการมากในตลาด ตระกูลของข้าย่อมรับซื้ออยู่แล้ว" จ้าวอู่เฉิน 

             

            จ้าวอู่เฉ